“ผู้นำเยาวชนไทย ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเทิดทูนสถาบัน” จิตอาสาเราทำความดีด้วย “หัวใจ”

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสาธารณประโยชน์ บริเวณพระตำหนักกว๊านพะเยา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และ จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “Army Youth Leaders Next Gen” ประจำปี 2569


เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสาธารณประโยชน์ บริเวณพระตำหนักกว๊านพะเยา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 บริเวณพระตำหนักกว๊านพะเยา ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยมี พันเอก อำนวย ฤทธิบาล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมฯ พร้อมด้วย เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 ประมงจังหวัดพะเยา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา, ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา ผู้บังคับหน่วยทหารในค่ายขุนเจืองธรรมิกราช, จิตอาสา 904 จังหวัดพะเยา, กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 34, กรมทหารราบที่ 17 ,กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา, ผู้นำเยาวชน Army Youth Leaders Next Gen ประจำปี 2569 และประชาชนจิตอาสา พื้นที่โดยรอบพระตำหนักกว๊านพะเยา รวมจำนวน 320 คน ร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้

ต่อมา เมื่อ เวลา 13.30 น. มณฑลทหารบกที่ 34 จัดพิธีเปิดกิจกรรมค่ายเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “Army Youth Leaders Next Gen” ประจำปี 2569 ณ แหล่งสมาคมค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยมี พลตรี วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 หัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการมณฑลทหารบกที่ 34 ผู้อำนวยการโรงเรียนพะเยาประสาธน์วิทย์, ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา และคณะครู รร.ราชประชานุเคราะห์ 24 ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรมฯ

ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 34 จัดพิธีเปิดกิจกรรมค่ายเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “Army Youth Leaders Next Gen” ประจำปี 2569 ในห้วงวันที่ 7 – 8 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ชื่อโครงการ “ผู้นำเยาวชนไทย ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเทิดทูนสถาบัน” โดยมี นิสิต จาก มหาวิทยาลัยพะเยา , นักเรียนของ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 และ โรงเรียนพะเยาประสาธน์วิทย์ รวมจำนวน 39 คน เข้าร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้

โดยผู้นำเยาวชนค่ายเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “Army Youth Leaders Next Gen” ได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพระตำหนักกว๊านพะเยา, รับฟังบรรยายจิตอาสา จาก จิตอาสา 904 904 และเตรียมการปลูกต้นไม้ในวันพรุ่งนี้ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำ โครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

#Armyyouthleadersnextgen #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

เจ้าหน้าที่ทหาร สกัดกั้นยาบ้าบริเวณแนวชายแดนเจอของกลางกว่าห้าหมื่นเม็ด

เจ้าหน้าที่ทหารสกัดกั้นยาบ้าบริเวณแนวชายแดนเจอของกลางกว่าห้าหมื่นเม็ด

เมื่อช่วงสายของวันนี้ (7 ก.ค. 69) พันเอกยอดชาย พวงวรินทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาทแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานจาก กองร้อยทหารราบที่ 722 (ร้อย.ร.722) ฐานปฏิบัติการบ้านปางคอง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าขณะที่ได้ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ บ้านปางคอง ม.12 ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า เพื่อป้องกันการกระทำผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด และ การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ผลการปฏิบัติ ขณะนั้นก็ตรวจพบบุคคลกำลังเดินแบกกระสอบต้องสงสัย บริเวณรอยต่อติดกับแนวชายแดนของประ เทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวกลับรีบทิ้งกระสอบ และได้วิ่งหลบหนีไปในเขตประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความชำนาญพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน จึงตรวจสอบกระสอบดังกล่าว พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 50,000 เม็ด ต่อมาจึงได้นำยาเสพติด ส่งพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรปางมะผ้า เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และขยายผลหาผู้กระทำผิดต่อไป

สำหรับพื้นของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นมีแนวพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านตลอดทั้งแนว ซึ่งจากแนวพรมแดนธรรมชาติกลายเป็นปัญหาของการทะลักเข้ามาของยาเสพติด หรือขบวนการค้ามนุษย์ที่ลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้ามา รวมถึงปัญหาการลักลอบส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์เถื่อนตามช่องทางต่างๆ อยู่ตลอดเวลา โดยทางฝ่ายความมั่นคงต้องใช้มาตรการลาดตระเวน เฝ้าระวังและสกัดกั้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝนต้องเจอกับสภาพพื้นที่ป่าเขาสูงชันหรือเส้นทางที่ยากลำบากมากขึ้นไปอีก



ภานุเดช ไชยสกูล/แม่ฮ่องสอน

จ.เชียงราย จับมือ สปป.ลาว-TEI-GIZ ปลูกต้นไม้ 7,400 ต้น เสริมแนวกำแพงเขียวขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานแก้ฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน

จังหวัดเชียงราย จับมือ สปป.ลาว-TEI-GIZ ปลูกต้นไม้ 7,400 ต้น เสริมแนวกำแพงเขียวขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานแก้ฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เสริมแนวกำแพงเขียว เพิ่มความสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ไทย-ลาว ร่วมแก้ปัญหา PM2.5 หมอกควันข้ามแดนและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยมี ท่านสมนึก อินทะพรหม รองหัวหน้าห้องว่าการแขวงบ่อแก้ว เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) พร้อมด้วย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น คณะผู้บริหารจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน จิตอาสา 904 จังหวัดเชียงราย จิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงราย และเยาวชนจากพื้นที่หมู่บ้านชายแดน 22 หมู่บ้าน รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ แก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย อำเภอเวียงแก่น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนานชายแดนไทย ลาว เมียนมา และ GIZ ภายใต้โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (ISRL) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา และเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับพื้นที่ (Local-to-Local Cooperation) ระหว่างอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทราย และเมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยร่วมกันปลูกต้นไม้และไม้ป่าพื้นถิ่นที่เพาะเชื้อราเห็ดไมคอร์ไรซารวมทั้งสิ้น 7,400 ต้น เพื่อสร้างแนวกันชนสีเขียว (Green Buffer/Green Belt) ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ และส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการปลูกมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยขับเคลื่อนการขยายความร่วมมือในรูปแบบ “เมืองคู่ขนาน” ที่ครอบคลุมทั้งการปลูกป่าฟื้นฟูในช่วงฤดูฝน และการทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นการวางรากฐานการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานปกครองและชุมชนชายแดนทั้งสองประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดนและฝุ่นละออง PM2.5 จากแหล่งกำเนิด ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงมีคุณภาพชีวิตและอากาศที่บริสุทธิ์อย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ตรวจความพร้อมผู้ปฏิบัติหน้าที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เน้นความพร้อมและความสง่างามอย่างสมพระเกียรติ

ผบ.ทบ. ตรวจความพร้อมผู้ปฏิบัติหน้าที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เน้นความพร้อมและความสง่างามอย่างสมพระเกียรติ

เช้าวันนี้ (7 ก.ค. 69) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการเตรียมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในส่วนของกรมพลาธิการทหารบก โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการซักซ้อมและความพร้อมในทุกด้าน

กรมพลาธิการทหารบกจัดกำลังพล 276 นาย ปฏิบัติหน้าที่เป็น “ผู้อัญเชิญเครื่องสูงพระราชอิสริยยศ” อาทิ ธงสามชาย ประตูหน้า ผู้เชิญและผู้คุมฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวด อินทร์-พรหมเชิญจามร คนหามเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ และบังแทรก รวมทั้งสิ้น 5 ริ้วขบวน ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้มอบของบำรุงขวัญแก่กำลังพล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจเตรียมความพร้อมให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างสมพระเกียรติทุกประการ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมการซักซ้อม ณ ลานอเนกประสงค์กรมพลาธิการทหารบก พร้อมให้กำลังใจและขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในความถูกต้องตามราชประเพณี ควบคู่กับการดูแลสุขภาพตลอดห้วงการฝึกซ้อมและการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ได้อย่างเต็มกำลังและสมพระเกียรติ

ภายหลังการตรวจเยี่ยม ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะเดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร รับฟังบรรยายสรุปจากกรมสรรพาวุธทหารบกเกี่ยวกับความคืบหน้าการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน พระยานมาศ และเครื่องประกอบต่าง ๆ ก่อนกล่าวขอบคุณ และชื่นชมความทุ่มเทของกำลังพลทุกส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจบูรณะปฏิสังขรณ์ร่วมกับกรมศิลปากร พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญเพื่อเป็นกำลังใจแก่กำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก

ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารบกดำเนินการตรวจสอบและบูรณะโครงสร้างราชรถ ราชยาน พระยานมาศ รวมถึงเครื่องประกอบต่าง ๆ ทั้งด้านความมั่นคงแข็งแรง ระบบกลไก การเคลื่อนที่ และการชักลาก เพื่อให้พร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ งดงาม และสมพระเกียรติในพระราชพิธีสำคัญของชาติ

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความใส่ใจของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญทั้งต่อการเตรียมความพร้อมของพระราชพิธีให้เป็นไปด้วยความถูกต้องตามราชประเพณีและสมพระเกียรติ ตลอดจนการดูแลขวัญกำลังใจ สุขภาพ และความปลอดภัยของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ซึ่งต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติภารกิจสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ของชาติด้วยความภาคภูมิใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


นที มีเดช รายงาน

นบ.ยส.24 โดย สน.เรือเขมราฐ “ซีลชายแดน” ตรวจยึดไอซ์ จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 193 กก. ในพื้นที่บริเวณท่าทรายวัชระ บ.บุ่งข้อง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี

นบ.ยส.24 โดย สน.เรือเขมราฐ “ซีลชายแดน” ตรวจยึดไอซ์ จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 193 กก. ในพื้นที่บริเวณท่าทรายวัชระ บ.บุ่งข้อง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 กองทัพบก โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) อำนวยการให้ กกล.สุรนารี/ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนล่าง/บก.ควบคุมที่ 4 /ทก.กกล.สุรนารี/ สน.เรือเขมราฐ (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ บริเวณท่าทรายวัชระ บ.บุ่งข้อง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จว.อ.บ. หน่วยจึงจัดกำลังทำการลาดตระเวนทางน้ำ โดยใช้เรือตรวจการณ์เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมา จนท. ตรวจพบวัตถุต้องสงสัย จำนวน 8 กระสอบ วางทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จึงนำเรือตรวจการณ์เข้าเทียบฝั่งเพื่อเข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 193 กก. หน่วยฯ จึงได้นำของกลางทั้งหมด มาไว้ที่ สน. เรือเขมราฐ เพื่อตรวจนับ โดยละเอียด และจะนำส่งให้กับ สภ.เขมราฐ ดำเนินคดีตามกฎ หมายต่อไป

นบ.ยส.24 เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติด ผ่านเจ้าหน้าที่หน่วยกำลังทหารทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพ/ข่าว : นบ.ยส.24

พรพิพัฒน์ รายงาน

“เสี่ยเอ้” นักธุรกิจดังเมืองพัทยา ปลุกจิตสำนึก คนการเมือง ยุติขัดแย้งปั่นกระแสความรุนแรงลุกลามไปทั่วพัทยา

“เสี่ยเอ้” นักธุรกิจดังเมืองพัทยา ปลุกจิตสำนึก คนการเมือง ยุติขัดแย้งปั่นกระแสความรุนแรงลุกลามไปทั่วพัทยา

ทั้งนี้นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานบริษัทเอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด หรือที่รู้จักในนาม”เสี่ยเอ้”พัทยา ออกมาเปิดใจกับผู้ข่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ทั้งในพื้นที่ พัทยา-บางละมุง พยายามสร้างกระแสให้เกิดความยัดแย้ง โจมตีผู้บริหาร เมืองพัทยาชุดใหม่ มีนายปรเมศร์ งามพิเชษฐ์ ที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองพัทยาอีกสมัย

นายมีชัยได้กล่าวต่อไปอีกว่า ผมในฐานะผู้ประกอบการ ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง จนลุกลามรุนแรงที่จะเกิดขึ้น อยากเห็นกลุ่มคนที่เห็นต่างทางการเมือง ทุกฝายปรองดองหันหน้าเข้าแก้ปัญหา ต่างๆที่เกิดขึ้นในพัทยาขณะนี้ ร่วมเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสปลุกเศรฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนส่วนรวมขึ้นมา โดยร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าภาครัฐ ท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ทุกภาพส่วนรวมตัวบูรณการสร้างพัทยาขึ้นมา ให้สมกับที่ได้ชื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เชิดหน้าประเทศ ที่สมบูรณ์แบบ


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

เชิญท่องเที่ยวชมงานสืบสานประเพณีแข่งเรือยาวเทศกาลของดีอำเภอบ้านหมี่

จังหวัดลพบุรี – อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี สืบสานงานประเพณีแข่งขันเรือยาว และเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 โชว์อัตลักษณ์ “เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรมล้ำค่า แดนผ้ามัดหมี่ สตรีแสนงาม” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย

ที่ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ริมคลองชลประทานอนุศาสนนันท์ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย ดร.สุชาติ ลายน้ำเงิน ประธานมูล นิธิน้ำสะอาดเพื่อชีวิต ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ ร่วมกันแถลงความพร้อมการจัดประเพณีแข่งขันเรือยาวประเพณี และเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรมล้ำค่า แดนผ้ามัดหมี่ สตรีแสนงาม ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณสะพานบ้านกล้วย ริมคลองอนุศาสนนันท์ หรือ คลองชลประทานชัยนาท – ป่าสัก อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และเป็นการเพิ่มพูนความรู้รักสามัคคี ให้เกิดขึ้นในระหว่างชุมชนในแต่ละตำบลของอำเภอบ้านหมี่

สำหรับ การจัดกิจกรรมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 ไฮไลน์ของงาน นอกจากการแข่งขันเรือยาว 12 ฝีพาย ซึ่งมีเรือเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 16 ลำ แล้วยังมีจัดการประกวดสาวงามบ้านหมี่ ซึ่งสาวงาม แต่ละคน ได้ผ่านการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนในแต่ละตำบลของอำเภอบ้านหมี่ การเดินแบบผ้าไทยการกุศล การแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยจีน กลุ่มชาติพันธุ์ไทยลุ่มน้ำ กลุ่มชาติพันธุ์ไทยยวน กลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้ว ลาวหลวงชาติพันธุ์ไทยพวน การออกร้านชมรมแม่บ้านมหาดไทยอำเภอบ้านหมี่ และการจำหน่ายสินค้า OTOP ขอเชิญชวนทุกท่านเที่ยวงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2559 เที่ยวชมฟรีตลอดการจัดงาน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชี้แจงกรณีเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ตรงข้ามช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ชี้แจงกรณีเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ตรงข้ามช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงกรณีที่ปรากฏการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของฝ่ายกัมพูชาโดยกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้ขว้างระเบิดเข้าไปยังที่ตั้งของกำลังฝ่ายกัมพูชา จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ดังนี้

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยทหารในพื้นที่พบว่า ในห้วงเวลาประมาณ 12.45 นาฬิกา หน่วยทหารไทยได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา และอยู่นอกแนวรั้วลวดหนามของฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการดำเนินการหรือปฏิบัติการใดๆ ในพื้นที่ดังกล่าว และไม่มีการสูญเสียกำลังพลหรือความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ของฝ่ายไทยแต่อย่างใด ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการเผยแพร่ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บของฝ่ายกัมพูชา จำนวน 3 นาย

โดยจากการพิจารณาลักษณะบาดแผลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บรายที่มีอาการหนัก มีบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าข้างซ้าย หน้าแข้ง และใบหน้า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย มีบาดแผลบริเวณแข้งขาเป็นหลัก ลักษณะดังกล่าวเป็นการบาดเจ็บที่กระจุกตัวบริเวณเท้าและขา ซึ่งมีความสอดคล้องกับการได้รับผลกระทบจากการเหยียบกับระเบิด มากกว่าการได้รับบาดเจ็บจากระเบิดขว้าง เนื่องจากหากเป็นการระเบิดของระเบิดขว้าง โดยทั่วไปจะพบการกระจายของสะเก็ดระเบิดและบาดแผลในหลายตำแหน่งทั่วร่างกาย และอาจจะมีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะบาดแผลที่ปรากฏในภาพข่าว

กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนยืนยันว่า จากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้รับการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากำลังพลฝ่ายไทยได้ใช้กำลังหรือขว้างระเบิดเข้าไปยังพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว โดยกองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น และเคารพต่อข้อตกลงที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน พร้อมดำเนินทุกภารกิจด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีบริเวณชายแดน ตลอดจนพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกที่มีอยู่ หากมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

5 กรกฎาคม 2569 กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

อดีต ผอ.หลังเกษียณ ปลูกอินทผลัมสร้างรายได้งาม เปิดเมนูเด็ด ส้มตำอินทผลัม

เพชรบูรณ์ – อดีต ผอ.หลังเกษียณ ปลูกอินทผลัมสร้างรายได้งาม เปิดเมนูเด็ด ส้มตำอินทผลัม

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 สามี ภรรยา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งชื่นชอบวิถีเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ ได้วางแผนช่วงหลังเกษียณอายุราช การ ด้วยการลุยทำสวนอินทผลัม ในเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ด้วยการปลูกต้น อินทผลัม จำนวนกว่า 400 ต้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เข้ามา ชมไร่อินทผลัม ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และ ทิวเขาล้อมรอบ นับเป็นสวนอินทผลัมที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอวังโป่ง เลยทีเดียว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ สวนภูชมจันทร์ ตั้งอยู่หมู่ 16 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพบกับ นางวรรณคำ เนตรแสงสี อายุ 65 ปี เจ้าของสวนอินทผลัม ที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ ซึ่งได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ 2 ปี ได้วางแผนกับสามี อยากหาอะไรทำช่วงหลังเกษียณ ประกอบกับตนเองมีความชื่นชอบในวิถีเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงปรึก ษากัน ปลูกอินทผลัม จำนวนกว่า 400 ต้น ในพื้นที่ราว 20 ไร่ โดยแยกออก 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์บาฮี, พันธุ์โคไนซี่, พันธุ์ชิชิ, พันธุ์คาลาส และพันธุ์อัมเอ็ดดาฮาน เพื่อให้เกิดความหลากหลาย และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งยังเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบสไตล์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้มา “ชม ชิม ช้อป แชะ” ถึงกลางไร่อินทผลัม พร้อมเลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน ได้อีกด้วย

นางวรรณคำ เนตรแสงสี อายุ 65 ปี กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน อินทผลัม ที่สวน มีอายุเพาะปลูกเข้าสู่ปีที่ 11 แล้ว และสามารถให้ผลผลิตพร้อมจำหน่าย ได้ถึง 100 % เรียกได้ว่าครบทุกต้น ปีที่ผ่านมาร่วมยอดขายอยู่ประมาณ 1ล้านบาท แต่ต้องหักค่าที่ลงทุนออกที่เหลือก็เป็นกำไร ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะได้อยู่ประมาณ 20 ตัน ขายอยู่ที่ราคา100-150 บาท ต่อกิโลกรัม ทุกสายพันธุ์ และ ตามเกรด A B C ซึ่งต่างกันแค่ขนาดเท่านั้น แต่ในด้านรสชาติ รับประกันได้ว่า มีความหวาน กรอบ อร่อย และชื่นใจอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากจะทานสดๆ แล้ว ยังแปรรูปเป็น ส้มตำอินทผลัม เค้กอินทผลัม ยำอินทผลัม อีกด้วย โดยเปิดช่องทางจำหน่ายไว้ให้บริการถึง 3 ช่องทาง คือ ขายกันสดๆหน้าสวน, ขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้า และ ขายผ่านช่องทางออนไลน์ และ ปัจจุบัน ทางสวนภูชมจันทร์ ได้ทดลองปลูกทุเรียนในพื้นที่ ซึ่งในโอกาสข้างหน้าจะมีผลไม้เพิ่มขึ้นในสวนนี้ก็เป็นได้ ซึ่งท่านใดสนใจ สามารถแวะมาเที่ยว “ชม ชิม ช้อป แชะ” ได้ที่ สวนภูชมจันทร์ ตั้งอยู่หมู่ 16 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ หรือ โทร.081-7684571

ทั้งนี้ หลังจากนักท่องเที่ยว ชม ชิม ช้อป แชะ ในสวนเสร็จแล้ว นางวรรณคำ เนตรแสงศรี เจ้าของสวน ได้นำนายทศพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง และนางสริทร์รัตน์ พรมภักดี นายก อบต.วังหิน พร้อมนักท่องเที่ยว ชิมเมนูเด็ด อินทผลัมแปรรูป ส้มตำอินทผลัม ตำปูปลาร้า ตำไทย ทีเด็ดที่สุด อินทผลัมตำป่า โดยมีนายทศพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง โชว์ฝีมือในการตำอินทผลัม ครั้งนี้ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แซ่บ อร่อย กรอบ ได้อย่างตามที่สั่ง นอกจากนี้ก็ยังมีเมนู ยำแซ่บอินทผลัม ไว้ให้นักท่องเที่ยวชิมอีกด้วย

ด้านนายทศ เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง กล่าวว่า ในพื้นที่ของ อำเภอวังโป่ง ของเรามีพื้นที่เหมาะสมกับปลูกผลไม้หลายชนิด และเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค รวมถึงผลไม้ของที่นี่ส่งออก สร้างรายได้เศรษฐกิจของอำเภอวังโป่ง ได้ดีทีเดียว เช่นมะม่วงน้ำดอกไม้ มะขามหวาน เงาะโรงเรียน ทุเรียนหมอนทอง และอินทผลัม เรามีผลไม้ให้ชิมตลอดทั้งปี และในวันนี้เรามาลงพื้นที่ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง เพื่อมาชิมผลไม้ของดีของ อำเภอวังโป่ง อีกหนึ่งชนิดคืออินทผลัม ที่สวนภูชมจันทร์ อินทผลัมที่นี่มีรสชาติหวาน กรอบ อ่อยชื่นใจ มาเที่ยวชม ชิม ช้อป แชะ มาอุดหนุนกันได้ครับ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

นบ.ยส.24 “ซีลชายแดนเข้ม” ปฏิบัติการรวบนักบิน พร้อมยาไอซ์ ประมาณ 245 กก. ในพื้นที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย

นบ.ยส.24 “ซีลชายแดนเข้ม” ปฏิบัติการรวบนักบิน พร้อมยาไอซ์ ประมาณ 245 กก. ในพื้นที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย

เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2569 กองทัพบก โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี /ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน นบ.ยส.24 บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2106 ฉก.ทพ.21 (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ ชปข.ที่ 1 กกล.ฯ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ตอนใน บริเวณ บ.อาฮี ม.1 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.ล.ย. หน่วยจึงได้จัดกำลังทำการลาดตระเวน/เฝ้าตรวจ ตามพื้นที่เพ่งเล็ง

ครั้นเมื่อเวลา 02,00 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ เรือยาว จำนวน 1 ลำ ไหลตามลำน้ำเหืองจากฝั่ง สปป.ลาว มายังริมตลิ่งแม่น้ำเหืองฝั่งประเทศไทย บริเวณ บ.อาฮี ม.1 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.ล.ย. โดยตรวจพบกลุ่มบุคคลชายภายในเรือประมาณ 3 – 4 คน ขณะเดียวกันได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ขับมาจอด บริเวณเจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าตรวจในพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นกลุ่มบุค คลบนเรือได้ลำเลียงวัตถุต้องสงสัยบางอย่างลงบริเวณริมตลิ่งใกล้รถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจสอบ เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นว่าป็นเจ้าหน้าที่ จึงได้อาศัยความมืดหลบหนีข้ามลำน้ำเหืองไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันผู้ขับรถยนต์เตรียมการขนย้ายกระสอบดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวไว้ก่อนจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบรถยนต์และเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ

จากการตรวจสอบ ตรวจพบถุงกระสอบ จำนวน 16 ถุง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ จำนวน 245 ห่อ ประมาณ 245 กก. โดยมีนายจักรพันธุ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.ล.ย. ยอมรับสารภาพว่าเป็นของตัวเอง พร้อมตรวจยึด ของกลางรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ ทะเบียน บย 6113 ลย จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ VIVO สีดำ จำนวน 1 เครื่อง หน่วยจึงได้นำตัวผู้กระทำผิด พร้อมของกลางทั้งหมดมาส่งให้กับ สภ.โพนทอง จ.เลย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นบ.ยส.24 เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติด ผ่านเจ้าหน้าที่หน่วยกำลังทหารทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพ/ข่าว : นบ.ยส.24

พรพิพัฒน์ รายงาน