ผบก.ทล.มอบประกาศนียบัตรให้แก่ข้าราชการตำรวจที่จับกุมยาบ้า ได้ 300,000 เม็ด

ผบก.ทล.ได้เดินทางมามอบประกาศนียบัตรให้แก่ข้าราชการตำรวจที่จับกุมยาบ้า ได้ 300,000 เม็ด

พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ. ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. ได้เดินทางตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. โดยมี พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. และข้าราชการตำรวจทางหลวงในสังกัดให้การต้อนรับ ในการนี้เพื่อกำกับ ติดตาม และตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติราชการ การอำนวยความสะดวกและการให้บริการประชาชน ตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของหน่วย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.ได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่ข้าราชการตำรวจชุดจับกุมกระบะไม่ติดแผ่นป้าย ได้ทำการตรวจค้นพบซุกยาบ้า ภายในรถ 300,000 เม็ด
ณ ห้องประชุม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เหตุด่วนบนทางหลวง โทรสายด่วน 1193 ด้วยความห่วงใยจากตำรวจทางหลวงนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

โค้งสุดท้าย สาธุชนนับหมื่นร่วมพิธีไหว้ครูยันต์ดวงเศรษฐีส่องเลขธูปนำไปเสี่ยงโชค

สุพรรณบุรี – พลังศรัทธาสาธุชนนับหมื่นคน เดินทางมาร่วมงานพิธีไหว้ครูยันต์ดวงเศรษฐี ขณะที่ผู้ร่วมพิธีหลายรายมีอาการของขึ้นพิธีไหว้ครูวัดเดิมบาง ส่วนผู้ที่มาขอพรประสบความสำเร็จ ขายที่ดินบ้าน 7 ล้าน ถวายนางรำแก้บนท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ องค์แรกในประเทศไทย ส่องเลขธูป นำไปเสี่ยงโชคงวดนี้

ที่วัดเดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี พลังศรัทธาสาธุชนนับหมื่นคน เดินทางมาร่วมงานพิธีไหว้ครูยันต์ดวงเศรษฐี พระครูบาวชิริล ภัททมุนี ประจำปี 2569 โดยมีพระสุพรรณวชิรโมลี (เจ้าคุณทวี) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดพระลอย และ พระครูสุวรรณปุญญารักษ์ เจ้าอาวาสวัดเดิมบาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมีการจัดตั้งเครื่องบายศรี ขนมคาวหวาน ถวายบวงสรวงเทพเทวา

พระครูบาวชิริล ประกอบพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ พร้อมทั้งทำพิธีเป่ายันต์บัวสวรรค์ ปีละครั้ง ให้แก่ศิษยานุศิษย์ที่เข้าร่วมพิธี ซึ่งระหว่างประกอบพิธีนั้น บางคนมีอาการของขึ้น ลุกยืนชูไม้ชูมือ บางคนกรีดร้อง ตัวสั่น ขณะประกอบพิธี เหมือนองค์ลงมาร่วมในการทำพิธีไหว้ครู สาธุชนนำถวายผ้าป่า ถังบุญ ร่วมพิธีไหว้ครู ตลอดทั้งวัน โดยครูบาวชิริล ได้มอบผ้ายันต์นางกวักคุณนายสมบูรณ์ ให้แก่ผู้ที่ร่วมบุญ ขณะที่ทุกคนไม่พลาดคือเลขธูปไหว้ครู ปรากฏตัวเลข 605 นักเสี่ยงโชคต่างนำไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้

ส่วนผู้ที่สำเร็จสมหวังที่เดินทางมาแก้บน หลังขอพรท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ องค์แรกในประเทศไทย แล้วสมหวัง จึงมาร่วมพิธีไหว้ครูและแก้บนในครั้งนี้ นางจารุวดี อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี แก้บนนางรำ 9 ยอด จำนวน 2 ชุด และ น้ำแดง 9โหล หลังมาขอพรให้ขายบ้านพร้อมที่ดิน แถวงามวงศ์วาน ซึ่งเดินทางมาขอพรได้เพียง 2-3 เดือน ก็ขายได้ 7 ล้านบาท รวมถึงกลับไปไหว้พระสวดมนต์ ก็มีโชคด้วย จึงเดินทางมาร่วมบุญแล้วแก้บนด้วย
ขณะที่นางดวงกมล ปานเล็ก อายุ 53 ปี เดินทางมาจากจังหวัดสิงห์บุรี แก้บนถวายนางรำ 9 ยอด ข้าวสาร 11 ถุง น้ำแดง 36 ขวด และไข่ต้ม 99 ใบ ถวายแก้บนหลังมาบูชาองค์ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ ขอให้ขายที่ดินได้ จากนั้นไม่นานก็ขายได้ 3 แสนบาท จึงเดินทางมาแก้บนตามที่ได้ขอพรเอาไว้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ซุ่มอยู่ป่าหลังสวนส้มโอ เตรียมลักลอบเข้าเมือง แต่ไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบ 52 ต่างด้าว

ซุ่มอยู่ป่าหลังสวนส้มโอ เตรียมลักลอบเข้าเมือง แต่ไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบ 52 ต่างด้าว

เมื่อคืนวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ. สังขละบุรี พ.ต.ท. มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.สภ.สังขละบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชรสวป.สภ. สังขละบุรี สั่งการให้ สายตรวจจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปก ครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกันจับกุมนาย อ่องมิ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 44 ปี สัญชาติ เมียนมาร์ พร้อมพวก รวม 52 คน โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์จับกุมโดยย่อ วันนี้ (13 ส.ค. 69) ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่ ออกตรวจ บริเวณช่องทางธรรมชาติหลังสวนส้มโอ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบกลุ่มผู้ชายและหญิงนั่งอยู่บริเวณชายป่าหลังสวนส้มโอ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบ นายอ่องมิ ไม่มีชื่อสกุล พร้อมพวกรวม 52 คน (ทั้งหมดทราบชื่อภายหลัง) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบบัตรประจำตัว พบว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัว และไม่สามารถพูดและฟังภาษาไทยได้ เป็นบุคคลต่างด้าว ชาวเมียนมาร์ จึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบว่าเขาต้องถูกจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมด ทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


“ผบช.ภ.7” เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ (Local CAT)

“ผบช.ภ.7” เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ (Local CAT)

วันที่ 14 ส.ค. 2569 เวลา 08.45 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต. อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7 ผบก.ในสังกัด และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.7 พร้อมด้วยพ.ต.อ.วรัญญู กุลิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม เข้าร่วม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ (Local CAT) เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และเพิ่มพูนทักษะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ เป็นไปตามมาตรฐานการถวายความปลอดภัยของ ตร. พร้อมสามารถบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ (Local CAT) จำนวน 391 นาย ณ ห้องประชุม ศฝร.ภ.7 ชั้น 2 อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อดีต รมว.เกษตรฯ เปิดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพเต้นแอโรบิก

สุพรรณบุรี – อดีต รมว.เกษตรฯเปิดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพเต้นแอโรบิก

ที่สนามหน้าบ้านเรือนไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวธัญญารัตน์ กาญจนรัตน์ นายอำเภอศรีประจันต์ นายแพทย์ชินวัฒน์ บ่ายเที่ยง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีประจันต์ ร่วมกันเปิดกิจกรรม มหกรรมสุขภาพ “เต้นแอโรบิก” โดยมีหัว หน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้นำชุมชน สมาชิกชมรมสุขภาพดีศรีประจันต์ อสม. คณะผู้จัดงาน เข้าร่วมกิจกรรม มหกรรมสุขภาพ “เต้นแอโรบิก” จำนวน 1,500 คน

กิจกรรมมีจัดการแข่งขัน แบ่ง 3 ประเภท ประเภทที่ 1 เต้นสะบัด พักไม่เป็น ประเภทที่ 2 สว. ไทยใจเกินร้อย อายุเกิน 60 ปี ประเภทที่ 3 แฟนตาซี มีโดนใจ ผู้เข้าแข่งขันต้องเต้น 90 นาที ชิงเงินรางวัล ทุกรางวัลจะได้รับมอบตุ๊กตาควาย ไว้เป็นของที่ระลึกและยังมีรางวัลขวัญใจนายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้เลือกผู้ชนะด้วยตัวเอง

สืบเนื่องจากภาวะปัจจุบัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDS ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง คณะผู้จัดงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพเชิงรก จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการสร้างกระแสความตระหนักรู้ให้ประชาชนทุกช่วงวัยหันมาใส่ใจและฟื้นฟูสุขภาพของตนเองอย่างจริงจัง ผ่านการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เข้าถึงง่าย สนุกสนาน และเหมาะสมกับคนทุกกลุ่ม
การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี การจัดกิจกรรม มหกรรมสุขภาพ “เต้นแอโรบิก” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้เข้ามามีส่วนร่วม พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ก่อให้เกิดความรักความสามัคคี และความเข้มแข็งของชุมชนการเต้นแอโรบิก นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังช่วยให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี การที่ทุกท่านได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ และสร้างสังคมแห่งการมีสุขภาพดี

การจัดกิจกรรมในวันนี้ นอกจากจะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างพลังความเข้มแข็งของชุมชน ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตลอดจนผูกสัมพันธ์ความรัก ความสามัคคีระหว่างประชาชนและองค์กรภาคีเครือข่าย โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

หยุดความซิ่ง… แล้วมาเติมความมุ้งมิ้งและวินัยจราจรกันครับ!

ที่โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม ในโครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร” แล้วบอกเลยว่าพี่ ๆ ตำรวจทางหลวงและทีมงานทุกคน “อิ่มเอมใจ” และหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ!

กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมมือกับ คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำหลักสูตรสุดเจ๋งอย่าง ทักษะสมอง EF (Executive Functions) มาผสมผสานกับการเรียนรู้ ผ่าน “เมืองจราจรจำลอง” และ “เกม EF ดี ขับขี่ปลอดภัย” ฝึกให้น้อง ๆ ได้สนุก ได้คิดก่อนทำ รู้จักยับยั้งชั่งใจ วางแผน และตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าบนถนนได้อย่างปลอดภัย “ป้องกันอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทาง” โดยการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งวินัยให้เด็ก ๆ ซึ่งจะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติบนท้องถนน

จากเรื่องกฎจราจรที่ดูยาก ๆ กลายเป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัวไปเลย! และต้องขอขอบพระคุณคณะผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน

พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ประธานในพิธี), พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง,
พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ท. ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม และข้าราชการตำรวจในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์, คณาจารย์ และบุคลากร) ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นคร ปฐม, นายนที ขวัญแพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐม (สนับสนุนสัญญาณไฟจราจร)
นายสมโชค พงษ์ขวัญ และคณะนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครปฐม, นายธานี อ่อนละเอียด อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม (ร่วมสนับสนุนรถจักรยานในกิจกรรม)ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มและสร้างภูมิคุ้มกันบนท้องถนนให้น้อง ๆ ด้วยกันครับ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม จัดการประชุม แนวทางการวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออก

โรงพยาบาลนครปฐม จัดการประชุม แนวทางการวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออก

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการประชุม แนวทางการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ผู้ป่วยไข้เลือดออก โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ พญ.ศิริเพ็ญ กัลยาณรุจ ที่ปรึกษาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไข้เลือดออก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และศาสตราจารย์ พญ.วิภา ธนาชาติเวทย์ เป็นวิทยากร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะแก่บุคลากรทางการแพทย์ ด้านการวินิจฉัยการดูแลรักษา และการจัดการภาวะช็อกหรือวิกฤตจากไข้เลือดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายก อบจ.นครปฐม ลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนประชาชน เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้อาศัยซึ่งเป็นผู้เปราะบาง

นายก อบจ.นครปฐม ประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการกองทุนฯ ลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนประชาชน เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้อาศัยซึ่งเป็นผู้เปราะบาง

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม ประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการกองทุนฯ ผู้ช่วยผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. เจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม, พม. จ.นครปฐม, รพ.ดอนตูม สสจ., รพ.สต. และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่สำรวจบ้านประชาชน จำนวน 9 หลัง บริเวณ ต.ตาก้อง อ.เมืองฯ, ต.ห้วยพระ, ต.สามง่าม, ต.บ้านหลวง, ต.ดอนรวก, ต.บ้านหลวง อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เพื่อสำรวจบ้านเพื่อประเมินสภาพแวดล้อม เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้อาศัยซึ่งเป็นผู้เปราะบางต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมงานความมั่นคงทางสาธารณสุข และรับโล่เชิดชูเกียรติ บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เขต 11

ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมงานความมั่นคงทางสาธารณสุข และรับโล่เชิดชูเกียรติ บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เขต 11

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เขต 11 พร้อมร่วมกิจกรรมรณรงค์ “รวมพลังสร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ความเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง (Thailand – Borne Diseases Excellence 2026)” ซึ่งความมั่นคงทางสาธารณสุข (Health Security) เป็นความสามารถของระบบสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ป้องกัน รับมือ และลดผลกระทบจากภัยคุกคามทางสุขภาพทุกรูปแบบทั้งโรคระบาด ภัยธรรมชาติ และสารเคมี เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การได้รับโล่เชิดชูเกียรติฯ ในเขต 11 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความมั่นคงทางสาธารณสุขของไทย

ทั้งนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ร่วมกิจกรรมรณรงค์และแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและควบคุมโรค โดยยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง อันเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงและเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน


“กิติศักดิ์” ล้างบาง “มณฑลห้วยขวาง” ชงยกระดับวาระแห่งชาติ กู้เอกราช-เตะโด่งทุนสีเทาพ้นไทย!

อนุกมธ.ตำรวจ สว. ทุบโต๊ะสางปมนอมินี สับเละต่างชาติฮุบธุรกิจ-แย่งอาชีพสงวนคนไทย

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาปัญหาชาวต่างชาติใช้นอมินีคนไทยบังหน้า เปิดธุรกิจเกลื่อนเมือง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง รวมถึงแก๊งต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย โดยพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ไข่แดงอย่าง “มณฑลห้วยขวาง” โดยมี พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก. สน. ห้วยขวาง เข้าชี้แจง

นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า ทุนจีนทะลักเข้าพื้นที่ตั้งแต่ปลายปี 2568 กว้านซื้อและถือครองธุรกิจผ่านนอมินี ทั้งร้านอาหารหูหนาน-ไหหลำ-หม่าล่า สถานบันเทิง โรงแรม ไปจนถึงร้านทำผมและร้านทำเล็บ โดยตำรวจพบบริษัทต้องสงสัยจำนวน 11 แห่ง พร้อมเรียกกรรมการคนไทยมาสอบเส้นทางการเงินว่าสอดคล้องกับการลงทุนหลักล้านหรือไม่

นายกิติศักดิ์ ระบุชัดเจนว่า “ปัญหานี้ลำพังตำรวจจัดการไม่ไหว” เพราะภารกิจหลักก็ล้นมือ แถมขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งเรื่องเส้นทางการเงินเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์ หรือข้อมูลของ อย. ปล่อยให้สีกากีลุยเดี่ยวถือว่าเหนื่อยฟรีและไม่ตรงจุด ทางคณะอนุกรรมาธิการจึงเสนอให้ยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อกู้เอกราชทางเศรษฐกิจคืนให้คนไทย ได้แก่:

  • ทวงคืนความเป็นไทย: ต่างชาติห้ามถือครองอสังหาริมทรัพย์และแอบแฝงสัดส่วนหุ้นเพื่อเลี่ยงภาษีโอนเงินออกนอกประเทศ ทำให้ไทยเสียเปรียบยับเยิน
  • ปกป้องความเป็นคนไทย: ต้องไม่มีการแย่งอาชีพสงวน แย่งเงิน แย่งงานของคนไทยเด็ดขาด
  • ความตั้งใจในการใช้กฎหมาย: ทุนต่างชาติที่ทำถูกกฎหมายพร้อมปกป้องดูแล แต่พวกสีเทาทำผิดกฎหมาย ต้อง “เตะโด่ง” ผลักดันออกนอกประเทศให้หมด!

นายกิติศักดิ์ ยังกล่าวว่า เชื้อร้ายนอมินีไม่ได้ฝังรากแค่ใน กทม. แต่ยังลามไปถึงต่างจังหวัด ทั้งพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่พบกลุ่มชาวยิวตั้งศาสนสถานและมีเครือข่ายร่วมพันคน รวมถึง จ.ภูเก็ต ที่มีบริษัทต้องสงสัยเป็นหมื่นแห่ง ทางคณะอนุกรรมาธิการ จึงเสนอให้ ‘กระทรวงมหาดไทย’ รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการกำลังทั้ง พาณิชย์, ตม., สรรพากร, กทม. และตำรวจ ทำงานเป็นแพ็คเกจเดียว เช็กบิลยัน ‘คนรับจ้างจดทะเบียน’ ให้คนกลุ่มเหล่านี้ด้วยเพื่อไม่ให้แก๊งต่างชาติเหล่านี้ตั้งตัวเป็น ‘มาเฟีย’ ทรงอิทธิพลในไทย

ทั้งนี้ การล้างบาง “มณฑลห้วยขวาง” ยังไม่จบ สัปดาห์หน้า อนุกมธ.ตำรวจฯ เตรียมเชิญ สน.สุทธิสาร, สน.มักกะสัน และ บก.น.1-2 เข้ามาลุยชำแหละข้อมูลต่อ งานนี้ทุนจีนสีเทาและนอมินีคนไทยมีหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอน!