จันทบุรี – จัดงานแสดงแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ และการประมูลเครื่องประดับจากผู้ประกอบการอัญมณีในจังหวัดจันทบุรี

จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดงานแสดงแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ และการประมูลเครื่องประดับจากผู้ประกอบการอัญมณีในจังหวัดจันทบุรี

          ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี นางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยถึงอัญมณีและเครื่องประดับของจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับผู้ประกอบการอัญมณีของจังหวัดจันทบุรี ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ต้องการผลักดันและพัฒนาให้จังหวัดจันทบุรีเป็นนครอัญมณี

         นอกจากนี้ในวันนี้ยังจัดให้มีการแสดงแบบแฟชั่นโชว์อัญมณีและเครื่องประดับจากแบรนด์ TAEVIKA BY K&N ซึ่งเป็นเครื่องประดับอัญมณีแท้ ของล้ำค่าจากจันทบุรี ที่ออก แบบหรือดีไซน์แบบมีอยู่ชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น และส่วนใหญ่ส่งออกชิ้นงานไปต่างประเทศด้วย ทั้งประเทศบราซิล รัสเซีย อเมริกา ฝรั่งเศส และจีน ซึ่งการแสดงแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ ยังได้ผู้เดินแบบ เป็นมิสแกรนด์จันทบุรี จากหลายสมัยมาร่วมเดิน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมชมงาน

          และท้ายสุดของกิจกรรมยังจัดให้มีการประมูลเครื่องประดับจากผู้ประกอบการอัญมณีในจังหวัดจันทบุรี โดยมีการเริ่มต้นเปิดราคาในราคาที่ไม่สูง อย่างเช่น แหวนพลอย เริ่มต้นด้วยราคาเพียง 500 บาท ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจร่วมชมและประมูลเครื่องประดับ เพื่อนำกลับไปเป็นของฝาก และสวมใส่กันเป็นจำนวนมาก สร้างสีสันให้กับงานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019”

         โดยงานเทศกาล นานาชาติ พลอย และ อัญมณีเครื่องประดับจันทบุรี 2019 จะมีไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม แบ่งการจัดงานออกเป็น 3 ส่วนครอบคลุมพื้นที่แหล่งธุรกิจอัญมณีของจังหวัดจันทบุรีประกอบด้วย ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี / เคพี จิวเวอรี่เซ็นเตอร์ / ตลาดพลอย ถนนศรีจันท์ ซอยกระจ่าง และ OTOP Lifestyle

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพชรบูรณ์ – หนุ่มวัย 32 ปี ล้มฟุบคากองไฟ ขณะผิงคลายหนาวย่างสดๆ

เพชรบูรณ์ หนุ่มวัย 32 ปี ล้มฟุบคากองไฟ ขณะผิงคลายหนาวย่างสดๆ

         พ.ต.ต.สมโชค ภูศรีเทศ สว.(สอบสวน) สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตคากองเพลิง สภาพไหม้เกรียม จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ผลนาค ผกก. สภ.วังโป่ง และผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ, แพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 81 หมู่ 1 ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์

          พบศพชายไทย สภาพไหม้เกรียม ถูกลากมาไว้บนพื้นปูนหน้าบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ นายวัชพล บัวงาม อายุ 32 ปี พบถูกไฟไหม้ตั้งแต่เหนือหัวเข่าจนถึงศรีษะ เสียชีวิตคาที่ ห่างกันเล็กน้อย พบร่องรอยของกองไฟ มีเศษไม้ถูกไฟไหม้คงเหลือแต่เถ้าถ่าน ตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือ ถูกทำร้าย สาเหตุ คาดเกิดจากโรคประจำกำเริบ ทำให้วูบล้มใส่กองไฟที่กำลังผิงคลายหนาว จนถูกไฟคลอกเสียชีวิตเพียงลำพัง

         สอบถาม นายอำพล บัวงาม อายุ 38 ปี พี่ชายผู้ตาย อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะที่นอนพักผ่อนกันอยู่ในบ้าน ช่วงประมาณ ตี 5 น. ผู้ตายบ่นว่าอากาศหนาวเย็นมาก จนนอนไม่หลับ จึงใช้ผ้าห่มคลุมกาย ลุกออกจากห้องมาก่อไฟผิงคลายหนาวเพียงลำพัง พอผ่านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ตนรู้สึกผิดสังเกตเพราะเห็นแสงไฟลุกแรงผิดปกติ จึงเดินออกมาดู ก็เห็นร่างน้องชายท่อนบนฟุบคากองไฟ และถูกไฟโหมลุกไหม้ จึงรีบคว้าข้อเท้าดึงออกมาจากกองเพลิง แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ทัน เนื่องจากถูกไฟไหม้จนเกรียม เสียชีวิตคาที่ จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น ก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย เพราะน้องชายมีโรคประจำตัว คาดคงเกิดอาการวูบขณะนั่งหรือยืนผิงไฟ

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

พบลูกช้างเกิดใหม่ที่อยุธยา ในคืนวันพ่อแห่งชาติ

          วันที่ 6 ธันวาคม 62 นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล และเจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด เปิดเผยว่า มีลูกช้างเกิดใหม่ ในคืนวันมหามงคล 5 ธันวามหาราช หรือในคืนวันพ่อแห่งชาติที่ผ่านมา โดยสถานที่เกิด หรือที่ตกลูกช้างใหม่นี้ อยู่ในหมู่บ้านช้าง ติดกับเพนียดหลวงคล้องช้างอยุธยา เขต ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา

          ซึ่งในช่วงเวลา 23.49 น.ของคืนวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น แม่ช้างชื่อ พังโสภา อายุ 43 ปี ได้ตกลูกช้างออกมา 1 เชือก เป็นเพศเมีย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สวยงามตรงตามตำราคชลักษณ์ช้างไทย น้ำหนักประมาณ 80 กก. โดยถือเป็นลูกช้างเชือกที่ 5 ที่เกิดจากแม่พังโสภา ส่วนพ่อช้างคือ พลายวัง ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์ช้างชั้นเยี่ยมของวงการช้างไทย โดยพลายวัง มีลักษณะงดงาม สูงใหญ่น่าเกรงขาม และมีงายาว

          สำหรับลูกช้างเกิดใหม่เชือกนี้ ถือเป็นลูกช้างลำดับที่ 83 ที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด และมูลนิธิพระคชบาล ได้ทุ่มเทร่วมกับควาญช้าง ช่วงเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ในการเพาะผสมพันธุ์ช้างไทยแบบธรรมชาติ ด้วยการคัดเลือกสายพันธุ์พ่อช้างและแม่ช้างที่มีความงดงาม ตรงตามตำราคชลักษณ์ช้างไทย และถือเป็นสถานที่แห่งเดียวในโลก ที่มีความสามารถเพาะพันธุ์ช้างเพื่อการอนุรักษ์ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ท่ามกลางชุมชนเมือง ส่วนชื่อของลูกช้างเกิดใหม่อย่างเป็นทางการนี้กำลังสรรหา เพื่อให้เหมาะสมกับการที่ เกิดมาในวันมหามงคล 5 ธันวามหาราช

ภาพ/ข่าว ทัน อยุธยา
โยธิน พรมแตง รายงาน

ตราด /ระทึก! ไฟป่าที่คลองใหญ่ ลุกลามขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับ

ตราด /ระทึก! ไฟป่าที่คลองใหญ่ ลุกลามขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับ

          เมื่อเวลา 16 นาฬิกาเศษ วันที่ 5 ธันวาคม 2562 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่าขึ้น ใกล้หมู่ที่ 2 และหมู่ 5 บ้านหนองม่วง ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ช่วยกันดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้ ไม่ให้ลุกลามมายังหมู่บ้าน ไฟป่าได้ขยายวงกว้างเนื่องจากมีเชื้อเพลิงจากธรรมชาติและเป็นป่าเสม็ด

          อย่างไรก็ตามชาวบ้านได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ระดมกำลังกว่า 50 นาย รถดับเพลิงจำนวน 3 คัน จาก อบต.ไม้รูด อบต.คลองใหญ่ เทศบาลตำบลคลองใหญ่ และอาสาสมัครสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด เขต อ.คลองใหญ่ ช่วยกันสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้ เนื่องจาก บริเวณดังกล่าว มีลมกรรโชกแรงทำให้ไฟลุกลามไปอย่างรวดเร็ว หลังใช้เวลาสกัดเพลิงนานกว่า 5 ชั่วโมง จึงควบคุมไฟให้อยู่ในวงที่จำกัดไว้ได้

          นายพีระ การุญ นายอำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15 นาฬิกาเศษ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่ป่าเสม็ด บริเวณ หมู่ที่ 5 บ้านหนองม่วง ต.ไม้รูด อ.คลอง ใหญ่ โดยป่าเสม็ดบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 100 ไร่ อีกทั้งมีลมกรรโชกแรงทำให้ไฟป่าได้ขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทางอำเภอคลองใหญ่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย จากนั้นนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด ได้ประสารขอรถดับเพลิงหน่วยงานต่างๆในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่อีกจำนวน 3 คัน เพื่อเร่งเข้าสกัดไฟป่าดังกล่าว ในขณะนี้ได้ควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงที่จำกัดได้แล้วและยังกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไฟป่าที่อาจจะลุกขึ้นมาได้อีกต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านตำบลโคกกรวด โคราช พร้อมใจกันทำบุญตักบาตร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

ชาวบ้านตำบลโคกกรวด โคราช พร้อมใจกันทำบุญตักบาตร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

         วันพฤหัสที่ 5 ธันวาคม 2562 บริเวณถนนเทศบาล 5 ปากทางเข้าตลาดโคกกรวด ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายปรีชา มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาเทศบาล, พนักงานเทศบาล, ข้าราชการ, ผู้นำชุมชน, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อสม.,นักเรียน, นักศึกษา, ลูกเสือชาวบ้าน, ส่วนราชการ, บริษัท ห้างร้าน, พ่อค้า, ประชาชนชาวตำบลโคกกรวด ทั้ง 15 หมู่บ้าน จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1,500 คน พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ – สามเณร ที่เดินรับบิณฑบาตเป็นระยะทางยาวประมาณ 1,000 เมตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โครงการ วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร

         นาย ปรีชา มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด กล่าวว่า เนื่องจากวันวันนี้ เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหา ราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทางเทศบาลตำบลโคกกรวด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ข้าราชการ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.นักเรียน นักศึกษา ลูกเสือชาวบ้าน ส่วนราชการ บริษัท ห้างร้าน พ่อค้า และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโคกกรวด จะได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ – สามเณร เป็นประจำทุกปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และ น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

          นอกจากนี้ชาวบ้านตำบลโคกกรวดเองยังได้น้อมนำเอาพระราดำรัสของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทางเทศบาลตำบลโคกกรวดได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ข่าว/ภาพ ศุภเดช ธนูศร นครราชสีมา
Cr. ณรงค์ อินทรศร

ผู้ว่าโคราช – นำประชาชน พร้อมใจทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในหลวง ร.9

ผู้ว่าโคราชนำประชาชน พร้อมใจทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในหลวง ร.9

          วันพฤหัสที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 08.30 น.นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นายกเหล่ากาชาด หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว เนื่องใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2562

          ทั้งนี้ประชาชนที่มาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลือง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมนำคำสั่งสอนของพ่อ มาปรับใช้ในชีวิตประจำ ดำรงตนเป็นคนดีต่อไปในอนาคต

ข่าว/ภาพ ศุภเดช ธนูศร จังหวัดนครราชสีมา
Cr.ประชาสัมธ์จังหวัดนครราชสีมา

พบปะสังสรรค์​ เพื่อนพ้องน้องพี่ “บิ๊กต้อย” อดีตผู้ช่วย​ผบ.ตร. ณ รร.อริสตัน ถ.สุขุมวิท 24

          วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น. : พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. พบปะสังสรรค์ เพื่อนพ้องน้องพี่​ เนื่องใน​โอกาส​วันคล้ายวันเกิด​ และร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่ได้รับตำแหน่งใหม่​ โดยมี พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวนำแสดงความยินดีร่วมอวยพร​

         โดยมี พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ​ รอง.ผบช.ตชด., พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ​ เลี่ยมสงวน รอง​ ผบก.สรรพวุธฯ, ธีระยุทธ ผู้พัฒน์​ (พี่ใหญ่ พิมพ์ไทย นักหนังสือพิมพ์อาวุโส), อนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​ (สภท.55ปี), ยุทธพล เปลี่ยนเพ็ง บรรณาธิการข่าว, สุรเชษฐ ศิลานนท์ นักข่าวสายอาชญากรรม​ พร้อมข้าราชการตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมอวยพรเป็นจำนวนมาก ณ โรงแรมอริสตัน สุขุมวิท 24 กรุงเทพมหานคร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” โต้ “บุหงารายา” ยัน รัฐให้การสนับสนุนในทุกมิติ ชี้ OIC ยังยอมรับ

“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” โต้ “บุหงารายา” ยัน รัฐให้การสนับสนุนในทุกมิติ ชี้ OIC ยังยอมรับ หลัง”ฮาซัน”ขึ้นเวที UN อ้าง วิกฤตภาษามลายูจากนโยบายรัฐบาลและการแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่ เป็นการจงใจให้ร้ายต่อประเทศ

          จากกรณี นายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องภาษาและวัฒนธรรมมลายูใน 3 จชต. ได้เข้าร่วมประชุมเวทีสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องชนกลุ่มน้อย ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 25 – 27 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา

          โดยได้มีการกล่าวอ้างว่า รัฐมีนโยบายแทรกแซง คุกคามระบบการศึกษา การใช้ภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของคนไทยมุสลิม เชื้อสายมลายู รวมทั้งการระบุว่าศูนย์ตาดีกาใน จชต. ได้ถูกกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นสถานที่ บ่มเพาะและสอนเรื่องการใช้ความรุนแรง นั่นเป็นเหตุให้ครูตาดีกาหลายคนถูกจับและทหารก็ถูกส่งไปยังโรงเรียน ทำให้โรงเรียนเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตี

          นอกจากนี้ภายหลังนายฮาซันฯ ได้เดินทางกลับประเทศไทย ได้มีองค์กรเครือข่ายและนักเคลื่อนไหวทั้งในและนอกพื้นที่ ได้โพสต์และแชร์ข้อความในเฟสบุ๊คและสื่อออนไลน์อื่นๆ กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐเข้าข่มขู่และคุกคามเอาชีวิตนายฮาซันฯ และได้มีการรณรงค์ผ่านข้อความ “Save Activists Patani” อย่างแพร่หลาย

          วันนี้ 4 ธ.ค. 62 พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า การกล่าวอ้างของนายฮาซัน ในครั้งนี้ คลาดเคลื่อนบิดเบือนไปจากความเป็นจริงอย่างมาก จึงขอชี้แจงให้ทราบดังนี้

         1.ประเทศไทยถือว่าได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศในการเป็นสังคมพหุนิยมที่เคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และเผ่าพันธุ์ แม้แต่ผู้แทนขององค์การ ความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่ จชต. หลายครั้ง ก็ได้แสดงการยอมรับและชื่นชมมาโดยตลอด อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลก็ไม่เคยกีดกัน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและส่งเสริมในด้านการศึกษา ศาสนา ภาษา ศิลปะ พหุวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง

         2. รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาอิสลามศึกษาใน จชต. เพราะเป็นเรื่องที่มีความแตกต่างจากบริบทของภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามายูถิ่นในการสื่อสาร จึงมีความจำเป็นต้องให้ความรู้ด้านศาสนาอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับ คำสอนในศาสนาอิสลามใช้ภาษาอาหรับเป็นหลัก /จึงต้องมีโรงเรียนสอนศาสนาควบคู่กับการสอนภาษามลายู ภาษายาวี และภาษาอาหรับ รัฐบาลได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          โดยเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาอิสลามศึกษา โดยการจัดการเรียนการสอนตามหลักศาสนา ตามวิถีอิสลามศึกษาและได้สนับสนุนส่งเสริมการสอนอิสลามศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน

          รวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมาโดยตลอดทุกรูปแบบภายใต้การขับเคลื่อนของ ศูนย์ประสานงานและบริการการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มุ่งขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาการศึกษา เพื่อยกระดับการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ได้แก่ การสนับสนุนเงินอุดหนุน (ค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน) และด้านกายภาพ ความหลากหลายของโรงเรียนสอนศาสนาในปัจจุบันมีทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ประกอบด้วย

          ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ซึ่งเป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลามพื้นฐานกับเด็กและเยาวชนมุสลิม ให้มีความรู้ สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เด็กและเยาวชนดำรงชีวิตในโลกนี้อย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ปัจจุบันมี 2,116 ศูนย์, นักเรียน 159,305 คน, และครู 14,732 คน ด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่าตอบแทนครูผู้สอนและค่าบริหารจัดการมัสยิด เป็นเงิน 14,000 – 20,000 บาท/เดือน/ศูนย์

          นอกจากนี้ได้พัฒนาจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิดระดับอิสลามศึกษาตอนต้น และพัฒนาผู้สอนได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ได้รับการยอมรับในการถ่ายโอนวุฒิการศึกษาได้

         สถาบันศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนานอกระบบ มาตรา 15 (2) พัฒนาสถาบันให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของปอเนาะและความต้องการของโต๊ะครู พัฒนาทางด้านกายภาพ พัฒนาผู้เรียน ให้มีทักษะวิชาชีพและความรู้สายสามัญอย่างน้อยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมการสอนอัลกุรอานที่หลากหลาย เช่น วิธีกีรออาตี อิกเราะหฮุ หรือวิธีอื่นๆ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในระบบ มาตรา 15 (1) พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอิสลามศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษาให้เป็นเอกภาพมาก และไม่ซ้ำซ้อน

         จากพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของนายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายาและองค์กรเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่ จชต. ตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งการเคลื่อนไหวล่าสุดในเวทีสหประชาชาติภายใต้ชุดความคิดส่วนตัวและฐานข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงภายใต้นโยบายแห่งรัฐ ต่อสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นการจงใจให้ร้ายต่อประเทศไทยว่ารัฐบาลได้คุกคามคนมลายูมุสลิม ทั้งเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความไม่ปลอดภัยจากการถูกโจมตีในสถานศึกษา ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเหตุการณ์โจมตีสถานศึกษาและทำร้ายบุคคลากรทางการศึกษาที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

          ทั้งนี้เพราะการสูญเสียดังกล่าวล้วนเกิดจากการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องคุ้มครองความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุซึ่งพบว่ามีครูสอนศาสนาบางคนเข้าร่วมก่อเหตุและให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ดังหลักฐานเชิงประจักษ์ในหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา

         นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวขององค์กรเครือข่ายและนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐผ่านเฟสบุ๊คและสื่อออนไลน์ด้วยการกล่าวหาว่านายฮาซันฯ ได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่คุกคามเอาชีวิต จนได้มีการรณรงค์ให้ช่วยกัน “ปกป้องนักเคลื่อนไหวในปัตตานี” กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าว นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศชาติและสร้างความเสียหายให้กับเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ถือเป็นการโกหก หลอกลวงและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมและขยายความขัดแย้งไปสู่วงกว้าง จึงขอให้ “หยุดให้ร้ายประเทศชาติและใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ” เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

รองแม่ทัพภาคที่ 4 – ประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม สร้างความเข้าใจนโยบายรัฐ ประจำปี 2563

รองแม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม สร้างความเข้าใจนโยบายรัฐ ประจำปี 2563

          วันนี้ (3 ธันวาคม 2562) เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมน้ำพราว 1 โรงแรม ซี เอส ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานการประชุมพบปะคณะที่ปรึกษาเสริมสร้างความยุติธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายรัฐ เรียนรู้แลกเปลี่ยนสภาพปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาในแต่ละกรณีภายใต้หลักสันติวิธี โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พลตรี ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 303 คน ร่วมพูดคุยเสนอแนะแนวทาง

          พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กล่าวขอบคุณคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม ที่มาร่วมพบปะและพูดคุยกันในครั้งนี้ พร้อมฝากให้ทุกภาคส่วนนำสิ่งที่ได้พูดคุยไปดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยการใช้ความจริงเข้าต่อสู้ อันจะก่อให้เกิดสันติสุขและสร้างความเข้าใจให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ยังคงดำเนินงานเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน

          สำหรับการประชุมคณะที่ปรึกษาเสริมสร้างความยุติธรรม ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2563 เพื่อพบปะพูดคุยรับทราบแนวความคิดข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายของ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่เน้นการดำเนินงาน 5 เรื่องสำคัญ คือ

  1. แก้ปัญหายาเสพติดให้เป็นรูปธรรม
  2. ระดมสรรพกำลังทำพื้นที่ให้ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัยด้วยไมตรีจิต
  3. เป็นมิตรกับทุกภาคส่วน (พูดคุยสันติสุขกับทุกกลุ่ม)
  4. รวมใจไทยหนึ่งเดียว (พหุวัฒนธรรมภายใต้ธงไตรรงค์)
  5. กลมเกลียวสร้างสวรรค์สันติสุข (ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต)

โดยมีแนวทางสำคัญ 3 ประการ คือ สร้างจิตสำนึก สร้างจิตอาสา สร้างจิตประชาธิปไตย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ฉก.ทพ.๔๗ – จัดกำลังพล ๑ ชป.จรยุทธ์ ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ การสนับสนุนทางอากาศ

          เมื่อ ๓ ธ.ค.๖๒, ฉก.ทพ.๔๗ จัดกำลังพล ๑ ชป.จรยุทธ์ ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ การสนับสนุนทางอากาศ การควบคุมพื้นที่ของ ชป.จรยุทธ์ คทอ.(ชป.จรยุทธ์ เคลื่อนที่ทางอากาศ) ซึ่งเคลื่อนย้ายจาก สนาม ฮ. ร้อย.ทพ.๔๗๐๗ บ.สะปาเราะ ม.๕ ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา โดยเป็นการส่งลงแบบเร่งด่วนทางยุทธวิธี ไปยัง สนาม ฮ. บ.จุฬาภรณ์พัฒนา ๑๑ ม.๑๑ ต.บาละ อ.กาบัง จว.ย.ล. และจัดกำลัง ๑ ชป.จยย.ยุทธวิธี คทร. ตั้งจุดตรวจทางยุทธวีธี (POP UP) บนถนนทางเข้า บ.จุฬาภรณ์พัฒนา ๑๑ ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

#กรมทหารพรานที่ 47

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง