กอ.รมน. ผนึกความร่วมมือกับองค์กรสมาพันธ์สตรีมุสลิม แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับและเพิ่มศักยภาพสตรีมุสลิม

กอ.รมน. ผนึกความร่วมมือกับองค์กรสมาพันธ์สตรีมุสลิมแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับและเพิ่มศักยภาพสตรีมุสลิม

          วันนี้ (๑ ธ.ค. ๖๒) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ ศอ.บต. จัดโครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรสมาพันธ์สตรีมุสลิมแห่งประเทศไทย กับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี ๒๕๖๓ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมสมาพันธ์สตรีมุสลิมแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมสมาพันธ์สตรีมุสลิม ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และคณะกรรมการสมาพันธ์สตรีมุสลิมแห่งประเทศไทย จำนวน ๒๓๘ คน เข้าร่วมกิจกรรมฯในครั้งนี้

           สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ศอ.บต. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการร่วมกับ สมาคมสมาพันธ์สตรีแห่งประเทศไทย และฝ่ายกิจการสตรีและเยาวชนดำเนินกิจกรรมเพิ่มศักยภาพภาวะผู้นำสตรี โดยจัดอบรมเพิ่มศักยภาพผู้นำสตรีเพื่อสร้างความตระหนักต่อบทบาทหน้าที่การเป็นผู้นำในการเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม ที่ยึดหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินชีวิตตามวิถีอิสลาม เป็นการรวมตัวของสตรีชาวไทยมุสลิม ในการแสดงศักยภาพและความเข้มแข็งของสตรีที่ขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยมีเป้าหมายเป็นสตรีจาก จังหวัดชายแดนภาคใต้และภูมิภาคอื่นๆทั่วประเทศ ตามบทบาทสตรีมุสลิม ถือว่ามีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามแนวทางของศาสนาที่ได้กำหนดไว้ ถึงแม้ว่าหลายคนจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กิจกรรมนี้จะทำให้ทุกคนรู้จักจังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อในหลายด้าน ทั้งการสานสัมพันธ์ระหว่างกัน การทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายและการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้มีการเชื่อมโยงในระหว่างภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

          กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในด้านการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำของประชาชนและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของบทบาทผู้นำสตรีที่ต้องการให้นำสาระความรู้ต่างๆ จากการอบรม มาต่อยอดและขยายผล เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืนของครอบครัวและชุมชนใน จชต.ต่อไป

ตม.สนามบิน แจงข่าว จุดคัดกรองสัมภาระยาว ประสาน AOT เร่งแก้

ตม.สนามบิน แจงข่าว จุดคัดกรองสัมภาระยาว ประสาน AOT เร่งแก้

          พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม.เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวทาง จส.100 ว่า มีผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แจ้งว่า กำลังรอเข้าตรวจ ตม.เป็นแถวยาวมาก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 ช่วงราวประมาณ 10.30 น. และมีผู้สอบถามจำนวนมาก

         ทาง พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการ พ.ต.อ.อุกฤต กัลยาณมิตร ผกก. ฝ่าย ตม.ขาออก ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำการตรวจสอบ โดยได้รับรายงานว่า จุดที่แถวยาวดังกล่าว เป็นผู้โดยสารที่กำลังรอผ่านจุดคัดกรองร่างกายและสัมภาระ ฝั่งตะวันตก ในอาคารผู้โดยสาร ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ AOT ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเที่ยวบินหนาแน่น และทราบว่า ทางพนักงานการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ AOT กำลังเร่งเกลี่ยผู้โดยสารฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เพื่อเร่งระบายให้เร็วที่สุด

         พ.ต.อ.เชิงรณ ฯ ชี้แจงว่า ปกติกระบวนการผ่านแดนขาออก ผู้โดยสารจะต้องผ่านการ check in เพื่อออก Boarding pass และ จะต้องผ่านการตรวจคัดกรอง ร่างกาย และสัม ภาระ ติดตัวตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ICAO และ AOT โดยในส่วนของลักษณะทางกายภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ จะสร้างจุดคัดกรองบนชั้นลอย ให้ผู้โดยสารขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อผ่านอุปกรณ์คัดกรอง และเครื่องตรวจจับ จากพนักงาน รปภ.​ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนเมื่อผ่านการคัดกรองจากชั้นลอยแล้ว จึงจะลงบันไดเลื่อนมาที่โถง ตม.ขาออก ด้านล่าง เพื่อรับการตรวจจาก เจ้าหน้าที่ ตม.ซึ่งในส่วนของโถง ตม.พบว่า มีการระบายผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก พล.ต.ต.วีรพลฯ ได้สั่งการให้จัด เจ้าหน้าที่ ตม.นั่งเต็มทุกช่องตรวจ ในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ตามนโยบาย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.

          อย่างไรก็ดี กรณีเหตุดังกล่าวทาง พ.ต.อ.อุกฤตฯ ได้มีการประสานกับทาง พนักงาน รปภ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่รับผิดชอบ เพื่อเร่งแก้ปัญหาด้วยการเกลี่ยฝั่ง และเร่งระบายโดยด่วนแล้ว และได้ส่งเจ้าหน้าที่ ตม.สนับสนุนช่วยเหลือและเร่งระบาย ผู้โดยสารโดยเร็วต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – จยย.ถูกรถบรรทุกเฉี่ยวชนและขับหนี ชายวัย 32 ปี เสียชีวิต

          เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 ธ.ค.62 ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระประโคน รอง สว.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถ จยย.ถูกรถยังไม่ทราบชนิดชนแล้วหลบหนีในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตเหตุเกิดถนนนครอินทร์ขาออกก่อนถึงแยกบางสีทอง ต.บางไผ่ อ.เมืองนนทบุรี จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

         ที่เกิดเหตุในช่องทางด่วนเลนขวาพบรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CBR ขนาด 250 ซี.ซี.ทะเบียน 1กร 9760 กทม ล้มคว่ำอยู่ มีกล่องพลาสติกใสหล่นแตกอยู่เกลื่อนถนน ใกล้กันพบร่างของนายณัฐพงษ์ ไตรพิพัฒน์กิจ อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับขี่นอนเสียชีวิตอยู่ ส่วนรถคันที่ก่อเหตุ มีพลเมืองดีเห็นว่าเป็นรถบรรทุกหลังก่อเหตุขับหลบหนีไป หลังเกิดเหตุไม่นานทางแฟนสาวของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตออกมาส่งขนมกุยช่ายที่ห้างบิ๊กซี สาขาติวานนท์ และกำลังเดินทางกลับบ้านย่านบางบอน แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน หลังเกิดเหตุไม่นานทางแฟนสาวของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตออกมาส่งขนมกุยช่ายที่ห้างบิ๊กซี สาขาติวานนท์ และกำลังเดินทางกลับบ้านย่านบางบอน แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

          ต่อมาเวลาผ่านไปกว่า 3 ช.ม.ทราบภายหลังว่าผู้ขับขี่รถคู่กรณีได้นำรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว ทะเบียน 81-1011 น่าน เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยจากการตรวจสอบพบว่าที่ด้านท้ายมุมขวาของรถมีร่องรอยถูกชนเสียหาย ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามข้อมูลจากพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ไว้ แต่หลังจากนั้นไม่นานคู่กรณีซึ่งเป็นรถบรรทุกได้เดินทางเข้ามามอบตัว และจะต้องทำการสอบสวนถึงสาเหตุเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและกล้องที่ติดตั้งใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง

          ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – ญาติเหยื่อที่ถูกแฟนทอมจุดไฟเผา ร้องทนายรณณรงค์ ญาติคู่กรณีเป็นนายทหารกลัวเรื่องเงียบ

นนทบุรี ญาติเหยื่อที่ถูกแฟนทอมจุดไฟเผาร้องทนายรณณรงค์ญาติคู่กรณีเป็นนายทหารกลัวเรื่องเงียบ

          เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 พ.ย.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปาเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส นางบุญมี ตาดี น้องสาวผู้เสียหาย และนายบี (นามสมมุติ) ลูกชายผู้เสียหาย วัย 28 ปี ได้เดินทางมาร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กรณีเรื่อง น.ส วรวรรณ จัดสวย อายุ 51 ปี ผู้เสียหาย บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ถูกแฟนผู้ก่อเหตุเป็นสาวทอมชื่อ น.ส มาลัยทอง ทองทักษิณ ใช้ทินเนอร์สาดใส่ตัวก่อนจะจุดไฟเผา เกิดเหตุที่ เวลา 18.00 น. 750 ซอยดาราฉาย ถนนอ่อนนุช46 ต.สวนหลวง อ.สวนหลวง จ.กรุงเทพมหานคร

          น.ส บุญมี กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาพบทนายรณณรงค์ เนื่องจากกลัวไม่ได้ความเป็นธรรมในด้านคดีเพราะทราบมาว่าทางฝั่งคู่กรณี ทางญาติเป็นนายทหารยศใหญ่ และกลัวเรื่องคดีเงียบ จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากทนายรณณรงค์ และอยากแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือ พยายามฆ่า ตอนนี้ได้แจ้งแค่วางเพลิงอย่างเดียว แค่อยากขอความเป็นธรรมกับครอบครัวเรื่องค่ารักษาตัวได้หมดไปหลายบาทตนไม่ค่อยมีเงินส่วน อาการผู้เสียหายยังหนัก เพราะไฟไหม้ถึงชั้นไขมัน หมอให้นอนรักษา ในห้อง ICU 3-5 เดือน ทางค่ารักษาพยาบาลตนยังไม่ได้รับ และยังไม่มีการติดต่อกลับมาของคู่กรณี ตอนนี้ทางครอบครัวได้ใช้สิทธิการรักษาของลูกชายเพื่อรักษา และจะมีค่าส่วนต่างที่หมอยังไม่ได้แจ้งให้ทราบ ส่วนนี้ทางครอบครัวต้องจ่ายกันเพิ่มเติม

         ด้านทนายรณณรงค์กล่าวว่า กรณีที่ น.ส วรวรรณ ที่ถูกแฟนทอมจุดไฟเผา นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหม้ประมาณ 70 เปอร์เซน ของร่างกาย ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาและส่งศาล ยังไม่แน่ใจว่ามีการประกันตัวหรือไม่ มีประเด็นเพิ่มเติม คือ

  1. ทางผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้เสียหายยืนยันว่า ทางคู่กรณีจุดไฟเผาคน ไม่ได้จุดไฟเผาทรัพย์สิน ดังนั้นข้อหาก็คือ ข้อหาพยายามฆ่าไม่ใช่เรื่องวางเพลิงเผาทรัพย์เพราะตั้งใจเผาคน
  2. ญาติทางฝั่งคู่กรณี เป็นนายทหารยศสัญญาบัตร เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ทำให้คดีไม่ได้รับความเป็นธรรม
  3. ผู้เสียหายที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลฝากลูกชายให้มาดำเนินคดี เพราะว่าผู้กรณีรู้จักคนในโรงพัก กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี

          ภายในสัปดาห์นี้จะให้ครอบครัวนี้ไปยื่นเรื่องที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งให้เร่งรัดคดีและตรวจสอบสำนวณคดีใหม่ว่าข้อหาที่ตั้งไปตรงกับความเป็นจริงหรือไม่

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

มุกดาหาร # ร้อย ทพ.2110 ซุ่มเฝ้าติดตามจับกุม บุคคลที่เกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า) ในพื้นที่ อ. ดอนตาล

          เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 2110 (ผาสุข) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า จะมีการส่งยาเสพติด(ยาบ้า) ที่บริเวณส่วนยาง เส้นทาง บ.นายาง ต.บ้านบาก – บ.ห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร จึงได้จัด กำลังพลร่วมกับ มว.คทร. ที่ 3 ,ฝ่ายปกครอง อ.ดอนตาล เข้าทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่สวนยาง เส้นทาง บ.นายาง ต.บ้านบาก – บ.ห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร พิกัด VD 908973

         ครั้นเมื่อถึงเวลา 08.30 น. ได้มีวัยรุ่น 1 คน ขับขี่รถ จยย.มาจอดสะพานดังกล่าวจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ บุคคลที่ขับขี่รถ จยย.ได้แสดงอาการพิรุจเหมือนจะขับรถ จยย. หลบหนี จึงได้เข้าควบคุมตัวและทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นตรวจพบยาบ้า ยาบ้าเม็ดสีแดง 50 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสสติกใสมีหนังยางรัดที่เจ้าตัวพกติดตัวมา และได้ทำการตรวจปัสสาวะ ผลปัสสาวะเป็นบวก ทราบชื่อคือนายสรวิทย์ ผิวเหลือง (ชาญ) อายุ 16 ปี พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 13 ม.1 บ.บาก ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร

          จึงได้นำตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้นำตัวมาสอบสวนเพื่อส่ง จทน.ตำตรวจ สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

ปัตตานี – คนร้ายลอบยิง ภรรยาทหารพราน เสียชีวิตขณะขับรถมากับลูกชาย

ปัตตานี คนร้ายลอบยิงภรรยาทหารพรานเสียชีวิตขณะขับรถมากับลูกชาย

          เมื่อ 01 เวลา17.30 น. ธ.ค.62 สภ.สายบุรี รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นางสูไฮลา สามะ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 94/1 ม.1 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จว.ปัตตานี (เสียชีวิต)

           เบื้องต้นบุคคลถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นำตัวมาส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบเป็นเพศหญิง ทำงาน กอ.รมน.ค่ายอิงคยุทธฯ(ภรรยาทหารพราน 4401) กระสุนปืนเข้าบริเวณศรีษะ(ด้านหลัง) เสียชีวิต

          เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้าน ม.5 บ้านพอเหมาะ ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จว.ปัตตานี. รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

เปิดอาคารจอดรถใหม่ โรงพยาบาลปากช่องนานา และทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เปิดอาคารจอดรถใหม่โรงพยาบาลปากช่องนานา และทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00น. นายคมกฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดอาคารจอดรถใหม่ โรงพยาบาลปากช่องนานา โดยมีคณะแพทย์โรงพยาบาลปากช่องนานา นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากช่องนานา ให้การต้อนรับและมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

          นายคมฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวถึงอาคารจอดรถโรงพยาบาลปากช่องนานาว่าขอให้เป็นที่สำหรับจอดรถให้บริการกับประชาชนที่มาให้การรักษาที่โรงพยาบาลปากช่องนานาจริงๆ มิใช่ไว้เป็นที่จอดรถเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปากช่องนานาขอให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจริงๆ เพื่อบันเทาช่วยการจราจรเส้นทางบริเวณหน้าโรงพยาบาลปากช่องนานา

         จากที่เคยมีกระแสว่า โรงพยาบาลปากช่องนานาจะเก็บค่าบริการจอดรถกับประชาชนที่มาจอดรถอาคารหลังใหม่โรงพยาบาลปากช่องนานา “ก็มีคำโต้แย้งวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาจากประชาชนเป็นจำนวนมาก” ในการให้บริการของโรงพยาบาลปากช่องนานา ในการเปิดอาคารจอดรถหลังใหม่ในครั้งนี้

         นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากช่องนานา ได้เผยว่า อาคารจอดรถใหม่นี้ จะไม่เก็บค่าบริการ การจอดรถแต่ขอให้ประชาชนที่มาใช้บริการจอดรถในอาคารจอดรถใหม่โรงพยาบาลปากช่องนานา ให้มีน้ำใจกับผู้มาใช้บริการด้วยกัน โดยการไม่จอดรถทิ้งไว้ เพื่อไปธุระหรือไม่มีเหตุอันควรที่เข้ามาจอด เพื่อประโยชค์ส่วนรวมของประ ชาชน ที่มาใช้บริการ

         ผลร่วมยอดทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล ได้ยอดร่วม ทำบุญ 1,619,999 บาทและได้โรงทานน้ำใจจากแม่ค้า ร่วม 60 ร้านค้า มาทำโรงทาน

ข่าว/ภาพ ศุภเดช ธนูศร ข่าวนครราชสีมา

มุกดาหาร# ร้อย ทพ.2110 ซุ่มเฝ้าตรวจ/จับกุม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า)

          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกาย 2562 เวลา 20.00 น.กองร้อยทหารพรานที่ 2110 (ผาสุข) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการส่งยาเสพติด(ยาบ้า) ที่บริเวณสะพานเส้นทาง บ.หนองบอน ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังพลร่วมกับ มว.คทร.ที่ 3, ฝ่ายปกครอง อ.ดอนตาล เข้าทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ บ.หนองบอน ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร พิกัด VD 868942 ดังกล่าว

         ครั้นเมื่อถึงเวลา 20.30 น. ได้มีวัยรุ่น 1 คน ขับขี่รถ จยย.มาจอดสะพานดังกล่าว จนท.จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ บุคคลที่ขับขี่รถ จยย.ได้แสดงอาการพิรุจเหมือนจะวิ่งหลบหนี จึงได้เข้าควบคุมตัวและทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นตรวจพบยาบ้า ใส่ไว้ในกระปุกยาแก้แพ้ จำนวน 88 เม็ด เม็ดสีแดง 87 เม็ด เม็ดสีเขียว 1 เม็ด พร้อมตรวจยึดลูกปืนขนาด 9 มม. ที่เจ้าตัวพกติดตัวมา จำนวน 5 นัด และได้ทำการตรวจปัสสาวะ ผลปัสสาวะเป็นบวก ทราบชื่อคือ นายพันเลิศ สกุลไทย (พล) อายุ 20 ปี พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 57 ม.3 บ.ดอนตาล ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่ ร้อย ทพ.2110 เพื่อทำการสอบสวนขยายผลต่อไป

         ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงร่วมบูรณาการกับ จนท. ชุด มว.คทร.ที่ 3, ฝ่ายปกครอง อ.ดอนตาล, จนท.ตชด.2342 เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 57 ม.3 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มมุกดาหาร เป็นบ้านของ นายพันเลิศ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งกฎหมายแต่อย่างใด.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

ลพบุรี – ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน วิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบ เครซี่เวฟ สั่งระงับการเล่น

https://youtu.be/726CZ3inAYs

         ภาพจากคลิป พบว่าในจุดเกิดเหตุเป็นเครื่องเล่นเคซีเวฟ หรือทากาด้า ขณะที่เด็กจำนวน 18 คน ขึ้นไปนั่งเล่นและเครื่องกำลังหมุนวนเหวี่ยงไปมาด้วยความแรงขึ้นลงสูงกว่า 6 เมตร และในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเมื่อเหล็กและสายตัวล๊อกคนั่งของเด็กแถวริมด้านขวาของเครื่องเล่นหลุดออกทำให้เครื่องเหวี่ยงจนร่างของเด็กจำนวน 6 คน หลุดลอยออกมาจากที่นั่งตกลงกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บทั้งหัวแตกและขาผิดรูปต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จำนวน 4 คน ทราบชื่อต่อมาคือ (1)เด็กหญิงสิริรัตน์ โพธิ์มา อายุ 13 ปี (2) นางสาว นภสร บัวโภชน์ อายุ 15 ปี (3)นางสาวรุจิรา จิตรเกตุ อายุ 15 ปี เด็กชาย ทินภรณ์ จูดี อายุ 12 ปี ทั้งได้รับบาดเจ็บหัวแตกและเจ็บหน้าอกอีกทั้งแขนขาผิดรูป

          จากการสอบถามเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ปกครองของเด็กที่ขึ้นไปนั่งเล่นเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่พนักงานจะเดินเครื่องเล่นดังกล่าวได้ทำการล๊อคพร้อมที่จะเดินเครื่องแต่ในจุดที่เด็กชุดที่ตกลงมายังมีที่นั่งว่างอีก 2 คน จึงได้เปิดล๊อคให้เด็กขึ้นนั่งแต่พนักงานที่คุมไม่มีการสำรวจก่อนกลับเดินไปนั่งที่ควบคุมและได้เดินเครื่องเล่นทันที่ แต่ในขณะที่เครื่องหมุนเหวี่ยงด้วยความแรงในรอบที่สองก็ได้เกิดล๊อค แถบริมขวามือหลุดออกขณะที่เครื่องกำลังเหวี่ยงด้วยความแรงทำให้ร่างของเด็กทั้ง 6 คน ลอยระริ้วตกลงกระแทกกับพื้นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนพนักงานหลังจากเกิดเหตุก็ได้หยุดเครื่องแล้วเข้าไปปลดล๊อคก่อนที่จะหายตัวไปทั้งหมดไม่ได้เข้าช่วยเหลือเด็กที่บาดเจ็บแต่อย่างไร

          ด้านนายศรชัย จันทรโชตะ อายุ 62 ปี คนคุม และดูแลเครื่องเล่นดังกล่าว ได้มีลูกน้อง ชื่อนายเอก ไม่ทราบนามสกุล อายุ ประมาณ 30 ปี คอยคุมเดินเครื่องแต่หลังจากเกิดเหตุตกใจจึงได้วิ่งหนีไปซึ่งจะได้ตามตัวมาให้พนักงานสอบสวนปากคำอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามนายศรชัย กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางบริษัทจะรับผิดชอบทั้งหมดเนื่องจากเครื่องทุกชุดจะมีการทำประกันอุบัติเหตุประเพที่ 1 ไว้แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเกิดจากความประมาท ความสะเพร่าของนายเอก ที่ไม่ตรวจสอบก่อนเดินเครื่องจนเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ตนเองได้รายงานให้กับทางบริษัททราบแล้ว และจะขอรับผิดชอบทุกกรณี

          ล่าสุดตำรวจพิสูจน์หลักฐาน วิศวกร พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องเล่นเครซี่เวฟ โดยละเอียด โดยยังไม่อนุญาตให้มีการเล่นเครซี่เวฟ เครื่องนี้จนกว่าจะมีผลสรุปที่แน่ชัด ซึ่งได้มีนายดิเรก มาขาว อายุ 30 ปี ผู้ที่รับผิดชอบเครื่องคุมเครื่องต่อจากนายเอก เล่าว่าช่วงเกิดเหตุตนไม่เห็น เห็นแต่ช่วงหลังเกิดเหตุ ที่มีเด็กได้รับบาดเจ็บแล้ว และได้ช่วยปลดล็อคผู้ที่เล่นออกให้ทั้งหมด โดยที่นายเอกได้หายตัวไปแล้ว ทั้งนี้ตนอยากจะกราบขอโทษผู้ปกครอง และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ แทนนายเอกด้วย

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

กองเรือยุทธการ ร่วมบรรพชาอุปสมบท 76 นาย ถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

          วันนี้ 1 ธ.ค.62 พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานพิธีบรรพชาอุปสมบท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          โดยมี พระครูภาวนา ประชานาถ เจ้าอาวาสวัดเขาบำเพ็ญบุญ พระครูปิยะกิจวิบูล หรือ อาจารย์แก้ว เจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน และเจ้าอาวาสวัดอัมพารามเป็นพระอุปัชฌาย์ โดยมีผู้แทนหน่วยงาน ภาครัฐ ผู้แทนกองทัพเรือ หัวหน้าส่วนราชการ ทุกภาคส่วน ตลอนจนผู้สมัครขอบรรพชาอุปสมบท จำนวน 76 คน เข้าร่วมในพิธี

          พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม 26562 ที่จะถึง ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นวันพ่อแห่งชาติ ผู้ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ โดยส่งเสริมให้พุทธ ศาสนิกชนทุกศาสนา ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักปฏิบัติในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปฏิบัติศาสนกิจ นำหลักธรรมทางศาสนาไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กองทัพเรือต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณ จึงจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และส่งเสริมให้ประชา ชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยการศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งเมื่อลาสิกขาแล้วทุกคน พึงนำความรู้ที่ได้รับจากพระวิทยากรไปใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นตัวอย่างที่ดีให้ครอบครัว สังคม และเพื่อประโยชน์สุขต่อประเทศชาติต่อไป

          สำหรับกำหนดจัดกิจกรรม บรรพชาอุปสมบทเพื่ออุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 76 นาย จะอุปสมบท ระหว่างวันที่ 1-7 ธ.ค.62

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก