ฮ.ทส.บินส่งถุงยังชีพพระราชทาน ‘ในหลวง’ มอบผู้ประสบภัยบนดอย ช่วยเหลือชาวบ้านภูคา หลังดินถล่มตัดขาด 4 หมู่บ้าน บ้านขุนกูน-บ้านผาเวียง-บ้านน้ำขว้าง ต.ภู คา อ.ปัว จ.น่าน ถนนถูกตัดขาด-ดินสไลด์เดือดร้อนหลายชุมชน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เฮลิคอปเตอร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำถุงยังชีพพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้ผู้ประสบภัยที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านบ้านน้ำขว้าง ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านบนดอยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำป่าและดินสไลด์ ทำให้ถนนถูกตัดขาดไม่ต่ำกว่า 11 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รอยต่ออุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้แทน พร้อมศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน เครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนหลายภาคส่วน นำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ผู้ประสบภัย ที่ต่างสำนักในพระมหากรุณาธิคุณ
ประชาชนในพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยราษฏรในพื้นที่สูง โดยทุกคนพร้อมจะร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย ซึ่ง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชยืนต้นมากขึ้น และรู้สึกเสียใจที่เกิดน้ำป่าบริเวณพื้นที่ปลายน้ำ แต่เนื่องจากปีนี้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ในลักษณะ Rain Bomb จึงทำให้มีฝนตกอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดดินสไลด์ และถนนตัดขาดหลายเส้นทาง ไม่สามารถลงไปหาอาหารได้ รวมถึงไม่มีไฟฟ้า การส่งเสบียงอาหารจึงต้องนำส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ โดย เฮลิคอปเตอร์ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บินส่งถุงยังชีพ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2569 เฮลิคอปเตอร์ ทส.5120 ปฏิบัติภารกิจลำเลียงเสบียงอาหารและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลภูคา รวม 20 เที่ยวบิน สามารถนำถุงยังชีพพระราชทาน อาหารแห้ง ข้าวสาร และข้าวกล่อง ถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
ภารกิจมุ่งช่วยเหลือ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยปูด บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ตำบลภูคา อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากดินถล่มและเส้นทางสัญจรเสียหาย ถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก รถยนต์และยานพาหนะไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ ทำให้การลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือทางภาคพื้นดินเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่เพื่อเข้ารับการรักษา ขณะเดียวกันระบบประปาและแหล่งน้ำได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น เนื่องจากรถขนส่งไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
การใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงสิ่งของจึงเป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและถูกตัดขาด พร้อมเร่งสนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้
นที มีเดช รายงาน


































