มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญ ส่งกำลังใจแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญ ส่งกำลังใจแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบกระบอกน้ำพลาสติก ขนาด 1 ลิตร รวมจำนวน 4,000 ใบ รวมงบประมาณเป็นเงิน 248,000 บาท (สองแสนสี่หมื่นแปดพันบาทถ้วน) เป็นของขวัญให้แก่ผู้พิการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เนื่องในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี และมอบโล่เกียรติคุณแด่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคม สงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องจัดเลี้ยงอาหาร 9 ชั้น 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับการช่วยเหลือผู้พิการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ได้ริเริ่มดำเนินการและขยายโครงการต่อเนื่องเรื่อยมา ด้วยความตระหนักถึงความยากลำบากในการดำรงชีวิต เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” โดยการมอบเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ พร้อมมอบค่าพาหนะสำหรับผู้ที่เดินทางมารับ ซึ่งขณะนี้ได้กระจายความช่วยเหลือไปสู่ผู้พิการยากไร้ในส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังให้ความช่วยเหลือโดยผ่าน หรือร่วมกับโครงการ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ อาทิ การสนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ การมอบของขวัญเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้พิการ เนื่องในวันคนพิการ โดยร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และในวันจันทร์นี้ (10 พฤศจิกายน พ.ศ.2568) มูลนิธิฯ กำหนดมอบไม้เท้าขาวแก่ผู้พิการทางสายตา ผ่านมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมงบประมาณการช่วยเหลือผู้พิการ ในปี 2568 ณ ปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบช่างไฟ อดีตแอดมินเพจหลอกทำงานหารายได้เสริม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบช่างไฟ อดีตแอดมินเพจหลอกทำงานหารายได้เสริม

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรหม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง รอง ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.สมบูรณ์ เอื้อสมานไมตรี รอง ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล. /เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ประพันธ์ เอี่ยมประโคน รอง สว.ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล, ร.ต.ท.จินดา โพธิ์ทอง รอง สว.(ป.) ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล, ด.ต.ณัฐวุฒิ เสาเปรีย, ด.ต.ณัฐพงษ์ สิ่วสำแดง ผบ.หมู่.ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล.ร่วมกันจับกุม นายอภิชาติฯ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.221/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือข้อมูลคอม พิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยตรง” สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง

พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอภิชาติฯ บุคคลตามหมายจับ เป็นพนักงานติดตั้งสายไฟของบริษัทแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.ระยอง กำลังจะเดินทางไปทำงานที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยใช้รถยนต์อีซูซุ สีน้ำตาล โดยจะใช้เส้นทาง ทล.36 เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง และได้พบรถยนต์เป้าหมายขับขี่ผ่านมา ได้ติดตามและเรียกให้หยุดรถบริเวณที่จับกุม แล้วเข้าตรวจค้นตามหลักยุทธวิธี ผลการตรวจสอบพบว่านายอภิชาติฯ เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.221/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยตรง” และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ. บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น นายอภิชาติฯ รับสารภาพและให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา ได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อฝากถอนเงินจากเว็บพนัน เนื่อง จากตนเป็นแอดมินเพจ ได้รับเงินเดือนและได้รับเงินเพิ่มจากยอดเงินที่เข้าบัญชี โดยมีเคสหนึ่ง เมื่อประมาณ เดือนกันยายน 2567 ได้มีผู้เสียหาย ทักเข้ามาที่เพจรับสมัครงาน เพื่อรับงานมาทำที่บ้านเป็นรายได้เสริม จึงสนใจและสมัครเข้าไป จากนั้นตนที่เป็นแอดมินเพจ ได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้น หากผู้เสียหายสนใจก็จะส่งลิงก์ไลน์ชักชวนเข้ากลุ่ม แล้วให้ผู้เสียหายติดต่อเจ้าหน้าที่คนที่ 1 เพื่อทำกิจกรรมประจำวัน และประเมินงานผ่านไลน์กลุ่ม จากนั้นให้ติดต่อเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ให้ทำกิจกรรมตามช่วงเวลาที่กำหนด แต่ละกิจกรรมมีค่าตอบแทนให้ รวม 17 กิจกรรม ซึ่งต้องโอนเงินไป 799 บาท แล้วให้ติดต่อเจ้าหน้าที่คนที่ 3 ซึ่งบังคับให้เลือกแผนทุนกิจกรรม ต้องโอนเงินเพิ่ม 4,999 บาท เจ้าหน้าที่คนที่ 3 ให้กดลิ้งค์ตามที่บอก แล้วอ้างกับผู้เสียหายว่ากดลิ้งค์แล้วเกิดปัญหา ต้องโอนเงินเพิ่ม 14,991 บาท เจ้าหน้าที่คนที่ 3 แจ้งว่าต้องทำรายการ 3 ครั้ง ต้องโอนเงินเพิ่ม 29,982 บาท เมื่อทำรายการครบ 3 ครั้งแล้ว ไม่สามารถถอนเงินในระบบได้ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่คนที่ 4 ซึ่งเจ้าหน้าที่คนที่ 4 แจ้งว่า ทำรายการถอนเงินไม่ตรงยอดเงิน ต้องโอนเงินเพิ่ม 68,998.10 บาท ซึ่งหลังจากโอนเงินแล้ว ยังไม่สามารถถอนเงินได้ เจ้าหน้าที่คนที่ 4 แจ้งว่า ต้องโอนเงินเพิ่มอีกเพื่อปลดล็อค ผู้เสียหายไม่ได้โอนเพิ่มแต่อย่างใน ทำให้ได้รับความเสียหายรวมกว่า 119,767.10 บาท

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
-พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล. หมายเลขโทรศัพท์ 086-348-9069
-สถานีตำรวจทางหลวงระยอง หมายเลขโทรศัพท์ 038-647-111

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน” 1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Website : https://cib.go.th/
FB : ตำรวจสอบสวนกลาง Youtube : ตำรวจสอบสวนกลาง

หลอกทำงานหารายได้เสริม #ตำรวจทางหลวง #ตำรวจสอบสวนกลาง #CIB


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รองนายกฯ สุชาติ” สั่งตั้งฐานปฏิบัติการร่วมอุทยานฯ ตชด. ทหาร ป้องกันลักลอบขุดทองในเขตอุทยานฯทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

“รองนายกฯ สุชาติ” สั่งตั้งฐานปฏิบัติการร่วมอุทยานฯ ตชด. ทหาร ป้องกันลักลอบขุดทองในเขตอุทยานฯทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

วันที่ 9 พ.ย.2568 : นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่ทหาร ตั้งฐานปฏิบัติการร่วมเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและป้องกันการลักลอบบุกรุกขุดทองในเขตอุทยานฯ ทองผาภูมิอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กรมอุทยานฯ โดยอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิได้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนพิทักษ์ผืนป่าและจับกุมผู้ลักลอบขุดหาทองในพื้นที่ ซึ่งจากสถิติทางคดีปี 2568 จนถึงปัจจุบันสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้รวม 29 คดี มีผู้ต้องหาทั้งคนไทยและต่างด้าวรวม 44 ราย รองนายกฯจึงได้สั่งการให้ตั้งฐานปฏิบัติการร่วมเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและป้องกันการลักลอบบุกรุกขุดทองในเขตอุทยานฯ ทองผาภูมิอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 คณะทำงานฯ ภายใต้การอำนวยการของนายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ,พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกองทหารลาดหญ้า และทีมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำโดยนายบัญชา กาญจนพันธ์ พนักงานพิทักษ์ป่า ได้ออกปฏิบัติการจับกุมผู้บุกรุกพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หลังจากติดตั้งกล้องวงจรปิดในแปลงคดีพื้นที่ 13 ไร่กว่าที่ถูกบุกรุก และได้รับสัญญาณแจ้งเตือนพบกลุ่มบุคคล 15-20 คน เข้าออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง คณะเจ้าหน้าที่จึงเดินทางด้วยเรือตรวจการไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ จากนั้นเดินเท้าผ่านเส้นทางทำไม้เก่า ลัดเลาะไปตามร่องห้วยและไหล่เขาในป่ารกทึบ ไม่มีหมู่บ้าน ระยะทางกว่า 16 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่จุดซุ่มจับกุม

ในคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นแสงไฟและได้ยินเสียงคนพูดคุยกันบริเวณหลุมขุดดิน จึงวางแผนปิดล้อม แต่กลุ่มบุคคลบางส่วนวิ่งหลบหนีไปได้เนื่องจากความชำนาญพื้นที่ ผลการจับกุมพบ นายโซเอะเกดุ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 34 ปี สัญชาติพม่า จากหมู่บ้านยาพู ประเทศเมียนมา แอบหลบอยู่ในหลุมขุดดิน พร้อมยึดของกลาง 13 รายการ ได้แก่ กระสอบดิน 8 กิโลกรัม, มีดดาบ, กระสุนปืน .22 LR จำนวน 5 นัด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, อุปกรณ์ขุดดินและร่อนแร่ รวมมูลค่าความเสียหาย 756,307 บาท ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การว่าเดินทางเข้าเมืองไทยผ่านช่องทางธรรมชาติช่องป่าหมาก-ยาพู พร้อมเพื่อนอีก 3 คน โดยถูกชักชวนให้มาขุดดินหาแร่ทองคำ

ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีฐานความผิด 6 ข้อหา ได้แก่ บุกรุกและทำลายป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2482 บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 บุกรุกพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ในอุทยานแห่งชาติ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน หิน แร่) เข้าไปดำเนินกิจการเพื่อหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนและกระสุนโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำลุ่มน้ำชั้น 1A ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ การบุกรุกและขุดดินหาแร่ทองคำก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทางอุทยานจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย คดีนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ภ.7 ฝ่า 399 โค้ง ถึง “สภ.ปิล็อก” ชี้ต้องให้ความสำคัญของโรงพักชายแดน มอบถุงยังชีพเป็นขวัญกำลังใจ

ผบช.ภ.7 ฝ่า 399 โค้ง ถึง “สภ.ปิล็อก” ชี้ต้องให้ความสำคัญของโรงพักชายแดน มอบถุงยังชีพเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2568 เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการตำรวจ สภ.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.ต.ท.ชัยภัฎ พัวพงษ์พันธ์ สว.สภ.ปิล็อก พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดอยู่ปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผบช.ภ.7 ได้มอบถุงยังชีพ พูดคุยและให้กำลังใจกับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีตำรวจ เดินตรวจความเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเน้นย้ำในเรื่องของการสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศทั้งในส่วนของคนไทยและคนต่างด้าว รวมไปถึงสิ่งของผิดกฎ หมาย และได้กำชับมาตรการการสกัดกั้นการใช้เสาสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเสาสายสัญญาณแนวชายแดนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา กับ 55 จุดหมายเมืองรอง 28–30 พ.ย.2568 ที่ เมืองทองธานี

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา กับ 55 จุดหมายเมืองรอง 28–30 พ.ย.2568 ที่ เมืองทองธานี

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” โดยมีนางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นประธานโครงการงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง”

นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ (สทท.) ประธานโครงการฯ กล่าวว่า งาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” เป็นการเปิด 55 เมืองรองทั่วไทยที่น่าสัมผัส น่าค้นหาจากภาคเหนือจรดภาคใต้ พร้อมนำเสนอเสน่ห์ท้องถิ่นแบบที่ต้อง “ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา” มาครบจบในที่เดียว

  • ภาคเหนือ :เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, ตาก, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และอุทัยธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดชัยนาท, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุร, สุพรรณบุรี, ราชบุรี และอ่างทอง
  • ภาคอีสาน : จังหวัดกาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี, ตราด, ปราจีนบุรี, นครนายก และสระแก้ว
  • ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา
     

มาวางแผนเที่ยว–ช้อป–รับสิทธิ์ลดหย่อยภาษีกันได้เลย ในงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” วันที่ 28–30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-21.00 น. ณ  เมืองทองธานี ฮอลล์ 11–12

เทศกาลเมืองต้องรอง #HiddenGemsThailand


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บุกรังการเงินสแกมเมอร์ (Scammer) หนีมาจากกัมพูชา พบนวัตกรรมใหม่สุดล้ำ Ai หลอก Ai

“บิ๊กก้อง” บุกรังการเงินสแกมเมอร์ หนีมาจากกัมพูชา พบนวัตกรรมใหม่สุดล้ำ Ai หลอก Ai จับชาวจีน 4 ราย คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โทรศัพท์ 60 เครื่อง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส. บช. น., พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ. รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ, พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.กก.สส.บก.น.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.,บก.สส.บช.น.,บก.น.5 และสน.ทองหล่อ นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.124/2568 ลงวันที่ 8 พ.ย.2568 เข้าตรวจค้นคอนโดหรูภายใน ซ.สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพ

ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ 1. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง (พบข้อมูลการตัดต่อวีดิโอเพื่อสแกนหน้า), 2.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 2 เครื่อง (พบข้อมูลทำการเงินเพื่อนำเงินออกในประเทศกัมพูชา), 3.โทรศัพท์มือถือ 60 เครื่อง, 4.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 2 ถุง และ 5.อุปกรณ์การเสพยาเสพติด จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.Mr.Xiahou Xin อายุ 29 ปี สัญชาติจีน, 2.Mr.Liu Ming อายุ 28 ปี สัญชาติจีน, 3.Mr.Li Lei อายุ 22 ปี สัญชาติจีน แล, 4.Mr.Zeng Lingquan อายุ 21 ปี สัญชาติจีน ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่,มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ“ (ข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการขยายผล) โดยจับกุมได้ที่ : คอนโดหรูภายใน ซ.สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ บุกรังการเงินแก๊งสแกมเมอร์ พบนวัตกรรมใหม่ใช้ Ai หลอก Ai เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิใช่เป็นเพียงปัญหาระดับชาติ แต่กลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว จนล่าสุดเกิดปรากฏการ “โลกล้อม” แก๊งสแกมเมอร์ โดยมีเหล่าเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศเข้าปฏิบัติการในประเทศกัมพูชาจนเกิดความสั่นคลอนเป็นผึ้งแตกรัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการมอบหมายให้พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ติดตามสถานการณ์ทางการข่าวอย่างใกล้ชิด กระทั่ง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สืบทราบเบาะแส พบว่ามีกลุ่มบอสหนุ่มชาวจีนรายใหญ่หลายราย ได้หลบหนีจากประเทศกัมพูชาเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มอบหมาย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบสวนจนพบกลุ่มชาวจีนต้องสงสัย 4 ราย แอบขนอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก พร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แปลกๆ เข้าไปในคอนโดหรูภายใน ซ.สุขุมวิท 16 ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่แฝงตัวเป็นช่างอาคารจนพบว่ามีการตั้งห้อง “วอร์รูม” เป็นฐานบัญชาการอยู่ภายในคอนโดหรูดังกล่าว และมีการมั่วสุมยาเสพติดด้วย ต่อมาวันที่ 9 พ.ย.2568 เวลา 12.30 น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นเข้าตรวจสอบ ห้องสูทหรูในคอนโดชื่อดัง ซ.สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพ โดยใช้ยุทธวิธีเข้าจับอย่างฉับพลัน จนทำให้กลุ่มผู้ต้องหาไม่ทันตั้งตัว และไม่สามารถทำลายพยานหลักฐานในคอมพิวเตอร์ได้ ผลการตรวจค้นพบห้อง “วอร์รูม” มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง ยังคงเปิดค้างไว้

ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็น “การเงินของแก๊งสแกมเมอร์” ตรวจสอบพบ “นวัตกรรมใหม่” โดยการใช้ Ai หลอก Ai โดยการเอาภาพนิ่งของ “เหยื่อ” ผู้เสียหายมาเข้าระบบ Ai เพื่อให้หันหน้าซ้าย ขวา กะพริบตา อ้าปาก จากนั้นนำคลิปที่ได้จากการทำ Ai ดังกล่าว นำไปหลอกกับระบบ KYC ของธนาคารและเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นกระบวนการที่อันตรายมากเพราะทำให้ ผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหาได้อย่างง่ายดาย และจากการตรวจสอบพบโทรศัพท์ 60 เครื่อง ตรวจพบยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 2 ถุง พบตัวผู้ต้องหาชาวจีน 4 ราย ตรวจสอบพบว่าพึ่งเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมแถลงผลปราบสแกมเมอร์ ครั้งใหญ่, ศูนย์ PCT–WARROOM IAC และ MONEY CASH BACK ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฮีโร่ยิมนาสติกระดมสมอง ล้างใจรุ่นน้องล่าทองซีเกมส์

สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เดินหน้าเต็มตัว ระดมดึงอดีตซูเปอร์สตาร์ “โม” ธาราทิพย์ ศรีดี ราชินีเหรียญทองซีเกมส์, ปัญจรัตน์ ประวัติโยธิน, เอกราช จันทร์กรุง, รุ่งกานต์ แสงทองสกุลเลิศ จำนวน 41 คน ทุ่มเทแรงกายล้างใจนักยิม นาสติกรุ่นน้อง ยืนยันเจตนารมณ์เดิม อย่างน้อยคว้า 5 เหรียญทองซีเกมส์ ปลายปีนี้

ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ในการเตรียมเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซิเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ซึ่งในส่วนของนักกีฬายิมนาสติกมีชิงทั้งสิ้น 15 เหรียญทอง โดยมีนักกีฬาทั้งหมด 20 คน จาก ยิมนาสติกศิลป์หญิง,ยิมนาสติกศิลป์ชาย,ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกแอโรบิก โดยเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์ฝึก (สโมสรจินตนา) ในซอยเพชรเกษม 81 ตั้งแต่เดือน ธันวาคม ปี พ.ศ.2567 พร้อมทั้งส่งไปแข่งขันรายการนานาชาติ อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิม นาสติกแห่งประเทศไทย และ ประธานสหพันธ์ยิมนาสติกแห่งอาเซียน ในฐานะผู้จัดการทีมชุดเตรียมซีเกมส์ ได้จัดโครงการ “ตำนานสอนน้อง หนึ่งใจ หนึ่งเป้าหมาย สู่ซีเกมส์” ณ ศูนย์ฝึกกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ในซอยเพชรเกษม 81 ด้วยการดึงอดีตซูเปอร์สตาร์ นำโดย “โม” ธาราทิพย์ ศรีดี (นักกีฬายิมนาสติกลีลา ราชินีเหรียญทองซีเกมส์), ปัญจรัตน์ ประวัติโยธิน, เอกราช จันทร์กรุง, รุ่งกานต์ แสงทองสกุลเลิศ, ผศ.ดร.สุมนรตรี นิ่มเนติพันธ์ (พี่ดรีม), น.ส จิรภิญญา พัฒนศักดิ์, น.ส กานต์พิชชา พัฒนศักดิ์ (นักกีฬายิมนาสติกลีลา), นายณัฐวุฒิ พิมพา, นางสาวไอรดา ปานท้าว (ยิมแอโรบิก) รวมทั้งสิ้น 41 คน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ยืน ยันว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือ และ ความตั้งใจของอดีตนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ที่เป็นรุ่นพี่ บางคนรุ่นคุณน้า,บางคนเป็นอาจารย์สอนอยู่ตามสโมสร และ บางคนเป็นเทรนเน่อร์สอนอยู่ในสถาบันเต้นระดับอาชีพ เต็มใจมาถ่ายทอดประสบการณ์ ความสามารถ การใช้ทริคเพื่อชิงความได้เปรียบในการเรียกคะแนนจากกรรมการ รวมถึงการละลายพฤติกรรม สร้างความคิดในเชิงบวก, การลดความเครียด และ การสร้างสมาธิหลังการฝึกซ้อม และ ก่อนลงทำการแข่งขัน โดยรุ่นพี่ทุกคนมีความปรารถนา ต้องการเห็นนักกีฬารุ่นใหม่ คว้าเหรียญทองซีเกมส์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นความภาคถภูมิใจให้กับตัวเอง กับการแข่งขันซีเกมส์ โดยเป็นความทรงจำที่ดี ครั้งหนึ่งในชีวิต

สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในส่วนของกีฬายิมนาสติกศิลป์,ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาส ติกแอโรบิก มีชิงทั้งสิ้น 15 เหรียญทอง สมาคมตั้งเป้าอย่างน้อยน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 5 เหรียญทอง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศิลปกรรม มทร.ธัญบุรี โชว์ “SATLAB-FASHION EXPERIMENT” แฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่

ศิลปกรรม มทร.ธัญบุรี โชว์ “SATLAB-FASHION EXPERIMENT” แฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จัดงานแฟชั่นโชว์สุดสร้างสรรค์ “SATLAB-FASHION EXPERIMENT by 1st Year Student” เพื่อแสดงศักยภาพและเปิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาศิลปะการออก แบบแฟชั่น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศศิประภา อัศวะวิบูลย์ ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรมรมศาสตร์ ให้การต้อนรับ ณ ห้องรามราฆพ อาคารนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์

รองศาสตราจารย์ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย เผยว่า เป็นการเปิดตัวผลงานสร้าง สรรค์ของนักศึกษาใหม่ที่ กล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าเปิดเผยความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในสายศิลปกรรมศาสตร์ โดย “SATLAB” หรือ “การทดลองแฟชั่น” ถูกสร้างขึ้นเป็นห้องทดลองที่จุดประกายให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดสร้าง สรรค์ สะท้อนความเป็นตัวตน และเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปลูกฝังประสบการณ์อันมีค่าเพื่อให้นักศึกษาเติบโตไปเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์มืออาชีพ ที่มีจิตวิญญาณของศิลปิน

ทางด้าน อาจารย์ชนัญชิดา ณะสม อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาพื้นฐานองค์ประกอบต่างๆ สวยงาม และรายวิชาผ้าและเส้นใย ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ภูริโชติธรรม ที่ปรึกษาโครงการ ได้นำนักศึกษาเข้าสู่ “การลงมือปฏิบัติจริง” โดยมีการบูรณาการนวัตกรรมแฟชั่นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์โครงสร้างเสื้อผ้า การคัดเลือกวัสดุ การตัดเย็บ ไปจนถึงการจัดการแฟชั่นโชว์จริง

นางสาวชญานิษฐ์ จินดาหลวง ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาศิลปะการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวว่า “SATLAB” คือ “ห้องทดลอง” ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลองผิดลองถูก ค้นหาตัวตนผ่านงานศิลปะและแฟชั่น ชื่อการทดลองนี้สะท้อนถึงองค์ประกอบของแฟชั่นรุ่นใหม่ที่กล้าที่จะ “ทดลอง” และ “ท้าทายกรอบเดิม” เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังมีการริเริ่มให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จัดทำส่วนวิจารณ์หลักในห้องเรียนเป็นทีม เพื่อเรียนรู้แนวคิดการออกแบบที่เป็นพื้นฐานสำคัญบนเส้นทางของมืออาชีพ

งาน “SATLAB – FASHION EXPERIMENT” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ในการผลิตบุคลากรคุณภาพสู่แวดวงแฟชั่นระดับประเทศและนานาชาติ


ชลธิชา ศรีอุบล
ฝ่ายข่าวกองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไทยประกันชีวิต–แอทเลติโก้ เปิดเวที “Thai Life Insurance Soccer World Cup Series” หนุนเยาวชนไทยสู่ฟุตบอลระดับโลก

ไทยประกันชีวิต–แอทเลติโก้ เปิดเวที “Thai Life Insurance Soccer World Cup Series” หนุนเยาวชนไทยสู่ฟุตบอลระดับโลก

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แอทเลติโก้ จำกัด จัดกิจกรรม “Thai Life Insurance Soccer World Cup Series” ภายใต้โครงการ Thai Life Insurance Sports Showcase ปีที่ 7 (ครั้งที่ 16) เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถด้านฟุตบอลได้แสดงศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางระดับสากล กิจกรรมนี้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอลในร่ม Park Arena กรุงเทพฯ โดยมีเยาวชนชาย–หญิงอายุระหว่าง 12–16 ปี เข้าร่วมคัดตัวทั้งสิ้น 58 คน แบ่งเป็นรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี จำนวน 30 คน และรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จำนวน 28 คน เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการประเมินครบทุกด้าน ทั้งทักษะฟุต บอลตามมาตรฐานสากล ความพร้อมทางวิชาการ และทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อและเล่นกีฬาต่างประเทศ

ในปี 2568 นี้ไทยประกันชีวิตมอบเงินสมทบเพิ่มเติมกว่า 2.4 ล้านบาทซึ่งมากขึ้นจากปีก่อนเท่าตัว เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ Sports Showcase โดยจัดสรรทุนการศึกษาและทุนกีฬาฟุตบอลมูลค่ารวมกว่า 8.6 แสนบาท สำหรับงาน Thai Life Insurance Soccer World Cup Series โดยเฉพาะ นางวราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงานความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นส่งเสริมคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยผ่านกีฬาและการศึกษา เพราะเราเชื่อว่าการเรียนและกีฬาสามารถเดินคู่กันได้ และถือเป็น ‘หลักประกันอนาคต’ ที่มั่นคงของชีวิต เราคาดหวังให้งานครั้งนี้เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่อยากให้เป็นเวทีพัฒนาและเตรียมความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านกีฬา การเรียน และการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อปูทางให้เยาวชนไทยพัฒนาศักยภาพของตนเอง ก้าวต่อไปสู่เวทีระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่โลกกำลังมุ่งสู่ฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยกล้าฝันและลงมือทำจริง”

นางวราภรณ์ฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการตลอด 7 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพและความมุ่งมั่นไม่แพ้ชาติใด ปัจจุบันมีนักเรียนนักกีฬาที่ได้รับทุนจากโครงการแล้วกว่า 371 คน รวมมูลค่าทุนทั้งสิ้นกว่า 1,800 ล้านบาท จากสถาบันในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี และสเปน ซึ่งหลายคนสามารถต่อยอดความฝันจนกลายเป็นตัวอย่างของความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ หนึ่งในนั้นคือ ศุภกร ศุภซื่อสงวน หรือ “น้องไม้โท” นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 2562 ด้วยความโดดเด่นด้านฝีเท้าและทัศนคติ ทำให้ได้รับทุนศึกษาต่อที่ Springfield College รัฐแมสซาชูเซตส์ ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 ใบ และทำงานในสายการเงินที่รัฐโรดไอแลนด์ พร้อมได้รับทุน 100% เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ Clark University ประเทศสหรัฐอเมริกา และกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สิ่งที่น่ายินดีคือเด็กหลายคนไม่ได้มองว่าทุนคือจุดหมาย แต่เป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เราอยากให้ทุกคนเห็นว่า หากมีการเตรียมตัวที่เหมาะสม โอกาสในการเรียนและเล่นกีฬาต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน”

ด้าน นายอัตนันท์ อัศวธเรศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอทเลติโก้ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “กิจกรรมนี้ สอดคล้องกับกระแสฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งส่งผลให้ความนิยมในฟุตบอลของสหรัฐฯ เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในระดับมัธยมปลายและลีกกึ่งอาชีพ โดยแอทเลติโก้มีความเชี่ยวชาญในการจัดหาเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับนักฟุตบอลเยาวชนไทยในตลาดเยาวชนสหรัฐฯ เราจึงเชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ฟุตบอลเยาวชนของอเมริกาจะทัดเทียมยุโรป และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเยาวชนไทยในการก้าวเข้าสู่เส้นทางการศึกษาควบคู่กีฬาอย่างแท้จริง”

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมของโครงการ Thai Life Insurance Sports Showcase สามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊กเพจ Sportsync Thailand หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ info@atletigoth.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะตรวจเยี่ยม ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะตรวจเยี่ยม ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พ.ย.2568 เวลา 14.00 น. : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยม และประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ ห้องประชุม อบต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลา 15.00 น. ขึ้นเรือตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้ผู้ประสบอุทกภัย (ถุงยังชีพและยารักษาโรค) ณ อบต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จว.พระนครศรีอยุธยา

เวลา 16.00 น.เดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานป่าโมกสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเหตุให้น้ำท่วมบริเวณถนนเส้น 33 สุพรรณบุรี-อ่างทอง บริเวณช่วงก่อนขึ้นสะพานทั้งสองฝั่งระยะทางยาวประมาณ 150 เมตร ในพื้นที่ สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

ตรวจจุดผนังกั้นน้ำพัง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้พบกับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ,นายชวรินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.อ่างทอง,ผบก.ภ.จ.อ่างทอง และ ผกก.สภ. ป่าโมก โดยได้หารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เรื่องผนังกั้นน้ำ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมบ้านเรือน และผิวการจราจร

#ฝ่ายอำนวยการ 5 #ตำรวจภูธรภาค 1


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน