นครบาลตรวจเข้ม… พบสถานประกอบการจำหน่ายสุราเกินเวลา เสี่ยงต่อการแพร่โรค

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษกฯ และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น./ รอง โฆษกฯ ขอประชาสัมพันธ์กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบ และดำเนินการกับสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ซึ่งมีผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ๒๕๖5 เวลา 23.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. และ สน.คลองตัน ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้น ร้าน Babyface Superclub ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พบ นายสมโภชฯ อายุ 42 ปี ได้แสดงตัวเป็นผู้ดูแลร้านมีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลพนักงานภายในร้านดังกล่าว และมีกลุ่มผู้มาใช้บริการนั่งดื่มแอลกอฮอล์กันอยู่ จึงเข้าทำการจับกุมโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 2558 ประกอบประกาศ กทม.สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวฉบับที่ 50 ลงวันที่ 24 มกราคม 2565 (ปล่อยปละละเลยให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย( Amazing Thailand Safety & Health Administration) ในระดับ SHA PLUS (SHA+) เกินเวลา 23.00 น.)  และดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง เพื่อให้สถานประกอบการต่างๆ ได้ปฏิบัติตามแนวทางที่รัฐบาล และ กรุงเทพมหานคร กำหนด เพื่อให้สามารถประกอบการได้ตามประกาศ และเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่โรคของสังคมโดยส่วนรวมต่อไป

บช.น.ขอแจ้งว่า หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ  การลักลอบผลิตอาวุธผิดกฎหมาย , ลักลอบเล่นพนันออนไลน์ และการพนันประเภทต่างๆ หรือพบการมั่วสุม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือโทรศัพท์สายด่วน 191   เพจ FACEBOOK “กองบัญชาการตำรวจนครบาล”


ทีมโฆษก กองบัญชาการตำรวจนครบาล

วัชระฯ “ร้องนายกฯ-ศักดิ์สยาม” ค้านยกเลิกรถเมล์ร้อนสาย 7 ชี้เป็นทางเลือกให้คนจนได้เดินทางราคาถูก

วัชระฯ “ร้องนายกฯ-ศักดิ์สยาม” ค้านยกเลิกรถเมล์ร้อนสาย 7 ชี้เป็นทางเลือกให้คนจนได้เดินทางราคาถูก

วันที่ 28 ก.พ.65 เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล : นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายสมพาส นิลพันธ์ุ ที่ปรึกษาสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ถึงพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเวลา 11.53 น. ไปยื่นหนังสือผ่านงานสารบรรณ กระทรวงคมนาคมถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอไม่ให้ยกเลิกการให้บริการรถเมล์ร้อน สาย 7 (คลองขวาง – หัวลำโพง) เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า จะได้รับความเดือดร้อนอย่างมากกรณีองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะหยุดการเดินรถเมล์ร้อน สาย 7 ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 เป็นต้นไป ช่วงคลองขวาง-หัวลำโพง ซึ่งเป็นรถเมล์ธรรมดา (ร้อน) เก็บค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย วิ่งจากคลองขวางเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ผ่านตลาดคลองขวาง เข้าถนนเพชรเกษม ไปเดอะมอลล์บางแค ผ่านตลาดบางแค ท่าพระ วงเวียนใหญ่ พาหุรัด เยาวราช วงเวียน 22 สถานีรถไฟหัวลำโพง

นายวัชระฯ กล่าวว่า การที่รถเมล์ร้อน สาย 7 จะหยุดเดินรถในวันนี้เป็นวันสุดท้ายย่อมส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อยนับหมื่นคนที่ต้องเดือดร้อนเพราะต้องใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศของเอกชนที่มาวิ่งแทนซึ่งมีราคาแพงกว่ามากเป็นเท่าตัวตั้งแต่ 12-25 บาทซึ่งแพงมากกว่าเดิมกว่า 300 % ซึ่งเป็นการบีบบังคับไม่ให้โอกาสทางเลือกแก่ประชาชน

ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนเขตหนองแขม กรุงเทพฯ ขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับดูแลองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีข้อสั่งการให้รถเมล์ธรรมดา (ร้อน) สาย 7 ให้บริการกับประชาชนผู้มีรายได้น้อยต่อไป ควบคู่กับรถเมล์ปรับอากาศ อันเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกแก่ประชาชนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ 

อนึ่ง ขอให้รัฐบาลช่วยประคับประคองไม่เพิ่มรายจ่ายให้ประชาชน ชาวบ้านเดือดร้อนกันมากไม่เฉพาะชาวหนองแขม คนตัวเล็กตัวน้อยไม่มีปากเสียง เขาบ่นน้อยใจว่าท่าน ภายใต้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทอดทิ้งคนยากคนจน หาเช้ากินค่ำจะบังคับให้นั่งรถเมล์ปรับอากาศค่าตั๋วโดยสารแพง ตนจึงอาสามาเป็นปากเสียงให้ชาวรถเมล์ทุกคน หวังว่าท่านคงพิจารณาให้คงรถเมล์ธรรมดา (ร้อน) สาย 7 ไว้ต่อไป รถเมล์สายนี้วิ่งมาตั้งแต่ พ.ศ.2519 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 46 ปี บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 03.00-22.00 น.ค่าตั๋วโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ส่วนกลางคืนเก็บค่าตั๋วเพียง 9.50 บาทเท่านั้น การนั่งรถเมล์ธรรมดา (ร้อน) เว้นระยะห่างไม่ติดโรคโควิด-19 ส่วนรถเมล์ปรับอากาศจะทำให้โรคโควิด-19 ระบาดได้ง่าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง

โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง

ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะจัดงานแถลงข่าวการเฝ้าระวังธุรกิจพนันออนไลน์ในช่วง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 “1 ปีที่พ่ายแพ้กับการแก้ปัญหาพนันออนไลน์” ในวันอังคารที่1 มีนาคม 2565 เวลา 10.00–12.00 น. ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล

ถ่ายทอดผ่านเพจ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พลังอาสาสมัคร กศน. ครูพันธุ์ใหม่ สู่การศึกษาตลอดชีวิต

พลังอาสาสมัคร กศน. ครูพันธุ์ใหม่ สู่การศึกษาตลอดชีวิต

ครู (กศน.) เปรียบเสมือนครูพันธุ์ใหม่คน (กศน.) ทุกคน ทุกตำแหน่ง มุ่งมั่นเข้มแข็งพัฒนาการศึกษาตลอดชีวิต ทำงาน 24 ชั่วโมง ฝังตัวในชุมชน พร้อมเผชิญปัญหาและขจัดความไม่รู้หนังสือและความยากจนให้กับประชาชนในทุกรูปแบบ คน กศน.มีส่วนสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ให้กับประเทศ และผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพออกมาสู่สังคมอย่างมากมาย ภายใต้ข้อจำกัดเเละความขาดแคลนของทรัพยากร

วันนี้ (กศน.) เปิดโฉมหน้าใหม่ของการพัฒนาอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการแต่งตั้งอาสาสมัคร (กศน.) ขึ้นในระดับพื้นที่ทุกจังหวัด โดยจะมีอาสาสมัคร (กศน.) ทุกตำบลทั่วประเทศ ชุดแรกตำบลละ 3 คนรวมทั้งสิ้นกว่า 22,000 คน ซึ่งได้มีการจัดประชุมอบรมกลุ่มเเกนนำไปเเล้ว ทั้ง 77 จังหวัด เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เมืองทองธานี โดยกลุ่มเเกนนำเหล่านี้จะได้ไปร่วมคัดเลือกอาสาสมัครในระดับพื้นที่ และจัดอบรมพัฒนาขยายเครือข่ายในลำดับต่อไป

หน้าที่สำคัญของอาสาสมัคร (กศน.) คือ

1) เป็นผู้สำรวจและจัดทำข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่อยู่นอกระบบโรงเรียนในชุมชนหรือหมู่บ้าน 2) เป็นผู้ให้คำแนะนำด้านการศึกษาและการเรียนรู้ แนะนำกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ชุมชน หรือหมู่บ้าน
3) เป็นผู้ช่วยเหลือครู (กศน.) ตำบลในการจัดกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ ทั้งใน กศน.ตำบลและในพื้นที่อื่นๆ
4) เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนและร่วมจัดการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบการศึกษาของชุมชน หรือหมู่บ้าน
5) สลับหมุนเวียนในการปฏิบัติงานที่ (กศน.) ตำบล เช่น จัดทำศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหมู่บ้าน จัดทำศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำศูนย์ดิจิตัลชุมชน
6) เป็นผู้นำในการจัดทำแผนชุมชน โดยเป็นผู้นำให้ประชาชนในชุมชนได้ศึกษาชุมชนของตนเอง และวางแผนการใช้ทรัพยากรชุมชน
7) เป็นแกนนำของชุมชนหรือหมู่บ้าน ในการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ของชุมชน
8) ดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการศึกษาของประชาชน ในชุมชนหรือหมู่บ้าน โดยเป็นแกนนำในการประสานงานกับกลุ่มผู้นำชุมชนและองค์กรบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลต่างๆ

อาสาสมัคร (กศน.) ถือเป็นมิติใหม่ของการวางระบบในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ โดยการดึงเอาเครือข่ายผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีความปรารถนาดีต่อระบบการศึกษา ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ เทียบเคียงได้กับอาสาสมัครของหน่วยงานอื่น อาทิ อสม.,อพปร.,คลังสมอง,วุฒิอาสา หรือ อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ประจำตำบลของหน่วยงานอื่นๆ หากแต่มิติในการทำงานมุ่งเน้นไปที่สนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาเป็นสำคัญ

ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อมีอาสาสมัคร (กศน.) ขุมพลังจากอาสาสมัครซึ่งเข้ามาร่วมกิจกรรมโดยมิได้หวังผลตอบแทนใดๆ ดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการศึกษาตลอดชีวิตของประเทศให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ สามารถน้อมนำพระบรมราโชบาย โครงการพระราชดำริ มาสู่การปฏิบัติ มีการปฏิบัติงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ช่วยดูแลผู้เรียนตั้งแต่เยาว์วัย ผู้ตกหล่นหรือหลุดจากระบบ แรงงานที่ขาดคุณวุฒิ รวมทั้งกลุ่มผู้สูงวัย ผู้พิการยากไร้ ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าของท้องถิ่น และสร้างเสริมนวัตกรรมต่างๆให้กับชุมชนร่วมพัฒนาห้องสมุดประชาชนร่วมพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพ แหล่งเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ รวมทั้งส่งเสริมชุมชนให้สามารถใช้ทรัพยากรของพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

เครือข่ายอาสาสมัคร กำลังถูกจัดตั้งขึ้น ภายใต้ระเบียบการจัดตั้งอาสาสมัคร (กศน.) พร้อมเตรียมการจัดตั้งเครือข่ายการทำงานผ่านกลุ่ม Line Official จัดให้มีการพัฒนา Web Site เพื่อการเชื่อมโยงเเลกเปลี่ยนข่าวสาร องค์ความรู้และพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกัน นี่จึงเป็นก้าวใหม่อีกก้าวหนึ่งของระบบการศึกษาไทย ที่จะทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้


บทความพิเศษโดย ดร. กมล รอดคล้าย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วัชระฯ ค้านยกเลิกรถเมล์ร้อนสาย7 ทำชาวบ้านเดือดร้อน เตรียมร้องลุงตู่ช่วยด่วน

วัชระฯ ค้านยกเลิกรถเมล์ร้อนสาย7 ทำชาวบ้านเดือดร้อน เตรียมร้องลุงตู่ช่วยด่วน

วันที่ 28 ก.พ.65 : นายวัชระ  เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายประหัส สมบูรณ์ผล ชาวหนองแขม กทม.กรณีองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หยุดการเดินรถสาย 7 ช่วงคลองขวาง-หัวลำโพง ซึ่งเป็นรถเมล์ร้อน เก็บค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย วิ่งจากคลองขวางเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ผ่านตลาดคลองขวางเข้าถนนเพชรเกษม ไปเดอะมอลล์บางแค ผ่านตลาดบางแค, ท่าพระ, วงเวียนใหญ่, พาหุรัด, เยาวราช, วงเวียน 22 และ สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมที่มี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

สำหรับรถเมล์สาย 7 เป็นเส้นเลือดการคมนาคมของชาวหนองแขมในการไปซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่ตลาดบางแค ประชาชนลงรถไฟที่สถานีหัวลำโพง ก็ต่อรถมาหนองแขมด้วยราคาเพียง 8 บาท ไปตลาดสดซื้อของสดของคาวก็ขึ้นรถเมล์ร้อนได้ นักเรียนนักศึกษาคนมีรายได้น้อยก็เดือดร้อนเพราะรถแอร์ของเอกชนที่มาวิ่งแทนมีราคาแพงกว่ามากตั้งแต่15-25 บาท ซึ่งแพงมากกว่าเดิมถึง 300 เปอร์เซ็นต์

นายวัชระฯ กล่าวว่า รถเมล์ร้อนจะหยุดวิ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย เท่ากับบีบบังคับให้ประชาชนไปขึ้นรถแอร์ ไม่ให้โอกาสทางเลือกแก่ประชาชน วันนี้ตนจะรีบยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้รถเมล์ธรรมดาสาย 7 ยังคงมีบริการประชาชนผู้มีรายได้น้อยต่อไป ส่วนรถแอร์อนุมัติแล้วก็ให้วิ่งต่อไป โดยให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้บริการรถแบบใด
ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้  รัฐบาลควรช่วยประคับประคองไม่เพิ่มรายจ่ายให้กับประชาชน ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนกันมากไม่เฉพาะชาวหนองแขม คนตัวเล็กตัวน้อยไม่มีปากเสียง เขาบ่นน้อยใจนายกฯลุงตู่ ว่าทอดทิ้งคนยากคนจน หาเช้ากินค่ำจะบังคับให้นั่งรถแอร์ค่าตั๋วแพงๆ จึงอาสามาเป็นปากเสียงให้ชาวรถเมล์ทุกคน

หวังว่ารัฐบาลคงพิจารณาให้คงรถเมล์ธรรมดา (รถร้อน) สาย 7 ไว้ต่อไป เพราะรถเมล์สายนี้วิ่งมาตั้งแต่พ.ศ.2519 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 46 ปี บริการทุกวันตั้งแต่ 03.00 น.ถึง 22.00 น.ค่าตั๋ว 8 บาทตลอดสาย ส่วนกลางคืนเก็บค่าตั๋วเพียง 9.50 บาทเท่านั้น การนั่งรถธรรมดา เว้นระยะห่างไม่ติดโรคโควิด-19 ส่วนรถแอร์จะทำให้โรคโควิด-19 ระบาดได้ง่ายกว่า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไอเดียเก๋ กัญชงและโรงกัญชา ปลูกกัญชา 600 ต้น วิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก ส่งเสริมเศรษฐกิจ สุขภาพชายแดน

ตราด – ไอเดียเก๋ กัญชงและโรงกัญชา ปลูกกัญชา600 ต้นวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก ส่งเสริมเศรษฐกิจ สุขภาพชายแดน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ที่.วิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก หมู่ 2 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายณรงค์ เทพเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธีเปิดวิสาหากิจชุมชนพืชสมุนไพร ต.หาดเล็ก พร้อมด้วย นายเทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อํานวยการกองการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นส.กิปภา ประสิทธิเวช นายกเทศมตรีตําบลหาดเล็ก, นายโชคชัย แสนสิทธิ์ ปลัดอําเภอคลองใหญ่, ประธานสภา, สมาชิกสภาเทศบาล, เกษตรจังหวัดตราด, ตํารวจ, กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน, พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิด โดยมี นส.อรภา ชูใจหาญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก กล่าวรายงานการจัดโครงการ

นายปิยวุฒิ ประสิทธิเวช กํานันตําบลหาดเล็ก ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก นายเทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อํานวยการกองการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ร่วมกับหน่วยงานเปิดป้ายวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็ก และร่วมกันปลูกกัญชา ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเป็นการประชาสัมพันธ์วิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรหาดเล็กให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน เพื่อเป็นที่ศึกษาหาความรู้ให้กับวิสาหกิจชุมชนที่สนใจในการปลูกพืชกัญชา จํานวน 600 ต้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและอาชีพให้กับวิสาหกิจชุมชนต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กระบะพุ่งเสยรถพ่วงกลางสามแยก ดับ1 สาหัส1

รถกระบะบรรทุกทรายอะเบทกำจัดยุงมาเต็มคันกำลังไปส่งลูกค้า ถึงสามแยกรถเสียหลักพุ่งชนรถกึ่งพ่วงเทเลอร์ขณะจอดรอเลี้ยว อย่างแรงส่งผลให้คนขับถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตติดคาซากรถ ส่วนคนงานนั่งมาด้วยบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายปากช่อง-ชัยบาดาล

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 พันตำรวจโท ชัชชัย ฟักศรี พนักงานสอบสวน สภ.ท่าหลวง ลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะตู้ทึบชนกับรถบรรทุกกึ่งพ่วง 22 ล้อ บริเวณ 3 แยกลำพญาไม้ ทางหลวงหมายเลข 2243 ตัดกับทางหลวงชนบท ลพบุรี 4028 หลักกิโลเมตรที่ 20 – 21 หมู่ 5 ตำบลหนองผักแว่น อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ที่เกิดเหตุมีได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตติดภายใน รวม 2 ราย หลังจากรับแจ้งจึงได้ประสานไปยังแพทย์เวรโรงพยาบาลท่าหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยพ้งไล้ 16 ในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ยท – 3029 นครราช สีมา ชนอัดติดคาอยู่กับช่วงล้อหลังด้านหน้าของกึ่งพ่วงของห้างหุ่นส่วนจำกัดเชมิเทรลเลอร์ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 83-1063 ลพบุรี และตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 82 – 5415 ลพบุรี สภาพด้านหน้ารถยนต์กระบะพังยับยุบเข้าไปถึงห้องเครื่องและห้องคนขับ มีถังพาสติกสีขาวบรรจุทรายอะเบทกำจัดยุงลายกระเด็นกระจัดกระจายเต็มถนน ภายในเก๋งของหน้ารถพบผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเป็นคนงานนั่งโดยสารมาอยู่ด้านซ้าย เจ้าหน้าที่รีบนำตัวออกมาก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลชัยบาดาล ทราบชื่อนายดำรง เพ็ชรเก่า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303/3 หมู่ที่ 1 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่วนบริเวณที่นั่งเบาะคนขับพบร่างของคนขับเป็นชาย ถูกอัดก๊อปปี้จนใบหน้าและศีรษะมีบาดแผลชกรรจ์มันสมองและเลือดกระเด็นเต็มหน้ารถเสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อนายอำนาจ หวือขุนทด อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยก 2 คัน ดึงรถกระบะแยกออกมาจากรถพ่วงเพื่อใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดเอาร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงนำร่างของผู้เสียชีวิต ออกมาจากซากรถได้ ก่อนมอบร่างของผู้เสียชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลท่าหลวง ก่อนจะประสานทางญาติมารับศพกับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จากการสอบถามนายสุระชัย โดดตะนาดี อายุ 22 ปี คนขับรถกึ่งพ่วง เล่าว่า ตนเองขับรถบรรทุกรถบทถนนน้ำหนักกว่า13 ตัน มาจาก อบต.หนองผักแว่น จะกับบ้านที่ บ้านเขาสมโภชน์ เมื่อขับมาถึง 3 แยกจุดเกิดเหตุขณะจอดรอเลี้ยว ก็ได้มีรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วตนเองนึกว่าจะตรงไปแต่อยู่ๆก็หักเลี้ยวซ้ายทำให้รถเสียหลักแหกโค้งพุ่งมาชนด้านข้างวงล้อหลังอย่างแรงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าวหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพพร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้วก็ได้นำรถทั้งสองคันออกจากช่องทางจราจรเพื่อนำไปที่ สภ.ท่าหลวง และเชิญตัวคนขับไปสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

บีบหัวใจยิ่งนัก !! หัวอกคนเป็นพ่อนั่งริมโขงเฝ้ารอรับลูกสาวกับหลาน

บีบหัวใจยิ่งนัก !! หัวอกคนเป็นพ่อนั่งริมโขงเฝ้ารอรับลูกสาวกับหลาน แววตาแสดงถึงความบอบช้ำในใจสุดๆ เพื่อนที่ทำงานช็อกแจงไม่เคยบ่นเรื่องหนี้สินให้ได้ยิน

จากกรณี นางวีณา แฮนเกตุ อายุ 44 ปี ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ชำนาญการ กองการศึกษาเทศบาลตำบลโคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กธ 4437 สกลนคร เดินทางจากบ้านพัก ต.โคกภู ซึ่งอยู่บนเทือกเขาภูพาน โดยอุ้มน้องยินดีวัย 7 ขวบ ลูกสาวคนเดียวที่เกิดจากสามีที่รับราชการทหารอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยได้จอดรถไว้ริมถนนก่อนจะอุ้มลูกสาวไปนั่งที่ท่าเทียบเรือประตูโขง เขตเทศบาลตำบลธาตุพนมเหนือ และสอบถามคนละแวกนั้นว่าพื้นน้ำตรงไหนลึกตรงไหนตื้น จากนั้นก็อุ้มลูกโดดลงแม่น้ำโขงหายไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานของผู้สูญหายวางอยู่ในเรือโดยสารที่จอดอยู่บริเวณนั้น ภายในเก๋งไม่พบหลักฐานสำคัญใดๆ จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้ติดต่อไปยังครอบครัวผู้สูญหายที่อยู่ ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร ไม่นานนายบุญทม แฮนเกตุ อายุ 65 ปี พร้อมญาติพี่น้องก็รีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุ เปิดเผยเบื้องต้นว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แยกทางกับสามีนาน 3-4 ปี คาดปมการอัตวินิบาตกรรมน่าจะมาจากสาเหตุลูกสาวเครียดเรื่องปัญหาหนี้สิน ขณะที่ชุดประดาน้ำได้หยุดค้นหาเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย จึงถอนกำลังกลับเพื่อรอช่วงเช้าวันใหม่

ล่าสุด วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 นายบุญทมพร้อมญาติได้เดินทางมายังท่าเทียบเรือแต่เช้า พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้ ธูป เทียน จุดบอกกล่าวแก่ผีพรายตามความเชื่อของคนในลุ่มน้ำ ขอให้ร่างของลูกสาวและหลานสาวโผล่ขึ้นมา เพื่อจะนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด หลังจากนั้นนายบุญทมก็นั่งเฝ้าอยู่ที่โป๊ะท่าเทียบเรือด้วยสายตาเหม่อลอย แววตามีร่องรอยความบอบช้ำจากการอดหลับอดนอน และก็หวังว่าจะเห็นร่างลุกกับหลานในวันนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปปลอบโยนเพื่อให้คลายกังวลตลอดเวลา

ด้านการค้นหาร่างผู้สูญหาย ชุดจู่โจมใต้น้ำ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) ร่วมกับกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม สวมชุดประดาน้ำงมหาร่างทั้งสองตั้งแต่ช่วงเช้า โดยบนผิวน้ำก็ใช้เรือลาดตระเวนตรวจอยู่รอบๆ โดยเชื่อว่าคงไม่ไกลจากจุดที่จมหายไปมากนัก

ต่อมา มีคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลโคกภู หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนเพื่อนร่วมงานของนางวีณาประมาณ 20 คน ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ โดยแต่ละคนมีสีหน้าตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานรายหนึ่งเผยว่านางวีณาเป็นคนอารมณ์ดี ไม่เคยบ่นปัญหาหนักอกหนักใจอะไรให้เพื่อนๆฟัง จึงรู้สึกช็อกที่ทราบข่าวว่านางวีณาอุ้มน้องยินดีดิ่งแม่น้ำโขง ถ้าถามว่ามีปัญหาด้านหนี้สินเพื่อนๆ ยอมรับถ้าเป็นหนี้ในระบบธนาคารทุกคนก็เป็นหนี้กันหมด ส่วนหนี้นอกระบบในเทศบาลตำบลโคกภูไม่เคยมีพวกหมวกกันน็อคเข้ามาป้วน เปี้ยนนานแล้ว ขณะรายงานยังไม่พบร่างสองแม่ลูกคู่นี้ ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป


เทพข่าวร้อน รายงาน

นํ้าใจสู่คนไทย.. เราไม่ทิ้งลูกบ้าน

ตราด – นํ้าใจสู่คนไทยเราไม่ทิ้งลูกบ้าน ผู้ใหญ่บ้านพร้อมด้วย ชรบ.จิตอาสาประจําหมู่บ้านบางอิน ช่วยเหลือสร้างสะพานทางเดินและซ่อมภายในบ้านให้คนพิการขาเข้าบ้านเพื่อความปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การอำนวยการของ นายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์กุล นายอำเภอคลองใหญ่ มอบหมายให้ นาย วีระชัย ประทีปาระยะกุล ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านบางอิน ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. จิตอาสาพระทาน เข้าให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนและสะพานทางเดินเข้าบ้าน ให้กับนาย สร้อย จันทร อายุ75 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการยากไร้ อาศัยอยู่เพียงลำพังเพียงคนเดียว โดยได้รับการสนับสนุนค่าอาหารและเครื่องดื่ม จาก สจ.ไพวัลย์ ชลาลัย ส. อบจ.ตราด อ.คลองใหญ่ พร้อมกันนี้ นาย กิตติธัช ไชยอรรถ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบถุงยังชีพให้กับนายสร้อย จันทร ในครั้งนี้ด้วย จึงได้มอบให้ตัวแทนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านบางอินทําการมอบแทนในครั้งนี้ เพื่อบันเทาความเดือดร้อนของผู้พิการที่ไปไหนมาไหนไม่ได้ต้องนั่งรถเค็นเป็นประจําในการออกจากบ้าน


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เทศบาลเมืองยโสธรคุมเข้ม โควิด-19 ในตลาดสด

เทศบาลเมืองยโสธรคุมเข้ม โควิด-19 ในตลาดสด

นายณัฐพล​ นาคสุข​ นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร​ มอบหมายให้ นาย​กัมทร​ พรจิเวช​ รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร,​ นางอัญชลี​ ชุมนุม​ ผอ.กองสาธารณสุขฯ​, และเจ้าหน้าที่ ลงพื้น​ที่ประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำ​สร้างความตระหนัก​ความรู้ความเข้าใจ และขอความร่วมมือจาก​ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าตลาดสดเทศบาล 1 เมืองยโสธร ให้เคร่งครัดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข​ และ​Covid​ free Setting พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้พ่อค้าแม่ค้าและ​ประชาชนทุกคนที่มาใช้บริการที่ตลาด มีนายสถิรพัฒน์​ นาคสุ​ข​ส.อบจ.ยโสธร เขต 1 มาร่วม​รณรงค์ที่ตลาดด้วย โดยมาตรการที่ดำเนินการเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง​ คือ

  1. จัด​เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองอุณภูมิ​ประชาชนผู้มาใช้บริการที่ตลาดทุกวัน
  2. จัดอ่างล้างมือ​ สบู่​ เจลแอลกอฮอล์​ให้บริการบริเวณทางเข้าตลาด
  3. เตรียมหน้ากากอนามัยบริการกรณีที่​ประชาชนไม่ได้สวมหรือลืมพกติดตัวมา
  4. ล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตลาดสด​ สัปดาห์ละ 2ครั้ง หรือ 8ครั้งต่อเดือน
  5. มี​เจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจสอบกวดขัน​การปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข​
  6. กำหนดแผนปฏิบัติงานลงพื้นที่ตรวจให้คำแนะนำและเฝ้าระวังอีกครั้งในวันที่ 2 มี.ค.2565

รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก
ประยง​ อินอ่อน
////รายงาน