กอปภ.จ.น่าน ประกาศพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารภัย กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน

น่าน ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่ 2 ตำบลขุน 22 บ้าน

นายครรชิต ชมพูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด น่าน ได้แจ้งให้ทราบ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน/ผู้อำนวยการจังหวัดน่าน ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่ ตำบลขุนน่าน หมู่ที่ 1 – 15 และ ตำบลห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 – 7 รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในชั้นบรรยากาศทั่วไป ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ด้วยได้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM25 ในชั้นบรรยากาศทั่วไป ในค่าเฉลี่ยเวลา 24 ชั่วโมงติดต่อกัน 5 วัน เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและก่อให้เกิดอันตรายต่อ ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดควาเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 จึงประกาศให้พื้นที่ ตำบลขุนน่าน หมู่ที่ 1 – 15 ตำบลห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 – 7 รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM25 เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. 69 เวลา 07.00 น. โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ตำในเวียง อำเภอเมืองน่าน วัดได้ 144.3 มคก./ลบ.ม ,ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ วัดได้ 271.1 มคก./ลบ.ม เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ AQI ของสำนัก งานเทศบาลเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน วัดได้ 188 มคก./ลบ.ม เมื่อเวลา 14.00 น. ลดลงมา วัดได้ 180 มคก./ลบ.ม

ข้อแนะนำการปฏิบัติตน (แจ้งเตือนจาก ปภ.) งดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด หรือจำกัดระยะเวลาการอยู่กลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่น PM2.5 ตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน กลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว) ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษและอยู่ภายในห้องปลอดฝุ่น ห้ามเผาเด็ดขาด ทุกกรณี เพื่อลดปริมาณฝุ่นสะสม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ แน่นหน้าอก แสบตา ให้รีบพบแพทย์ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai หรือแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น”

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่ง ปูพรมเช็กบิลมือเผา “ตำรวจ-ป่าไม้” สนธิกำลังเข้มข้น ประชุมด่วนครบทุกอำเภอ วางแผนจับจริงไม่มีข้อยกเว้น! นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด สั่งการผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร จับมือหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ เปิดฉากประชุมแผนยุทธการ “ล่ามือเผา” ทั้งในเขตป่าและนอกเขตป่าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้สิ้นซาก ยอดผู้กระทำผิดสะสมขณะนี้พุ่งสูงถึง 105 ราย แล้ว และจะไม่มีการหยุดนิ่งจนกว่าอากาศจะกลับมาบริสุทธิ์! แผนปฏิบัติการไล่ล่าทั่วทั้งจังหวัดเจ้าหน้าที่ไม่มีพัก! ทุกพื้นที่เร่งวางหมาก ปิดจุดอ่อน ประสานข้อมูล เตรียมเข้าชาร์จทันทีที่มีการฝ่าฝืน โดยมีการนัดหมายหารือวางแผนจับกุมอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าต่อเนื่องวันอาทิตย์ (19 เม.ย. 69): พื้นที่ อ.ท่าวังผา: นัดรวมพลเวลา 10.00 น. อ.บ่อเกลือ: เตรียมแผนรับมือพื้นที่สูงเวลา 15.00 น. คำเตือนสุดท้าย: เผาเท่ากับโดน!

ผลการปฏิบัติงานเมื่อวันวาน วันเสาร์ที่ 18 เม.ย. 69 จับต้องหาได้ 22 ราย ส่วนใหญ่ถูกจับกุมบริเวณริมทางหลวง เจ้าหน้าที่ชุดผู้จับกุม ส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีทันที สภ.ในพื้นที่ทันที โดย การประสานงานระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าที่ป่าไม้ ผู้ว่าน่านย้ำเตือน ภัยครั้งสุดท้ายถึงผู้ที่ คิดจุดไฟหาของป่าเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเผาป่าทำลายระบบนิเวศ ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และสร้างความเสียหายต่อผืนป่าธรรมชาติ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าท่านจะเผาในที่ลับตาคนหรือริมทางหลวง “เราจะตามไปจับถึงที่”


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ไอซ์ 92 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ไอซ์ 92 กิโล กรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 04.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดยกองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการเฝ้าตรวจ เพื่อป้อง กันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณท่าข้ามศรีป่าแดง ซอย 17 บ้านศรีป่าแดง หมู่ 9 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจการณ์พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 8 – 10 คน แบกวัตถุต้องสงสัย ข้ามมาตามแม่น้ำรวกจากฝั่ง สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา มายังฝั่งไทย หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที และได้อาศัยความชำนาญในภูมิประเทศในการหลบหนีไปได้ ขั้นต้นฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงจัดกำลังพลเพิ่มเติมอีก จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ วางกำ ลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 นาฬิกา หน่วยได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้กระทำผิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และตรวจพบกระสอบฟาง จำนวน 4 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 92 ก้อน รวมน้ำหนักประมาณ 92 กิโลกรัม และเมื่อเวลา 10.20 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบริเวณพื้นที่ปะทะ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 321 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 319 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 188,027,150 เม็ด, เฮโรอีน 3.4 กิโลกรัม, ไอซ์ 3,375.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 174.3 กิโลกรัม และ คีตามีน 437.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 44 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 35 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 32,029 ล้านบาท (32,029,512,295 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


ลุ้นระทึก!! ผู้ใหญ่บ้านแม่หงานหลวง อ.แม่แจ่ม หมดสติกลางวงควันไฟขณะนำทีมดับไฟป่า ล่าสุดได้รับการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

เกิดเหตุระทึกกลางภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อผู้ ใหญ่บ้านหมดสติท่ามกลางเปลวไฟและกลุ่มควันหนาแน่น ขณะนำทีมจิตอาสาเข้าควบคุมไฟป่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลาประ มาณ 16.00 – 20.30 น. นายอุดม เมธีกนก ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่หงานหลวง หมู่ 1 ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม ได้นำกำลังจิตอาสาเข้าดับไฟป่าในพื้นที่ป่าบ้านแม่หงานหลวง แต่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้เกิดหมดสติลงกลางวงควันไฟ เมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมดับไฟป่าที่เหลือจึงได้ช่วยกันนำตัวออกจากพื้นที่ แต่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เปลวไฟลุกลามสูง และมีควันปกคลุมหนาแน่น อีกทั้งไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้การลำเลียงผู้ป่วยออกจากพื้นที่ใช้เวลานาน ก่อนจะสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูลได้สำเร็จในช่วงกลางดึก

สำหรับอาการล่าสุด แพทย์ระบุว่า ผู้ใหญ่บ้านอุดมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องให้ออกซิ เจนเพิ่มเติม เนื่องจากมีอาการวิงเวียนและแน่นหน้าอกเป็นระยะ โดยอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยในเช้าวันนี้ 19 เมษายน 2569 เวลา 07.00 น. นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอลงพื้นที่เข้าเยี่ยมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานให้การช่วยเหลือแล้ว


นที มีเดช รายงาน

เย็นฉ่ำชื่นใจ นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำตกวังก้านเหลืองเนืองแน่นกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

จังหวัดลพบุรี – ลพบุรีอากาศร้อนระอุทะลุ 40 องศา นักท่องเที่ยวแห่ เล่นน้ำตกวังก้านเหลือง ลพบุรี ที่ไม่เหมือนใคร น้ำใสสีมรกตเย็นฉ่ำ บรรยากาศร่มเย็น ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด หรือวันธรรมดามีนักท่องเที่ยวลงเล่นคลายร้อนเนืองแน่นทุกวัน

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ ส่งผลให้ “สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง แห่งลพบุรี อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ที่ต่างพากันหอบลูกจูงหลานมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด หรือวันธรรมดา ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำพักผ่อน เนืองแน่นทุกวัน เพราะความโดดเด่นของน้ำตกแห่งนี้ คือ “น้ำสีมรกต” ที่ใสสะอาดและไหลเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นน้ำตกที่เกิดจากตาน้ำใต้ดินธรรมชาติ ไม่ต้องรอฤดูกาล และละดับน้ำของน้ำตกในแต่ละชั้นไม่ได้ลึกมาก นักท่องเที่ยวหลายรายเผยว่า การได้มาสัมผัสละอองน้ำและนั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ช่วยให้รู้สึกเย็นฉ่าชื่นใจ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ล้อมรอบด้วยป่าไม้ร่มรื่น โดยนักท่องเที่ยวต่างพากันมาบันทึกภาพความประทับใจ ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดลพบุรีกลับมาคึกคักและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้เป็นอย่างมาก

สำหรับ น้ำตกวังก้านเหลือง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ในเขตสวนรุกขชาติวังก้านเหลือง อำเภอชัยบาดาล มีจุดเด่นคือเป็นน้ำตกหินปูน สูงประมาณ 20 เมตร ลดหลั่นกันไปไม่ต่ำกว่า 10 ชั้น เป็นน้ำตกที่เกิดจาก “ตาน้ำผุด” ขนาดใหญ่ใต้ดิน ทำให้น้ำใสเป็นสีเขียวมรกตและมีน้ำไหลแรงให้เล่นได้ตลอดทั้งปี แม้ในช่วงหน้าแล้ง บริเวณน้ำตกมีต้นไม้ร่มรื่น แต่ละชั้นจะมีแอ่งรับน้ำเหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ น้ำตกแห่งนี้ ถือเป็น น้ำตกที่มีความประหลาดมาก เพราะแทนที่ต้นน้ำจะอยู่บนภูเขาสูงกลับปรากฏว่า… ต้นน้ำแห่งนี้เป็นตาน้ำขนาดใหญ่ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากบริเวณน้ำตกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ธารน้ำตกจะไหลเลาะไปตามที่ลาด ปะทะกับหินผาเป็นชั้น ๆ นับได้ไม่ต่ำกว่า 10 ชั้น แล้วไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก รอบ ๆ บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยที่ขึ้นปกคลุม มีหินงอกหินย้อยเกิดขึ้นหลายแห่ง และหิน ที่น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ไม่ลื่น สามารถเดินผ่านได้สะดวก และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้ ก็คือ มีน้ำไหลแรงตลอดทั้งปี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว.สส.สภ.ลำลูกกา พร้อมชุดจับกุมคู่หู รวบ บอส ฟ้าง ทหัยราษฏร์ หลังตระเวนลักรถมอเตอร์ไซค์ไป 2 คัน สารภาพสิ้นก่อเหตุหลายครั้งหลายพื้นที่ มาจนมุมสืบลำลูกกา

พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว.สส.สภ.ลำลูกกา พร้อมชุดจับกุมคู่หู รวบ บอส ฟ้าง ทหัยราษฏร์ หลังตระเวนลักรถมอเตอร์ไซค์ไป 2 คัน สารภาพสิ้นก่อเหตุหลายครั้งหลายพื้นที่ มาจนมุมสืบลำลูกกา

ฝ่ายสืบสวน สภ.ลำลูกกา จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ใน ก่อนที่ฝ่ายสืบสวนจะติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว.สส.สภ.ลำลูกกา พร้อมชุดสืบ สภ.ลำลูกกา ลงพื้นที่ ห้องพักย่าน ถ.หทัยราษฎร์ กทม. บุกจับกุมผู้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ 2 รายคือ นายวุฒิชัย หรือบอส อายุ 20 ปี นายวงศธร หรือฟ้าง อายุ 23 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น หมวกกันน็อคสีดำ มีลายคาดสีส้ม ยี่ห้อ INDEX เสื้อยืดคอกลม สีดำ มีตัวอักษรสีขาวคำว่าว่า DUCKHAMS กางเกงขาสั้น 3 ส่วน สีกรมท่า หมวกกันน็อคสีเทา มีลายคาดสีแดง ยี่ห้อ RD จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ใส่กับชุดแฟริงสีนำเงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น GIORNO สีฟ้า ติดป้ายทะเบียน 9ขล 651 กรุงเทพ พร้อมด้วยกุญแจและชุดรีโมท รวมถึงของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ

กรณีดังกล่าว เจ้าพนักงานสอบสวนเวร สภ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งจาก ผู้เสียหายที่พักอาศัยอยู่ที่ หอพักพานทอง และ โรงจอตรถบีพี อพาร์ทเม้นท์ ในพื้นที่ ม.8 และ ม.7 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี ว่าถูกลักรถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 1 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งทางด้าน พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สภ.ลำลูกกา เมื่อทราบเรื่องได้สั่งการชุดสืบ สวน นำโดย พ.ต.ท.ศิวะอิศ วรรณแก้วราช รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว. สส. สภ. ลำลูก กา เร่งดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสืบสวนและประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพื้นที่ข้างเคียงเพื่อร่วมกันติดตาม

ล่าสุด วันที่ 17 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว.สส.สภ.ลำลูกกา กำลังลงพื้นที่แกะรอย ได้รับแจ้งจากชุดสืบสวน สน.คันนายาว ว่าสามารถจับกุมตัวนาย วุฒิชัย หรือบอส ไว้ได้ จึงเร่งไปสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งนายวุฒิชัยฯ หรือบอส ได้ไห้การยอมรับด้วย ความสมัครใจว่าตนเองได้ร่วมกันกับนายฟ้าง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุประ มาณ 23 ปี ไปก่อเหตุลักทรัพย์ รถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ สภ.ลำลูกกา จำนวน 2 คัน เมื่อรุ่งเข้าของวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยขณะนั้น นายวุฒิชัย หรือบอสฯ สวมใส่เสื้อผ้าตามรายการตรวจยึดของกลาง ซึ่งนายวุฒิชัยฯ หรือบอส รับว่าเป็นชุดที่สวมใส่วันมาก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้นายวุฒิชัยฯ หรือบอส ยังรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุเช่นนี้มาหลายครั้ง
ก่อนที่ พ.ต.ท.อิทธิกร สง่ากร สว.สส.สภ.ลำลูกกา พร้อมชุดจับกุม จะนำตัวนายวุฒิชัยฯ หรือบอส ไปขยายผลจับกุม นายวงศธร หรือฟ้าง อายุ 23 ปี ที่ห้องพักเลขที่ 6662 / 3 ตึก 28 เคหะเอื้ออาทร หทัยราษฎร์ ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. พร้อมตรวจยึด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ที่ลานจอดรถตรงข้ามตึก 28 เคหะเอื้ออาทร หทัยราษฎร์ โดยชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าถอดทิ้งไว้ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณขอยกาญจนาภิเษก 4 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้ต้องหานำไปตรวจค้นจนพบอุปกรณ์ อะไหล่ต่างๆ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สภ.ลำลูกกา ได้กล่าวว่า ตนเองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ลำลูกกา ได้เน้นย้ำ และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในเรื่องของการระมัดระวังการจอดรถจักรยานยนต์ ทั้งเรื่องนโยบาย 3 ล็อค ได้แก่ ล็อคคอ ล็อคดิสก์เบรก ล็อคล้อ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียทรัพย์ เพราะในเหตุการณ์นี้ ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าจะตระเวนหารถที่ไม่ได้ล็อคคอรถ เมื่อเห็นว่ารถคันไหนไม่ล็อคคอรถ ก็จะทำการขโมยก่อนจะต่อสายตรงแล้วขับหลบหนี

ตนเองจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ร่วมมือในการป้องกันเหตุเบื้องต้นรวมถึงจอดรถในบริเวณที่มีกล้องวงจรปิด เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามรถของท่านคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทาง สภ.ลำลูกกา ได้เน้นนโยบายเข้มงวด ในการตรวจตรา และ ประชาสัมพันธ์ ทุกช่องทาง และหากเกิดเหตุขึ้น ทาง สภ.ลำลูกกา ไม่นิ่งนอนใจ เร่งดำเนินการนำทรัพย์กลับมาคืนประชาชนได้ในทันท่วงที จึงขอให้ประชาชนวางใจ และช่วยเจ้าหน้าที่ ป้องกันรถจักรยานยนต์ของตัวเองด้วย นโยบาย 3 ล็อค


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตงบรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

“นายก หน่อย” หวั่น ผู้สูงอายุ – กลุ่มเปราะบาง เจอภาวะฮีทสโตรก หลังสภาพอากาศร้อนปรอทแตก จ่อไฟเขียวใช้ รพ.สต. เปิดศูนย์พักพิงฯ ติดแอร์

อบจ.โคราช เล็งใช้พื้นที่ รพ.สต.ในสังกัดฯ ที่มีความพร้อมด้านอาคาร สถานที่ เปิดศูนย์พักพิงติดแอร์ แก่ผู้สูงอายุ และ กลุ่มเปราะบาง มาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเว ลากลางวัน เพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรกช่วงสภาพอากาศที่อุณหภูมิร้อนจัด

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ. เตรียมแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีความกังวลในสภาวะปัจจุบันที่สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงเกือบๆ 40 องศา กลุ่มเป้าหมายบางรายลูกหลานออกไปทำงานในช่วงกลางวันต้องอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง กับอากาศร้อนจัด เกรงว่าจะเกิดภาวะโรคฮีทสโตรกในกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงที่รองรับผู้สูงอายุและ กลุ่มเปราะบาง จะมุ่งเน้นไปที่ รพ.สต.ในสังกัด อบจ. ที่มีความพร้อมในเรื่องของอาคาร สถานที่ เปิดห้องประชุมติดแอร์ให้เป็นจุดพักพิงแก่ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ไปจนถึง เวลา 16.30 น. เชื่อว่าการเปิดห้องแอร์หรือการจัดสถานที่ให้มีความเย็นเพียงพอ เป็นหนึ่งในวิธีหลักที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรคฮีทสโตรก และถึงแม้วิธีการนี้ อาจจะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง แต่เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาการเกิดภาวะฮีทสโตรกในผู้สูงอายุ ลดลง ลูกหลานก็จะได้คลายความกังวล

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิดเชิงรุก เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อปฏิบัติตัวในสภาวะอากาศที่ร้อนจัด ให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ที่ต้องเข้าถึงการดูแลจากหน่วยงานรัฐมากกว่าคนปกติในทุกสถานการณ์ “นายกฯ ยลดา” กล่าว


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

“ช่วยเหลือประชาชน” หลงผิดยังมีโรงพัก หลงรักนี่พักที่ไหน ??

สายตรวจรถจักรยานยนต์  123 ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ ผบ.หมู่ (ป.)ฯ, ส.ต.ต.ณัฐพงศ์ แช่มช้อย
ผบ.หมู่ (ป.)ฯ ว.4 ออกตรวจพื้นที่ในเขตเทศบาล พบนายชัยสิทธ์ฯ อายุ 19 ปี พักอาศัยอยู่ที่ ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จว.ลพบุรี เดินจูงรถจักรยานยนต์พร้อมร้องไห้เสียใจ สายตรวจพบเห็นจึงเข้าไปตรวจสอบ พูดคุยด้วยความละมุ่นละม่อม ได้ความว่า เจ้าตัวอกหัก น้ำมันหมด ไม่อยากมีชีวิตอยู่ สายตรวจจึงพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมปลอบใจ และรับฟังอย่างเข้าใจเพื่อจะช่วยแก้ปัญหาเนื่องจากเป็นรักครั้งแรกของเจ้าตัว สุดท้ายแล้วสายตรวจพูดคุยจนมีกำลังใจกลับมาสู้ต่อ แม้คนที่รักจะไม่รัก แต่พี่จะอยู่ตรงนี้แล้วจะพากลับบ้านไปหาคนที่รักที่สุดคือ พ่อแม่

#สภ.โคกสำโรง ลพบุรี


พม่าทำเงินหล่นเกือบแสน! ตม.สมุทรสาคร เร่งสืบหาข้อมูลจนส่งคืนเจ้าของสำเร็จ

พม่าทำเงินหล่นเกือบแสน ! ตม.สมุทรสาคร เร่งสืบหาข้อมูลจนส่งคืนเจ้าของสำเร็จ

เมื่อ 15 เม.ย.68 เวลาประมาณ 18.00 น. ตม.จว.สมุทรสาครได้รับการประสานจากห้างสรรพสินค้าย่านกระทุ่มแบน และสายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน ว่าฝ่ายรักษาความสะอาดของห้างดังกล่าวพบสิ่งของซึ่งมีลูกค้าที่มาใช้บริการทำหล่นไว้ทางห้างสรรพสินค้าได้แจ้งให้สายตรวจ สภ.กระทุ่มแบน มาตรวจสอบ โดยจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้าง พบข้อมูลว่า บุคคลที่ทำของหล่นไว้เป็นหญิงสาวชาวเมียนมาที่มาซื้อของในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเผลอทำของหล่นเอาไว้

ต่อมาสายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน จึงประสานมายัง ตม.จว.สมุทรสาคร ให้ช่วยตรวจสอบข้อมูล เพื่อติดตามหาตัวหญิงสาวเมียนมาคนดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก. ตม.จว.สมุทรสาคร จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เศรษฐพงศ์ ชูเมือง รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.จิรายุ เชิดฉาย สว.ตม.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งสืบค้นข้อมูล เพื่อติดตามตัวให้มารับคืนสิ่งของ คือเงินสด กระเป๋าสตางค์พร้อมเอกสารประจำตัวที่ทำหล่นไว้

ตม.จว.สมุทรสาคร ได้ใช้เทคโนโลยีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง Biometric ค้นหาข้อมูลจากใบหน้าตามกล้องวงจรปิด จนพบข้อมูล ชื่อ MISS.NAN MYA สัญชาติเมียนมา พร้อมข้อมูลติดต่อ จึงได้ประสานตัวให้มารับคืนของที่ทำหล่น โดยเจ้าหน้า ที่ห้างสรรพสินค้า สายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน และ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรสาคร ร่วมกันส่งมอบเงินสด จำนวน 89,134 บาท พร้อมกระเป๋าสตางค์และเอกสารสำคัญคืนแก่ MISS.NAN MYA

โดย MISS. NAN MYA เจ้าของเงินสด ได้เปิดเผยว่า เงินจำนวนดังกล่าว เตรียมจะนำไปชำระหนี้สิน และเป็นเงินก้อนสุดท้ายในการใช้จ่าย พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและขอขอบคุณพลเมืองดี คุณอำไพ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ที่เก็บรักษาไว้ และประสานหาทางส่งคืน


อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

17 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร นายอำเภอโพนสวรรค์
(ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์), นายโกวิท อิ่มเต็ม ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปก ครอง มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7
(ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่ ต.นาใน ตามที่สายข่าวรายงาน ขยายผล ดังนี้ ชาย อายุ 33 ปี (จำหน่าย) เป็นราษฏร ม.4 ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ พร้อมของกลาง “ยาบ้า” รวมจำนวน 329 เม็ด ยาไอซ์ ชั่งรวมถุง 2.2 กรัม สถานที่จับกุม บ้านหนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองฯ จ.นครพนม โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

หนีข้ามประเทศ สุดท้ายไม่รอด! สืบ ตม.1 แกะรอยรวบเฒ่าจีนคดีฉ้อโกงรายใหญ่

สืบเนื่องมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ขอให้ติด ตามตัวบุคคลสัญชาติจีน ที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่ง สตม. ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก. สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.ยศธน กระบิน รอง ผกก. สืบสวน บก.ตม.1 และ ว่าที่ พ.ต.ท.ปิยะณัฐ รัตนเพียร สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ติดตามหาตัวบุคคลดังกล่าวคือ

นายเฟย (นามสมมุติ) สัญชาติจีน เป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว โดยมีพฤติการณ์ฉ้อโกง และมีผู้เสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ปี 2011 ถึงเดือน มิถุนายน ปี 2014 นายเฟย ได้ร่วมกับบุคคลอื่น ดำเนินกิจกรรมแชร์ลูกโซ่ในนามของโครงการ “1040” โดยใช้ผลตอบแทนที่สูงเป็นสิ่งล่อใจ และได้โฆษณาโครงการ “1040” ที่สร้างขึ้นมา ผ่านการพูดบอกต่อ การรวมกลุ่มปิดเฉพาะ และวิธีการอื่น ๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกของโครงการ และเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกคนละ 69,800 หยวน (349,000 บาท)

จากนั้นจะชักจูงสมาชิกให้ไปหาสมาชิกใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างแบบหลายระดับ และใช้จำนวนสมาชิก รวมถึงความแตกต่างของระดับสมาชิก เป็นฐานในการคำนวณค่าตอบแทนและเงินคืน โดยมีการสัญญาว่าสมาชิกที่สามารถขึ้นไปถึงระดับสูงสุด จะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 10.4 ล้านหยวน (52 ล้านบาท) โดย นายเฟย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดตั้ง และผู้นำของขบวนการนี้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามจำนวนสมาชิก และบริหารจัดการค่าธรรมเนียมสมาชิก ณ เวลาที่ยื่นฟ้องคดีโครงการแชร์ลูกโซ่นี้ มีสมาชิกมากกว่า 300 คน และมีมูลค่าเงินที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณกว่า 100 ล้านบาท จึงถูกออกหมายจับโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และหนังสือเดินทางถูกเพิกถอน (จากทางการประเทศนั้นๆ ) จึงได้ประสานทางการไทยให้ช่วยติดตามตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 สืบทราบว่า นายเฟย ได้พักอาศัยและเปิดธุรกิจ ภาย ในโครงการสำเพ็ง 2 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันนี้ (17 เม.ย.69) เวลาประมาณ 10.00 น. จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายเฟย อยู่บริเวณสถานที่ดังกล่าว เมื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ได้รับการประสานมา จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายเฟย หลังทราบว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนให้เจ้าตัวทราบ และนำตัวส่ง กก.๓ บก.สส สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน