การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569

“การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569”

ตามที่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มี นโยบายให้กองทัพบกริเริ่ม “การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์” ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ เพื่อเดินหน้าพัฒนาการตรวจเลือกทหารกองประจำการ มุ่งสู่ระบบทหารกองประจำการอาสา ทดแทนการเรียกเกณฑ์ให้เป็นรูปธรรมในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม ด้านการปฏิรูปของกองทัพและเพิ่มความหลากหลาย รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้ชายไทยสมัครเป็นทหาร นั้น

สำหรับในปี 2569 นี้ กองทัพบกยังคงสานต่อนโยบายการสมัครใจเป็นทหาร สำหรับการรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569

โดยสามารถเลือกหน่วยรับราชการได้ทั่วประเทศ คุณสมบัติผู้สมัคร ดังนี้.-

  1. เป็นทหารกองเกินที่มีอายุ อายุ 18 – 20 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2549 – 2551) ที่ยังไม่ถูกเรียกเข้าเป็นทหารกองประจำการ
  2. ทหารกองเกินที่มีอายุ 22 – 29 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2547 – 2540) ซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหารแล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ
  3. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา การรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ : ทหารกองเกินสามารถสมัครด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือ สมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหาร หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ถึง 25 มกราคม 2569

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 จึงขอเชิญชวนชายไทยที่สนใจสมัครเป็นทหารตามขั้นตอนข้างต้น เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ซึ่งนอกจากจะได้ทำงาน เพื่อดูแลชาติบ้านเมืองแล้ว ยังจะได้รับโอกาสอันดีในการต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพตามกระบวนการส่งเสริม และแนวทางการให้โอกาสทหารกองประจำการที่กองทัพบกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และขอเรียนย้ำว่าการรับสมัครทางออนไลน์เป็นกรณีพิเศษนี้ รับเฉพาะผู้ที่มีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ และผู้ที่เคยผ่านการตรวจเลือกทหารมาแล้วเท่านั้น ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://rcm.rta.mi.th โทร. 0-2223-3259 เฟซบุ๊ก : กองการสัสดี หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หน่วยสัสดีทุกแห่งใกล้บ้านท่าน


กรมกิจการพลเรือนทหารบก ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 3 เปิดการปฐมนิเทศการปฏิบัติงานของ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3

กรมกิจการพลเรือนทหารบก ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 3 เปิดการปฐมนิเทศการปฏิบัติงานของ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พลโท ชวลิต เอี่ยมแทน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็นประธานพิธี เปิดการปฐมนิเทศการปฏิบัติงานของ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ที่รับผิดชอบพื้นที่ด้านกิจการพลเรือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤศจิกายน 2568

โดยมี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และกำลังพลของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ เดอ โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อชี้แจงนโยบาย แผนงาน และขอบเขตการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนของกองทัพบก ให้กับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ทั้ง 3 ประเภท ของ หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ระดับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไป พร้อมทั้งทบทวนภารกิจ หน้าที่ ของ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน, แผนงานกิจการพลเรือนเพื่อความมั่นคง (กรค.), ทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.) และการเตรียมสนามรบด้านกิจการพลเรือน (CAPB) นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การจัดกิจกรรมจิตอาสา, การจัดเวทีประชาคม และกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ด้วย


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.ภาค 3 ส่วนแยก 2 พร้อมจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้พิการ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 พร้อมจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้พิการ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 จัดชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3217 และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ผู้นำหมู่บ้าน บ้านเฉลิมราช หมู่ที่ 8 ตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้พิการ ผู้ยากไร้ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ บ้านเฉลิมราช หมู่ที่ 8 ตำบลปอน ฯ จำนวน 5 ราย เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนและให้ประชาชนได้นำไปใช้ในห้วงฤดูหนาว ตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” รวมถึงหน่วยได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่/ปัญหาของครัวเรือนนั้น ๆ เพื่อนำข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ณ บ้านเฉลิมราช หมู่ที่ 8 ตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.สุโขทัย บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนแผนการรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569

กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย บูรณาการความร่วมมือ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย ขับเคลื่อนแผนการรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย เข้าพบ นายบรรเจิด ถมปัด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย เพื่อรับทราบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย

พร้อมทั้งหารือในการกำหนดแนวทางบูรณาการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569 ทั้งด้านการป้องกัน การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงของป่าไม้ การเสริมขีดความสามารถของกำลังพล และอุปกรณ์ดับไฟป่า รวมถึงระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้า พร้อมทั้งร่วมวางแนวทางการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดการเผาในที่ป่า ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย


นที มีเดช รายงาน

ทบ. รับมอบแบตเตอรี่ Solite CMF68032 12V 180Ah จากบริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบแบตเตอรี่ Solite CMF68032 12V 180Ah จากบริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (18 พ.ย. 68) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (2) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบแบตเตอรี่ Solite CMF68032 12V 180Ah มูลค่า 98,868 บาท โดยมี พันโท ณัฐภัทร จันทร์ดี ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 103 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 ผู้รับมอบ จาก บริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด นำโดย นางสาว กัญทร โพธิ์กลัด ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และคณะ ซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบให้กองทัพบก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

แบตเตอรี่ Solite CMF68032 12V 180Ah (Sealed Maintenance Free Type) ชนิดไม่ต้องดูแลรักษา ของบริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด ที่ได้มอบให้กับทางกองทัพบกในครั้งนี้ จะสามารถช่วยให้ยานพาหนะที่ใช้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความต่อเนื่องในการเคลื่อนย้าย และมีความปลอดภัย ทำให้ยานพาหนะสามารถ มีความคงทน มีคุณภาพสูง ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งาน ทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างดี

กองทัพบกขอขอบคุณ บริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด ที่มีห่วงใยถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล รวมทั้งยุทโธปกรณ์สำคัญต่างๆ ที่ใช้งานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้กองทัพบกจะนำแบตเตอรี่ Solite CMF68032 12V 180Ah ไปแจกจ่ายให้แก่หน่วยที่ปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันประเทศในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามความประสงค์ของทางบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กอ.รมน.เชียงราย ร่วมพิธีปล่อยแถวอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีปล่อยแถวอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.30 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย กำลังพลจิตอาสาพระราช ทาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย, มณฑลทหารบกที่ 37 ,เจ้าหน้าที่เสนารักษ์โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีปล่อยแถวอำนวยความสะดวกแก่ตัวแทนประชาชน อำเภอเมือง, อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงชัย และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ในการเดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครฯ มีจำนวน 760 คน

โดยมี นาย ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ณ จุดรวมพล ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,400,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,400,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.30 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านจะตี หมู่ 16 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายกระสอบดัดแปลง ประมาณ 9 – 10 คน จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที เมื่อสิ้นสุดการปะทะฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มบุุคคลดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของไว้ และใช้ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.30 นาฬิกา หน่วยได้จัดกำลังควบคุมพื้นที่ และตรวจสอบของกลาง ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 7 กระสอบๆ ละ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าประมาณ 1,400,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 14.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนิการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 93 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 97 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 41,766,457 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 12 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 7,111.2 ล้านบาท (7,111,276,540 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย 3ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด 3กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมของกองบังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมยาบ้า 10 ล้านเม็ด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมของกองบังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมยาบ้า 10 ล้านเม็ด

เมื่อวันพุธที่ 12 พ.ย.2568 เวลา 13.00 น. ณ อาคารศึกษาฝึกอบรม บก.สปพ. : พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก. สายตรวจ, พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.อ.วิรุฬห์ ชัยสุวิรัตน์ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมแถลงผลการจับกุมของกองบังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191

จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 รายคือ 1.น.ส.เมรินทร์ฯ สงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2.น.ส.ศิริรัตน์ฯ สงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 โดยกล่าวหาผู้ต้องหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

พร้อมด้วยของกลางและทรัพย์ที่ตรวจยึด 1.ยาบ้า ประมาณ 50 กระสอบ รวม ยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด, 2.รถยนต์ ยี่ห้อ Toyota รุ่น vios สีขาว จำนวน 1 คัน, 3.รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet รุ่น Colorado สีขาว จำนวน 1 คัน, 4.รถยนต์ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Fortuner สีดำ จำนวน 1 คัน และ 5.รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน มูลค่ารวมประมาณ 500,000,000 บาท


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ลพบุรีเขต 1 ลั่นกลองรบ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ดันสัตวแพทย์หญิง ‘หมอเจี๊ยบ’เป็น สส. ชูนโยบาย รพ.สัตว์ของรัฐ จัดระเบียบลิง-น้ำประปาเข้าถึงและดื่มได้

ลพบุรีเขต 1 ลั่นกลองรบ รวมไทยสร้างชาติดันสัตวแพทย์หญิง ‘’หมอเจี๊ยบ‘’ เป็น สส. ชูนโยบาย รพ.สัตว์ของรัฐ จัดระเบียบลิง-น้ำประปาเข้าถึงและดื่มได้

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ทีมลพบุรีพรรครวมไทยสร้างชาติจัด ประชุมทีมว่าที่ผู้สมัคร ลพบุรี เขต 1 หมอเจี๊ยบ สพ.ญ. บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร และ รุ่งวิทย์ แจ้งสว่าง ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค โดยมี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ร่วมประชุมแนวทางนโยบายในพื้นที่ โดยชูนโยบายด้านสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการทำฐานข้อมูลสัตว์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างตรงจุด อาทิ การฝังไมโครชิพซึ่งได้ทำแล้วให้เป็นโมเดลต้นแบบ การทำโรงพยาบาลสัตว์ของรัฐในราคาที่เป็นธรรม เพราะปัจจุบันสังคมไทยหลายครอบครัวเลี้ยงสัตว์ทั้งสุนัขและแมว พอสัตว์เลี้ยงป่วยมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งหมอเจี๊ยบ สพ.ญ. บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร มีประสบการณ์ด้านการทำโรงพยาบาลสัตว์ ได้ออกแบบนโยบายไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำได้จริง จะมีการเริ่มฝังไมโครชิพในวันที่ 3 ธันวาคม 2568

ส่วนนโยบายน้ำประปาดื่มได้ ก็สามารถทำได้จริงและทำมาแล้ว จากพื้นที่ที่ไม่มีน้ำประปาจนสามารถเป็นน้ำประปาดื่มได้ โดย นาย รุ่งวิทย์ แจ้งสว่าง ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ในพื้นที่ อำเภอบ้านหมี่ ด้วยก่อนหน้านั้นได้รับเสียงสะท้อนปัญหาของประชาชน จึงได้ลงพื้นที่ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้

และยังได้ร่วมลงพื้นที่บริเวณศาลพระกาฬ และ พระปรางค์สามยอด เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน สิ่งที่เป็นปัญหาที่ประชาชนสะท้อนคือปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ ซึ่งได้ชี้แจงประชาชนถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องคือ ค่าครองชีพสูงส่วนหนึ่งมาจากปัญหาต้นทุนด้านพลังงาน ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ ที่พุ่งสูงขึ้น นโยบายหลักของรวมไทยสร้างชาติเราทำเรื่องนี้สำเร็จมาแล้ว คุณ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสามารถลดค่าไฟรวมแล้วกว่า 270,000 ล้าน และยังจะทำต่อไปถ้ามีโอกาสกลับมารับใช้ประชาชน

รวมทั้งปัญหาลิงลพบุรี ได้มีการวางแผนนโยบายทำอุทยานลิงที่จำลองธรรมชาติให้ลิงได้อยู่ และสามารถจัดระเบียบได้จริง

สามารถติดตามรวมไทยสร้างชาติลพบุรีได้ทางช่องทาง Line :เพื่อนรักหมอเจี๊ยบ Facebook Fanpage:หมอเจี๊ยบ TikTok:หมอเจี๊ยบ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เอกนิติ ยึดมั่นในคุณธรรมแห่งวิชาชีพนักกฎหมาย แม้ลูกความยังติดค้างค่าวิชาชีพ

บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด ย้ำจุดยืน แม้ลูกความบางคนยังคงค้างค่าวิชาชีพ จะไม่ไปทำงานให้กับคู่กรณีอีกฝ่าย

นางสาวสิริรัตน์ ราวินิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับอรรถคดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งในบางคดีบางลูกความของเราไม่สามารถกลั่นกรองในอุปนิสัยใจคอของลูกความบางคนได้ ซึ่งเชื่อว่าสำนักงานกฎหมายและทนายความทุกๆท่านหลายๆแห่งต่างประสบปัญหามาเหมือนๆกัน โดยปัจจุบันแม้จะมีลูกความที่ยังคงค้างค่าวิชาชีพกับบริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด อยู่เป็นจำนวนอยู่หลายๆคดี แต่ลูกความบางคนก็ดีมีมารยาทที่ดี ลูกความบางคนก็ไม่ใช่คะ บางครั้งสำนักงานหลายๆแห่งต่างประสบปัญหาเหมือนๆกัน ที่ลูกความค้างค่าวิชาชีพไปพูดเพื่อดิสเครดิตกัน ปัจจุบันโลกมันไม่ได้กว้างเช่นในวงการกฎหมายย่อมแคบคนที่ถูกนำไปพูดต่อๆกันก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี

นางสาวสิริรัตน์ ราวินิจ กล่าวต่ออีกว่า บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด เกิดขึ้นจาก บริษัท ทรีแมน แอนด์ทีม จำกัด ซึ่ง บริษัท ทรีแมน แอนด์ ทีม จำกัดนี้ ดำเนินกิจการมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2555 รวมทั้งสิ้น 13 ปี ย่อมมีความเข้มแข็งอยู่พอสมควร ดังนั้นลูกความที่ไปกล่าวกับบุคคลทั่วๆไป ที่อ้างถึงบริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด ให้เกิดความเสียหาย และ หรือ รวมถึง ผู้บริหารเอกนิติให้เกิดความเสียหาย กล่าวหาว่า บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด ไปรับคดีอีกฝ่ายหนึ่ง ขอให้แสดงหลักฐานมาได้เลยคะ

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน เราทราบแล้วว่า ลูกความคนๆนั้น คือใคร ดังนั้น เราจะขอเรียนเชิญผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว และจะขอเรียนเชิญ โจทก์ จำเลย ในคดี ของลูกความคนๆนั้น ร่วมกันแถลงข่าว ต่อไปคะ นางสาวสิริรัตน์ ราวินิจ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน