“พรรคไทยชนะ” ปรับทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.69

เบอร์ 17 พรรคไทยชนะ ปรับทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ฤกษ์ดีต้อนรับปีใหม่ จักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ กรรมการบริหารพรรคไทยชนะมีมติ แต่งตั้งผู้ใหญ่มากคอนเนคชั่นการเมือง นายทหารที่รักชาติยิ่งชีพ พลเอกอำนาจ สมประสงค์ รับตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยชนะ ประมุขสูงสุดในฐานะที่ปรึกษาพรรค เพื่อร่วมสร้างพรรคการเมืองที่ใสสะอาด เป็นพรรคการเมืองสีทอง สร้างความหวังให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศ ศิวิไลซ์เหมือนคำทำนาย เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พรรคไทยชนะ พรรคการเมืองของประชาชน ได้ส่งผู้สมัคร สส. ของพรรคไทยชนะ รวม 31 คน ตามฤกษ์วันเกิดพรรคไทยชนะ คือ 31 สิงหาคม 2564 ซี่งประสบแต่ความโชคดีมาโดยตลอดระยะเวลาเข้าสู่ปีที่ 5 และผ่านการเลือกตั้งมาแล้วในปี 2566 โดยส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในครั้งนั้น จำนวน 49 คน ได้รับคะแนนเสียงเกือบ 50,000 คะแนน ในครั้งนี้ พรรคไทยชนะมีความมั่นใจว่าด้วยอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของพรรคคือ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล จะทำให้พรรคไทยชนะได้รับการตอบรับจากเสียงของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดให้หันมาเลือกพรรคไทยชนะ และทำให้พรรคไทยชนะเข้าสู่การร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาหนี้สิน ยกเลิกเครดิตบูโร สร้างการเมืองใสสะอาด ปลดหนี้ มีที่ดิน เงินทองเหลือใช้ ช่วยเหลือกลุ่ม SMEs ให้เขาถึงแหล่งเงินทุน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้านการศึกษา ฟรี WiFi ชุมชนทุกชุมชน นโยบายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและโซล่าเซลล์ครัวเรือนคนละครึ่ง นโยบายขึ้นทางด่วนกรุงเทพฯฟรีเพื่อลดปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ทำให้ เพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครอีกมหาศาล “หากได้ยินคำว่า 17 (สิบเจ็ด)ให้เลือกเบอร์ 17” แล้วจะโชคดีครับ นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะกล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท. นำบริษัททัวร์ต่างชาติร่วมพิธีเปิดปราสาทจำลองสมัยพระเจ้าชัยวรมัน

           ในวันนี้( 8 มค. 69) ถือเป็นฤกษ์มงคลวันครูของปีศักราชใหม่พ.ศ.2569 ทางสำนัก สงฆ์พุปะหังวงค์วนาราม ซึ่งนำโดยพระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์ ได้ร่วมกับบรรดาลูกศิษย์จากหลายจังหวัด จัดพิธีเปิดปราสาทสัจธรรมอริยธัมโม จำลองสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งมีสถาปัตยกรรมศิลปะแบบขอมโบราณสวยงามแปลกตา  ถูกสร้างขึ้นตามนิมิตและจินตนาการ ใช้ฤกษ์วันครูใหญ่ 8 มกราคม ซึ่งเป็นเลขที่ทรงพลังอำนาจในการจัดพิธี โดยมีพระครูสุภัทรญาณนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอปากท่อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสัญญาพุฒิ  เกิดบัณฑิต  อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  มีนางจุไรรัตน์  ชัยทวีทรัพย์  ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี นายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช  ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด  พร้อมประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลื่อมใสศรัทธาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

      นอกจากนี้ในพิธีครั้งนี้ยังมีพระเกจิชื่อดังมาร่วมพิธีพุทธาภิเษก พิธีเทวาภิเษกเพื่อปลุกเสกวัตถุมงคงที่วางอยู่ในเรือ ซึ่งมีรูปหล่อจำลองของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี   ด้านหน้าพระพุทธรูปปางเปิดโลก อาทิ พระอาจารย์สถาพร  วัดสะพานสูง สืบสายหลวงปู่วาด วัดสะพานสูง    พระอาจารย์โฆษิตา โหระคุณ  เรียนสายวิชามาจากอ.สุนทร เผือกเที่ยง จ.ชัย นาท  พุทธคุณเด่นด้านคงกระพันชาตรี งานนี้ยังมีพิธีอาบน้ำมันว่าน พิธีครอบเศียร เจิมมือ ลงนะหน้าทอง จากพระเกจิชื่อดังด้วย ซึ่งหลังจากมีพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จแล้วยังมีบรรดาลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาได้มารำถวายในพิธีเปิดปราสาทสัจธรรมอริยธัมโม ซึ่งหลายคนเชื่อว่า จะเกิดความเป็นสิริมงคลกับตัวเองรับปี พ.ศ.ใหม่ จากการที่มาร่วมพิธี  ขณะที่มีบางคนที่มารำถวายมีอาการคล้ายกับไม่รู้ตัวออกอาการประหลาด  

  นายสัญญาพุฒิ  เกิดบัณฑิต  อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ กล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้บอกได้เลยว่าไม่รู้จัก แต่พอมาแล้วได้รู้  มาสัมผัสแล้วรู้สึกได้ว่าที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เยอะมาก  รู้สึกเลื่อมใสศรัทธา  อนาคตสามารถจะส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวได้ เอามาไว้ในโหมดสายมู สายศรัทธา สาเหตุที่สามารถส่งเสริมได้จากการมีสัมผัสความรู้สึกว่าที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมือนที่อื่น ยังมีความสวยงาม ความสะอาด บรรยากาศเย็นสบาย   ขณะนี้กำลังประสานงานกับพระอาจารย์ว่าจะมาที่ราชบุรีอีกครั้ง เพื่อเตรียมวางแผนงานที่จะประชาสัมพันธ์ขายความศรัทธา  ความเชื่อ และพ่วงไปกับวิถีชุมชนไปด้วย  

ซึ่งยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ชอบสายการสักยันต์ จะมีการประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศด้านความเชื่อ ความศรัทธา  อาจจะขายเป็นทริป 1 วัน 1 คืน  จะให้นักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายที่ราชบุรีเชื่อมโยงกับวัดและชุมชนท้องถิ่น เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน  มาราชบุรีก็จะได้ค่าที่พักโรงแรม  แหล่งท่องเที่ยว วัดได้เกี่ยวกับเรื่องความศรัทธาเกี่ยวกับการสักยันต์ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ  โดยเตรียมนำเสนอในตลาดเวียดนามและอีกหลายแห่งในอนาคต และจะเตรียมเปิดเส้นทางใหม่  ปกติจะพานักท่องเที่ยวไปพัทยา- กรุงเทพฯ   แต่เราจะพามาสายมูสายศรัทธา มากรุงเทพ- ราชบุรี จะพยายามดึงนักท่องเที่ยวมาราชบุรี เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น  ซึ่งกำลังมองว่าในชุมชนใกล้เคียงมีอะไรบ้างที่จะสามารถรับนักท่องเที่ยวได้


สายชล รายงาน

ประชุม กต.ตร. ชลบุรี ทั้งจังหวัดครั้งแรกปี 2569 ผนึกภาครัฐ–เอกชน เสริมศักยภาพงานตำรวจ

ประชุม กต.ตร. ชลบุรี ทั้งจังหวัดครั้งแรกปี 2569 ผนึกภาครัฐ–เอกชน เสริมศักย ภาพงานตำรวจ

วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่โรงแรมคริสตัล พาเลส อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดชลบุรี (กต.ตร.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ประธานกต.ตร.จังหวัดชลบุรี , นางสาวบุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี, นายสุรินทร์ บุญท้วมกต.ตร.จังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ หน่วยทหาร และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยคณะกรรม การตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2567 เพื่อให้การกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการบริหารงานตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ในที่ประชุม นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันมีความซับซ้อนและหนักหน่วง ขณะที่ค่าตอบแทนยังอยู่ในระดับจำกัด การสนับสนุนจากภาคเอกชนและองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยเฉพาะด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยี และความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันการสนับสนุนแก่สถานีตำรวจทั้ง 23 แห่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม ขณะเดียวกัน ผู้แทน กต. ตร. ในพื้นที่ ได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม อาทิ การส่งเสริมโครง การชุมชนปลอดภัยและชุมชนสีขาวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 รวมถึงการพิจารณาแนวทางการบริหารงานตำรวจประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และกรอบการทำงานในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบการรักษาความปลอดภัยในจังหวัด

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการประชุม นายนริศ นิรามัยวงศ์ ได้กล่าวมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) มีเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาทต่อปี จึงเป็นพื้นที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่ออาชญากรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้ทั้งทักษะ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ในการดูแลความสงบเรียบร้อย หากพื้นที่ขาดความปลอดภัย จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และภาพรวมของเศรษฐกิจจังหวัด ซึ่งอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลงตามลำดับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดชลบุรีมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ผู้สมัคร ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียง

จังหวัดลพบุรี – ผู้สมัคร ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียง

“หัวใจคือพี่น้องประชาชน” คะแนนดีวันดีคืน …….นายสิทธิชัย (หน่อง) หล่อประสงค์สุข “พรรคเพื่อไทย” ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 (เบอร์5) ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าวุ้ง โดยเน้นนโยบายจับต้องได้อย่างที่ทำมาแล้วประชาชนชาวลพบุรีเห็นเด่นชัด ด้วยความรักและความผูกพัน “หัวใจคือพี่น้องประชาชน” ซึ่งได้รับการตอบรับ ต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างดียิ่ง ได้เห็นรอยยิ้ม ได้รับฟังคำแนะนำที่มีค่าจากพี่น้องประชาชน ยิ่งตอกย้ำว่า “ลพบุรีเขต 2 ต้องดีกว่านี้” สิทธิชัย (หน่อง) หล่อประสงค์สุข ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย พร้อมอาสาเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพื้นที่ลพบุรีเขต 2 อย่างเต็มกำลัง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

โคราช เจ้าภาพหลัก แถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13

โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้านในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ. จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมาก

การได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียด นาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประ จักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก

ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

  • สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์ส
  • ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบ
  • ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอล
  • โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก
  • มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุก
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
  • ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนาม

นอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกอบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City

“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ศบภ.มทบ.37 ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 (ศบภ.มทบ.37) ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุท โธปกรณ์ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วย พันเอก บุรฉัตร ภูนาเมือง หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน นำกำลังพลศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37, ชุดปฏิบัติการรณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 37 และยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัดเชียง ราย ประจำปี 2569 โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณสนามหน้า ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการสนับสนุนภารกิจของจัง หวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ศบภมทบ37 #มทบ37 #ป้องกันไฟป่า #หมอกควัน #PM25 #เชียงราย #บูรณาการทุกภาคส่วน #ทหารเพื่อประชาชน


นที มีเดช รายงาน

“จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ร่วมพลังเปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนแนวสันเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับอ้อ ไพรัช นักร้องดัง Influencer คนกรุงเทพ เหลา ร่วมพลังกับจิตอาสาทหาร ประชาชน พระสงฆ์ เปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนแนวสันเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบันถึงแม้นจะมีการยุติลงแล้ว ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่และปัจจุบันเหตุการณ์การสู้รบยุติลงทำให้ชาวบ้านพากันกลับไปบ้านตัวเองทั้งหมดแล้วแต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ซึ่งในปัจจุบันนี้ จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับอ้อ ไพรัช นักร้องดัง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนกรุงเทพ เหลา ได้ร่วมพลังกับจิตอาสาต่างๆ ช่วยกันเปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 เนินยุทธศาสตร์สำคัญ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ปราสาทตาควาย ที่เคยเกิดเหตุปะทะกันรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยทางด้านจ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้สนับสนุนรถเครื่อง จักรกลขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการเปิดทางขึ้นเนิน 350 รวมถึงอุปกรณ์ในการสร้างถนนฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนอ้อ ไพรัช นักร้องดัง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนกรุงเทพ เหลา ได้ร่วมทุนสนับสนุนค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ในการสนับสนุนภารกิจในครั้งนี้ โดยเป็นพื้นที่ที่ทหารฝ่ายไทยต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้ายึดคืนได้สำเร็จในปัจจุบัน ที่ทหารไทยได้เอาเลือดเอาเนื้อเข้าแลกไว้ ทวงคืนแผ่นดินของประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งช่วงนี้พี่น้องทหาร ประชาชนจิตอาสา พระสงฆ์ได้ร่วมด้วยช่วยกันทำถนน ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้มี โอกาสมาเยือนที่นี่สักครั้งบนเนิน 350

“จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชาชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก รวมถึงทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและโอกาสรวมถึงการสร้างถนนขึ้นเนิน 350 ในครั้งนี้ โดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงทหารชายแดน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งถึงแม้ในสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน จะยุติลงแล้ว แต่หัวใจของ”จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือกำลังพลทหารชายแดนไทย -กัมพูชา จึงเปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งสนับสนุนน้ำมันในการสร้างถนนขึ้นเนิน 350 สิ่งของต่างๆ เช่นของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

วรวงศ์​ วรปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.คนเดียว ที่มีเวทีปราศรัยแนะนำนโยบายพรรค

จังหวัดลพบุรี ​- วรวงศ์​ วรปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.คนเดียว ที่มีเวทีปราศรัยแนะนำนโย บายพรรค

จากการติดตามสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้งของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้งมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก สำหรับที่พบมากและคล้าย ๆ กันก็จะเป็นการหาเสียงในแบบเดิมคือการเดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน รวมทั้งการขี้นป้ายแนะนำตัวเอง หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร แนะนำพรรคที่สังกัด รถแห่ที่วิ่งออกประชาสัมพันธ์ตามชุมชน

สำหรับในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่แปลกใหม่และนิยมกันมากก็คือการลงแนะนำตัวเอง การลงพื้นที่ ทางสื่อโซเชียลสมัยใหม่ในทุกช่องทาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาเสียงกับเยาวชนคนรุ่นใหม่และยังพบว่ามีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมัคร ส.ส. เพียงคนเดียว ซึ่งใช้วิธีการหาเสียงแบบขึ้นเวทีปราศรัยพบกับประชาชนด้วยการแนะนำตัวเองและแนะนำนโยบายของพรรคที่สังกัดที่มีประชาชนมานั่งฟังนับพันคน

สำหรับผู้ที่จัดกิจกรรมพบกับประชาชนด้วยการขึ้นเวทีปราศรัยคือผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัตรหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ในสมัยที่ผ่านมาเป็นสมัยแรกและยังเป็นทายาทของอดีต ส.ส.หลายคนในตระกูล วรปัญญา โดยเฉพาะผู้ที่บุกเบิกให้กับวงศ์ตระกูลคือ นายนิยม วรปัญญา ส.ส.หลายสมัยที่ได้รับฉายาว่าเป็นจอมกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎรที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีเครือญาติที่ได้รับความไว้ว่างใจไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามาแล้วอีกหลายคน

ซึ่ง นายวรวงศ์ ได้ใช้การหาเสียงบนเวทีปราศรัยตอบปัญหากับประชาชนนับพันคนที่มานั่งฟังการแนะนำตัวเอง รวมทั้งการนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาบอกต่อกับประชาชนและอธิบายในแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน พร้อมกับตอบข้อสงสัยให้กับประชาชนได้เข้าใจและรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยรับปากว่าถ้าพรรคที่ตนเองสังกัดสามารถผ่านเข้าไปผู้ผู้นำในการบริหารประเทศก็จะนำปัญหา นำความเดือดร้อนไปหาทางช่วยเหลือตามขั้นตอนทางสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีในการขึ้นเวทีปราศรัยทุกครั้ง ทั้งนี้นับว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรงทางการเมืองคนหนึ่งในวัย 30 ปีเท่านั้นจากในสมัยที่ผ่านมาก็เข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นคณะกรรมาธิการ

สำหรับนโยบายของพรรคที่สร้างความประทับใจประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นนโยบายที่ใกล้ตัว ทั้งในเรื่องของนโยบายการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเรื่องค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตสินค้าที่ทำให้มีราคาสูงขึ้นและส่งผลกระทบกับประชาชน รวมทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วม ราคาสินค้าทางการเกษตรที่ทำให้ผลผลิตมีราคาตกต่ำ ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น ค่ารักษาพยาบาล 30 บาทที่จะสามารถใช้ได้กับสถานพยาบาลทุกแห่งและใช้ได้กับคลินิคอีกด้วย


กฤษณ์​ สนใจ​ ลพบุรี.0890899090

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

วันนี้ 7 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี เสด็จพระ ราชดำเนิน ไปทรงเปิด สวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี

ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรการปั่นจักรยานบีเอ็มเอ็ก (BMX )โดยนักกีฬาทีมชาติไทย กับทอดพระเนตรจักรยานขาไถ และทอดพระเนตรจักรยานปั๊มแท็ก(Pump Track) ณ สนามจักรยานภายในบริเวณสวนสุขภาพสราญจิตฯ รวมทั้งทอดพระเนตร นิทรรศการ และห้องควบคุมการผลิตไฟฟ้าฯ ด้วย


สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประจำปี 2569 ชมฟรีตลอดงาน

ที่บริเวณลานโพธิ์ข้างพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ครั้งที่ 67 ประจำปี 2569 โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนัก งานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี และผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณ บุรี ร่วมแถลงข่าว มีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, นายอำเภอ, ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน, อปท., อบต., สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

ก่อนการแถลงข่าว มีการแสดงจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงองค์ประกันหงษา ตอนประลองดาบ และการแสดงองค์ประกันหงษา ตอนประลองทวน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกับ มูล นิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่วนราชการ และภาคเอกชน กำหนดจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระ องค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความเป็นอิสระมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ปี 2502 เป็นต้นมา และเริ่มจัดให้มีการแสดงยุทธหัตถี ในปี 2523 รวมระยะเวลาจนถึงครั้งนี้ เป็นเวลา 67 ปี ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 15 วัน 15 คืน ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด วันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 17.30 น.

ทั้งนี้ กิจกรรมที่สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดง แสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยช้างจริง ม้าจริง ในสถานที่จริงเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสชมพระบรมเดชานุภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยทำการแสดงรวม 11 วัน ๆ ละ 1 รอบ เริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 19.30 – 21.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การเดินแบบผ้าไทย และผ้า 11 ชาติพันธุ์ โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี การประกวดธิดาดอนเจดีย์ ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต การออกร้านธารากาชาด การแสดงเบญจภาคี ดนตรีสุพรรณ 5 สายธาร การประกวดรำวงมาตรฐาน การแสดงเพลงอีแซว การแสดงชาติพันธุ์ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP “ของดีบ้านฉัน สุพรรณบุรี จากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้ง การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี และการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มากมาย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี