ยะลา – ด่วนเหตุปะทะเดือดพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา

          เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62, เวลา14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าขยายผลบังคับใช้กฎ หมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารหมู่ชรบ.ลำพะยาและได้ปะทะกันขึ้น บริเวณ บนภูเขา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ไม่ทราบความสูญเสียคนร้าย เจ้าหน้าที่ ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 ๆกระบอก (ปืนพก 1 กระบอก และ ปลย.เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก) ที่พัก จำนวน 8 หลัง อุปกรณ์ยังชีพและอื่นๆหลายรายการ

          ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค4 ได้สั่งให้ หน่วยเฉพาะกิจยะลาเพิ่มเติมกำลังเข้าสนับสนุน เข้าปิดล้อมเส้นทางหลบหนี พร้อมประสานผู้นำหมู่บ้านและประชาชนช่วยกันตรวจสอบตามเส้นทางในหมู่บ้านและแจ้งเบาะแสคนร้าย พร้อมสนับสนุนชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศเข้าร่วมดำเนินการ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด สำหรับกลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนอยู่น่าจะประมาณ 10-12 คน คาดว่าเป็นกลุ่มร่วมก่อเหตุสังหารหมู่ 15 ศพ ที่ลำพะยา ส่วนอาวุธปืนและสิ่งอุปกรณ์ที่ยึดได้ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมเพื่อตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อขยายเครือข่ายคนร้ายต่อไป

          ทั้งนี้ฝากแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนหากพบเห็นคนร้ายต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบที่ส่ยด่วน 1341 หน่วยเฉพาะกิจใกล้เคียงที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมปฏิเสธการช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกรูปแบบเพราะหากให้การช่วยเหลือ สนับสนุนถือว่าได้ร่วมกระทำความผิดและจะมีความผิดตามกฏหมาย.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

5 สมาคมสื่อเพชรบูรณ์ – เปิดอบรม โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในวัด

5 สมาคมสื่อเพชรบูรณ์ เปิดอบรมโครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในวัด

          ที่ วัดมหาธาตุ พระอารามหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนป้องกันและแก้ไขยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน เข้าร่วม

          ร.ต.ต. สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทย ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 6 นายวัฒนา เกิดผล ได้ผลักดันให้สื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด ก่อตั้งเป็นชมรมเครือข่ายสื่อมวลชน ปปส.ภาค 6 โดยสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย สมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน /สมาคมสื่อมวลชนเพชรบูรณ์ /สมาคมหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเพชรบูรณ์ /สมาคมเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาค /สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ และสมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์ฯ มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับแนวคิด ทิศทางการดำเนินงาน และสนับสนุนบทบาทความเข้มแข็งของสื่อมวลชน ในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งติดตามด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดในคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ (โครงการวัดสีขาว) และส่งเสริมกิจกรรมวัดปลอดบุหรี่ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

          โอกาสนี้ พระศรีพัชโรดม เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ม) เมตตาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ (โครงการวัดสีขาว) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย เครือข่ายสื่อมวลชน จำนวน 50 คน ผู้แทนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 5 คน คณะสงฆ์ จำนวน 80 รูป และผู้แทน สำนักงาน ปปส.ภาค 6 จำนวน 5 คน เมื่อสิ้นสุดโครงการ สื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ จะมีการประเมินผลการทำงาน ติดตามการทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่องต่อไป

มนสิชา คล้ายแก้ว

มุกดาหาร # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยาบ้า 4,731 เม็ด พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬ

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว (ขอสงวนนาม) ว่าพบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าเป็นยาบ้า บรรจุในถุงพลาสติกใส วางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บ.หาดแฮ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จึงได้จัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ สนธิกำลังร่วมกับ สภ.บุ่งคล้า ทำการซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่โดยรอบบริเวณดังกล่าว

          จนกระทั่งเวลา 15.30 น. ไม่พบบุคคลใดเข้ามาในบริเวณดังกล่าว จนท. จึงเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,731 เม็ด (สีส้ม 4,683 เม็ด ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY และสีเขียว 48 เม็ด ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ A) บรรจุในถุงพลาสติก แบบกดปิด – ดึงเปิด สีน้ำเงิน และสีชมพูประทับอักษรภาษาอังกฤษ A ห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาวประทับอักษรภาษาอังกฤษ A ของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.บุ่งคล้า เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

สุโขทัย – นศ.- อาจารย์วิทยาลัยฯศรีสัชนาลัย คิดค้นนวัตกรรมใหม่ วีลแชร์ไฟฟ้า ช่วยผู้พิการแขนขาสำเร็จ

สุโขทัย – สุดยอดนวัตกรรม..นักศึกษาและอาจารย์ วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย ประดิษฐ์ “วีลแชร์ไฟฟ้า” ควบคุมด้วยศีรษะเพื่อผู้พิการไร้แขนขาได้สำเร็จ แค่ก้มหัว-เอียงคอเดินหน้าถอยหลังได้หมด ใช้งบฯเพียง 3 หมื่น

         นายไพลรัตน์ สำลี หรือ “อาจารย์ต่าย” หัวหน้างานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประ ดิษฐ์ บอกว่าวีลแชร์ไฟฟ้าคันนี้จะทำงานการเคลื่อนที่ด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยใช้สารกึ่งตัวนำชนิดหนึ่งที่ใช้จับความเอียงของมุม ที่เรียกว่าไจโลสโคป นำมาติดตั้งไว้กับอุปกรณ์ที่คาดผม สามารถยึดกับศีรษะของผู้พิการได้

          ขณะนี้คณะอาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้ร่วมกันคิดค้นประดิษฐ์สุดยอดนวัตกรรม “วีลแชร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยศีรษะ” สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์หรือบรรเทาสาธารณภัย เพื่อช่วยเหลือผู้พิการไร้แขนขาได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

          การใช้งานก็เพียงแค่ผู้พิการนั่งบนรถ และสวมอุปกรณ์ยึดรัดศีรษะ จากนั้นก็สามารถสั่งการได้ด้วยตัวเอง ด้วยการก้มหน้าเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 10 องศา) วีลแชร์ไฟฟ้าก็จะเดินหน้า ถ้าเงยศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย วีลแชร์ก็จะถอยหลัง ส่วนการเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้าย ก็เพียงแค่เอียงศีรษะไปทางด้านขวาหรือด้านซ้าย ในมุมแนวระนาบเล็กน้อย วีลแชร์ก็จะเลี้ยวไปตามทางที่ต้องการ

         อาจารย์ต่าย บอกอีกว่า วีลแชร์ไฟฟ้าคันนี้ใช้งบสร้าง 30,000 บาท สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นทางลาดชันได้ 20 องศา ทำเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ ไม่ใช่การพาณิชย์ ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ก็มีแขนกลสำหรับผู้พิการ หุ่นยนต์กู้ภัย อุปกรณ์เตือนภัยน้ำท่วม และรถจักรยานยนต์กับรถตุ๊กๆไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากการผลักขั้วแม่เหล็ก ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เคยทดลองขับขี่มาแล้วด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ลพบุรี – สวนสนุกทุกชนิดในงานฤดูหนาวอนุญาตให้เล่นได้ ยกเว้นเครซี่เวฟ

ลพบุรี สวนสนุกทุกชนิดในงานฤดูหนาวอนุญาตให้เล่นได้ ยกเว้นเครซี่เวฟ

          วันที่ 3 ธ.ค. 62 เวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูเครื่องเล่นชนิดต่างๆในสวนสนุกภายในงานฤดูหนาวลพบุรี ประจำปี 2562 ที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเทศมนตรีได้สั่งระงับ จากเหตุการณ์ เครซี่เวฟ เหวี่ยงเด็กตกลงมาได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ซึ่งค่ำคืนนี้ หลังจากการตรวจสอบเอกสารใบประกอบการ และการอนุญาตถูกต้องเมื่อช่วงบ่าย ทางเทศบาลเมืองลพบุรี ได้อนุญาตเปิดให้เล่นเครื่องเล่นได้ตามปกติ หลังที่ปิดมา 2 คืน

         ในส่วนของ เครซี่เวฟ ในค่ำคืนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากผลพิสูจน์จากวิศวกรยังไม่เรียบร้อย ในส่วนสวนสนุกชนิดต่างๆ ต่าง ๆ ในงานฤดูหนาวลพบุรี พบว่ามีผู้ปกครองพาบุตร หลาน มาเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร ยังคงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดเล็ก รถไฟเหาะขนาดเล็ก รถบั๊มพ์ และการละเล่นอื่นๆ รวมถึงสาวน้อยตกน้ำที่มีทั้งหนุ่มน้อย ใหญ่ ประลองฝีมือกันอย่างคับคั่ง

          ในค่ำคืนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากผลพิสูจน์จากวิศวกรยังไม่เรียบร้อย ในส่วนสวนสนุกชนิดต่างๆ ต่าง ๆ ในงานฤดูหนาวลพบุรี พบว่ามีผู้ปกครองพาบุตร หลาน มาเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร ยังคงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดเล็ก รถไฟเหาะขนาดเล็ก รถบั๊มพ์ และการละเล่นอื่นๆ รวมถึงสาวน้อยตกน้ำที่มีทั้งหนุ่มน้อย ใหญ่ ประลองฝีมือกันอย่างคับคั่ง

          จากการสอบถามเด็กชาย หญิง อายุ ระหว่าง 13-15 ปี ว่ายังอยากจะเล่นเครื่อง เครซี่เวฟ อีกไหม ทุกคนปฏิเสธ ที่จะเล่นแม้ว่าจะให้เล่นฟรีก็ตาม เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย จากเครื่องเล่นดังกล่าว ที่ได้เห็นภาพข่าวเกิดอุบัติเหตุเด็กตกลงมา ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากผู้ดูแลสะเพร่า ที่ไม่ได้ทำการล็อคอุปกรณ์เซฟตี้ พวกตนจะไม่ขอเสี่ยงกับเครื่องเล่นอันตรายชนิดนี้ ขอเล่นเครื่องเล่นชนิดอื่นปลอดภัยกว่า

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

นายกรัฐมนตรี เชิญชวนสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ พร้อมให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันป้องกันการทุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชั่น

วันนี้ (3 ธันวาคม 2562) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ จำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1) วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) 2) วันคนพิการสากล ปี 2562 และ 3) กิจกรรมรณรงค์ใช้ผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นของขวัญ ของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ 2563  โดยมีรายละเอียดดังนี้

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์งานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกสหประชาชาติ เห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตจึงได้มีการรวมพลังภาครัฐ องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) ร่วมกับภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ประกอบด้วย  2 กิจกรรม คือ กิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรม ราษฎร์-รัฐ ร่วมใจไม่เอาคอรัปชั่น  และ การประกาศเจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำการเมืองที่ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

จากนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหาร ผู้นำคนพิการ และคนพิการต้นแบบ เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2562 เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติได้รับรองแผนปฏิบัติการโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี 2562 องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักคือ สร้างการมีส่วนร่วม เสริมความเป็นผู้นำคนพิการ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030

อนึ่ง นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กระเช้าของขวัญ ของที่ระลึกสำหรับเทศกาลปีใหม่ 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบรณรงค์ให้ภาครัฐ รัฐวิสากิจ เอกชนและประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ OTOP ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง และผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นของขวัญของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ 2563

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจแก่คนพิการต้นแบบ คือ นายดำเกิง มุ่งธัญญา (ไอซ์) คนพิการทางการเห็น นายชาตรี กรวัชรธาดา (ต๊อด) คนพิการทางการเคลื่อนไหว และนางสาวกาญจนา พิมพา คนพิการทางการได้ยิน พร้อมยืนยันรัฐบาลเน้นสร้างความเท่าเทียมในสังคม ส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้พิการ พร้อมทั้งสนับสนุนการดูแลผู้พิการให้มากที่สุด และร่วมชิมช็อกโกแลตเย็น ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตโดยผู้พิการ  นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมมือกันเดินหน้าป้องกันการทุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชั่น พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชนบท เกิดการกระจายรายได้และหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับฐานราก ด้วย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นนทบุรี ผู้การนนท์แถลงข่าว สามีใหม่พร้อมพวก บุกแทงอดีตสามีเสียชีวิตคาห้องพัก ปมหึงหวง

ผู้การนนท์แถลงข่าว สามีใหม่พร้อมพวก บุกแทงอดีตสามีเสียชีวิตคาห้องพัก ปมหึงหวง

          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 3 ธ.ค.62 ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ แก้วปาน สว.สส. ร่วมกันเเถลงข่าวคดีจับกุมตัวคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงกันตาย เหตุเกิดภายในโครงการเอื้ออาทรบางบัวทอง1 ตึกที่ 26 ชั้นที่2 ห้อง 331/46 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย คือนายณัฐพงษ์ พุ่มเปีย อายุ 26 ปี สภาพศพถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ และ ไหปลาร้า นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องดังกล่าว อีกทั้งยังพบมีดปลายแหลมมีความยาวประมาณ 9 นิ้ว ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตกอยู่ 1 ด้าม ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายวีระพงษ์ สถิตธรรมศานต์ หรือฉายา ยุ่น บางแค ร่วมกับ นางอุมาพร นวลเอี่ยม อายุ 25 ปี ( อดีตภรรยาผู้ตาย ) และนายฉัตรชัย ยอดแสงสี อายุ 30 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กฆ 7005 กทม. หลบหนีไป

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายเอาไว้ได้ โดยมี นายวีระพงษ์ หรือยุ่น สถิตธรรมศานต์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 แขวงหลักสอง เขตบางแค จ.กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 481/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562

          นางอุมาพร หรือเจน นวลเอี่ยม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1104 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด จ.กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 482/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562 ซึ่งผู้ต้องทั้ง 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้หลังจากหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ ย่านพระราม3 ส่วนนายฉัตรชัย หรือนัด ยอดแสงสี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/212 หมู่5 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 483/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562 จับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          ทางด้าน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า จากการสอบสวนในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การว่า ตอนเกิดเหตุ นายวีรพงษ์ฯ พร้อมด้วย น.ส.อุมาพรฯ และนายฉัตรชัย ขับขี่รถ จยย.ซ้อน3 เพื่อที่จะไปทวงโทรศัพท์คืนจากนายณัฐพงษ์ (ผู้ตาย) จากนั้น นายวีระพงษ์ (สามีใหม่) กับนายณัฐพงษ์(สามีเก่า)ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นชกต่อยกัน จากนั้นนายฉัตรชัยได้เข้าไปรุมทำร้ายนายณัฐพงษ์ และได้ใช้อาวุธมีดแทงไปที่บริเวณลำคอ และ ไหปลาร้า ทำให้นายณัฐพงษ์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที จากนั้นผู้ก่อเหตุทั้ง3ราย ได้ขับขี่รถจยย.หลบหนีไปและถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้เเจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

          ขณะเดียวกัน นางเดือนใจ เล็กเลิศ อายุ 53 ปี เเม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตน เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. ตนได้ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชายไปวัดโดยขณะนั่งอยู่บนรถยนต์มีความรู้สึกว่าลูกชายนั่งอยู่ข้างๆตนมาตลอด โดยระหว่างที่นั่งรถกำลังจะไปวัด ตนก็พูดกันว่าจะไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อที่จะมาดูหน้าคนร้ายมั้ย จู่ๆพี่สาวของตนได้กรีดร้องเสียงดังว่า ไปๆๆๆ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเสียงของลูกชายที่มาเข้าสิงร่างของพี่สาว ตอนนี้ตนรู้สึกดีใจและขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นนทบุรี ผงะ!!คนหาปลาพบโครงกระดูกปริศนา มีคราบดำคล้ายถูกไฟเผาไหม้ จมอยู่ในคลองย่านปากเกร็ด

นนทบุรี ผงะ!!คนหาปลาพบโครงกระดูกปริศนามีคราบดำคล้ายถูกไฟเผาไหม้จมอยู่ในคลองย่านปากเกร็ด

          เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 3 ธ.ค.62 ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว.สอบสวน สภ. ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งว่ามีผู้พบโครงกระดูกมนุษย์ บริเวณบ้านประชาชนที่ติดริมน้ำใกล้ท่าน้ำวัดกู้ หมู่ 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

          ที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ในส่วนของศีรษะ,ลำตัวและสะโพกจมอยู่ในน้ำโดยสถานที่ดังกล่าวใกล้บ้านเรือนประชาชนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำโครงกระดูกดังกล่าวขึ้นมาด้านบนเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบเนื่องจากว่าระดับน้ำเริ่มขึ้นสูง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอวัยวะภายในบางส่วน ยังคงหลงเหลืออยู่ ทางแพทย์เวรตรวจสอบเบื้องต้นพบคล้ายมีรอยถูกไฟเผาไหม้เกรียมเป็นสีดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

          จากการสอบถามนายชัยณรงค์ ขัณทะมาลา อายุ 30 ปีกล่าวว่าในขณะที่ร่องเรือหาปลาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งขณะนั้นระดับน้ำลด เมื่อมาถึงตรงที่เกิดเหตุพบลักษณะคล้ายโครงกระดูกมนุษย์จึงเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อตรวจสอบกระทั่งยืนยันและมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์จริง จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที

          ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามรายละเอียดกับผู้ที่พบไว้ โดยยังไม่ทราบว่าโครงกระดูกมนุษย์ที่พบนั้นเป็นใครและเพศอะไรและเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดที่ชัดเจน ซึ่งจะเร่งตรวจสอบร่วมถึงประสานไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียงอีกครั้งว่ามีใครแจ้งบุคคลหายไว้บ้างหรือไม่ ส่วนโครงกระดูกได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

ผบช.ก. และ ผบก.ป. นำทีมข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบฯ ขุดลอกท่อระบายน้ำ เยาวราช

ผบช.ก. และ ผบก.ป. นำทีมข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบฯ ขุดลอกท่อระบายน้ำ เยาวราช

วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค. 62​ : พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้นำข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบปราม ร่วมกับประชาชน และข้าราชการทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพบก กรุงเทพมหานคร กอ.รมน. และศูนย์บริการสาธารณสุข 13 ไมตรีวานิช ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” โดยขุดลอกท่อระบายน้ำ ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ย่านถนนเยาวราช เพื่อเตรียมพื้นที่ในการรับเสด็จ ตั้งแต่ช่วงตี 5 ของวันนี้

Cr.​เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​อ้อ” เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โนนแดง จ.นครราชสีมา

วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค. 62 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรโนนแดง จ.นครราชสีมา​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (หน.สส)/สุระ6​ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โนนแดง ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้

  • ให้ดำเนินการตามนโยบาย ตร. และ ภ.3 อย่างเคร่งครัด
  • ให้ดำเนินการตามนโยบายการยกระดับการให้บริการประชาชน
  • เน้นเรื่องการทำจิตอาสา เข้าไปช่วยเหลือประชาชน
  • การเก็บร่วมรวมข้อมูลท้องถิ่น ข้อมูลบุคคล ข้อมูลสถานที่ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน ต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน
    -การจัดทำแผนผังและการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวิดีโอวงจรปิด
  • การตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ สถานที่ให้บริการอินเตอร์เนต เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ fake news
  • เน้นย้ำ ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เอาใจใส่ความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน
  • การปฎิบัติตามระเบียบตำรวจว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อเเต่งเครื่องแบบ ปี พ.ศ.2561 และเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย
  • ให้รักษาความสะอาดของอาคารสถานที่
  • การพัฒนาความรู้ของข้าราชการตำรวจในด้านต่างๆ
  • การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี
  • กวดขันป้องกันปราบปราม จับกุม การแข่งขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในทางสาธารณะ เพื่อป้องกัน การมั่วสุม และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน
    -ในคดีความผิดคดีลิขสิทธิ์ ให้ดำเนินการตามหนังสือ ตร.ที่ 0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิ.ย. 62 และ หนังสือ ตร.ที่ 0007.23/4330 ลงวันที่ 22 ก.ย. 55
    -ให้หัวหน้าสถานีประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่แบบบูรณาการ ให้มีภาวะผู้นำ กล้ายืนหยัดในความถูกต้องชอบธรรมและกล้ารับผิดชอบและให้ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความชอบธรรมและเมตตาธรรม
  • กำชับข้อสังการ ตร. เรื่องคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
  1. หนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2552 เรื่อง กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  2. หนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 0007.27/4330 ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 เรื่อง แนวทางปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจในการดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

-เรื่องการป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่ เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย. 58 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข
  2. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 ลงวันที่ 22 ก.ค. 58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ
  3. วิทยุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/126 ลงวันที่ 24 ก.ค. 58 ให้กวดขันป้องกันการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางรวม ทั้งการกระทำความผิดของสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ สถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​