กรมพัฒน์ฯ อุ่นเครื่อง เตรียมส่งเยาวชนไทย ชิงชัยเวทีฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเป ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านทักษะอาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาสมรรถนะในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านเทคนิค การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การบริหารจัดการเวลา การสื่อสาร และการทำงานภายใต้แรงกดดัน ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของแรงงานในโลกยุคใหม่ และเป็นปัจจัยที่นายจ้างให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดแข่งขันฝีมือแรงงานในระดับต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถของกำลังแรงงาน และเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนด้านแรงงาน ส่งเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแสดงให้ทั่วโลกยอมรับในมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยด้วย

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี พ.ศ.2568 ไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการไทเปหนานกัง เขตหนานกัง ไทเป ไต้หวัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ผู้แข่งขัน ล่าม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่ง ขัน กรมได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งประเทศไทยได้จัดส่งผู้แข่งขันรวมทั้งสิ้น 19 คน ใน 16 สาขา ประกอบด้วย

1.สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม)
2.สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม
3.สาขาเทคโนโลยีเว็บ
4.สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น
5.สาขาการแต่งผม
6.สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม)
7.สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) 8.สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม
9.สาขาการประกอบอาหาร
10.สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 11. สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ
12.สาขาการก่ออิฐ
13.สาขาการจัดดอกไม้
14.สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์
15.สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย และ
16.สาขาต่อประกอบมุมไม้

การสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เยาวชนทั้งด้านร่างกาย และ จิตใจ ฝึกฝนให้รู้จักการทำงานร่วมกัน ช่วยสร้างความเชื่อมั่น จนสามารถเอาชนะคู่แข่งในสนามจริง และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้แต่ ที่สำคัญที่สุดคือ การนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้ต่อไป นายสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมมอบค่าพาหนะ เครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยฯ ครั้งที่ 175 รวมงบฯ กว่า 3.1 ล้านบาท

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ, นายชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย เส้นหมี่ขาว, วุ้นเส้น, น้ำมันพืช, ขนมเบ็ดเตล็ด ,รองเท้าฟองน้ำ บรรจุถุงผ้าดิบมูลนิธิฯ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 175 รวมจำนวน 175 คน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 158,928.75 บาท

พร้อมมอบรถโดยสารขนาดเล็ก (Mini Bus) มูลค่า 2,950,000 บาท แก่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 3,108,928.75 บาท (สามล้านหนึ่งแสนแปดพันเก้าร้อยยี่สิบแปดบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธี ณ โดมอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 11 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4.9 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รมว.ตรีนุช ปรับตัวชี้วัดใหม่กรมพัฒน์ ตอบโจทย์ผลิตแรงงานไทยมีฝีมือ

รมว.ตรีนุช ปรับตัวชี้วัดใหม่กรมพัฒน์ ตอบโจทย์ผลิตแรงงานไทยมีฝีมือ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การชี้แจงตัวชี้วัดประเมินผลการปฏิบัติราชการกับการพัฒนาองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังการประชุมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน มีภารกิจโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์มนุษย์ของประเทศด้านกำลังแรงงาน ที่เป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ และยิ่งมีกำลังแรงงานที่มีทักษะฝีมือจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีประชาคมโลก ซึ่งปัจจุบันกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องเผชิญกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโน โลยีทั้งปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ เศรษฐกิจดิจิทัล หากปรับตัวไม่ทันแรงงานจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ แต่หากปรับตัวได้จากการพัฒนาทักษะฝีมือจะปรับเปลี่ยนเป็น “แรงงานทักษะสูง” ที่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานกว่า 5 ล้านคน ที่ต้องสร้างแรงงานที่มีทักษะหลากหลาย (Multi-Skill) พัฒนาทักษะขั้นสูงที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย และที่สำคัญการฝึกอบรมที่นำไปสู่การจ้างงานจริง ซึ่งตัวชี้วัดของกรมฯ จะต้องการมีปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ปรับกระบวนทัศน์ทำงานเชิงรุกมากขึ้น กระทรวงแรงงานพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมฯ อย่างเต็มกำลัง

ด้านนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้องแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยจะใช้เวทีในการประชุมที่มีผู้บริหารจากสถาบันและสำนักงานทั่วประเทศ รวมทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังข้อเสนอแนะในการนำตัวชี้วัดไปใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดกำลังแรงงานและประชาชนทั่วไปเป็นศูนย์กลางการทำงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตั้งเป้าผลิตกำลังแรงงานฝีมือป้อนสู่ตลาดแรงงานตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วยรับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี

มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วยรับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 : มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วย รับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ หมู่1 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี โดยรอบที่นี่ยังคงมีน้ำท่วมสูงประมาน 1-2 เมตร กว่า1สัปดาห์ น้ำได้ลดลงไปเพียง30เซ็น

ทีมร่วมกตัญญู ช่วยกันบรรจุและนำร่างคุณตาออกมา พื้นที่ด้านนอกถนน และได้เตรียมรถกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือ นำไปส่งต่อให้ ที่วัดการ้อง ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

พวกเราทุกคน ขอแสดงความเสียใจ

#น้ำท่วมอินทร์บุรี68 #น้ำท่วมสิงห์บุรี #มูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วราชอาณาจักร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย อาสาสมัครกู้ภัยจุด สภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงผนึกกำลังสู้ภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย อาสาสมัครกู้ภัยจุด สภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงผนึกกำลังสู้ภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง! จัดตั้งกองอำนวยการรับแจ้งเหตุ-ช่วยเหลือ อพยพ แจกจ่ายถุงยังชีพ และอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม อาหารสุนัขและแมว แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เมื่อวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย หัวหน้าจุดอาสาสมัครกู้ภัย จุดสภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงนำทีมเร่งปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่เทศบาลตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยจัดทีมอาสาฯ กู้ภัย เร่งอพยพผู้ประสบภัย ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม พร้อมนำอาหารสุนัขและแมว บรรทุกเรือออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยจัดตั้งกองอำนวยการ ณ บริเวณที่ว่าการอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อประสานงานรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และในขณะนี้ยังคงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ หากผู้ประสบภัยในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชื่นมื่น–เปี่ยมสิริมงคล! มกธ.จัดพิธีทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “ศ.ดร.บังอร” โดยมี “ดร.เอก์” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น ร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

ชื่นมื่น–เปี่ยมสิริมงคล! มกธ.จัดพิธีทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “ศ.ดร.บังอร” โดยมี “ดร.เอก์” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น ร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ได้จัดพิธีทำบุญและกิจกรรมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผู้นำด้านการศึกษา วิชาการ และกีฬา ที่ได้รับความเคารพรักจากผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทั้ง (มกธ.) บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และงดงาม สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ BTU ที่ให้คุณค่าทั้งด้านจิตใจ วัฒนธรรมไทย และความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน

พิธีทำบุญถวายเพล–เพื่อความเป็นสิริมงคล เวลา 10.00 น. ศ.ดร.บังอร พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ประกอบพิธีทำบุญถวายเพลพระสงฆ์ ณ วัดศรีสุดาราม วรวิหาร พร้อมถวายจตุปัจจัยไทย ธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระสำคัญของท่านอธิการบดี

จากนั้นเวลา 11.30 น. ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันในบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่น ณ วัดศรีสุดารามพร้อมสักการะศาลหลักเมือง–พระแก้วมรกต เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

ช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. คณะผู้บริหารได้เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมือง และ พระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมตั้งจิตอธิษฐานให้การบริหารงานภายใต้การนำของ ศ.ดร.บังอร ก้าวหน้า มั่นคง และประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ผู้ร่วมอวยพรในโอกาสพิเศษ—ดร.เอก์ เหลืองสอาด, นายสุปรีชา บุญประเสริฐ ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขานุการประจำคณะการกรรมาธิการกิจการเด็กฯ กล่าวคำอวยพร ในวาระมงคลนี้ ผู้นำองค์กรและผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วนได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี โดยเฉพาะ ดร.เอก เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น (ประเทศ ไทย) ซึ่งได้กล่าวอวยพรอย่างจริงใจในนามขององค์กรสื่อด้านความโปร่งใส ขอให้ ศ.ดร.บังอรฯ มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการพัฒนามหาวิทยาลัยกรุเทพธนบุรี (BTU) และเป็นแบบอย่างผู้นำที่ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น พัฒนาและสร้างคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

ผู้ร่วมงานต่างร่วมมอบช่อดอกไม้ กระเช้า คำอวยพร และกำลังใจแด่ท่านอธิการบดี ผู้เป็นศูนย์รวมใจของชาวมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

LifelongLearning มจธ. จับมือ สป.อว. จัดงาน Micro-Credential Day 2025 ร่วมพัฒนา Micro-Credential กับคณาจารย์ 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

4LifelongLearning มจธ. จับมือ สป.อว. จัดงาน Micro-Credential Day 2025 ร่วมพัฒนา Micro-Credential กับคณาจารย์ 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

หน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (Education Technology Development and Integration Support – ETS) และ ทีม 4LifelongLearning จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดงาน “Micro-Credential Day 2025” ปลุกพลังการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้ “โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่” เปิดอบรมการออกแบบ “Design Your Own Micro-Credential” รุ่นที่ 1 ให้กับคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาจาก 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ระหว่างวันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม SO/ Bangkok

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อบรมสามารถออกแบบ Micro-Credential (MC) ให้เป็นเครื่องมือพิสูจน์ความสามารถสำหรับคนทุกช่วงวัยได้ รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญในทักษะหรือสายงานนั้นในอนาคต โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย ที่เป็นผู้พัฒนาและบุกเบิก Micro-Credential (MC) มาอย่างยาวนานภายใต้ชื่อแพลตฟอร์ม 4LifelongLearning ของหน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ETS) เป็นหัวเรือหลักของการอบรมนี้ และพร้อมโค้ชชิ่งอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านต่อไปอีก 3 เดือน

ภายในงาน อาจารย์ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจความเป็นมาและความสำคัญของ Micro-Credential (MC) ผ่านเวทีสัมมนาในหัวข้อ “ความท้าทายของการศึกษาในระบบอุดม ศึกษาแบบดั้งเดิม และเส้นทางสู่ Micro-Credential เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยมีผู้ร่วมเสวนาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้แก่ รศ.ดร. บัณฑิต ทิพากร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้, ผศ.ดร.ศศิธร สุวรรณเทพ ที่ปรึกษาอธิการบดี และ ผศ.ดร.ภาณุทัต บุญประมุข รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมี ดร.อรชุน อุดมเกษมทรัพย์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ETS) เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ.ดร.บัณฑิต ทิพากร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ กล่าวถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่ทำให้ Micro-Credential (MC) เป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของบริบทการทำงานและสังคม เช่น ความต้องการแรงงานที่เปลี่ยนเร็ว เทคโน โลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นอยู่เสมอ การเรียนรู้จึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในปริญญา 4 ปีแบบเดิม ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงควรปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน Lifelong Learning ที่เปลี่ยนจากการเรียนรู้แค่ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่ง Micro-Credential (MC) คือส่วนหนึ่งในแผนนี้

ทั้งนี้ ตลอดการอบรมทั้ง 2 วัน มีการอบรมเชิงปฏิบัติ (Workshop) การออกแบบ Micro-Credential (MC) โดยมี ดร.กลางใจ สิทธิถาวร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และ Micro-Credential (MC) เป็นโค้ชหลักในการอบรม พร้อมเปิดโอกาสให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมได้คิด ลงมือทำจริง และรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดตลอดงาน จากรูปแบบการอบรมที่เป็น Active Learning ที่เอื้อให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมมีความสามารถในการออกแบบได้จริง มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Outcome) ของการทำได้มากกว่าการรับรู้เนื้อหา ซึ่งเป็นแก่นของ Micro-Credential (MC) ในการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์

พร้อมปิดท้ายโดย ดร.อรชุน อุดมเกษมทรัพย์ ได้ให้คำแนะนำการทำงานของ 4LifelongLearning แพลตฟอร์มที่ให้บริการพัฒนาทักษะและพิสูจน์ความสามารถ รวมถึงเผยแพร่ Micro-Credential (MC) พร้อมบริการสนับสนุนอาจารย์ทั่วประเทศให้พัฒนา Micro-Credential (MC) ได้สำเร็จ ขณะที่ ดร.สุภาพร แป้นสุวรรณ์ Designer Support Team Leader กล่าวถึงแนวทางการฝึกฝนและแผนการโค้ชชิ่งออนไลน์ต่อเนื่อง 3 เดือน กับทีม 4LifelongLearning เพื่อพัฒนาหลักสูตร Micro-Credential (MC) ในสาขาวิชาและความเชี่ยวชาญของตนเอง และนำไปต่อยอดกับมหาวิทยาลัยของตนเองที่สังกัด

การอบรมครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Micro-Credential (MC) ในการยกระดับการเรียนรู้ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ การออกแบบหลักสูตรตามความต้องการจริงของตลาดแรงงาน และการสร้างเครื่องมือพิสูจน์ทักษะที่เชื่อถือได้ Micro-Credential (MC) จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทักษะเพื่ออนาคต และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของงาน Micro-Credential Day 2025 ได้ที่เว็บไซต์ www.4lifelonglearning.org/workshop-mcday-1 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ LineOA @4Lifelonglearning

#MCDay2025 #MicroCredentialDay2025


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศอ.ปส.ภ.1 ร่วมสืบภาค 5 ป.ป.ส. ภาค 5 และ 6 ร่วมจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม

ศอ.ปส.ภ.1 ร่วม สืบภาค 5 ป.ป.ส. ภาค 5 และ 6 ร่วมจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม

วันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย.2568 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1 : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวม 675 กิโลกรัม

ตามนโยบายของรัฐบาลนำโดย นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนจึงได้มีการบูรณาการกำลัง เพื่อร่วมกันกวาดล้างจับกุม แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจังในทุกมิติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. /สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดยพ.ต.ต.สุริยา สิงหกลม เลขาธิการ ป.ป.ส., นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นาย คณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สปป., นาย ธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 6, นาย นพดล นุใหม่ ผอ.ปป.3 สปป. และ นายวรากร ทนันชัย รอง ผอ.ปปส.ภาค 6, นายอำนาจ เหล่ากอที ผอ.ปปส.ภ.1, นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ๋ ผอ.บก.ปปส.ภาค 1, นายปริญญา ปิดเมือง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และนายวิศรุต คำปุ้ย นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ

ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดยพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร. ปฏิบัติราชการ ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก. ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ภ.1 ได้รับการประสานจาก ศอ.ปส.ภ.5, สำนักงาน ปปส.ภาค 6 และ สำนักงาน ป.ป.ส. แจ้งว่าในวันที่ 18 พ.ย.2568 จะมีกลุ่มรถยนต์ขับขี่ติดตามกัน เพื่อลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงมาสู่พื้นที่ภาคกลาง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อวางแผนการเข้าตรวจสอบและเฝ้าติดตามกลุ่มรถยนต์ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจพบรถยนต์กระบะคอกบรรทุกผักไว้ท้ายรถ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถเป้าหมาย ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณถนนสาธารณะหลังวัดถ้ำกระบอก ต.เขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงวางกำลังเฝ้าดูรถคันดังกล่าว

จากนั้นในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 14.10 น. ได้มีนาย ณัฎฐกรฯ ผู้ต้องหา ได้เดินมาเปิดประตูรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 675 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำ การจับกุมผู้ต้องหา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป


ขอขอบคุณในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ตำรวจภูธรภาค 1

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่ดูการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีต รมต.ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ดูการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในพื้นที่ อำเภอ.นครชัยศรี

ตามที่ ฝ่ายปกครองและฝ่ายบริหารตำบลศรีมหาโพธิ์ได้ทำเรื่องขอไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานของ ส.ส. อนุชา สะสมทรัพย์ เร่งจัดติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา 4 ตำบล มีตำบลศรีมหาโพธิ์ ตำบลแหลมบัว, ตำบลบางละมุด, ตำบลสัมมทวน เพื่อเป็นการลดการก่ออาชญากรรมและอุบัติเหตุในท้องถนน ได้ลงพื้นที่ในเขตตำบลศรีมหาโพธิ์ เพื่อดูการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างโซล่าเซลล์ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานจากท่าน สส.อนุชาสะสมทรัพย์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาและ ลดอาชญากรรม และอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ทางด้านฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองต้องขอกราบขอบคุณท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งไฟฟ้าส่งสว่างโซล่าเซลล์ในครั้งนี้ไว้เป็นอย่างสูง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ขสป.แม่น้ำภาชี อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สนธิกำลังปราบปราม​ ตามนโยบายรองนายกฯ สุชาติ​ยึดอาวุธปืน-ซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองเพียบ

ขสป.แม่น้ำภาชี อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สนธิกำลังปราบปราม​ ตามนโยบายรองนายกฯสุชาติ​! ยึดอาวุธปืน-ซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองเพียบ

​วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี (ขสป.แม่น้ำภาชี) และอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน (อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากท่อ เข้าดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎ หมายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดของกลางสำคัญจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืน, ซากสัตว์ป่าสงวน (หัวเลียงผา เนื้อเลียงผา) และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายรายการ

​นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน​ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี​ เปิดเผยว่า​ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำเนินการภายใต้การอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ และนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ขสป.แม่น้ำภาชี นำโดย หัวหน้าเขตฯ, เจ้าหน้าที่ อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน, เจ้าหน้าที่สายตรวจสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) บ้านโป่ง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในท้องที่บ้านพุสำโรง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

ภายหลังการสืบสวน (การทำงานการข่าว) พบข้อมูลว่ามีการลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนและคุ้ม ครองแล้วนำซากมาครอบครอง​ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบ้านเป้าหมาย ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวสภาพโทรม ได้พบชายอายุ 38 ปี แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ และยินยอมให้นำตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ

จากการตรวจสอบภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบซากสัตว์ป่าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำ ความผิดจำนวนมาก ได้แก่​ หัวเลียงผาสด บรรจุในถุงกระสอบวางอยู่ในตู้ทำความเย็น​ เนื้อเลียงผา บรรจุในถุงพลาสติกวางอยู่ในตู้ทำความเย็น​ หนังแมวดาว, อุ้งตีนตะกวด, ขาเก้ง​ เต่าเหลือและเต่าหก​ งูจงอาง​ หนังเก้ง จำนวน 2 ผืน​ อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 2 กระบอก​ เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 4 ลูก​ ลำกล้องปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 ลำกล้อง​ มีดพก จำนวน 6 เล่ม

จากการสอบถาม ชายคนดังกล่าวให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายคาน เป็นผู้พักอาศัยอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอด และซากสัตว์ป่ารวมถึงอุปกรณ์ที่ตรวจพบเป็นของนายคาน โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านใกล้ชิด ซึ่งให้การตรงกันว่า นายคาน พักอาศัยที่บ้านหลังนี้โดยลำพัง มีพฤติกรรมมักดื่มสุราและล่าสัตว์​ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ติดต่อไปยัง นายคาน เพื่อให้มาให้ถ้อยคำและชี้แจง แต่ปรากฏว่า นายคาน ยังไม่มาพบพนัก งานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของ นายคาน อายุ 54 ปี เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง” ตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 89 วรรคสอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562​ ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่ง ซากสัตว์ป่าสงวนหรือคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562​ ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใด มี ใช้ ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต” ตามมาตรา 7 และมาตรา 8. ​คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดซากสัตว์ป่าสงวนและซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึด และนำส่งของกลางทั้งหมดไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามตัว นายคาน มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เพื่อรักษาทรัพยากร ธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน


บรรณรต จ.เพชรบุรี