นนทบุรี – สาววัย 30 ปี เมาหลับในรถ ถูกโจรปลดกระดุมกางเกง-ลักเงิน สูญกว่า 4 พันบาท

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 ธ.ค.62 ที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ น.ส.กันทิมา(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ชาว จ.นนทบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อายุ เบ็นอับดุลเลาะ สารวัตรสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจร กรณีถูกคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี ทำอนาจารและลักทรัพย์ภายในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งบริเวณทางเข้าตลาดกลางบางใหญ่ ติดถนนกาญจนาภิเษก ขาออก มุ่งหน้าสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสังสัยเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืดเเขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว เดินเข้าทางด้านหน้าปั๊มและเดินตรงไปที่รถยนต์ของผู้เสียหาย โดยใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 10 นาที จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้เดินไปขับขี่รถจยย.ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่หลบหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษกขาออก มุ่งหน้าอำเภอบางบัวทอง

ทางด้าน น.ส.กันทิมา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งดื่มกินอยู่ที่งานเลี้ยงของบริษัทที่ตนทำ งานอยู่ หลังจบจากงานเลี้ยง ตนได้มาเที่ยวกันต่อที่สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านอำเภอบางใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับปั๊มแก๊สดังกล่าว โดยตนมากับแฟนพร้อมเพื่อนรวมทั้งหมด 7 คน เมื่อถึงเวลาประมาณ 03.00 น.ตนรู้สึกเวียนหัวและง่วงนอน แต่เพื่อนยังไม่อยากกลับ ตนจึงเอากุญแจรถที่แฟนเพื่อที่จะไปนอนรออยู่ในรถยนต์ที่ขับมา ซึ่งทุกครั้งที่ตนเริ่มมีอาการมึนเมา ตนก็จะขอตัวไปนอนที่รถก่อนทุกครั้ง และเมื่อถึงรถตนได้ขึ้นไปนอนตรงเบาะด้านซ้ายข้างคนขับ และเปิดกระจกทั้ง4 บานไว้ประมาณ1ฝ่ามือ ด้วยความที่ตนนั้นง่วงนอนมาก จึงทำให้ลืมล็อคประตูรถ จากนั้นได้เผลอหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีคนเอามือมาปลดกระดุมกางเกงที่ตนใส่อยู่ เมื่อลืมตามาดู ปรากฎว่าพบชายรูปร่างผอม ขึ้นมานั่งอยู่ที่เบาะด้านขวาหลังคนขับ ขณะที่ตนลืมตามาพบ คนร้ายยังยื่นมือมาหยิบบุหรี่ที่วางอยู่ตรงหน้าคอลโซลโดยที่ไม่มีท่าทางตกใจแต่อย่างใด เมื่อหยิบซองบุหรี่เสร็จคนร้ายได้เปิดประตูรถเเละเดินออกไปอย่างใจเย็น ตอนนั้นตนตกใจมาก พอตั้งสติได้จึงตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ พบว่าเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์หายไปจำนวน 4,000 บาท จากนั้นจึงโทรศัพท์บอกแฟน เเละก็เดินทางมาเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ น.ส.กันทิมา ยังกล่าวต่ออีกว่า กินได้ เที่ยวได้ แต่ต้องระวังตัวเองให้ดี ก่อนนอนให้ล็อครถให้ดีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวคุณเอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเดินตามผู้เสียหายมาจากสถานบันเทิง โดยที่ตัวผู้เสียหายนั้นไม่ทันได้ระวังตัว ซึ่งหลังจากคนร้ายก่อเหตุได้ขับรถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี คาดว่าน่าจะได้ตัวคนก่อเหตุมาดำเนินดคีในเร็วๆนี้

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิมิภาค จ.นนทบุรี

วช. ร่วมกับ จ.อุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรด้วยถ่านชีวภาพ

วช. ร่วมกับ จ.อุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรด้วยถ่านชีวภาพ

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา​ 13.30​ น.​ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี​ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)​ ร่วมกับ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรโดยการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย ในการปรับปรุงบำรุงดินด้วยถ่านชีวภาพร่วมกับสารชีวภัณฑ์ในพื้นที่วนเกษตรไม้ผล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ สวนทุเรียน, ลองกอง, มะขาม และมะม่วง หิมพานต์ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้เตาถ่านชีวภาพ​ (Biochar) ในการนำวัสดุทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์เพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน สร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประยูร ลิ้มสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ร่วมมอบเตาถ่านชีวภาพ (Biochar) ให้แก่เกษตรกรต้นแบบ ซึ่งเป็นตัวแทนของเกษตรกรไม้ผลของจังหวัดอุตรดิตถ์ (ทุเรียน, ลองกอง, มะขามหวาน และมะม่วงหิมพานต์) ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ

ทั้งนี้ ในปี 2562 วช.ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดการความรู้จากการวิจัย แก่โครงการการปรับปรุงบำรุงดินด้วยถ่านชีวภาพกับสารชีวภัณฑ์ในพื้นที่วนเกษตรไม้ผลจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยกระบวนการ วทน. โดยมี ผศ.ดร.จันทร์เพ็ญ ชุมแสง ผู้อำนวยการศูนย์วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นหัวหน้าโครงการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“PMU” พบประชาคมวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานและรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมปี 2563-2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นชักถามต่าง ๆ ของประชาคมวิจัย

สืบเนื่องมาจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ.2563–2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่

  1. การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้​
  2. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม
  3. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
  4. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

ตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิจัยโดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) ประกอบด้วย

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
  3. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
  6. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประทศ (บพข.)
  7. หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ซึ่งทั้ง 7 หน่วยได้เห็นควรให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อร่วมกันในการสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) ทั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรม PMU พบประชาคมวิจัย ครั้งที่ 1 ไปแล้วที่กรุงเทพ มหานคร และเพื่อให้ประชาคมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับทราบรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมปี 2563-2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMบ รวมถึงการตอบประเด็นชักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย

วช. จึงได้จัดประชุมชี้แจง “PMU พบประชาคมวิจัยภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาคมวิจัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม และสามารถดำเนินการตามแผนงาน / โครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ลพบุรี – เมียใจสลาย ผัวเปลี่ยนหลอดไฟในห้องน้ำ พลาดไฟช็อตดับ

วันที่ 16 ธ.ค. 62 พ.ต.ท.นิพนธ์ ศรีไพบูลย์ สารวัตรเวนสอบสวน สภ.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม ลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกไฟฟ้าช็อตตายที่ บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 8 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จึงด้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพงพัฒนาิคม นคร88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.สมศรี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยความเศร้าสลด พร้อมทั้งพาเข้าไปดูร่างนายมานะ ตางาม อายุ 26 ปี สามี ที่เสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นสีดำเพียงตัวเดียว นอนหงายพิงผนังฝาห้องน้ำ ที่เท้าขวามีเลือดไหลหยด ที่พื้นห้องน้ำมีเศษแก้วจากหลอดไฟแตกกระจายเกลื่อน และที่มือขวาพบรอยไหม้เกรียม จึงได้นำร่างให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากไฟฟ้าช็อต

จากการสอบสวน น.ส.สมศรี(นามสมมุติ) เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนเองได้ไปตลาดใกล้บ้านเพื่อซื้อหลอดไฟฟ้าที่เสียภายในห้องน้ำ สามีคงจะมีการเตรียมเปลี่ยนหลอดไฟเก่าออก เมื่อตนเองกลับมาจากตลาด ภายในห้องปิดไฟอยู่ จึงเปิดแต่ไม่ติด และเรียกหาสามี แต่ไม่มีเสียงขานรับ จึงได้เดินไปดูในห้องน้ำ ต้องตกใจสุดขีพเมื่อพบว่าสามีเสียชีวิตภายในห้องน้ำแล้ว จากการตรวจสอบในเบื้องต้นคาดว่านายมานะ คงจะเปลี่ยนหลอดไฟเก่าในขณะที่เท้าเปียก และไม่ได้ปิดสวิตช์จนไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้สารวัตรเวรได้นำร่างส่งพิสูจน์ที่ รพ.พัฒนานิคม ก่อนที่แพทย์จะส่งร่างไปเพื่อทำการชันสูตรที่ รพ.เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

จังหวัดลพบุรี – ชาวบ้านหวั่นไม่มีน้ำกินน้ำใช้ กรมชลยืนยันมีน้ำใช้ถึงเดือนเมษายนแน่

ประชาชนเขตอำเภอเมืองลพบุรีนับหมื่นครัวเรือน ในเขตบริการประปาภูมิภาค สาขาลพบุรี เดือดร้อนกันทั่วหน้า เนื่องจากแหล่งน้ำดิบน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสักแห้ง ปริมาณน้ำไม่พอผลิตต้องหยุดจ่ายขอใช้ประหยัด

เมื่อ16.12.62 ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบกับนายสุรัช ธนูศิลป์ ผอ.สำนักชลประทานที่ 10 เพื่อสอบ ถามถึงสถานการณ์ในขณะนี้ ซึ่งทาง ผอ.ได้กล่าวว่าได้ประสานกับทางกรมชลประทานเพื่อเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่พิเศษที่ประตูน้ำ องมโนรมย์ จ.ชัยนาท จำนวน 4 เครื่อง เพื่อทำการสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าระบบคลองชัยนาท-ป่าสัก เพิ่มอีกประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งเมื่อรวมกับน้ำที่ไหลโดยธรรมชาติ จะเท่ากับ20 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที คาดว่ามวลน้ำดังกล่าวจะถึงเขตพื้นที่ อ.บ้านหมี่ อ.เมือง ลพบุรี อีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งทาง ผอ.สำนักชลประทานที่ 10 ยืนยันว่าประชาชนจะมีน้ำในการอุปโภค บริโภคเพียงพอไปจนถึงเดือนเมษายนปีหน้าแน่นอน แต่ในด้านภาคการเกษตรกรมชลประทานขอให้งด จนกว่าจะย่างเข้าสู่ฤดูกาล

ในส่วนประชาชนที่ตื่นตระหนก เกรงว่าจะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ เนื่องจากปีนี้น้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก เห็นสันดอนโผล่เป็นแนวยาว บางช่วงไม่มีน้ำในคลองเกือบจะแห้งสนิท คนสามารถเดินข้ามได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เมื่อวันที่ 13-15 ธ.ค.ที่ผ่านมาทางประปาลพบุรีไม่สามารถจ่ายน้ำให้กับประชาชนได้ ซึ่งมีความเดือดร้อนไปหลายหมื่นครัวเรือน สวนทางกับคำยืนยันของหน่วยงาน ซึ่งในขณะนี้บางพื้นที่ก็ยังไม่มีน้ำใช้ เพื่อความมั่นใจชาวบ้านได้ลงทุนจัดเตรียมถังบรรจุน้ำขนาดใหญ่ใส่น้ำสะอาดเตรียมไว้ใช้เมื่อเวลาขาดแคลนแล้ว

ด้านนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้มีความห่วงใยประชาชน ที่ไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค จึงสั่งการให้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรีประสาน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่ 16 และการ ประปาลพบุรี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ประตูระบายน้ำโคกกะเทียม เพื่อสูบทอยน้ำด้านหน้าประตู เข้าบ่อสูบของการประปาโคกกระเทียม ซึ่งตั้งอยู่ด้านท้ายประตู

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกเพราะขณะนี้ทางราชการกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเร่งด่วนและขอให้ประชาชนได้ใช้น้ำอย่างประหยัดโดยเฉพาะเกษตรกรขอให้งดปลูกข้าวนาปรังในช่วงฤดูแล้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

นครนายก – ชายสูงอายุเข้ารักษาโรค โดยการสวดขอพรจากพระเจ้า เชื่อว่าจะหายจากโรคร้าย

ชายสูงวัยป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มาทำการรักษาในความเชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยรักษาให้หาย โดยการสวดขอพรให้พระเจ้ามารักษาโรค หลังจากเป็นลมล้มในห้องน้ำและได้เสียชีวิต แต่ยังคงรักษาด้วยการสวดขอพรเชื่อว่าจะฟื้น

ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุจากนายฤกษ์ชัย พุทธสุวรรณ เจ้าของห้องเช่าว่า มีผู้เช่าห้องได้กลิ่นเหม็นเน่ามาหลายวันแล้ว จึงโทรมาบอกตนให้ประสานตำรวจมาตรวจสอบ บริเวณบ้านพักในซอยยนต์ศิริ ใกล้แยกนครนายก จึงรายงาน ร.ต.ท.ชนินทร์ เกษร ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครนายก และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก พบห้องเช่าหลายหลัง มีอยู่หลังหนึ่งที่มีกลิ่นเหม็นออกมาจากห้องอย่างรุนแรงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกผู้เช่าห้องให้มาเปิดประตูห้อง พบว่ามีผู้หญิงอยู่ในห้อง 3 คนและผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 คนคาดว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว ต่อมาทราบชื่อผู้เช่าห้องพักชื่อนางนวลละออ บัวบานศรี มาเปิดรับรักษาโรค ด้วยการสวดขอพรพระเจ้าให้ช่วยรักษาโรคต่างๆให้หายป่วยได้ตามความเชื่อ

ส่วนผู้เสียชีวิตชื่อนายสรวุติ เดชทวี อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/19 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองน้ำส้ม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มาเข้ารับการรักษาอาการป่วยเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้มีความเชื่อว่า นางนวลละออ จะช่วยรักษาโรครัายนี้ได้ด้วยการสวดขอพรจากพระเจ้าให้ช่วยรักษาโรค และในวันก่อนเกิดเหตุ หลายวันก่อนผู้ป่วยได้ไปเข้าห้องน้ำแล้วเกิดเป็นลมล้มในห้องน้ำ ตนและเพื่อนจึงได้พยุงตัวผู้ป่วยมานอนที่บริเวณหน้าห้องโถงโดยไม่ได้นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ให้นอนรักษาตัวด้วยการสวดขอพรให้พระเจ้ามารักษา ขณะที่ผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้วมาหลายวันก็ยังสวดชอพรอยู่ทุกวันโดยเชื่อว่าศพจะฟื้นมีชีวิตกับขึ้นมาได้

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนางนวลละออ มาสอบสวนที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

าพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – ศิษย์ฤๅษีเณร เฮถูกหวยเลขอ่างน้ำมนต์ เตรียมแก้บนพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่อาศรมอาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี-บางปะอิน ลูกศิษย์ฤๅษีเณรได้ถูกล๊อตเตอรี่จากตัวเลขในอ่างน้ำมนต์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำตรง ๆ 97 โดยคาดว่าพรุ่งนี้จะมีคอหวยเดินทางมาแก้บนกับกุมารเจ้าสัวเฮง

เนื่องจากรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เลขท้าย 2 ตัวได้ออกเลข 97 ซึ่งตรงกับตัวเลขภายในอ่างน้ำมนต์ที่มีคอหวยได้ถ่ายภาพแล้วนำไปเป็นแนวทางในการซื้อเลขรางวัล นอกจากนี้ยังตรงกับทะเบียนรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ของฤๅษีเณร หมายเลขทะเบียน 6กษ789 กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมามีลูกศิษย์นำตัวเลขเหล่านี้ไปซื้อหวยและถูกรางวัลมาแล้วมากมาย ในส่วนของเฟสบุคมีผู้ใช้ชื่อว่า Tuck Chadanatthanaphon ได้ โพสภาพและข้อความ ถูกรางวัล 97 และ 24 โดยตัวเลข 97 ได้จากอ่างน้ำมนต์ และเลข 24 ได้จากการเขย่าเซียมซีเบื้องหน้ากุมารเจ้าสัวเฮง.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

ตราด – สภากาชาดไทยเขาล้าน ร่วม จ.ตราด เตรียมความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ประจําปี 2563

สภากาชาดไทย เขาล้าน ร่วม จ.ตราด เตรียมความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ จัดมาแล้ว 23 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 ประจําปี 2563 ที่ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ธ.ค.2562 โดยมีนายสุพงษ์ ลิ้มพานิช ผู้ช่วยเหรัญญิกสภากา ชาดไทย เป็นประธานแทนคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย คณะกรรม การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 นายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมอาคารเชิงผา ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาติไทย เขาล้าน อ.เมือง จ.ตราด

นายสุรพงษ์ ผู้ช่วยเหรัญญิกสภากาชาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจําปี 2563 กล่าว ว่า สภากาชาดไทย ร่วมกับสํานักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตราด หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองร้อยตํารวจตระเวรชายแดนที่ 117 และหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจําปี 2563 ขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. บริเวณศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน จ.ตราด ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าความสําคัญของตนเองและเป็นคนดีของสังคม ภายในงานจะมีของขวัญแจกให้เด็กๆเยาวชนไทยและเยาวชนกัมพูชาทุกคนด้วยที่เข้ามาร่วมภายในงาน

โดยการจัดงานดังกล่าวเหล่ากาชาดจังหวัดตราดและกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ ได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และขนมไว้แจกเด็กๆที่เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ภายในงานจะมีการแสดงดนตรีเพื่อสร้างความบันเทิง พร้อมกันนี้ทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะนําอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งปืนใหญ่ รถหุ่มเกาะ ปืนต่อสู้รถถัง การแสดงกระโดดร่ม มาให้ชมนอกจากนี้จุดเด่นของงานอีกอย่างหนึ่ง คือ ทางทัพเรือภาคที่ 1 จะได้นําเรือหลวงมาให้เยาวชนชมได้ เข้าเยี่ยมชมในน่านนํ้าทะเลหน้าเขาล้านอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“กองทัพเรือมอบผ้าห่มกันหนาว1,000 ผืน ให้แก่ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครพนม

“กองทัพเรือมอบผ้าห่มกันหนาว1,000 ผืน ให้แก่ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครพนม พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยจากภัยหนาว”

เมื่อวันที่15 ธันวาคม 2562 พลเรือโท ธานี แก้วเก้า เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ และหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ เป็นประธานจัดกิจ กรรม “กองทัพเรือ รวมใจบรรเทาภัยหนาว” และ “กองทัพเรือรวมใจ ร่วมต้านภัยยาเสพติด” เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 1,000 ผืน ให้แก่ประชาชน

พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนในพื้นที่ โดยทำการมอบผ่านผู้แทนนายอำเภอบ้านแพง (ผู้แทนกระทรวงมหาด ไทย) และร่วมกันมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ประชาชน พร้อมด้วยผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่

นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วย พร้อมการแสดงดนตรีสร้างความบันเทิงให้กับพี่น้องประชาชน ณ บ้านนาเขท่า ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

าพ/ข่าวจาก กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

จังหวัดจันทบุรี – จัดพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จังหวัดจันทบุรี จัดพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มอบให้แก่ประชาชนทุกครัวเรือน โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อย่างสมพระเกียรติ

วันนี้ ( 16 ธ.ค.62 ) ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายา ลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มอบให้แก่ประชาชนทุกครัวเรือน ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชา ชน หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 ได้มีมติรับโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ จำนวนทั้งสิ้น 8 โครงการ หนึ่งในนั้น คือ “โครงการจัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

ต่อมา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการ ขอพระราช ทานพระบรมราชานุญาต เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปจัดพิมพ์เป็นภาพขนาด 8.25 x 11.75 นิ้ว จำนวน 23,323,000 แผ่น สำหรับมอบให้แก่ประชาชนทุกครัวเรือน ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / ที่ทำการองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น / โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจังหวัดจันทบุรีได้ประกอบพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 อย่างสมพระเกียรติ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก