เผาวอด !! ตลาดแม่กิมเฮง​ แม่ค้าวิ่งหนีตาย อลหม่าน

          วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 20.30 น.: ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุไฟไหม้ภายในตลาดแม่กิมเฮง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางเมืองโคราช เพลิงลุกลามออกเป็นวงกว้างทำให้บรรดา พ่อค้า แม่ค้า และ ประชาชน ต่างขนข้าวของหนีตายกันอลหม่าน ล่าสุดเวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เเล้ว เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

         ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า เกิดจากหม้อแปลงไฟของตลาดระเบิด ทำให้เกิดประกายไฟไปติดกองแผ่นโฟม บริเวณร้านจำหน่ายดอกไม้เป็นจุดเเรก ก่อนที่จะขยายออกเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดไฟลามลุกไหม้ตลาดอย่างรวดเร็ว จนเสียหายไปเกือบครึ่งตลาด รวมทั้งตึกเเถวใกล้เคียงก็ถูกเพลิงไหม้เสียหายไปอีก 2 คูหา ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง รวมทั้งมูลค่าความเสียหายอีกครั้ง

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-หน.ศูนย์ข่าวสยามรัฐ-ข่าวยุทธศาสตร์-ข่าวพิมพ์ไทย-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการ – แว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ( 30 พฤศจิกายน 2562 ) ที่ หอประชุม ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอจะนะ ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ แว่นท็อปเจริญ จัดโครงการ “แว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” สนองงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         โดยมี พันเอก ปัญญาพล สุรทิณท์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นาย บุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ห้างแว่นท็อปเจริญ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 500 คน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

“ผบ.ฉก.ยะลา” ลุยเอง นำทีมทหารพรานที่ 33 บันนังสตา ปิดล้อม จับกุมผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า 352 เม็ด

“ผบ.ฉก.ยะลา” ลุยเอง นำทีมทหารพรานที่ 33 บันนังสตาปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 352 เม็ด

          29 พ.ย. เวลา 12.05 น. พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พร้อมด้วย พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 บันนังสตา จ.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายค้ายาเสพติด ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา หลังได้เร่งรัดการปฏิบัติตามนโยบายการปราบยาเสพติดของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน

          ในพื้นที่พบกลุ่มวัยรุ่นอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังปิดล้อม และเข้าตรวจค้น เมื่อบุคคลที่อยู่ภายในบ้านดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้พากันวิ่งหลบหนีไปบางส่วน เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้นได้ตรวจค้นภายในบ้านหลังที่ได้รับแจ้งและบ้านใกล้เคียงอีก 1 หลัง พบยาบ้า ซุกซ่อนอยู่ในบ้านอีกจำนวน 352 เม็ด, อุปกรณ์เสพยาบ้า, อุปกรณ์ต้มน้ำกระท่อม และน้ำกระท่อม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวบุคลทั้ง 4 รายได้แก่ (1) นายณัฐพล ณ พัทลุง เจ้าของบ้าน (2) นายมานพ บัวหลวง (3) นายธีรศักดิ์ ปะอาเดะ และ (4) นายโอภาส ศิลมะโย ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : เพจตอบโจทย์โจรใต้ BRN

ผบ.ฉก.ยะลา เดินหน้า แก้ปัญหายาเสพติด ตามนโยบาย แม่ทัพภาค 4

          วันนี้ (29 พ.ย. 62) พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เดินทางลงพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พร้อมประชุมร่วมกับนายอำเภอบันนังสตา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อรับฟังปัญหา หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยัง พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ให้เร่งปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดและสร้างปัญหาให้กับชุมชนในพื้นที่

          ทั้งนี้ นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา ได้รายงานสถานการณ์การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานในการควบคุมดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติดได้มีการชี้แจงถึงอุปสรรคปัญหา ในการขจัดขบวนการยาเสพติดที่แพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ โดยได้ขอความร่วมมือ ผบ.ฉก.ยะลา ในการนำเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถเข้าไปดำเนินการกวาดล้าง

          พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ระบุว่า การปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายเร่งด่วน และนโยบายสำคัญที่ทางแม่ทัพภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ประสานการปฏิบัติในการหาเบาะแส แหล่งข่าวการค้ายาเสพติด หรือพื้นที่ประสบปัญหายาเสพติดรุนแรง ให้แจ้งสายตรงไปยังหน่วยงานภาครัฐ หรือแจ้งไปยังแม่ทัพภาค 4 ที่ตู้ ปณ.41 หรือโทรสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชม.

ขอบคุณข้อมูล : southernreports

ผบ.ฉก.ยะลา ลงพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เดินหน้าเปิดแผนปราบปรามยาเสพ ติดตามนโยบายแม่ทัพภาค 4

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ลงพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เดินหน้าเปิดแผนปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4

          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิการยน 62 พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เดินทางลงพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เรียกนายอำเภอบันนังสตา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เข้าประชุมหารือ และรับฟังปัญหา หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยัง พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้เร่งปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดและสร้างปัญหาให้กับชุมชนในพื้นที่

          โดยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา ได้รายงานสถานการณ์การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานในการควบคุมดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

          ซึ่ง พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นนโยบายเร่งด่วน และนโยบายสำคัญ ที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ประสานการปฏิบัติในการหาเบาะแส แหล่งข่าวการค้ายาเสพติด หรือพื้นที่ประสบปัญหายาเสพติดรุนแรง ให้แจ้งสายตรงไปยังหน่วยงานภาครัฐ หรือแจ้งไปยังแม่ทัพภาค 4 ที่ ตู้ ปณ.41 หรือโทรสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง

          ขณะเดียวกัน ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติด ได้ชี้แจงถึงอุปสรรคปัญหา ในการขจัดขบวนการยาเสพติดที่แพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ โดยได้ขอความร่วมมือผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ในการนำเจ้าหน้าที่ ที่มีความสามารถ เข้าไปดำเนินการกวาดล้าง กำจัดภัยยาเสพติด เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนบางส่วน ไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการได้

#ยะลาทูเดย์
#ยาเสพติด
#นโยบายแม่ทัพภาค4
#ขบวนการยาเสพติด
#หน่วยเฉพาะกิจยะลา
#แม่ทัพภาค4

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

แม่ทัพภาคที่ 4 – ร่วมประชุมหารือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประสานความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

           วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2562) เวลา 10.30 น. ที่ ห้องประชุมพรานไพร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโทพรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมประชุมหารือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามผลการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ รวมทั้งหาแนวทางความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลเอก จตุพร  กลัมพสุต ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พันเอก หาญพล  เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, นายสมณ์  พรหมรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ และผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมการประชุม

           พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า วันนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รู้สึกเป็นเกียรติ ที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มาร่วมพูดคุย ปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่  ในส่วนของศูนย์ซักถามได้ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานตามความจริง ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักพื้นฐานของกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ซึ่งวันนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ชี้แจงรายละเอียดถึงกระบวน การทำงานของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องสงสัย, การควบคุมตัว, การรักษาพยาบาล, ตลอดถึงการตรวจร่างกาย ซึ่งผู้ถูกดำเนินการจะอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทุกจุดของศูนย์ซักถาม สำหรับความคืบหน้าของคดีเหตุคนร้ายลอบยิงป้อม ชรบ. ตำบลลำพะยา ทางเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดให้การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างจริงจังเพราะถือว่าผู้นั้นเป็นแนวร่วมกับผู้ก่อเหตุรุนแรง และจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดให้การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างจริงจังเพราะถือว่าผู้นั้นเป็นแนวร่วมกับผู้ก่อเหตุรุนแรง และจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

           นายสมณ์  พรหมรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามกรณีมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับศูนย์ซักถาม ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเข้ามามาก วันนี้จึงได้ข้อเท็จจริงจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เกี่ยวกับกระบวน การทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการควบคุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ชี้แจงทุกกระบวนการ และเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส

          ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 นำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในพื้นที่ และให้ความร่วมมือกับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเรื่องร้องเรียนทุกกรณีอย่างทันเหตุการณ์ โดย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ทุกกรณี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /southpeace /issoc4news

สำนักข่าวความมั่นคง

เลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับส่วนราชการ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับส่วนราชการ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

          วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2562) ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับส่วนราชการที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยครั้งนี้ผู้อำนวยการกอง กลุ่ม งาน ศอ.บต. ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

          พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวในการพบปะครั้งนี้ว่า ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ แห่งนี้ จัดสร้างขึ้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดทำ “ศูนย์กลางการบริการประชาชนในมิติต่าง ๆ อย่างครบวงจร” และเป็น “ศูนย์กลางการบริหารราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” รวมทั้งการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          โดยดึงพลังจากทุกภาคส่วนมาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง สอดรับ และเป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการใช้ประโยชน์โรงแรมชางลี (เดิม) ที่ปิดตัวไปแล้วและมีทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองยะลา ปรับปรุงเป็นศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่วันนี้ท่านเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การที่เรามาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ถือว่าท่าน คือ ส่วนหนึ่งในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ และหวังเสมอว่าศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ จะเป็นบ้านหลังที่ 2 แก่ทุกคนที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

         สำหรับศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ แห่งนี้ ปัจจุบันมีหน่วยงานราชการภาย นอกได้ใช้พื้นที่ เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าในการทำงานให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดยะลา, สำนักงานคดีปกครองยะลา, กองจัดทำงบประมาณเขตพื้นที่ 6, ส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง, สำนัก งาน กสทช.เขต 41, สภาเกษตรกรจังหวัดยะลา และสถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ซึ่งทุกหน่วยงานล้วนเป็นหน่วยงานที่สำคัญถึงการให้บริการที่น้องประชาชนในพื้นที่ และการพัฒนาพื้นที่ปลายด้ามขวานให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน ต่อไป

#เลขาธิการ ศอ.บต.# ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับส่วนราชการ #ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

แม่ทัพภาค 4 – เปิดที่ทำการเผยแพร่ผลงานสมาชิกแม่บ้าน ส่งเสริมอาชีพและสวัสดิการกำลังพลหลังใหม่

          (30 พ.ย.) ที่ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เป็นประธานพิธีทำบุญอาคารหลังใหม่ ที่ทำการสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 มีคุณแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากอง ทัพภาคที่ 4 คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมในพิธี

          พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่าความคิดริเริ่มในการก่อสร้างที่ทำการสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 ขึ้นมาใหม่นั้น เพื่อต้องการให้เป็นแหล่งสมาคมและที่ทำการของสมาชิกแม่บ้านทหารบก กองทัพภาคที่ 4 ทุกคน แทนที่ตั้งเดิมที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรม เป็นแหล่งเรียนรู้ พบปะของเหล่าสมาชิก เพื่อจัดแสดงสินค้าจากฝีมือกลุ่มแม่บ้าน สามารถให้พี่น้องประชาชน และบุคคลรอบค่ายมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าในราคาถูกและมีคุณภาพจากฝีมือกลุ่มแม่บ้าน ถือเป็นการกระจายรายได้ของสมาชิกอีกทางหนึ่งด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 หลังจากที่ได้อนุมัติโครงการ ได้ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธียกเสาเอกและได้จัดกิจกรรมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล หารายได้สนับสนุนการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างอาคารดังกล่าว


          การก่อสร้างออกแบบทั้งหมดในครั้งนี้ เกิดจากความคิดและตัดสินใจร่วมกันของเหล่าสมาชิกสมาคมแม่บ้าน ทั้งการออกแบบภายนอก ภายในและแบบก่อสร้างอาคาร ถือเป็นแหล่งรวมจิตใจ ชาวสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 เป็นศูนย์กลางการประสานงานรองรับภารกิจ กิจกรรม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ผลงานของสมาชิกแม่บ้าน รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาสวัสดิการ สำหรับสมาชิกและกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 เป็นกำลังที่สำคัญให้กับสมาชิก

ขอบคุณข้อมูล : smiledantai

กองทัพภาคที่ 4 – มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และภัยพิบัติอื่น ๆ

กองทัพภาคที่ 4 มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และภัยพิบัติอื่น ๆ

          กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย (ศบภ.ทภ.4) เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวน 22 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึง จ.นราธิวาส

          มีหมายเลขโทรศัพท์ แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือหาแประสบภัย เซฟเก็บไว้ อุ่นใจกว่า เพราะทหารจะเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

# ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส
# Smart Soldiers Strong Army
# ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4
https://www.facebook.com/561555344008665/posts/1450244948473029?sfns=mo

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ลพบุรี – นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี สั่งหยุดเครื่องเล่นสวนสนุกทุกชนิด ในงานฤดูหนาว

          จากเหตุการณ์คนคุมเครื่องเล่น เครซี่เวฟ เครื่องเล่น แบบ 18 ที่นั่ง ภายในงานฤดูหนาวลพบุรี สะเพร่า ไม่ตรวจสอบเซฟตี้ส่งผลให้ร่างคนเล่น ถูกเครื่องเหวี่ยงจนหลุดลอยเหินฟ้าตกตกลงมาที่พื้นในระดับความสูง 6 เมตร จำนวน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกหามส่งโรงพยาบาลจำนวน 4 ราย 1 ในจำนวนนั้นเป็นเด็กหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัสขาซ้ายหัก

          จากคลิปเหตุการณ์ภายในงานฤดูหนาวจังหวัดลพบุรี ประจำปี 2562 ที่จุดเครื่องเล่นสวนสนุกพบว่าที่เครื่องเล่นเครซีเวฟ ขณะที่เด็กชายหญิงจำนวน 18 คน ขึ้นไปนั่งเล่น และเครื่องกำลังหมุนวนเหวี่ยงไปมาด้วยความแรงขึ้นตามลำดับ ความสูงกว่า 6 เมตร และในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อเหล็กกลอนตัวล็อค และสายเซฟตี้ล๊อกที่นั่งของริมขวาของเครื่องเล่น ได้หลุดออกทำให้เครื่องเหวี่ยงจนร่างของเด็กจำนวน 4 คน หลุดลอยออกมาจากที่นั่งตกลงกระแทกพื้น ได้รับบาดเจ็บทั้งหัวแตก และขาหักต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จำนวน 4 คน ทราบชื่อต่อมาคือ (1)เด็กหญิงสิริรัตน์ โพธิ์มา อายุ 13 ปี (2) นางสาว นภสร บัวโภชน์ อายุ 15 ปี (3)นางสาวรุจิรา จิตรเกตุ อายุ 15 ปี เด็กชาย ทินภรณ์ จูดี อายุ 12 ปี ทั้งได้รับบาดเจ็บหัวแตกและเจ็บหน้าอก สำหรับ ด.ญ.สิริรัตน์ โพธิ์มา อายุ 13 ปี ซึ่งขาซ้ายหักต้องพักรักษาตัวที่ รพ. ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแพทย์อนุญาตให้กลับไผพักฟื้นที่บ้านได้

          จากการสอบถามเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ปกครองของเด็กที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนที่พนักงานจะเดินเครื่องเล่นดังกล่าวได้ทำการล๊อคที่นั่ง รัดเซฟตี้ และล็อคกลอนที่นั่งทุกคน แต่ในจุดที่เด็กตกลงมายังมีที่นั่งว่างอีก 2 คน จึงได้เปิดล๊อค ให้เด็กขึ้นไปนั่ง แต่พนักงานที่คุมไม่มีการสำรวจก่อนกลับเดินไปนั่งที่ควบคุม และได้เดินเครื่องเล่นทันที ในขณะที่เครื่องหมุนเหวี่ยงด้วยความแรงในรอบที่ 2 ซึ่งแรงเหวี่ยงยังไม่แรงมากนัก ผู้เล่นจำนวน 4 คน ริมขวามือได้หลุดออกจากที่นั่ง ทำให้ร่างของเด็กทั้ง 4 คน ลอยละลิ่ว ตกลงกระแทกกับพื้น จนได้รับบาดเจ็บ ส่วนพนักงานหลังจากเกิดเหตุก็ได้หยุดเครื่องแล้วเข้าไปปลดล๊อค ก่อนที่จะหายตัวไปในความมืด ทิ้งผู้ได้รับบาดเจ็บโดยที่ไม่มีการเข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ธ.ค. พนักงานสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน วิศวกร ได้เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และได้สอบปากคำนายศรชัย จันทรโชตะ อายุ 62 ปี คนคุม และดูแลเครื่องเล่นดังกล่าวหลังจากที่ได้ไปเยี่ยม ด.ญ.สิรัตน์ โพธิ์มา ที่นอนพักรักษาตัวที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากความประมาท และความสะเพร่า ของนายเอก (ไม่ทราบนามสกุล) ที่ไม่ตรวจสอบเซฟตี้ ก่อนเดินเครื่องเล่น เครซี่เวฟ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนายเอก อาจตกใจกลัวความผิด จึงได้วิ่งหนีไป ซึ่งทางบริษัทจะได้ตามตัวมาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมือง ลพบุรีได้สอบปากคำถึงการเกิดอุบัติเหตุต่อไป แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางบริษัทยินดีรับผิดชอบทั้งหมด เนื่องจากเครื่องเล่นภายในสวนสนุกทุกชนิดมีการทำประกันอุบัติเหตุประเภทที่ 1 ไว้แล้วทุกชนิด

          ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น. นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี พร้อมด้วยสมาคมผู้ปกครองและครู รร.พิบูลวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองป้องกัน อ.เมือง ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ภายในงานฤดูหนาวจังหวัดลพบุรี โดยนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของสวนสนุกในแต่ละชนิดทุกราย ขอให้หยุดเล่นในคืนนี้ 1 คืน และในวันรุ่งพรุ่งนี้ วันที่ 2 ธ.ค. 62 เวลาทำการ ขอให้นำหลักฐานใบประกอบการ และการได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ หากตรวจสอบแล้วถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายก็จะอนุญาตให้ทุกราย แต่ถ้าหากพบว่าไม่ได้ขออนุญาต หรือไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ก็จะแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน