นครนายก – ทำบุญเลี้ยง”ผี” โต้ะจีน 100 โต้ะ ซุ้มติดเซ็นเซอร์ดังตลอดทางเข้างาน

นครนายก – ทำบุญเลี้ยง ” ผี ” โต้ะจีน 100 โต้ะซุ้มติดเซ็นเซ่อร์ดังตลอดทางเข้างานขนหัวลุกจัดงานเลี้ยงผี กลางสุสาน ชุดใหญ่หมูกะทะ 100 โต๊ะพร้อมเชิญผีไม่มีญาติเข้าร่วมงานเซ็นเซ่อร์ดังตลอดพร้อมพบรอยเท้าที่ใบตองที่วางไว้ทางเข้าซุ้มประตู

ที่นครนายก บริเวณสุสานอริยะธรรมสถาน ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนผี 100 โต้ะ โดยมี นายกพล ทองพลับพิธีกรชื่อดัง คุณโก้พริ้ว และทีมงาน The Shock พร้อมทั้งนักบุญที่เชื่อในสิ่งลี้ลับและชาวบ้านนครนายกกว่า100 คน พร้อมใจจัดเลี้ยงโต๊ะจีนผีป่าช้าครั้งที่ 2 หวังเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว บรรยากาศภายในสุดหลอน โดยเฉพาะทางเข้างานที่มีการตั้งเสียงเซ็นเซอร์เอาไว้นั้นดังตลอดเหมือนมีคนเดินผ่าน และยังมีรอยเท้าหลังมีพิธีจุดธูปเชิญสัมภเวรสี หรือผีในป่าช้า ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้กับผู้ที่เสียชีวิตและผีที่ไม่มีญาติมาร่วมกินเลี้ยง

นายกพล ทองผลับ พิธีกรดังเล่าถึงการจัดงานว่า บรรยากาศตรงนี้นั้นชวนขนหัวลุกตั้งแต่แรกแล้วโดยเฉพาะบริเวณปากทางประตูทางเข้างานนั้นได้ใช้ใบตองลองพื้นและใช้แป้งโรยเอาไว้ห้ามคนเข้าให้เข้าเฉพาะผีและยังติดตั้งเสียงเซ็นเซอร์เวลามีใครเดินผ่าน แต่เสียงเซ็น เซอร์ทำงานตลอดเหมือนมีคนเดินผ่านเข้ามาบริเวณหน้างานทางเข้าและยังมีรอยเท้าคนเดินเข้าบางคนก็ถ่ายรูปติดมา แต่ก็เป็นความเชื่อของแต่ละคน พวกเราทุกคนพร้อมชาวบ้านก็ได้ตั้งใจมาทำบุญให้กับผีที่มีญาติและไม่มีญาติโดยในวันนี้เราได้จัดหมูกะทะรวมทั้งหมด 100 โต๊ะ เพราะช่วงอาศหนาวๆแบบนี้หมูกะทะกำลังเป็นที่นิยมกินกันส่วนภายในงานก็จัดเสมือนจริงมีดนตรีทั้งนักร้องและคาราโอเกะร้องเพลงให้ฟังกันอีกด้วย

ซึ่งชาวบ้านต่างมีความเชื่อว่า หากเลี้ยงอาหารโต๊ะจีนหรือเลี้ยงอาหารเพลแบบโต๊ะจีน ถวายพระสงฆ์ ในสุสานแล้วทำให้บรรดาสัมภเวสี ที่สิงสถิตอยู่ภายในบริเวณสุสานได้รับส่วนบุญส่วนกุศลและ มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน เพื่อจะได้ไปเกิดยังโลกแห่งภูมิภพชาติใหม่ สำหรับพิธีเลี้ยงโต๊ะจีนผีในสุสานหรือป่าช้าจะมีการตั้งโต๊ะจีนจำนวน 100 โต๊ะ แยกเป็นโต๊ะเด็ก 10 โต๊ะ จากนั้นก็จะมีโต๊ะของผู้มาร่วมงาน และโต๊ะของผี นั่งรับประทานอาหารพ้อมกันทั้งคนและผี ทำให้บรรยากาศภายในสุสานหรือป่าช้าครึกครื้น ไปอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนงานเลี้ยงสังสรรค์ แบบกินไปคุยกันไป ทั้งผีทั้งคน อิ่มบุญกันถ้วนหน้า …

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จบลงอย่างสง่างาม การแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 สนาม 1 นครพนม

จบลงอย่างสว่างาม การแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 สนาม 1 นครพนม“รองโจน” iron man นักไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 ประกาศความยิ่งใหญ่ ชนะใจกองเชียร์ พิชิตเส้นชัยไตรกีฬาระยะไกล คว้าลำดับที่ 2 ประเภทชาย รุ่นอายุ 45 – 49 ปี

การแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระ เกียรติ ซีซั่น 2 อรุณเบิกฟ้า ปวงประชาและราชนาวี รวมใจภักดิ์ ตอน ถิ่นน้ำสองสี เหล่าราชนาวีเทิดจักรีวงศ์ โดย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่นำ้โขง (นรข.) ผู้ปกป้องอธิปไตยตามลำน้ำโขง สนามที่ 1 จังหวัดนครพนม เมื่อ 14 ธ.ค.62 ไฮไลต์ของการแข่งขันอยู่ที่ประเภทไตรกีฬาระยะไกล (ว่ายน้ำ 3.8 กม. ปั่นจักรยาน 180 กม. วิ่ง 42 กม.) ซึ่งนักกีฬาที่เข้าแข่งขันจะต้อง ผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก มีความแข่งแกร่งของร่างกายและจิตใจ มีขวัญกำลังใจที่ดี

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง นาวาเอก ธัชภูมิพัฒน์ อินทร์สุข รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1 (รองโจน) เข้าแข่งขัน สามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จและคว้าลำดับที่ม2 ประเภทชาย รุ่นอายุ 45 – 49 ปี มาครองท่ามกลางกำลังใจจากภรรยาและกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 ตลอดเส้นทางการแข่งขัน โดยได้รับเกียรติขึ้นรับรางวัลจาก พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรืออีกด้วย ในส่วนไตรกีฬาระยะไกล ประเภททีมนั้น ทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง จ.อ.พงศ์นรินทร์ สมบูรณ์ (ว่ายน้ำ 3.8 กม.) จ.อ.สุทธิพร งามเสงี่ยม (ปั่นจักยาน 180 กม) และ จ.อ.เดชฤทธิ์ มาเสาเหลา (วิ่ง 42 กม.) สามารถเข้าเส้นชัยสำเร็จและคว้า ลำดับที่ 12

สำหรับการแข่งฯ ในครั้งนี้ เป็นนโยบายของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ต้องการให้กำลังพลของกองทัพเรือ มีสุขภาพที่แข็งแกร่งแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ดังคำกล่าวที่ว่า “จิตใจที่เข้มแข็งและดีงามล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” การเเข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 สนามที่ 1 ที่จังหวัดนคร พนม จบลงอย่างสว่างามและยิ่งใหญ่ พบกันใหม่สนามที่ 2 ณ ชะวากทะเล จังหวัดระนอง

ภาพ/ข่าวจาก กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ชื่นชม..ฮีโร่พยาบาลทหารเรือหญิงช่วยชีวิตข้าราชการอาวุโสนครพนม พ้นขีดอันตรายจากหัวใจหยุดเต้น หลังคว้าที่ 1 หญิงเหล็กไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 ของกองทัพเรือ

ชื่นชม..ฮีโร่พยาบาลทหารเรือหญิงช่วยชีวิตข้าราชการอาวุโสนครพนมพ้นขีดอัน ตรายจากหัวใจหยุดเต้นหลังคว้าที่ 1 หญิงเหล็กไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 ของกองทัพเรือ

ตามที่ พลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี ส่งนักไตรกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 ตอน “อรุณเบิกฟ้า ปวงประชาและราชนาวี รวมใจภักดิ์” รายการ ถิ่นน้ำสองสี เหล่าราชนาวีเทิดจักรีวงศ์ โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ผู้ปกป้องอธิปไตยตามลำน้ำโขง เป็นเจ้าภาพจัด การแข่งขัน ณ สนามที่ 1 จังหวัดนคร พนม เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา

โดย เรือเอกหญิง ปุณณิญาณ์ สิงหา นายทหารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ เป็นตัวแทนของ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าร่วมการแข่งขันฯ ในครั้งนี้ด้วย ผลการแข่งขัน เรือเอกหญิง ปุณณิญาณ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นโอลิมปิกหญิง (ว่ายน้ำ 1.5 กม. ปั่นจักร ยาน 40 กม. และวิ่ง 10 กม.) สร้างความภาคภูมิใจให้กับ โรงพยาบาลสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ กอง ทัพเรือ เป็นอย่างยิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อได้ใช้วิชาชีพพยาบาลช่วยเหลือชีวิตข้าราชการอาวุโส ท่านหนึ่งของ จังหวัดนครพนม ที่เข้าพักในโรงแรมเดียวกัน กับทัพนักกีฬาที่ร่วมการแข่งขันไตรกีฬาฯ สาเหตุจากข้าราชการอาวุโสท่านนี้ มีอาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน เรือเอกหญิง ปุณณิญาณ์ ได้ทำการนวดหัวใจ และแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมให้โทร ศัพท์ฉุกเฉิน หมายเลข 1669 ส่งรถพยาบาล นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ซึ่งนับเป็นการใช้วิชาชีพที่สั่งสมมาสร้างชื่อเสียงให้กับหน่วยงานของกองทัพเรือ เป็นอย่างยิ่ง

ภาพ/ข่าวจาก กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

นนทบุรี – ตำรวจขับรถชนตำรวจรถพังยับ ร่างติดภายในรถเจ็บ 3 ราย หลังเลิกด่าน

ตำรวจขับรถชนตำรวจรถพังยับร่างติดภายในรถเจ็บ3รายหลังเลิกด่านนำตัวผู้ต้องหาเมาแล้วขับนำส่งโรงพัก

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณจุดกลับรถหน้าวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ถนนติวานนท์ ต.บางตลาด ไปสอบสวนในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีบรอน หมายเลขทะเบียน กษ 1015 นนทบุรี จถูกชนได้รับความเสียหายทั้งแถบ ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในห้องโดยสาร 2 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา ทราบชื่อ ส.ต.ต.ธีระ โฉมไธสง ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ปากเกร็ด คนขับ ได้รับบาดเจ็บที่สะโพก อีกรายทราบชื่อนายวัชรินทร์ เอกญาติ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ซอยรณสิทธิพิชัย 2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี มีอาการสาหัส ใกล้กันพบรถคู่กรณีเป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน ขจ 5723 นครราชสีมา จอดอยู่ในช่องทางขวา สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มี ร.ต.อ.ปริทัศน์ วิบูลยานนท์ อายุ 41 ปี ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางยี่เรือ คนขับ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ก่อนทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย นำส่งรพ.ชลประทาน ปากเกร็ด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ต.ธีระ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อีก 9 นาย ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจค้นและตรวจวัดแอลกอฮอร์ บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาห้าแยกปากเกร็ด ถนนติวานนท์ ฝั่งขาออก ได้จับกุมตัวนายวัชรินทร์ ในข้อหาเมาสุราขณะขับรถ หลังเลิกด่าน ส.ต.ต.ธีระเห็นว่านายวัชรินทร์เมามาก จึงขับรถพานายวัชรินทร์นั่งคู่มาเบาะหน้า เพื่อจะไปโรงพัก ขณะที่ ส.ต.ต.ธีระเลี้ยวกลับรถตรงจุดเกิดเหตุ ได้ตัดหน้ารถของ ร.ต.อ. ปริทัศน์ ที่ขับมาทางตรงด้วยความเร็ว มุ่งหน้าจะกลับบ้านย่านสรงประภา อย่างกระชั้นชิด ทำให้เบรคไม่ทัน ก่อนพุ่งชนกลางคัน จนเป็นเหตุให้รับรับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” เดินหน้าบรรเทาทุกข์ มอบไออุ่น สู้ภัยหนาวแก่ชาวสกลนคร ในถิ่นทุรกันดาร

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” เดินหน้าบรรเทาทุกข์ มอบไออุ่น สู้ภัยหนาวแก่ชาวสกลนคร ในถิ่นทุรกันดาร

วันที่​ 15 ธันวาคม 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รก.ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัย จุดที่​1​ ณ หอประชุมโรงเรียนธรรมบวร ต.คำบ่อ​ อ.วาริชภูมิ จำนวน 500 ชุด

ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบแท้งก์น้ำเพื่อการบริโภค ขนาดบรรจุ 20,000 ลิตร จำนวน 1 แท้งก์ ณ.วัดศรีวิไลย์ อ.วาริชภูมิ จุดที่ 2 ณ ที่ว่าการอำเภอส่องดาว จำนวน 500 ชุด และในช่วงเช้าทำพิธีมอบศาลาที่พักผู้โดยสารจำนวน 1 หลัง ณ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านศรีวิชา ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร

เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ ของจังหวัดสกลนคร คิดเป็นมูลค่าในครั้งนี้เป็นเงิน 700,000 บาท​ (เจ็ดแสนบาทถ้วน) โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

วช.ร่วมกับ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืน​ บนเส้นทาง LIMEC

วช.ร่วมกับ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืน​ บนเส้นทาง LIMEC

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องประชุมศิลาอาสน์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์​ : ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง​ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.)​ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาชุมชน​ เพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนบนเส้นทาง LIMEC​ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างโดยมีผู้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีดังต่อไปนี้คือ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัตอุตรดิตถ์,นายสุชาติ​ พีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย,นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก,นายชัชพงศ์ เอมะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก​ และนายพงษ์พิทยา ธนไกรศรีทอง รองผู้ว่ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์​

สืบเนื่องมาจากที่ประชุม ครม.สัญจร เมื่อเดือนกันยายน ปี 2561 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เห็นชอบการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) เป็นส่วนหนึ่งภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิระวดี–เจ้าพระยา–แม่โขง (ACMECS) และได้ประกาศปฏิญญาเพชรบูรณ์ ภายใต้เจตนารมณ์ “ความกินดี อยู่ดีของประชาชน​ ซึ่งต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจกัน​ และจะเติบโตไปด้วยกัน”

ครอบคลุมเชื่อมโยง​ และเสริมสร้างความเข้มแข็งมั่นคงอย่างยั่งยืนใน 5 ด้าน ได้แก่ การค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาพ และโลจิสติกส์ จาก มติ ครม. ดังกล่าวจึงได้เกิดความร่วมมือของจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่างร่วมกันบูรณาการแผนยุทธศาสตร์จังหวัด กำหนดเป็นแผนกิจกรรมบริหารจัดการโครงการวิจัยเพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนบนเส้นทาง LIMEC ขึ้น โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่นำไปสู่การเพิ่มอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดโดยเฉลี่ยในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ให้มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 8.5 อัตราการว่างงานมีอัตราเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และมูลค่าการค้าและการลงทุนในผลิตภัณฑ์และบริการของเศรษฐกิจชุมชน ฯ มีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10

ทั้งนี้ ในส่วนหนึ่ง วช.ได้จัดสรรงบประมาณแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยอุตรดิตถ์ ในการจัดทำแผนการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนบนเส้นทาง LIMEC ดังกล่าว ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมหา วิทยาลัย​ และหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัด ภาคประชาชน และภาคเอกชน โดยการดำ เนินงานได้กำหนดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อเป็นแนวทางนโยบายในการพัฒนาชุมชนจากแผนงานวิจัยที่เกิดขึ้นจริงและเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนด ก่อให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนางานวิจัย ตลอดจนการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ได้อย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ​ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศต่อไป

วช.และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนบนเส้นทาง LIMEC ในครั้งนี้ขึ้น โดยมี วช. และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง โดยมี​ จังหวัดตาก,จังหวัดพิษณุโลก,จังหวัดเพชรบูรณ์,จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ในการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาคน​ และแรงงานของสามประเทศอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส รณรงค์ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

เทสโก้ โลตัส รณรงค์ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เสริมความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม ตอบไลฟ์สไตล์ของคนไทยในปัจจุบัน

วันที่​ 13 ธันวาคม พ.ศ 2562 : นางสาวพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ หัวหน้าผู้จัดการอาวุโสแผนกกำกับดูแลคุณภาพสินค้า เทสโก้ โลตัส (ที่ 5 จากซ้าย) และ ภก.วีระชัย นลวชัย ผู้อำนวยการสำนักอาหาร (ที่ 4 จากซ้าย) ส่งเสริมการมอบผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งยังเน้นย้ำถึงการสร้างการรับรู้ข้อมูลและคุณค่าทางโภชนาการบนฉลากอาหารที่ถูกต้อง และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” โดยขณะนี้มีผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 1,000 รายการ รวมถึงเมนูอาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ “Tesco Tasty and Balanced” และ น้ำอัดลมน้ำตาลน้อยแบรนด์ Tesco ทีวางจำหน่ายแล้วที่เทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ

(จากซ้ายไปขวา) นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาคณะกรรมการอาหารและยา, ภก.วีระชัย นลวชัย ผู้อำนวยการสำนักอาหาร, นางสาวณพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ หัวหน้าผู้จัดการอาวุโสแผนกกำกับดูแลคุณภาพสินค้า เทสโก้ โลตัส, นายวีรวิทย์ สุวรรณมาลัย ผู้อำนวยการเทสโก้ โลตัส สาขา พระราม 1 และ นายธนเดช ตระกุลยิ่งยง ผู้จัดการอาวุโส แผนกรัฐสัมพันธ์ ฝ่ายกิจการบรรษัท

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบตม.3 – บำบัดทุกข์ชาวบ้าน ตรวจสอบ กวาดล้าง ต่างชาติมีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม

วันที่ 13 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง​ผบช. สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3​ และพ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก. สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว การให้บริการบำบัดทุกข์ของชาวบ้าน ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีมีประชาชนชาวไทยและต่างชาติร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติมีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม และนำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักและจับกุมหนุ่มเยอรมันและแฟนสาวไทยร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เมื่อช่วงเดือน ตุลาคม​ 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 และตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลข้อร้องเรียนจากประชาชนและลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านมาบประชันว่าได้รับความหวาดกลัวและเดือดร้อนจากชาวต่างชาติชื่อนายลาส (Lars) สัญชาติ เยอรมัน อายุ 48 ปี ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งมีพฤติการณ์ก่อความวุ่นวายโดยการส่งเสียงดังในยามวิกาลและมีการข่มขู่ ด่าทอเพื่อนบ้าน มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง และมีการยิงปืนภายในบ้านพักของตนเอง สร้างความแตกตื่นและตกใจแก่เพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยก่อนหน้าที่จะยิงปืนภายในบ้าน นายลาสเคยพกพาอาวุธปืนของกลางไปที่ถนนคนเดิน (Walking Street) จนกระทั่งถูกตรวจค้นพบอาวุธปืนและถูกตรวจยึดไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา

จากการตรวจสอบพบว่านายลาสฯ​ ถือหนังสือเดินทางประเทศเยอรมัน เดินทางเข้ามาครั้งสุดท้าย ทาง ด่าน ตม.ทอ.อากาศยานกรุงเทพ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 ประเภทไทยแลนด์อิลิท ได้รับอนุญาตถึงวันที่ 5 มิ.ย.62 ต่อมาได้มายื่นคำร้องขออยู่ต่อที่ ตม.จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.62 ได้รับอนุญาตถึงวันที่ 2 ธ.ค.62 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด เมื่อได้รับข้อร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุดจับกุม ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบปากคำพยานที่ได้รับความเดือดร้อน สืบสวนหาข่าวเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของนายลาสฯ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน สอบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี นำหมายค้น ศาลจังหวัดพัทยาที่ 88/2562 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562​ เข้าทำการตรวจค้นบ้านในหมู่บ้านมาบประชัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และทำการจับกุมตัว นายลาสฯ อายุ 48 ปี สัญชาติ เยอรมัน และนางสาวสุจิตรา อายุ 28 ปี สัญชาติไทย โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลางคือ อาวุธปืน กึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม.หมายเลขประจำปืน ที เอช เอ็กซ์ 324 ยี่ห้อ กล็อก จำนวน 1 กระบอก,ซองบรรจุกระสุน (แมกกาซีน) จำนวน 1 อัน พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด,เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม.รวมจำนวน 139 นัด พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืน BB GUN สิ่งของลักษณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อีกหลายรายการ โดยจะได้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น – ปล่อยแถวจู่โจม ตรวจค้นเรือนจำ อ.พล ตามแผน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ปี 2563

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ปล่อยแถวจู่โจมตรวจค้นเรือนจำอ.พล ตามแผน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ปี 2563

วันที่ 14 ธันวาคม 2562 เวลา 04.30 น.: ภายใต้การอำนวยการของ นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น/ผอ.รมน.จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย​พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น​,พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผบ.มทบ.23, พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ขอนแก่น​ (ท) และนายอดุล ประยูรสิทธิ ผอ.สนง.ปปส.ภ.4 ร่วมปฎิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ปี 2563

โดยมี นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฯ มีการสนธิกำลังร่วมระหว่าง ฝ่ายพลเรือน ทหาร และตำรวจ และสมาชิก อส.รวมกำลังพลทั้งสิ้น 125 นาย ร่วมปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำทุกแห่งในพื้นที่เพื่อป้องปรามการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในเรือนจำ ผลการปฏิบัติการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ณ เรือนจำอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.สมุทรสาคร​ – รวบคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ผลิต,จำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่เถื่อน

วันที่ 13 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง​ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3​ และพ.ต.อ.เอกนรินทร์ สุวรรณทา ผกก.ตม.จ.สมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ผลิต จำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่เถื่อน​

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ปิดล้อมตรวจค้น ห้องเช่าไม่มีชื่อ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จับกุมตัวคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 2 ราย คือ

นายจอ อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา “ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม)ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, และเป็นคนต่างด้าวเข้ามา อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, และรับไว้ ช่วยพาไปเสีย ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซึ่งบุหรี่ซิกาแรตที่หลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อจำกัด โดยผิดกฎหมาย, และมีบุหรี่ซิกาแรตไว้ในครอบครองเพื่อขาย โดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ” พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) บรรจุในขวด ขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 21 ขวด, ใบพืชกระท่อม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกชนิดหูหิ้ว ถุงละ 1 กก. จำนวน 9 ถุง, บุหรี่ซิกาแรต ยี่ห้อ GUDANG GARAM จำนวน 28 ซอง ซองละ 20 มวน, บุหรี่ซิกาแรต ยี่ห้อ GAMA GOLDEN (PRIMA) จำนวน 17 ซอง ซองละ 16 มวน

นายอ่อง อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม​ และใบพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ“เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางคือ น้ำพืชกระท่อมต้มสุก บรรจุในขวดพลาสติกขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 4 ขวด, ใบพืชกระท่อม (น้ำหนัก 1 กก.) จำนวน 1 ถุง

ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าต่างด้าวผลิต และจำหน่ายกระท่อม และของผิดกฎหมายจำนวนมาก ภายในห้องพักไม่มีชื่อ ม.7 ต.ท่าทราย อ.เมือง​ จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.เอกนรินทร์ฯ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ และ พ.ต.ท. ประพัทธ์ แกลงกระโทก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าปิดล้อมตรวจค้น

ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ได้เข้าตรวจค้นผลปรากฏว่า​ ภายในห้องเลขที่ B7 เปิดแง้มอยู่เล็กน้อยพบนายจอฯ นั่งเทน้ำต้มพืชกระท่อมอยู่ในห้อง จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจค้นภายในห้อง พบน้ำต้มพืชกระท่อม ขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 21 ขวด, ใบพืชกระท่อม จำนวน 9 กก., บุหรี่ซิกาแรต ยี่ห้อ GUDANG GARAM จำนวน 28 ซอง และยี่ห้อ GAMA GOLDEN (PRIMA) จำนวน 17 ซอง รวม 45 ซอง ซึ่งไม่ได้ปิดแสตมป์ยาสูบ

ห้อง A12 พบนายอ่องฯ พร้อมของกลางน้ำต้มพืชกระท่อม ขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 4 ขวด และใบพืชกระท่อม จำนวน 1 กก. จึงยึดไว้เป็นของกลาง​ ซึ่งคนต่างด้าวทั้งสองไม่มีหนังสือ เดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหา และจัดทำบันทึกการจับกุมนำตัวคนต่างด้าวทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย​ และสัญชาติเป้าหมายต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www. immigration. go.th​ จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​