ปภ.พะเยา จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดพะเยา ปี พ.ศ. 2568 – 2569 ณ ห้องประชุมจองทอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพะเยา

ปภ.พะเยา จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดพะเยา ปี พ.ศ. 2568 – 2569 ณ ห้องประชุมจองทอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพะเยา

วันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา มอบหมายให้ นายยศกร สุขสอาด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดพะเยา ประจำปี พ.ศ.2568 – 2569 เพื่อแจ้งข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึงชี้แจงเป้าหมายการดำเนินงานรายอำเภอ ตลอดจนติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่จังหวัดพะเยา พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางและมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ควบ คุม และป้องกันการเกิดไฟป่า ควบคู่กับการลดผลกระทบด้านสุขภาพจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลต่อประชาชน

ทั้งนี้ จังหวัดพะเยาได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศ ได้แก่ จุดความร้อน (Hotspot) ต้องลดลงร้อยละ 20 จากจำนวน 2,771 จุด พื้นที่จุดเผาไหม้ (Burn Scar) ต้องลดลงร้อยละ 15 จากพื้นที่ 281,286 ไร่ จำนวนวันที่ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ต้องลดลงร้อยละ 10 และไม่เกิน 77 วัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จังหวัดพะเยาจัดกิจกรรม Kick Off การป้องกันและแก้ ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในวันที่ 28 มกราคม 2569 เพื่อประกาศเจตนารมณ์และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ จังหวัดพะเยามุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง การสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

เลขานุการศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 ประชุม ความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ประชุม ประสานงานและตรวจพื้นที่ซักซ้อมการปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติจิตอาสาเฉพาะกิจดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงพยา บาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 พลตรี ณรงค์ฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เป็นประธานการประชุม ประสานงานและตรวจพื้นที่ซักซ้อมการปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติจิตอาสาเฉพาะกิจดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมารับ – ส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันพฤหัสบดี ที่ 15 เดือน มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหา วิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ที่ ห้องประชุมวันชัย ศิริชนะชั้น 5 ตึกสำนักทันตแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ทบ. ส่งกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย พล.พัฒนา 2 เร่งบูรณาการช่วยเหลือเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับตู้รถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ทบ. ส่งกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย พล.พัฒนา 2 เร่งบูรณาการช่วยเหลือเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับตู้รถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสารของรถด่วนขบวนที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) ที่กำลังวิ่งผ่านในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในช่วงเช้าวันนี้ (14 ม.ค. 69) ส่งผลให้ตู้รถไฟตกราง เกิดเพลิงไหม้บริเวณหัวขบวนอย่างรวดเร็ว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งมีผู้โดยสารติดค้างภายในขบวนรถ

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับทราบสถานการณ์ และมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กองพลพัฒนาที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่ จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว พร้อมสิ่งอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับส่วนราชการและมูลนิธิอาสาภาคประชาชน เร่งให้การช่วยเหลือเหตุอุบัติภัยหมู่ เคลื่อนย้ายประชาชนผู้บาดเจ็บนำส่งเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลในพื้นที่ในทันที พร้อมอพยพประชาชนที่ติดค้างในขบวนรถออกมาพักคอยในจุดปลอดภัยที่ทางจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งขณะนี้สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและที่ติดค้างออกจากขบวนรถไฟได้แล้วทุกราย

นอกจากนี้ กองพลพัฒนาที่ 2 ยังได้จัดกำลังพลประสานร่วมในการวางแผนเตรียมเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ เคลื่อนย้ายเศษวัสดุและเหล็กที่ร่วงหล่นกระทบเส้นการจราจรทางราง รวมทั้งร่วมประเมินสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่

ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร รายชื่อของผู้ได้รับอุบัติเหตุและผู้โดยสารในขบวนรถ หรือความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สามารถติดต่อผ่านทาง “ศูนย์ติดตามข้อมูลสถานการณ์ด้านการแพทย์” โทร. 065-506-6499 และ “ศูนย์ประสานข้อมูลเหตุการณ์เครนตกใส่รถไฟ บ.ถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา” รพ.สีคิ้ว โทร. 090-976-8154 และ รพ.สูงเนิน โทร. 044-419-712 ต่อ 116 หรือ 044-286-422 ต่อ 116 ได้ตลอดเวลา



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองทัพบก ฟ้องดำเนินคดีอาญา และเตรียมปลดจากราชการ กรณีนายทหารประทวนและทหารกองประจำการ ร่วมกันทำร้ายร่างกายทหารกองประจำการจนเสียชีวิต

กองทัพบกฟ้องดำเนินคดีอาญา และเตรียมปลดจากราชการ กรณีนายทหารประ ทวนและทหารกองประจำการ ร่วมกันทำร้ายร่างกายทหารกองประจำการจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 กองทัพบกได้รับรายงานเหตุการณ์กรณีทหารกองประจำการ สังกัดกอง พันพัฒนาที่ 2 เสียชีวิต ซึ่งมีสาเหตุมาจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยนายทหารประทวนและทหารกองประจำการในหน่วยสังกัดเดียวกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายทหารกองประจำการทั้ง 3 นาย ในระหว่างคืนวันที่ 9 – 10 ม.ค. 69 โดยอ้างว่าเกิดความไม่พอใจที่ทหารกองประ จำการดังกล่าวกระทำผิดระเบียบในหน่วย การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ พลทหาร กฤตานน พลจันทึก ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ณ โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 ส่วนทหารกองประจำการอีก 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้จากผลการสอบสวนยังพบว่านายทหารประทวนที่กระทำความผิดได้ดื่มสุราก่อนที่จะเกิดเหตุอีกด้วย

กองทัพบกขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดวินัยทหารอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา ทั้งยังเป็นการละเมิดนโยบายของกองทัพอย่างไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อกองทัพบกเป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 2 และกองพลพัฒนาที่ 2 ได้สั่งการให้นายทหารพระธรรมนูญรวบรวมพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎ หมายบ้านเมืองให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร และเตรียมปลดออกจากราชการ

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ พลทหาร กฤตานน พลจันทึก สำหรับการสูญเสียที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในฐานะผู้เสียหายร่วม กองทัพบกขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมาตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะไม่มีการปกป้องหรือให้การช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้สูญเสียอย่างถึงที่สุด



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพยก

เตรียมพร้อม มาตรการหลักในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน หากพบประทำความผิดจับจริง

เตรียมพร้อม มาตรการหลักในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน หากพบประทำความผิดจับจริง


เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกประชุมด่วนหน่วยงานราชการ ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ ฮ่องสอน เพื่อหาแนวทางและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยที่ประชุมได้มีแผนปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองระดับจังหวัด คณะทำงาน ร่วมกันพิจารณาวางมาตรการหลักในการดำเนินการ ประ ชาสัมพันธ์รณรงค์เชิงรุกแบบเคาะประตูบ้านผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง จัดการเชื้อเพิงในพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ป่าสงวน ชิงเก็บ ลดเผา ลาดระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ สนธิกำลังชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้าน ตำบล ร่วมกับทหาร ตำรวจ ตชด เพื่อเฝ้าระหว่างระวังระงับเหตุให้ทันท่วงที่ ลาดตระเวนและเฝ้าระหว่างอย่างต่อเนื่อง จัดแผนเผชิญเหตุในสถาน การณ์วิกฤติรุนแรงซักซ้อมการเข้าระงับเหตุรวมถึงการเยียวยาผู้ประสบภัย หากค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานจนเป็นอันตราย ต้องปฏิบัติตามแผนจนกว่าค่าฝุ่นจะลดลงสู่ระดับปกติ สำรวจติดตั้งเครื่องวัด PM 2.5 ให้ครบทุกตำบล และห้ามจุดไฟเผ่าทุกกรณีในพื้นที่ป่า ที่ทำกิน ริมทาง ชุมชน ยกเว้นการจัดการเชื้อเพลิงตามแผน นอกจากนี้หากพบการกระทำผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด รวมถึงคุมเข้มมลพาจากการก่อสร้างโรงงานและไอเสียรถยนต์

ศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. ประจำวันที่ 14 มกราคม 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) PM2.5 มีค่าระหว่าง 8.7 – 43.3 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ดีมาก ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ ต.จองคำ อ.เมือง ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 8.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาค์กเมตร พื้นที่ ต.แม่สะเรียง อยู่ที่ 19.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ส่วนพื้นที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย อยู่ที่ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาค์กเมตร

ข้อแนะนำ…ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ประชาชนทั่วไปควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรืออกกำลังกายกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

หนุ่มร้านท่อไอเสีย แก้บน “หลวงพ่อสนิท” หลังธุรกิจแสำเร็จตามที่ขอ แถมได้โชคเฉียดล้าน

นครนายก – หนุ่มร้านท่อ ออเดอร์เข้ารัวๆ หอบหัวหมู 9 หัว แก้บน “หลวงพ่อสนิท” หลังธุรกิจสำเร็จตามที่ขอไว้ และยังได้โชคหลายงวดเฉียดล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก มีหนุ่มร้านท่อไอเสียนำหัวหมู 9 หัว มาแก้บน“หลวงพ่อสนิท ยสินธโร”อดีตเจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย และอดีตพระเกจิดัง ซึ่งก่อนหน้าได้มาบนบานขอให้ธุรกิจร้านท่อไอเสียประสบความสำเร็จออเดอร์เข้ารัวๆ และขอให้ได้โชคก้อนใหญ่ และก็สำเร็จดั่งที่ขอไว้จึงได้มาแก้บนดังกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามนายทศพร ราศรี อายุ 30 ปี เจ้าของร้านท่อไอเสีย ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองชะอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เดินทางมากับแม่และภรรยา ได้เล่าให้ฟังว่าได้มากราบไหว้หลวงพ่อสนิท และได้บนบานไว้ขอให้ธุรกิจร้านท่อไอเสียปังๆ มีออเดอร์เยอะๆ และให้ได้โชคก้อนโต จากนั้นร้านท่อก็ดีขึ้นมีลูกค้าเข้ามาเยอะและก็ได้โชคถูกรางวัลใหญ่เฉียดล้านบาท ตอนนี้สำเร็จตามที่ขอไว้ก็เลยนำหัวหมู 9 หัวมาแก้บน ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดจากขับรถมาก่อนถึงวัดลำบัวลอย แล้วเจอเงินแบงค์ร้อยข้างทาง จึงได้จอดรถเก็บแบงค์ร้อยมา ก็เลยเอาแบงค์ร้อยใบนั้นมาทำบุญที่วัดลำบัวลอย และได้นำเลขท้ายแบงค์ร้อยไปเสี่ยงโชคและก็ได้โชคถูกหวยจริงๆ จากนั้นก็เลยมาทำบุญที่วัดลำบัวลอยตลอด มากราบไหว้ขอโชคลาภหลวงพ่อสนิท และก็ได้โชคถูกหวยมาตลอด และครั้งนี้ยังได้จุดธูปขอเลขไปเสี่ยงโชค ได้เลข 779 ซึ่งเจ้าตัวถึงกับขนลุกเพราะเลขที่ได้บังเอิญไปตรงกับทะเบียนรถยนต์ที่ขับมา คือเลข บม 7796 ปราจีนบุรี ซึ่งจะนำเลขที่ได้ไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ และจะกลับมาทำบุญมากราบไหว้หลวงพ่อสนิทอีกแน่นอน ก่อนกลับยังมอบหัวหมูให้กับเจ้าหน้าที่วัดอีกด้วย


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ตร.สนธิกำลัง บุกทลายบ่อนกลางบ่อปลา รวบนักพนัน 38 ราย ยึดของกลางเงินสด-อุปกรณ์อื้อ

ตำรวจนครนายกสนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง วางแผนส่งสายลับแฝงตัวเป็นนักพนัน ก่อนบุกทลายบ่อนไพ่ป๊อกเด๊งกลางทุ่ง อ.องครักษ์ รวบผู้ต้องหาได้เกือบ 40 ราย พร้อมเงินสดกว่า 6 หมื่นบาท พบเจ้ามืออายุเพียง 23 ปี และหญิงวัย 28 รับเป็นเจ้าของบ้านจัดให้เล่น

​เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิตโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และ สภ.องครักษ์ เข้าทำการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันบริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการรวมกลุ่มเล่นพนันสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่​เผยแผนแฝงตัวจับกุมปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้ยุทธวิธีส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นนักพนันแฝงตัวเข้าไปภายในบริเวณบ่อปลาซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ จนกระทั่งยืนยันได้ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง จึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมที่ซุ่มอยู่โดยรอบแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้นักพนันกลุ่มใหญ่แตกตื่นพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมดรวม 38 ราย รวบเจ้ามือ-เจ้าบ้าน พร้อมของกลางอื้อ

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลสำคัญประกอบด้วย นาย ศุภณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี รับสารภาพว่าเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และ น.ส.ปราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครนายก รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของบ้านสถานที่เกิดเหตุและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน​ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางรวม 24 รายการ ได้แก่ เงินสดจำนวน 61,000 บาท ไพ่พลาสติก 3 สำรับ ผ้าปูรองเล่น ชิปแทนเงินสด การ์ดตัวเลข นาฬิกาจับเวลา รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ โต๊ะยาว และเก้าอี้อีกจำนวน 24 ตัว ดำเนินคดี 38 ราย สารภาพเกลี้ยง

สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาที่เหลืออีก 36 ราย พบว่ามีภูมิลำเนาจากหลายจังหวัด อาทิ สระบุรี, ปทุมธานี, สุราษฎร์ธานี, นครนายก รวมถึงบุคคลสัญชาติลาวอีก 3 ราย โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป๊อกแปด ป๊อกเก้า) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเคร่งครัด


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“ธนะโรจน์ เบอร์ 6 เพื่อไทย” ลุยตลาดหล่มสัก–ท่าพล ฟังเสียงแรงงาน-พ่อค้าแม่ค้า ชู 30 บาทพลัส แก้ปากท้องตรงจุด

ธนะโรจน์ เบอร์ 6 เพื่อไทย” ลุยตลาดหล่มสัก–ท่าพล ฟังเสียงแรงงาน-พ่อค้าแม่ค้า ชู 30 บาทพลัส แก้ปากท้องตรงจุด

เดือดตั้งแต่เช้า! “ธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์” หรือ “พงษ์เพชร” ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 6 เดินเครื่องหาเสียงไม่พัก ล่าสุดตระเวนพบปะประชาชนในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ทั้งตามชุมชน ตลาดสด และตลาดท่าพล รับฟังปัญหาแบบตรงไปตรงมา พร้อมเปิดวงแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานโรงงานและแรงงานตลาดผัก ที่สะท้อนปัญหา “ค่าครองชีพสวนทางค่าแรง” รวมถึงสวัสดิการที่ยังไม่เพียงพอ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดท่าพล ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้นทุนพุ่ง รายได้ฝืด ขอให้รัฐช่วยพยุงต้นทุนและเพิ่มโอกาสทำมาหากิน

อีกด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากแสดงความชื่นชอบนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” และสนับสนุนการต่อยอดเป็น “30 บาทพลัส รักษาทุกที่” ที่ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้สูงอายุและแรงงานนอกระบบ

นายธนะโรจน์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยึดหลัก “นโยบายที่ทำได้จริง ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” พร้อมเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศสู่ชีวิตจริงของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับ 30 บาทพลัส ด้วยเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นทั้งดอก ประกันกำไรพืชผล 30% แจกคูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3.70 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ยังรวมถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ซื้อหวยแต่เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมยามชรา มาตรการล้างหนี้นอกระบบ แก้หนี้วัยเกษียณ นโยบาย “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” รวมถึงการสร้างงานผ่านโครงการ “เรียนได้งบ จบได้งาน” 4 ปี 4 ล้านคน ควบคู่กับการเดินหน้าปราบยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง “ผมอยากเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้คนหล่มสักและพี่น้องเขต 2 ผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง ดูแลตั้งแต่แรงงาน พ่อค้าแม่ค้า จนถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม” นายธนะโรจน์ กล่าว

พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 และเลือก ส.ส.เขต 2 เพชรบูรณ์ “ธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์ หรือ พงษ์เพชร” หมายเลข 6


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

สายบุญขอพร “หลวงพ่อปากแดง” ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – สายบุญขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งวัดหลวงพ่อปากแดง ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดนครนายก ที่ใครมาแล้วไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามากราบไหว้ ขอพร ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน ขอกิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และขอโชคขอลาภ

“หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครนายกและประชาชนทั่วไป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสำริด หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มและมีสีแดงเห็นได้ชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” และหากใครอยากประสบความสำเร็จสมปรารถนามีโชคลาภ ให้มาอธิฐานแล้วปิดแผ่นทองที่ฐานขององค์หลวงพ่อปากแดง แล้วจะสำเร็จสมความปรารถนา จุดนี้คือจุดไฮไลท์ที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ และการเข้าไปกราบไหว้จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาเพื่อนำไปเป็นเครื่องไหว้สักการะ

ภายในพระอุโบสถยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง พระพุทธรูปต่างๆ เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเลขน้ำตาเทียนให้กับผู้ที่ชอบในการเสี่ยงโชคนำไปเสี่ยงโชค ซึ่งเห็นเป็นเลข 7 9 และยังมีเลขน้ำตาเทียนส่วนหนึ่งที่นำขึ้นมาวางไว้ในพาน อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะมองเป็นเลขอะไร ดวงใครดวงมัน ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล เสริมบารมี และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ มาวัดหลวงพ่อปากแดงแล้ว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ คิดทำสิ่งใดก็จะประสบแต่ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

แพทย์ทหารห่วงใย “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูหนาว” ย้ำพี่น้องประชาชนรู้ความต่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้หวัด” เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

แพทย์ทหารห่วงใย “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูหนาว” ย้ำพี่น้องประชาชนรู้ความต่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้หวัด” เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด พบว่า มีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งนี้ ยังไม่พบสถานการณ์การระบาดเป็นวงกว้าง หรือสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สำหรับในปีที่ผ่านมา วันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 1,183,823 ราย เสียชีวิต 125 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี (6,150.20 คน) รองลงมาเป็น อายุ 0 – 4 ปี (5,122.00 คน) และอายุ 10 – 14 ปี (4,203.20 คน) ตามลำดับ

“โรคไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิด โดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือจากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

ขณะที่ “ไข้หวัด” มักมีอาการไม่รุนแรง ไข้ไม่สูง มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน มีอาการรุนแรง และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ เช่น ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้มีโรคประจำตัว ผู้เป็นโรคอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต และควรดูแลสุขภาพ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเข้าไปในที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก ล้างมือด้วยน้ำสะอาด และสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หรือหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่บ้าน 3 – 7 วัน หรือจนกว่า จะหายเป็นปกติ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งนี้หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส