สถานการณ์น้ำท่วมบ่อปลาบ่อกุ้งถูกน้ำท่วมหลายพันไร่


สุพรรณบุรี – สถานการณ์น้ำท่วม ปริมาณน้ำแม่น้ำท่าจีน เอ่อล้นเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ 2 ริม ฝั่งแม่น้ำท่าจีน พื้นที่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง สำหรับอำเภอบาง ปลาม้า มีทั้งหมด 14 ตำบล ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเป็นพื้นที่รับน้ำจากหลายด้าน หลายตำบลเป็นทุ่งรับน้ำประจำทุกปี ขณะที่ตำบลจรเข้ใหญ่ ตำบลองครักษ์ ตำบลไผ่กองดิน และตำบลสาลี มีเกษตรกรเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ด้านนายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย สจ.เขตพื้นที่ อ.บางปลาม้า เปิดเผยว่าพื้นที่อำเภอบางปลาม้า มีพื้นที่ติดต่อกับ อ.ผักไห่ อ.บางซ้าย จ.พระนครีอยุธยา ซึ่งหลายตำบลของอำเภอบางปลาม้า ถูกน้ำท่วมมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ขณะที่ทุ่งผักไห่จำนวน 160,000 ไร่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ได้รับน้ำเต็มทุ่งแล้ว ซึ่งในพื้นที่มีบ่อปลา บ่อกุ้ง ของเกษตรกร ทั้งตำบลองครักษ์ และตำบลจรเข้ใหญ่ อำเภอบางปลาม้า ถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้ว 2,000-3,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีบ่อกุ้ง บ่อปลา พื้นที่ตำบลบ้านช้าง ตำบลบางตาเถร อ.สองพี่น้อง ถูกน้ำท่วมเสียหายอีกนับพันไร่ด้วย

สำหรับพื้นที่ อ.บางปลาม้า รับน้ำมาจาก ประตูน้ำประตูน้ำราชโด ทุ่งผักไห่ อ.ผักไห่ จ.พระ นครศรีอยุธยา ที่รับน้ำจากแม่น้ำน้อย เข้าทุ่งผักไห่ เข้ามาพื้นที่ ตำบลจรเข้ใหญ่ อ.บาง ปลาม้า และพื้นที่ อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ยังต้องรับน้ำมาจากเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านโครงการชันสูตร อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ผ่านมา อ.เดิมบางนางบวช อ.สามชุก อ.ศรีประจันต์ เข้ามายังตำบลโคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี มวลน้ำจะมารวมกันในที่พื้น อ.บางปลาม้า นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-3 พ.ย.2568 มาสมทบอีกจำนวนมาก ล่าสุดเช้าวันที่ 10 พ.ย.ในพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี มีฝนตกลงมาเกือบทุกอำเภอ ทำให้มีปริมาณน้ำในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

ด้านนายสุเทพ ทองธรรมชาติ นายก อบต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า เปิดเผยว่า บ้านเรือนประชาชน ตำบลจรเข้ใหญ่ ถูกน้ำท่วมหลายหมู่บ้าน และมีการสำรวจความเสียหาย ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาล จำนวนกว่า 850 ครัวเรือน นอกจากนี้บ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำล้อม ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาลอีกจำนวนมาก

ส่วนบ่อกุ้ง บ่อปลา ในพื้นที่ตำบลจรเข้ใหญ่ ถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้ว กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งบางรายเลี้ยงกุ้งจำนวน 10 ไร่ แต่ทางรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาเพียงแค่ 5 ไร่ เท่านั้น อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเต็มจำนวนที่ได้รับความเสียหาย ขณะที่ถนนเข้าหมู่บ้านหลายสาย ถูกน้ำท่วมรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ชาวบ้านต้องวิ่งอ้อมกว่า 10 กิโลเมตร เพื่อจะเข้าออกจากบ้าน
ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่ง หมู่ 6 ตำบลองครักษ์ อ.บางปลาม้า เล่าว่าเลี้ยงกุ้ง 30 ไร่ น้ำได้เอ่อล้นแนวกระสอบทรายพัง ทะลักเข้าท่วมบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้พยายามทำคันล้อมป้องกันน้ำเข้าท่วมบ่อกุ้ง แต่ไม่สามารรถป้องกันน้ำได้ น้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ่อกุ้งเสียหายไปแล้ว 30 ไร่ มูลค่าความเสียหายเกือบ 1,000,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม แต่ละราย ลงทุนกันรายละเกือบ 1,000,000 บาท บางรายกว่า 1,000,000 บาท ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ล้อมบ่อกุ้งเช่นมุ้งเขียว ไม้ไผ่ และอื่นๆอีกหลายอย่าง แต่ป้องกันไม่อยู่ เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พล.ร.9 โดย ร.29 เอาใจใส่ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

พล.ร.9 โดย ร.29 เอาใจใส่ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เรื่องการดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ของกำลังพลทุกระดับชั้น โดยเฉพาะน้อง ๆ ทหารใหม่ ที่มีความเดือดร้อน จึงได้สั่งการให้ หน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 9 สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของน้อง ๆ ทหารใหม่ทุกนาย ที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ โดยให้หน่วยดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มขีดความสามารถ

ในการนี้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 จึงสั่งการให้ หน่วยขึ้นตรงกรมทหารราบที่ 29 เร่งดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือน้อง ๆ ทหารใหม่อย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีเหตุอุทกภัยในบางพื้นที่ของประเทศไทย ต่อมา พันโท เมธี จงโยธา ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 29 ได้พูดคุยสอบถามน้อง ๆ ทหารใหม่ด้วยตนเอง จึงทราบว่า พลทหาร รัชชานนท์ ฟักสอน ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย บ้านเรือนชำรุดและทรุดโทรมเนื่องจากน้ำท่วมหนักในพื้นที่ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันของครอบครัวลำบากมากยิ่งขึ้น ไม่สามารถเดินทางได้ตามปกติ ต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นเสาหลักของครอบครัว รับผิดชอบดูแลสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 6 คน ซึ่งยายป่วยด้วยโรคต้อ มารดาและน้าป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และเลี้ยงดูหลานอีก 3 คน

พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 เปิดเผยว่า กรมทหารราบที่ 29 และหน่วยขึ้นตรง ยึดถือนโยบายของผู้บังคับบัญชา ทุกระดับชั้นอย่างเคร่งครัด และมีความห่วงใยกำลังพลชั้นผู้น้อยเหมือนครอบครัวเดียวกัน จึงได้สั่งการให้ พันโท เมธี จงโยธา ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 29 ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยสั่งการให้ผู้ฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 29 พร้อมด้วย พลทหาร รัชชานนท์ ฟักสอน เดินทางกลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวที่กำลังประสบเหตุอุทกภัย ณ บ้านเลขที่ 119/1 หมู่ 2 ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนจากการประสบเหตุอุทกภัยในครั้งนี้

อีกทั้งยังได้พูดคุยสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ เพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไปในอนาคต และให้คำมั่นว่ากองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 กองพลทหารราบที่ 9 และกรมทหารราบที่ 29 มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลน้องคนเล็กของครอบครัว กรมทหารราบที่ 29 อย่างเต็มขีดความสามารถ ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก โดยก่อนเดินทางกลับ แม่ของทหารใหม่กล่าวว่ารู้สึกอุ่นใจ ที่ลูกชายได้เป็นน้องคนเล็กของครอบครัวกองทัพบก และมีความตื้นตันใจที่กองทัพบก โดย กองพลทหารราบที่ 9 มีความห่วงใย ไม่ทอดทิ้งครอบครัวของทหารใหม่ที่ได้รับความเดือดร้อน “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน ดูแลกันตลอดไป


#/// กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

วัดสี่แยกเจริญ จ.นครปฐม ทำบุญครบ 100 วัน หลวงปู่สิทธิชัย สิทธิชโย (อดีตพระผู้ใหญ่วัดสี่แยกเจริญพร)

นครปฐม – วัดสี่แยกเจริญ จ.นครปฐม ทำบุญครบ 100 วัน หลวงปู่สิทธิชัย สิทธิชโย (อดีตพระผู้ใหญ่วัดสี่แยกเจริญพร)

เมิ่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 วัดสี่แยกเจริญพร โดย พระครูปฐมสาธุวัฒน์ พระอาจารย์เทพ เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ดำเนินการจัดงานทำบุญครบรอบ 100 วัน หลวงปูสิทธิชัย สิทธิชโย อดีตพระผู้ใหญ่ของวัดสี่แยกเจริญพร โดยมีพระสงฆ์ จำนวน 25 รูป เจริญพุทธมนต์ และเหล่าศิษยานุศิษย์ ร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย

พิธีการเริ่มด้วย คุณนิธิศา แซ่เตียว บ.เกียวเจริญคอนกรีต จุดธูปเทียนหน้าพระพุทธ , คุณชาญ อืนทรสมบัติ บ.วุฒิชัยชาญ เอ็นจิเนียริ่ง จุดธุปหน้าเครื่องตั้งหลวงปู่สิทธิชัย สิทธิชโย หลังจากนั้น พระสงฆ์ จำนวน 25 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำรับพร
หลังจากนั้น พระครูปฐมสาธุวัฒน์ อ.เทพ. เจ้าอาวาสได้แจกวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่สิทธิขัย สิทธิชโย ให้เป็นที่ระลึกแด่ญาติโยมผู้มาร่วมงาน ทุกๆคน ต่อด้วยพระภิกษุสงฆ์ ฉันภัตราหารเพล เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

“สุชาติ” ลุยเอราวัณ สั่งเข้มรับมือไฟป่า–แก้ปัญหาช้างป่า–ดันโครงการภูบดินทร์ เดินหน้านโยบาย Zero Food Waste ทั้งระบบ

“สุชาติ” ลุยเอราวัณ! สั่งเข้มรับมือไฟป่า–แก้ปัญหาช้างป่า–ดันโครงการภูบดินทร์ เดินหน้านโยบาย Zero Food Waste ทั้งระบบ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะประกอบด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติเอราวัณโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด ทส. ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมตรวจเยี่ยมพื้นที่อุทยานฯ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในประเด็นการป้องกันและควบคุมไฟป่า การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการจัดการขยะจากการท่องเที่ยว

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายวีระ ขุนไชยรักษ์, นายชิดชนก สุขมงคล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ, นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นางสายสุดใจ ชุนเชาวฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้าน โป่ง) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงฯ

ในที่ประชุมฯ ได้มีการรายงานโครงการผลความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของราษฎรในหมู่บ้านทิไล่ป้า

ในส่วนของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มีพื้นที่ป่าอนุรักษ์รับผิดชอบรวมกว่า 6,857,772.17 ไร่ ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม โดยมีหน่วยงานในสังกัดรวม 73 แห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติ 9 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 3 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 10 แห่ง และสถานีควบคุมไฟป่า 7 แห่ง

พื้นที่รับผิดชอบยังครอบคลุมมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2534) เนื้อที่รวมกว่า 4,017,087 ไร่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2564) เนื้อที่รวมกว่า 2,938,909.84 ไร่

การแก้ไขปัญหาเร่งด่วน กรณีการบุกรุกที่ดิน อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจตามกฎหมายใน 24 หมู่บ้าน รวมพื้นที่ 27,608 ไร่ ด้านการป้องกันไฟป่า ปี 2569 ได้มีการกำหนดยุทธการจัดทำแผนที่เสี่ยงไฟป่า บริหารจัดการเชื้อเพลิง, จัดชุดลาดตระเวน จัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ, และใช้เทคโนโลยี UAV/ดาวเทียมติดตามสถานการณ์ สถานการณ์ปี 2568: พบจุดความร้อน 1,629 จุด ซึ่งได้เข้าควบคุมและดับไฟอย่างเข้มงวด ในปีงบประมาณ 2568 มีขยะรวม 171.54 ตัน จากนักท่องเที่ยวกว่า 1.36 ล้านคน ทั้งนี้ได้มีเตรียมพัฒนาระบบจัดการขยะและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านการจัดการช้างป่าและสัตว์ป่า เพิ่มเครือข่ายเฝ้าระวังเป็น 42 เครือข่าย และจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 24 ชุด, สำหรับการบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ลักลอบขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำรวม 42 ราย โดยจะไม่มีการประสานกับ ตชด.ในพื้ชนที่

นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้มอบนโยบายพร้อมเน้นย้ำประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสนองงานตามพระราชดำริ โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง, การบูรณาการแผนงานร่วมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับจังหวัด, การสร้างเครือข่ายชุมชนเชิงรุก ผ่านการประชาสัมพันธ์ “เคาะประตูบ้าน”, การจัดการขยะอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste) ภายใน 4 เดือน ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและสาธารณสุขในอุทยาน ด้วยการเตรียมเครื่องมือแพทย์และการซ้อมลำเลียงผู้ป่วย สำหรับการปราบปรามการกระทำผิดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการลักลอบล่าสัตว์ป่า การค้าไม้เถื่อน และการบุกรุกที่ดิน

รัฐมนตรีฯ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและบุคลากรทุกหน่วยงานคือกำลังสำคัญของประเทศ แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและสวัสดิการ แต่ยังคงทำงานด้วยความทุ่มเท รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณกลางและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและคณะได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน พาดหัวใหม่ให้น่าสนใจ


#/// กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ไหว้พระ อิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม ประจำปี พ.ศ. 2568

นครปฐม – ไหว้พระ อิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม”ประจำปี พ.ศ. 2568

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 อบจ.นครปฐม นำพี่น้องประชาชนร่วมเดินทาง ตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว”ไหว้พระ อิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม”ประจำปี พ.ศ. 2568 ในเส้นทางสาย อ.กำแพงแสน โดยเดินทางจากวัดรางหมัน-วัดไร่แตงทอง-วัดหนองพงนก-วัดสระมงคล-วรรณวนัชเบเกอรี่-ร้านกาแฟ Poss Coffee
โดยการเดินทางครั้งนี้ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มีความห่วงใยให้ นายสมยศ สุขตะโก รองประธานสภา อบจ., นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์, นายธนพันธ์ โชคดำรงสุข (สมาชิกสภาอบจ. เขต อ.กำแพงแสน) และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม มาร่วมต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในครั้งนี้

อบจ.นครปฐม ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ได้แก่วัด และสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง ที่อำนวยความสะดวก ทำให้การดำเนินโครงการในวันนี้ลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจ เข้าร่วมโครงการกับอบจ.นครปฐม ในครั้งนี้แล้วอย่าลืมกดติดตาม เพจเฟซบุ๊คของ อบจ.นครปฐม ไว้ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดข่าวสาร กิจกรรม หรือโครงการที่ อบจ. จะจัดในโอกาสต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ศรัทธาล้นหลาม! พิธีอายุวัฒน์ 34 ปี “หลวงพ่อห้ามจน” เนืองแน่น คอหวยแห่ส่องเลขเด็ด

เพชรบูรณ์ – ศรัทธาล้นหลาม! พิธีอายุวัฒน์ 34 ปี “หลวงพ่อห้ามจน” เนืองแน่น คอหวยแห่ส่องเลขเด็ด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัด “หลวงพ่อห้ามจน” ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่ามีพุทธศาสนิกชน ญาติโยม ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่จำนวนมาก ต่างเดินทางมาร่วมทำบุญ เนื่องในงานพิธี อายุวัฒน์ 34 ปี พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือ พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอหนองไผ่ ประธานสงฆ์วัดหลวงพ่อห้ามจน ตามแบบฉบับล้านนา ในพิธีเจริญพุทธมนต์สืบชะตาหลวง โดยมี พระพรหมวชิรานุวัตร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข วรวิหาร กทม. เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวตลอดจนสายมู ก็ต่างไม่พลาด ได้ถือโอกาสวันสำคัญนี้ กราบไหว้ขอพร “หลวงพ่อห้ามจน” องค์จริง หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา โดยในวันนี้ อาจารย์ปูเป้ โพธิญาณ พร้อมด้วยอาจารย์หนานเดช ปู่ฤาษีตาไฟ ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ลำพูน ก็ได้ร่วมอฐิษฐานจิต ล้วงไหเสี่ยงทาย จำนวน 3 ครั้ง ก่อนได้เลขเด็ด 470 ขึ้นมาตามลำดับ

ส่วนทางด้านนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด ก็ไม่พลาด ได้ทำการจุดธูปเสี่ยงทายต่อหน้า “น้องพบโชค” ก่อนเผยให้เห็นตัวเลข ปรากฎขึ้นมาอย่างชัดเจน 085 ต่างพากันนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูป และบอกต่อกัน หวังนำเลขเด็ดในพิธีศักดิ์สิทธิ์อายุวัฒน์ ไปเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ตามความเชื่อกันต่อไป

และในวันเดียวกันนี้ ทางวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) ยังได้นัดหมายในการจ่ายเงินให้แก่เจ้าของที่ดิน ตามกำหนด โดยมี พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือ พระครูโอม เป็นประธานส่งมอบเงินสด ดังกล่าว ทั้งนี้ เงินที่นำมาซื้อที่ดินนั้น ได้มาจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญสมทบทุน รวมทั้งผู้ที่มาขอโชคลาภจากหลวงพ่อห้ามจนแล้วสมหวัง จึงได้นำเงินมาถวาย เมื่อรวบรวมจนครบถ้วนแล้ว จึงได้นัดหมายให้เจ้าของที่ดินมารับในวันนี้


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ครบรอบ 56 ปี กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3

ครบรอบ 56 ปี กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ครบรอบปีที่ 56 ณ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ อดีตผู้บังคับบัญชา ศิษย์เก่า และกำลังพลของหน่วยร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดพิธีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย ข้าราชการ ครอบครัว ตลอดจนเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่อดีตผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของหน่วยที่ได้ล่วงลับไปแล้ว อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีและการสืบทอดเจตนารมณ์แห่งทหารพลร่มจากรุ่นสู่รุ่น

ตลอดระยะเวลา 56 ปีที่ผ่านมา กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ อดทน และมุ่งมั่น เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติและประโยชน์สุขของประชาชน โดยหน่วยจะยังคงยึดมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถ การฝึก ความพร้อมรบ และการเตรียมกำลังกำลังพล เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมศักดิ์ศรีของนักรบพิเศษต่อไป

#กองทัพบก #กองทัพภาคที่3 #ค่ายประตูผา


นที มีเดช รายงาน

พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร “รำลึกมุทิตา ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ในโอกาสครบรอบ 91 ปี วันลงจอบแรกสร้างเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ

พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร “รำลึกมุทิตา ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ในโอกาสครบรอบ 91 ปี วันลงจอบแรกสร้างเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ

เช้าวันนี้ (9 พ.ย. 68) เวลา 06.15 น. ที่ บริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำส่วนราชการ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และคณะศิษยานุศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีทำบุญ “รำลึก มุทิตา” ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ซึ่งกองทุนน้อมรำลึกครูบาเจ้าศรีวิชัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันรำลึกถึงวันครบรอบ 91 ปี วันคล้ายวันลงจอบแรกของครูบาเจ้าศรีวิชัยในการสร้างเส้นทางขึ้นสู่ดอยสุเทพ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ของทุกปี

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะ เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่ครูบาเจ้าศรีวิชัย และเจ้าแก้วนวรัฐ ประธานฝ่ายบ้านเมือง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น รวมถึงบรรพบุรุษและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกันสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพเมื่อ 91 ปีที่แล้ว จากนั้นได้นำผู้ร่วมพิธีร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 219 รูป และประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

สำหรับประวัติการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้น ย้อนหลังไปเมื่อ 91 ปีก่อน ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาได้ถือฤกษ์ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 ลงจอบแรกเป็นสิริมงคลในการทำถนนขึ้นสู่ยอดดอยสุเทพ เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยหลวงศรีประกาศและเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่ในขณะนั้น ได้กราบอาราธนาครูบาศรีวิชัย มาเป็นผู้นำในการสร้างถนนเส้นดังกล่าว จนเป็นที่มาของการรวบรวมพลังศรัทธาผู้คนจากหลายจังหวัดมาช่วยกับบูรณะเส้นทางความยาว 11 กิโลเมตร 530 เมตร จนแล้วเสร็จและสามารถเปิดใช้ถนนได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2478 เป็นต้นมา โดยใช้เวลา 5 เดือนกับ 22 วัน


นที มีเดช รายงาน

สหกรณ์ครูลพบุรี ประชุมวิสามัญเดือด!! โหวดถอดถอนกรรมการ

จังหวัดลพบุรี – สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรีเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวาระสำคัญในเรื่องการเสนอถอดถอนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด มีการอภิปรายโหวดถอดถอนกันวุ่น

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 68 นายสมศักดิ์ บุญทิม ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด ประธานในการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งได้เชิญผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด เข้าร่วมประชุมจำนวน 1,579 คน ทั้งนี้ได้มีวาระการประชุมจำนวน 4 วาระ โดยวาระที่สำคัญในครั้งนี้คือว าระที่ 3.1 เรื่องการถอดถอนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด เป็นรายบุคคล

สำหรับในการประชุมในครั้งนี้ได้มี นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ฐานะประธานกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งวาระดังกล่าวถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการยื่นวาระถอนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด เป็นรายบุคคลตั้งแต่มีการก่อตั้งสหกรณ์ฯมาและมีสมาชิกในปัจจุบันกว่า 1 หมื่นราย

ซึ่งในการยื่นถอนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด ในครั้งนี้ได้มีนายสมชาย ชวนชม สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด เป็นผู้ยื่นให้ถอดถอนกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด จำนวน 3 ท่าน โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ามิได้ถือปฏิบัติตามระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด และจำกัดสิทธิ ในการเข้าร่วมการประชุมใหญ่ ของนายสมชาย ชวนชม นอกจากนี้ยังเสนอว่าคณะกรรมการการดำเนินการอีก 7 คนกระทำการโดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในการกระทำนิติกรรมสัญญาประกันวินาศภัย มิได้มีหนังสือยินยอมจากสมาชิกฯ ซึ่งกรณีดังกล่าวผู้ยื่นเห็นว่าการที่กรรมการพิจารณาในการคัดเลือกบริษัทประกันชีวิตให้กับสมาชิกทำโดยไม่โปร่งใสในการเลือกบริษัทประกันภัยทำให้สมาชิกเสียค่าประกันเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ด้านทางคณะกรรมการตรวจสอบได้เป็นผู้ดำเนินการในการชี้แจงของฝ่ายผู้ยื่นถอดถอนและผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยได้ให้ทั้งสองฝ่ายสลับกันขึ้นชี้แจงเหตุผลให้กับสมาชิกที่เดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้ได้รับฟัง ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อยที่ต่างฝ่ายจะออกมาคัดค้านในการอภิปราย จนทำให้การดำเนินการล่าช้า โดยใช้เวลาในการอภิปรายในครั้งนี้นานเกือบ 3 ชั่วโมงและมีสมาชิกขอให้ปิดการอภิปราย พร้อมกับเสนอให้ลงคะแนนแบบเปิดเผยสำหรับผู้ที่ยื่นถอดถอนและผู้ถูกร้องต้องออกจากที่ประชุม ทางคณะกรรมการตรวจสอบจึงให้สมาชิกโหวตด้วยการยกมือว่าจะถอดถอนหรือไม่ โดยผลการโหวตสรุปว่าไม่มีการถอดถอน มีคะแนนชนะ ผู้ถอดถอนแบบขาดลอย

หลังการประชุมเสร์จสิ้นลง นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ฐานะประธานกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า วาระในเรื่องของการถอดถอนในครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด จึงทำให้เกิดความวุ่นวายในบางขั้นตอนก็ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด มีมาตรฐานสูง แม้ว่าจะมีการเข้าใจผิดกันบ้างที่แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลด้วยรายละเอียดของแต่ละฝ่ายในเรื่องการเลือกบริษัทประกัน แต่ทางผู้ที่คัดเลือกเค้ามองลึกลงไปที่จะไม่ส่งผลถึงผู้ที่มาค้ำประกันไม่ให้เดือดร้อน ซึ่งเสียดายที่ในการดำเนินการไม้ได้มีการอธิบายในทางลึกให้สมาชิกเข้าใจก็ถือว่าเป็นข้อที่ผู้ร้องควรสงสัย โดยต่อไปนี้ก็ขอให้ตั้งผู้แทนแต่ละเขตเข้ามาเป็นคณะกรรมการ จะได้มีการเข้าใจร่วมกัน อย่างไรก็ขอชื่นชมการดำเนินการของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัดในครั้งนี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กองทัพภาคที่ 2 เร่งสร้างหลุมบุคคลคู่–หลุมหลบภัยกว่า 250 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนแนวชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 เร่งสร้างหลุมบุคคลคู่–หลุมหลบภัยกว่า 250 แห่ง เพื่อความปลอด ภัยของกำลังพลและประชาชนแนวชายแดน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง “ที่มั่นกำบัง (หลุมบุคคลคู่)” ภายใต้โครงการ กองทุนหทัยทิพย์ ของมูลนิธิจุฬาภรณ์ ณ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี หลังเกิดสถานการณ์การปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา กำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีที่กำบังจากการโจมตีของโดรนจากฝั่งกัมพูชา

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับกองกำลังสุรนารี และกองพลพัฒนาที่ 2 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน โดยปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้าง หลุมบุคคลคู่ 256 แห่ง และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน 7 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์
แม่ทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่า การสร้างที่มั่นกำบังเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องชีวิตของกำลังพล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความห่วงใยของทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการกองทุนหทัยทิพย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าทำงานได้อย่างปลอดภัย “ไทยนี้รักสงบ แต่หากจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย เราก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวตอนหนึ่ง

โครงการก่อสร้างที่มั่นกำบังและหลุมหลบภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมและความปลอดภัยสูงสุดให้กับทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี