ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” จุดพักยาเสพติด (ยาบ้า) ประมาณ 9,582,000 เม็ด

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” จุดพักยาเสพติด (ยาบ้า) ประมาณ 9,582,000 เม็ด

โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต. สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก. ภ.จ.สระบุรี, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก. สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 /ภ.จ.สระบุรี นำโดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.สระบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาล รอง ผบก.ภ.จ.สระบุรี, พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพรม ผกก.สส.ภ.จ.สระบุรี/หัวหน้า ชปส. ศอ. ปส.ภ.1 ชุดที่ 2 /ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นำโดยพล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จ.พระนคร ศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.อุทัย /ขกท.โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท. /ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.ศรายุทธ พัฒนชัย ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. /สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 โดย นายอำนาจ เหล่ากอที รองเลขาธิการ ปปส., นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัด

ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” จับกุม
ผู้ต้องหา 3 ราย คือนายนรินทร์ฯ หรือแบงค์ อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์, นายณัฐพงษ์ฯ หรือนุ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และ นายนิพลหรือพล อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลาง คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 9,582,000 เม็ด,โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติดจำนวน 3 เครื่อง ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน

พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดยพ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จ.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายวุฒิชัยหรือท็อปและนายธนพัฒน์หรืออั้ม พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนประมาณ 5,500,000 เม็ด และจากการขยายผลการจับกุมคดีดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายโกดังยาเสพติด “แบงค์เพชรบูรณ์” ที่ยังทำหน้าที่พักยาเสพติด และนำยาเสพติดส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวและสามารถจับกุม นายนรินทร์ฯ หรือแบงค์,นายณัฐพงษ์ฯ หรือนุ และนายนิพลฯ หรือพล ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 49 กระสอบ (ประมาณ 9,582,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยุ่ภายในบ้านเลขที่ 34/4 หมู่ 3 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ 34/4 หมู่ 3 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น.

ในการจับกุมในครั้งนี้เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 300,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้าผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบสนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สินมาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนหากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป


พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำหน่วย “พระพุทธกรุณาประชานาถ” พระพุทธรูปประจำหน่วยอรินทราช ๒๖

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. ประธานฝ่ายฆราวาส พิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำหน่วย “พระพุทธกรุณาประชานาถ” พระพุทธรูปประจำหน่วยอรินทราช ๒๖

วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.19 น. ณ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับ การสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการจัดพิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำหน่วย “พระพุทธกรุณาประชานาถ” พระพุทธรูปประจำหน่วยอรินทราช ๒๖ อย่างเป็นทางการ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

ในการนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เป็นประธานในพิธีฝ่าย ฆราวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต. พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ทินกร สมวันดี ผบก.อก.บช.น., พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 /ในส่วนของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สุนัขตำรวจ, พ.ต.อ.วิสิฐศักดิ์ วิพัฒนมงคล ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด /กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย นำโดย พ.ต.อ.อาทิตย์ วงษ์จันนา ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดและครอบครัว เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีดังกล่าวนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีสมโภชและอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐาน ซึ่งอาจารย์ฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัว หน้างานโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงตามราชประเพณีอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

บรรยากาศในช่วงเช้า เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ข้าราชการตำรวจและผู้เข้าร่วมพิธีพร้อมกัน ณ มณฑลพิธีหอพระ ก่อนประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยประธานในพิธีจุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวง และพราหมณ์ประกอบพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอขมาสถานที่ จากนั้นได้มีการเตรียมความพร้อมภายในอาคารหอพระ จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและอาสนะสงฆ์อย่างเรียบร้อย

ต่อมาในเวลา 08.45 น. เข้าสู่พิธีสงฆ์ โดยประธานพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และอาราธนาศีล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์บทมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน ท่ามกลางข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

กระทั่งเวลา 09.19 น. ซึ่งเป็นฤกษ์มงคล (ราชาฤกษ์) ประธานในพิธีพร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธรูป “พระพุทธกรุณาประชานาถ” ขึ้นประดิษฐานบนแท่นบูชาหลัก โดยมีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา (บทชยันโต) เสริมความเป็นสิริมงคล จากนั้นเวลา 09.30 น. ได้ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่พระสงฆ์ และในเวลา 09.45 น. พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำ รับพร และรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนเสร็จสิ้นพิธีในเวลา 10.00 น. พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน

กก.ต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดสร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูปประจำหน่วย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเสริมสร้างสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประ ธานในพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูป ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และได้ทรงประทานนาม “พระพุทธกรุณาประชานาถ” มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระกรุณาและทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน และประทานพระอนุญาตให้เชิญตราอักษรพระนาม “ออป.” ประดิษฐานบนฐานองค์พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพล ตลอดจนยึดเหนี่ยวจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน และสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับหน่วยอรินทราช ๒๖ อย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สภ.เมืองนนทบุรี ขอชี้แจงตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนสื่อออนไลน์ สำนักข่าว โหนกระแสออนไลน์ พาดหัวข่าว “ชายถอยรถติดหลุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาทับเด็กก่อนโดนรุมทำร้าย ซ้ำถูกตามต่อยถึงเตียง รพ.”

สภ.เมืองนนทบุรี ขอชี้แจงตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนสื่อออนไลน์ สำนักข่าว โหนกระแสออนไลน์ พาดหัวข่าว “ชายถอยรถติดหลุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาทับเด็กก่อนโดนรุมทำร้าย ซ้ำถูกตามต่อยถึงเตียง รพ.”

ตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนสื่อออนไลน์ สำนักข่าว โหนกระแสออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 พาดหัวข่าว “ชายถอยรถติดหลุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาทับเด็กก่อนโดนรุมทำร้าย ซ้ำถูกตามต่อยถึงเตียง รพ.” เหตุเกิด บริเวณปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรีสภ.เมืองนนทบุรี ขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 00.10 น. ขณะที่พนักงานสอบ สวนเวร คดีอาญาปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้มีญาติของ นายอมรฯ อายุ 45 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บมาแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีในเหตุที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย เมื่อสอบสวนปาก คำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ความ ดังนี้

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 21.36 น. นายอมรฯ อายุ 45 ปี ได้ขับขี่รถกระบะ โดยมี นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี ภรรยาเป็นผู้โดยสารมาด้วยกัน ในเวลาดังกล่าวนายอมรฯ ได้ถอยรถกระบะเพื่อที่จะกลับรถบริเวณปากซอยเรวดี 61 ซึ่งในขณะนั้น ถนนบริเวณดังกล่าวมีร่องน้ำ ทำให้ล้อรถกระบะติดร่องน้ำ นายอมรฯ จึงได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อที่จะให้ล้อรถกระบะพ้นจากร่องน้ำ ขณะที่นายอมรฯ เร่ง เครื่องยนต์จนรถกระบะพ้นร่องน้ำแล้ว รถได้พุ่งเข้าไปหากลุ่มเด็กๆ ด้วยความเร็วพอสมควร เกือบที่จะเฉี่ยวชนเด็ก ทำให้กลุ่มผู้ปกครองเด็กไม่พอใจ ต่อมาเมื่อนายอมรฯ ได้ขับขี่รถกระบะไปจอด ได้มีกลุ่มผู้ปกครองเด็กเดินเข้าไปที่รถกระบะประมาณ 5 -7 คน จนกระทั่งนายอมรฯ ลงมาจากรถ ได้มีชายไทยสวมเสื้อสีดำ (สืบ สวนทราบว่า คือ นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี) ใช้หมัดชกนายอมรฯ ทำให้นายอมรฯ ล้มลงที่พื้นบริเวณข้างรถกระบะ จากนั้นนายสุกฤษฎิ์ฯ, นายอาณัฐฯ อายุ 37 ปี และพวก ได้กระทืบนาย อมรฯ หลายครั้ง โดยมีนางสาวนภาพรฯ เข้าไปกอดนายอมรฯไว้ ซึ่งขณะนั้นได้มีกลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 5 -7 คน (คาดว่าจะเป็นญาติของนายอมรฯ) ได้เข้ามาชกต่อยนายสุกฤษฎิ์ฯ และนายอาณัฐฯ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์วิวาทกัน

ซึ่งระหว่างที่นายอมรฯ, นายสุกฤษฎิ์ฯ และกลุ่มบุคคลอื่นไม่ทราบชื่ออีกจำนวนหนึ่งล้มลงกับพื้น กลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 โดยมีชายไทยไม่ทราบชื่อ ถือท่อพีวีซียาวประมาณ 0.5 เมตร มาฟาดที่นายอาณัฐฯ ที่ชุลมุนอยู่ที่พื้นโดยโดนฟาดไปที่บริเวณหลัง จำนวน 2-3 ครั้ง ทำให้นายปวีร์ฯ ได้ปรี่เข้ามาชกที่ชายคนที่เอาท่อพีวีซีมาทำร้ายนายอาณัฐฯ จนถอยกลับไป ต่อมาก็ได้ มีชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีขาว ได้ถือขวดเบียร์แก้วสีเขียว มาฟาดบริเวณศรีษะของนายอาณัฐฯ แล้ววิ่งหนีไปจากวงที่ชุลมุนกัน ทำให้นายโอภาสฯ (สวมเสื้อสีเขียว) ได้เข้ามาห้ามปรามฝ่ายบุคคลที่ 3 ให้หยุด 2 หลังจากห้ามปรามได้ไม่นาน ได้มีฝ่ายบุคคลที่ 3 อีกจำนวน 4 คน ได้ถือของดังนี้ คนที่1 ถือท่อพีวีซีสีขาว,คนที่ 2 ถือเก้าอี้พับ เหล็กสีเหลือง,คนที่ 3 ถือเก้าอี้พลาสติกสีแดง และ คนที่ 4 ถือเก้าอี้พับเหล็กสีเหลือง พอบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 4 คนเข้ามา ทำ ให้บุคคลอีก 2 คน ฝ่ายผู้ปกครองเด็กได้เข้ามาสมทบเพิ่มเติม โดยคนที่ 1 ได้ปรี่เข้ามาหานายโอภาสฯ และใช้เก้าอี้เหล็กฟาดที่ บริเวณศรีษะของนายโอภาสฯ คนที่ 2ได้ยกเก้าอี้สีแดงฟาดไปที่ฝ่ายกลุ่มผู้ปกครอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งฝ่าย สืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จะได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายละเอียดคู่กรณีทั้ง 3 ฝ่าย
ฝ่ายที่ 1 ผู้เสียหาย (ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ)
1.1 นายอมรฯ อายุ 45 ปี
1.2 นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี
ฝ่ายที่ 2 ผู้ถูกกล่าวหา (ผู้ปกครองเด็ก)
2.1 นายอาณัฐฯ อายุ 37 ปี
2.2 นายกรกตฯ อายุ 33 ปี
2.3 นายปวีร์ฯ อายุ 34 ปี
2.4 นายธนทนฯ อายุ 34 ปี
2.5 นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี
2.6 นายธนากรฯ อายุ 17 ปี
2.7 นายโอภาส ฯ (ห้ามปราม) อายุ 39 ปี
ฝ่ายที่ 3 ชายไทยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ประมาณ 5 -7 คน (ญาติของผู้เสียหาย)

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” วัน/เดือน/ปี เวลา/สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 13 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 21.36 น. เหตุเกิดที่ปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ การถอยรถกระบะของนายอมรฯ ผู้เสียหาย ที่เกือบจะชนเด็ก ทำ ให้กลุ่มผู้ปกครอง ไม่พอใจ จึงลงมือก่อเหตุทำร่ายร่างกาย

สิ่งที่พนักงานสอบสวนดำเนินการไปแล้ว

  1. รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย จากผู้เสียหายทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนต่างวันเวลากัน
  2. ดำเนินการถ่ายภาพบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน และส่งตัวไปชันสูตรบาดแผลยังโรงพยาบาลรัฐ คือ รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.บางกรวย แล้วทุกคน
  3. สืบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุทุกมุมกล้อง อีกทั้งรวบรวมไฟล์กล้องวงจรปิดจากพยาน บุคคลซึ่งได้ถ่าย VDO ขณะเกิดเหตุไว้แล้ว
  4. นัดหมายผู้เสียหาย พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกปาก เข้าพบพนักงานสอบสวนตามลำดับ เพื่อสอบสวนประกอบคดี

สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป

  1. เร่งรัดรายงานสืบสวน,พิสูจน์ตัวบุคคล เมื่อพบการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้งจะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
  2. เร่งรัดผลชันสูตรบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บจากโรงพยาบาลมาประกอบคดี
  3. รายงานผู้บังคับบัญชาตามมลำดับชั้นทราบ และตรวจสอบสำนวนการสอบสวน https://www.honekrasae.com/content/aezkbObf221xiSDVXoB2?force=1

บช.น. ชี้แจงตามที่ปรากฎข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเหตุล่วงละเมิดทางเพศในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม

บช.น. ชี้แจงตามที่ปรากฎข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเหตุล่วงละเมิดทางเพศในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอชี้แจงตามที่ปรากฎข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเหตุล่วงละเมิดทางเพศในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 00.30 น. บริเวณถนนรามบุตรี พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและดำเนินการทันที โดยได้ส่งผู้เสียหายตรวจร่างกายตามกระบวนการ ตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ฝ่ายสืบสวนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

กองบัญชาการต่ารวจนครบาล และ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อคดีลักษณะนี้ โดยเฉพาะกรณีผู้เสียหายเป็นเยาวชน ยืนยันดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อเนื่องเป็นระยะต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“มูลนิธิองค์กรทำดี” บวงสรวง และเททองหล่อ “องค์เทพไฉ่ซิงเอี๊ยะ” และ “องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ”

“มูลนิธิองค์กรทำดี” บวงสรวง และเททองหล่อ “องค์เทพไฉ่ซิงเอี๊ยะ” และ “องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ”

ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางสาวไทยปี 2543 ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เป็นประธานในพิธีบวง สรวง และเททองหล่อ “องค์เทพไฉ่ซิงเอี๊ยะ” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และ “องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ” เทพเจ้าคุ้มครองดวงซะตา หน้าตัก 29 นิ้ว เพื่อประดิษฐานประจำศาลเจ้ามูลนิธิองค์กรทำดี คลอง 8 จังหวัดปทุมธานี เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี เพื่อให้ประชาชนไหว้สักการะบูชา โดยมี แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณเพ็ญนภา พุกโฉมงาม ธิดาผ้าหมี่ขิด ปี 2542 และประชาชนร่วมในพิธีจำนวนมาก เมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

  • เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ผู้ดูแลเรื่องทรัพย์สิน เงินทอง การค้าขาย และความมั่งคั่งเพื่อขอพรให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองและมีโชคลาภตลอดปี
  • เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ย เป็นเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแลชะตาชีวิตของผู้คนในแต่ละปี ทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปีหรือเฝ้าปี มีอำนาจให้คุณ ดลบันดาลความสุข โชค เคราะห์ ทุกข์ภัย หรือให้โทษแก่ผู้ใด ก็ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของท่าน โดยเฉพาะท่านที่มีเคราะห์ หรือพื้นดวงชะตาตก ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่น  ท่านก็จะช่วยปัดเป่าเคราะห์ภัย บังเกิดแก่ความเป็นศิริมงคล มาสู่ตัวท่านและครอบครัว

ส่วนท่านใดที่จะร่วมบริจาคในการทำดีเป็นประโยชน์แก่สาธารณะกุศลร่วมกับมูลนิธองค์กรทำดี สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 134-1-78729-3 ชื่อบัญชี มูลนิธิองค์กรทำดี

#มูลนิธิองค์กรทำดี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คึกคัก “แห่กลองยาว ขึ้นเขา เล่าขานตำนาน โคกเศรษฐี-เขานางพันธุรัต”

คึกคัก “แห่กลองยาว ขึ้นเขา เล่าขานตำนาน โคกเศรษฐี-เขานางพันธุรัต”

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 วนอุทยานเขานางพันธุรัต นำโดย นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต ร่วมกับชุมชนบ้านโคกเศรษฐี จัดกิจกรรม “แห่กลองยาว ขึ้นเขา เล่าขานตำนาน โคกเศรษฐี-เขานางพันธุรัต” สืบสานประเพณี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุม ชน เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่ไทย สืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า โดยมีการจัดขบวนแห่กลองยาวไหว้ศาลแม่พันธุรัต อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม

ขบวนแห่เริ่มต้นจากศาลากลางหมู่บ้านโคกเศรษฐี เคลื่อนไปตามเส้นทางผ่าน โบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี แหล่งอารยธรรมโบราณที่สะท้อนรากเหง้าแห่งประวัติศาสตร์ วัดป่าวิสุทธิคุณ สถานที่แห่งศรัทธาอันเงียบสงบ ก่อนเข้าสู่เขตวนอุทยานเขานางพันธุรัต ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น ตลอดเส้นทาง ขบวนกลองยาวบรรเลงจังหวะครึกครื้น ร่วมด้วยชาวบ้านแต่งกายด้วยเสื้อลายดอกไม้สดใส พร้อมร่วมกันฟ้อนรำ แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี และความภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของชุมชน

โดยขบวนจะเดินขึ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 150 เมตร เพื่อไปยังศาลแม่พันธุรัต สถานที่อันเปี่ยมด้วยความศรัทธา ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของทั้งเจ้าหน้าที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต และชาวบ้านโคกเศรษฐีมาอย่างยาวนาน

นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หากยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างวนอุทยานและชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของพื้นที่อีกด้วย โดยมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก


////// บรรณรต เพชรบุรี

ท็อปวราวุธ รดน้ำดำหัว ประภัตร ขุนพลพ่อบรรหารประภัตร อวยพรให้เจริญรุ่งเรือง

สุพรรณบุรี – บรรยากาศสงกรานต์ ท็อป “วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม รดน้ำดำหัว ขอพรปีใหม่ไทย ประภัตร โพธสุธน ชี้ เป็นขุนพลของพ่อบรรหาร-เสาหลักทำงานเพื่อคนสุพรรณบุรี ด้านประภัตร อวยพรให้เจริญรุ่งเรือง พ่อเมืองสุพรรณ แต่งกลอนอวย พรปีใหม่ ให้ประภัตร

วันที่ 15 เมษายน 2569 ที่บ้านเรือนไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ารดน้ำดำหัวขอพรนายประภัตร โพธสุธน สส. สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ไทย บรรยากาศเป็นไปอย่างชุ่มฉ่ำ

นายวราวุธ กล่าวขอบคุณผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องที่มาจากหลายพื้นที่ และพี่น้องชาวศรีประจันต์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญเป็นเอฟซีของนายประภัตร ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่พวกเรามารวมตัวกันเพื่อขอพรปีใหม่ มาขอพรจากผู้ใหญ่ที่เราเคารพ มารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เป็นเสาหลักของสุพรรณบุรี ปีนี้มายังโชคดีตัดสินใจเดินทางถูก 2 คนอาหลานทำงานให้กับประเทศไทย ให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีได้ต่อเนื่อง และทุกปีพูดเสมอว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะตำแหน่งอะไรไม่สำคัญเท่ากับตำแหน่งอาหลาน ระหว่างคนชื่อประภัตรกับวราวุธ

“คนที่ชื่อประภัตรเป็นขุนพลเอกของพ่อบรรหาร มาหลายสิบปี ตั้งแต่ผมจำความได้ มาจนถึงวันนี้อาประภัตรของหลาน ก็ยังไม่เปลี่ยน ยังเป็นเสาหลักให้กับพวกเราชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร และเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา คอยดูแลพวกเราชาวสุพรรณบุรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอศรีประจันต์ อายุไม่ต้องพูดถึง เพราะแต่ละปีที่มาคนชื่อประภัตร ไม่เคยแก่ลงเลยสักปีเดียว นอกจากว่าจะไม่เคยแก่แล้ว ก็ไม่เคยเห็นคนที่จะมายืนเคียงข้างเป็นเจ้าสาวเช่นกัน แสดงว่าถ้ามีเมื่อไหร่ก็คงแก่เมื่อนั้น“

นายวราวุธ กล่าวว่า ปีใหม่ปีนี้ในฐานะหลานในฐานะคนสุพรรณบุรีมาแสดงมุทิตาจิต มาแสดงความเคารพกับผู้ใหญ่ที่เคารพและขอพร ให้พรหลานและแขกทุกท่านในที่นี้ โดยขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดสุพรรณบุรี หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ดวงวิญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี และพ่อบรรหาร ได้บันดาลให้อาประภัตร มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญาตราบนานเท่านาน สวัสดีปีใหม่

ด้านนายประภัตร กล่าวว่า 51 ปีเราไม่เคยทิ้งกัน เราปฏิบัติแบบนี้กันมาหลายสิบปี นายวราวุธ ก็มาแบบนี้ทุกปีแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเคารพ อย่างที่นายวราวุธ พูดว่าเราเป็นอาหลาน เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน “ผมอยู่ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร พัฒนาเมืองสุพรรณบุรีมาด้วยกันตลอด จนบัดนี้เป็นที่ยอมรับ วันนี้เป็นวันมหามงคลเป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันสงกรานต์ของไทย ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีสุขภาพแข็งแรง มั่นคงยั่งยืน และรวยๆๆ กันทุกคนสาธุ รวยไม่ไหวแล้วใช่ไหม“

ทางด้านนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ได้เดินทางไปที่บ้านเรือน ไทยเพื่อรดน้ำขอพร นายประภัตร โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แต่งบทกลอนอวยพร ให้แก่นายประภัตร และกว่าวว่าในนามพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ขอกราบส่งความปรารถนาดีและความสุขสวัสดีมาให้ท่าน ตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจและสติปัญญาในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมและเป็นที่เคารพศรัทธาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ขอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบัลดาลให้ท่านประสบแต่ความสุขความเจริญมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้า ที่ทุกประการ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พล.ต.ต.พิสิฐ ฯ รอง ผบช.ภ.7 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม จุดบริการประชาชน พร้อมมอบเงินเยียวยาให้กับเจ้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับเหตุบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ ตาม โครงการครอบครัวตำรวจ “เราไม่ทิ้งกัน”

พล.ต.ต.พิสิฐ ฯ รอง ผบช.ภ.7 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม จุดบริการประชาชน พร้อมมอบเงินเยียวยาให้กับเจ้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับเหตุบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ ตาม โครงการครอบครัวตำรวจ “เราไม่ทิ้งกัน”

เมื่อวันนี้ 14 เมษายน 2569 ที่ บ้านพักสาธารณสุข ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ. ธวัชชัย นรสิงห์ ผกก.สภ.พนมทวน ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการ ครอบครัวตำรวจ “เราไม่ทิ้งกัน” มอบเงินช่วยเหลือ ให้กับ ร.ต.อ.วรวีร์ ปานรอด รอง สว.(สส.) กก.สืบสวน บก.สส.ภ.7

พร้อมกันนั้น ได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน มอบ น้ำ และเครื่องดื่มชูกำลัง ของอุปโภคบริโภค ให้กับจุดตรวจบริการประชาชน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และดูแลบริการ ประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

ผู้ว่าสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM2.5

สุพรรณบุรี – ผู้ว่าสุพรรณบุรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถาน การณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมยกตัวอย่างการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี 16 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณ บุรี เป็นประธานการติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, พ.อ. ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, นายอำเภอทุกอำเภอ อบจ. อปท. และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพลายแก้ว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

จากการรายงานของหน่วยงาน ทราบว่าขณะนี้แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 545 จุด โดยเป็นพื้นที่เกษตร 109 จุด พื้นที่เผาไหม้ สภาพอากาศ การก่อสร้างและการเผาพื้นที่สองข้างทาง ข้อมูลการเผาในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการเผาในเขตพื้นที่วัด ด้านการเผาในเขตพื้นที่โรงเรียนประถม และมัธยมศึกษา รวมทั้ง ด้านทรัพยากร และเครื่องจักรกลสาธารณภัย และการสนับสนุนการปฏิบัติ

นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณาแนวทางการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยกตัวอย่าง นายชัยพร พรหมพันธุ์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ปี 2538) จากอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้นแบบของ “ชาวนาเงินล้าน” ที่ประสบความสำเร็จจากการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้ (1) การไถกลบตอซัง แทนที่จะเผาทิ้งซึ่งเป็นการทำลายหน้าดิน วิธีไถกลบตอซังและฟางข้าวเพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย (2) ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย มีการผลิตและใช้จุลินทรีย์จากป่าหรือน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นเพื่อเร่งกระบวนการย่อยสลายตอซังให้เร็วขึ้น ทำ ให้สามารถเตรียมพื้นที่ทำนารอบต่อไปได้ทันโดยไม่ต้องเผา


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชื่นมื่น ! เทศกาลสงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประจวบคีรีขันธ์ – ชื่นมื่น ! เทศกาลสงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ ขบวนแห่นางสงกรานต์ตระการตา การแสดงขบวนนางรำ สืบสานประเพณีทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุสนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันที่ 16 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ณ ชายหาดบ้านกรูด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความสนุกสนานและความอบอุ่นในครอบครัว

ไฮไลต์สำคัญของงาน ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดอลังการ ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยดอกไม้ และสัญลักษณ์นางสงกรานต์ประจำปี งานฝีมือของพนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยนางสงกรานต์ในปีนี้มาในชุดไทยประยุกต์ที่สะท้อนถึงความอ่อนช้อยของศิลปะท้องถิ่น โดยเคลื่อนขบวนไปตามถนนเลียบชายหาดบ้านกรูด ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยเถิดเทิง และขบวนนางรำสวยงาม ที่สร้างความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

​พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บริเวณศูนย์การท่องเที่ยวชายหาดบ้านกรูด เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและสืบสานประเพณีอันดีงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน พนักงานเทศบาล และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมรดน้ำขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทย กิจกรรมความบันเทิงและวัฒนธรรม​ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นเลิศรสของชาวบางสะพาน

โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ระบุว่า การจัดงานในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และตอกย้ำให้บ้านกรูดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม “สงกรานต์บ้านกรูดปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกจากการเล่นน้ำ แต่คือการกลับมาเจอกันของครอบครัวและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ของพวกเราให้คงอยู่สืบไป”

โดยคณะผู้จัดงาน ได้เตรียม​มาตรการดูแลความปลอดภัย โดย สมาชิก อปพร.ทต.บ้านกรูด บูรณาการร่วมกับ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และชรบ. รวมถึงหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทต. บ้านกรูด ได้สนธิกำลังดูแลความเรียบร้อยรอบบริเวณงาน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน และทางน้ำ รวมถึงรณรงค์ “เมาไม่ขับ” เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้มีแต่รอยยิ้มและความปลอดภัยของทุกคน จึงนับเป็นอีกหนึ่งพิกัดสงกรานต์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย



ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468