ตม.สนามบิน เปิดแผนรับคลื่นท่องเที่ยว คาดแสนหกต่อวัน เตือน เผื่อ 3 ชม.

พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 โฆษก บก ตม.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้เปิดแผนคริสต์มาส ปีใหม่ รับคลื่นนักท่องเที่ยว 5 สนามบิน เตือนเผื่อเวลา 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

จากการประมาณการเที่ยวบินเข้าออกประเทศ ในช่วง 15-31 ธันวาคม 2562​ เฉพาะที่สุวรรณภูมิ คาดว่าจะมีเที่ยวบินเข้าออกประเทศ 14,530 เที่ยวบิน สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งมีเพียง 13,860 เที่ยวบิน​ คาดการณ์ผู้โดยสารเข้าออกประเทศในช่วงเทศกาลราววันละ 160,000 คน

ในส่วนของ ด่าน ตม.สนามบิน ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ได้ใช้แผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมือง ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ซึ่งมีภารกิจคลอบคลุมทั้งมิติด้านการสกัดกั้นอาชญาญากรรม และอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2562 ถึง 6 มกราคม 2563 ในฐานะประตูด่านแรกของประเทศ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วีรพลฯ ได้เน้นหลักคิดในการสนองตอบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการสร้างรายได้ให้กับประเทศของทางรัฐบาล ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ที่กำชับให้ ด่าน ตม.สนามบินหลัก ทำหน้าที่ประตูด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เลือกประเทศไทยเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2562และต้อนรับปีใหม่ 2563

ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การปล่อยแถวระดมกวาดล้าง การปฏิบัติการด้านการข่าว การร่วมตรวจตระเวนกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ และภารกิจการบริหารจัดการด้านการอำนวยความสะดวกรองรับคลื่นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงวันหยุดยาว โดย เจ้าหน้าที่ ตม.ทุกนาย งดขาด ลา มีการระดมพลนั่งเต็มกำลังในช่วงเที่ยวบินขึ้นลงพร้อมกันหนาแน่น ซึ่งอาจมีการสะสมของผู้โดยสารในคราวเดียวกัน โดยจะใช้เวลาระบายราว 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับหลักความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะได้รับการสนับสนุนปัจจัยต่างๆจากการท่าอากาศยานหรือ AOT และการช่วยเหลือจากกลุ่มสายการบิน เพื่อให้ช่วยเหลือดูแล แนะนำผู้โดยสาร การแจกบัตร immigration card และการสนับสนุนอาสาสมัคร ที่จุดกรอกเอกสาร คำร้อง VISA ON ARRIVAL และ จัดคิวช่องทางเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เชิงรณ ฯ ได้แจ้งว่า พล.ต.ต.วีรพลฯ มีความห่วงใย และฝากเตือนพี่น้องประชาชน ที่จะเดินทางมาสนามบิน ต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง 3 ชม.เนื่องจาก ต้องเผื่อเวลา สำหรับการจราจรเข้าออกสนามบินที่คับคั่ง การเผื่อเวลา check-in โหลดสัมภาระ ของสายการบิน การตรวจคัดกรองสัมภาระติดตัวของฝ่ายรักษาความปลอดภัยการท่าฯ ตามหลัก ICAO การตรวจหนังสือเดินทางของ ตม. รวมถึง การเตรียมความพร้อมหนังสือเดินทาง อายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ การกรอกเอกสาร immigration card ของชาวต่างชาติ เพื่อให้ การตรวจของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ไม่มีไฟฟ้าใช้ 30 ปี ชาวบ้านร้องอดีตรัฐมนตรี กว่า 300 หลังคาขาดทั้งนํ้า-ไฟ

ชาวบ้านยุค 4.0 หมู่ที่15 บ้านบางจำ อ.วิภาวดีจ.สุราษฏร์ธานี เดือดร้อนขาดนํ้า-ไฟสาธารณูปโภคใช้มายาวนาน พากันร้องทุกข์ต่อนายภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และอดีต สส.-สว.สุราษฏร์ฯ ร่วมกันประชุมลงสำรวจพื้นที่ หาแนวทางปักเสาพาดสาย และสร้างฝายนํ้าล้น

เมื่อวันที่13 ธค.62 นายโชคดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ปากหมาก อ.ไชยา และผู้ใหญ่ไชยะ หมู่ที่ 15 บ้านบางจำอ.วิภาวดี จ.สุราษฏร์ธานี พร้อมตัวแทนชาวบ้าน กว่า 300 ครอบครัว พากันร้องทุกข์ ต่อนายภิญญา ช่วยปลอด ถึงความเดือดร้อนดังกล่าว

จึงร่วมกันจัดประชุมหารือ โดยมีนายช่างชลประทาน-ผู้จัดการไฟฟ้า อ.คีรีรัฐนิคม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือ ทราบว่าพื้นที่ขาดแคลนทั้งนํ้า-ไฟ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จึงรวมกันทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาในอดีตก็เคยขอความร่วมมือ ของบประมาณ ความช่วยเหลือจากกระทรวงทรัพย์ฯช่วยชาวบ้านในเขตใกล้เคียงกัน สำเร็จลุล่วง โดยการประสานจากนาย ภิญญา เช่นกัน

Cr. ทอนส์79

พัทยา – พิธีบวงสรวงสักการะ พระบิดากองทัพเรือไทย

พิธีบวงสรวงสักการะ พระบิดากองทัพเรือไทย ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้าประชาชน เข้าร่วมพิธีบวงสรวงสักการะและพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศล ถวายแด่ “พระบิดาของกองทัพเรือไทย”

พัทยา-เช้าวันที่ 19 ธ.ค.62 ณ บริเวณลานพระบรมรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ส.ทร.5 พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พลเรือโท กฤษดา ประพฤติธรรม เจ้ากรมสื่อสารทหารเรือและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสักการะ และพิธีทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวันคล้ายวันคล้ายวันประสูติ ท่ามกลางบรรดาแขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้าประชาชน เข้าร่วมงาน

สืบเนื่องจาก วันที่ 19 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราชสกุลวงศ์เป็นองค์ที่ 28 มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์” ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พุทธศักราช 2423 เมื่อยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงได้รับการศึกษาขั้นแรกที่โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเสด็จไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ และกลับมาวางรากฐานทัพเรือไทย จนได้รับสมัญญานามว่า “พระบิดาของกองทัพเรือไทย”

และในวันนี้ของทุกปี สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ 5 พัทยา จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและบวงสรวงดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่มีจิตศรัทธา ได้สักการะและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

รองโฆษกฯ เผยเพิ่มความถี่การประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง มุ่งเป้าประเทศไทยปลอดไอยูยู (IUU Free Thailand)

วันนี้ (19 ธ.ค. 62) เวลา 10.30 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงแก่สื่อมวลชนถึง ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวประมง ซึ่งได้มีการยื่นข้อเรียกร้องรวม 11 ข้อ อันได้แก่

  1. ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุดออกกฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง
  2. ให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.ก. ประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร่งด่วนในช่วงการประชุมสภานิติบัญญัตินี้
  3. ให้รัฐบาลเร่งซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว โดยขอให้รัฐบาลตั้งงบจำนวน 10,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในการนำเรือประมงออกนอกระบบ
  4. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับชาวประมง
  5. ขอให้กรมประมง กรมการจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการอนุญาตให้ใช้กฎหมายมาตรา 83 แห่ง พ.ร.ก. การประมง ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
  6. ขอให้ยกเลิก แก้ไข กฎระเบียบ ที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ส่งผลกระทบให้กับชาวประมง
  7. เรือประมงขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอสไม่ควรมีนโยบาย VMS
  8. ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย
  9. ขอให้พิจารณาเพิ่มวันทำการประมง
  10. ขอให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้บริษัทจำหน่ายน้ำมัน บังคับให้ชาวประมงจ่ายผ่านบัตรฟรีทการ์ด (Fleet Card) ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมง
  11. ขอให้มีการทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวประมงกรณีที่ถูกบังคับให้ใช้กฎหมายประมงที่ไม่เป็นธรรมโดยตั้งคณะกรรมการพิจารณา

ทั้งนี้ รองโฆษกฯ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ซึ่งสามารถหาข้อสรุปได้ในหลายประเด็น คือ  การทบทวนกฎ ระเบียบ เพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการการประมง โดยรวบรวบกฎระเบียบ แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนให้แก่ชาวประมง กรณีเรือประมงขนาดเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 30 ตันกรอส โดยกรมประมงยืนยันว่า จะยังไม่มีนโยบายให้ติด VMS  รวมทั้งจะมีการพิจารณาประเด็นอายุของแรงงานที่กำหนดให้มีอายุ 18 ปี เป็น 16 ปี เพื่อเติมจำนวนแรงงานประมงได้ รวมทั้งเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยและขยายระยะเวลาในการทำประมง  ในส่วนการเงินนั้น เห็นชอบให้มีการจัดทำสินเชื่อให้แก่ชาวประมงผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป รวมทั้งจะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและผู้แทนชาวประมง เพื่อศึกษาอุปสรรคในการประกอบอาชีพและดำเนินการแก้ไขอย่างยั่งยืน ต่อไป

ทั้งนี้ รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเป้าหมายระยะยาวที่มุ่งให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ให้ไทยเป็นประเทศปลอด IUU ว่า รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ประชุมกันให้บ่อยครั้งมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อน ติดตามการแก้ปัญหาของประมงไทย โดยการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนถัดไปนี้

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี อวยพรสื่อมวลชนประสบความสุข และร่วมกันทำงานเพื่อชาติ

เมื่อวันที่ (18 ธันวาคม 62) เวลา 11.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและถ่ายภาพร่วมกับสื่อมวลชนแบบเป็นกันเอง รวมทั้งนำของขวัญมาร่วมจับสลากกับสื่อมวลชนด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้แทนรัฐบาล อวยพรกับสื่อมวลชนในวันขึ้นปีใหม่นี้ ซึ่งประเทศไทยเรามีความหลากหลาย เช่นเดียวกับรัฐบาลที่มาจากพรรค การเมืองต่าง ๆ ถึง 18 พรรค ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนไทย ทำงานด้วยกันอย่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการทำงานเพื่อประชาชน ขณะนี้บางอย่างก็ได้รับการแก้ไขแล้ว บางอย่างก็กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลผู้มีรายได้น้อย เศรษฐกิจฐานราก ขอเพียงคนไทยต้องรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกที่ดี เชื่อว่าสื่อทุกคนมีจรรยาบรรณ มีจิตสำนึกที่ดีเช่นเดียวกับรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรีทุกคน และนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหัวหน้าก็จะประคับประคองและทำงานให้ดีที่สุด

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามรัฐบาล คณะรัฐมนตรี อวยพรแก่สื่อมวลชนและประชาชน ขอให้ทุกคนประสบความสุข ความเจริญ โดยเฉพาะทุกคนที่ร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ ทุกคนที่ทำเพื่อประชาชน ขอให้กุศลหนุนนำให้ประสบความสำเร็จความเจริญรุ่งเรือง ทั้งตลอดปี 2563 และตลอดไป ด้วยสองมือและหนึ่งใจ คณะรัฐมนตรีพร้อมเดินหน้าร่วมกับประชาชนเพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ต่อไป

ภายในงาน นายกรัฐมนตรียังร่วมร้องเพลง “ศรัทธา” ของ โป่ง หินเหล็ก ไฟ จากนั้น นายกรัฐมนตรียังเชิญรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ฯ และรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทินฯ  ร่วมร้องเพลง “คนดี ไม่มีวันตาย”  ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีทั้งสองยังร่วมร้องเพลง “รางวัลแด่คนช่างฝัน และ จับมือกันไว้” เพื่อมอบให้กับนายกรัฐมนตรีในโอกาสนี้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นครนายก – หนุ่มใหญ่ป่วยโรคจิตเวช คิดสั้นยิงตัวเองดับ

https://youtu.be/Wlp7cF3Wq3g

หนุ่มใหญ่นิสัยดีเป็นผู้ป่วยจิตเวชมา 36 ปีเคยคิดสั้นมา 2 ครั้ง แต่ครั้งที่ 3 ใช้อาวุธปืนประดิษฐ์เองยิงตัวเองดับ

ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งเหตุ เวลา 14.30 น.ของวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ว่ามีคนยิงตัวตายที่ด้านหลังร้านอาหาร (ตาราดหน้าทะเล) หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จึงรายงาน พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พ.ต.ท.มงคล โคตรอาษา สารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครนายก และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุ

พบด้านหลังร้านอาหาร ตาราดหน้าทะเล เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง ด้านในบ้านที่ห้องนอนพบศพนายอนุวัฒน์ สังเวียนวงศ์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงสภาพศพที่ขมับข้างขวาเหนือใบหู พบรูกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 รู มีเลือดไหลนองพื้นเตียง ใกล้มือข้างขวาพบอาวุธปืนแบบประดิษฐ์ที่ทำขึ้นมาเอง 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพและเก็บข้อมูลหลักฐาน พร้อมนำศพส่งโรงพยาบาล มศว.องครักษ์ ส่วนทางญาติไม่ติดใจในการคิดสั้นในครั้งนี้เนื่องจากผู้เสียชีวิตนั้นป่วยจิตเวชมาหลายปีแล้วและคิดสั้นฆ่าตัวตายมาครั้งนี้ป็นครั้งที่ 3 ส่วนศพทางญาติๆจะได้นำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

จากการบอกเล่าของนางลักษณา นามวงศ์ น้องสาวผู้เสียชีวิตและเป็นคนมาพบศพเล่าว่าพี่ชายตนนั้นเป็นคนนิสัยดีช่วยงานทางบ้านมาตลอด และเป็นผู้ป่วยจิตเวชมาตั้งแต่อายุ 21 ปีเข้ารักษาที่โรงพยาบาลมาตลอดจนปัจจุบันอายุ 57 ปีรวมเข้าการรักษาเป็นผู้ป่วยยจิตเวชมา 36 ปี ต้องกินยารักษามาตลอดเมื่อมีอาการกำเริบเคยคิดสั้นครั้งที่ 1.ใช้มีดกรีดท้องตัวเอง 2.ใช้มีดปาดคอตัวเอง ญาติๆได้นำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่มาครั้งที่ 3 นี้ใช้อาวุธปืนที่ทำขึ้นมาเองยิงตัวตายดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จว.พังงา – รายงานเบื้องต้น เหตุเรือยอร์ชชนกับเรือเร็วสปีดโบ้ท

รายงานเบื้องต้น เหตุเรือยอร์ชชนกับเรือเร็วสปีดโบ้ท มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ รายละเอียดดังนี้

วันนี้ (๑๘ ธ.ค.๖๒) เวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ได้รับเเจ้งเหตุว่ามีเรือยอร์ชชื่อเรือ สเตลล่า ชนกับเรือเร็วสปีดโบ้ทโชคศุภสาร ๓๕ บริเวณเกาะไข่ อ.เกาะยาว จว.พังงา พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผบก.ทท.๓ จึงสั่งการให้ ส.ทท.๑ ฯ ตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น

เรือสปีดโบ้ท โชคศุภสาร ๓๕ บรรทุกนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติจำนวน ๔๕ คน, เด็กเรือ ๒ คน, กับตันเรือ ๑ คน, ไกด์ ๑ คน, เเละ นศ.ฝึกงาน ๑ คน รวมทั้งสิ้น ๕๐ คน มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจำนวน ๘ ราย เรือยอร์ชสเตลล่า กับตันเรือชื่อ Alexander Govbunov อายุ ๔๗ ปี สัญชาติรัสเซีย หมายเลขหนังสือเดินทาง ๖๔๔๓๓๗๒ ไม่มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.ทัยเลิศ ลือปือ ผกก.๒ บก.ทท.๓ พร้อมด้วย พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท.๑ฯ, ร.ต.อ. ดุสิทธิ์ วรรณบวร รอง สว.ส.ทท.๑ฯ เเละชุดร้อยเวร ฯ สายตรวจเดินทางไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น ได้มีเรือสปีดโบ้ทลำข้างเคียงได้เข้ามาช่วยเหลือเเละได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บนำส่งที่ท่าเทียบเรือเเหลมหงา ต.รัษฎา อ.เมือง จว.ภูเก็ต เเละที่ท่าเรืออ่าวปอ เเกรนด์มารีน่า ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จว.ภูเก็ต โดยรถพยาบาลได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บ นำส่ง รพ.อบจ.ภูเก็ต, รพ. ถลาง, รพ.มิชชั่น, รพ.วชิระ ภูเก็ต เพื่อทำการรักษาต่อไป

เบื้องต้น เด็กเรือชาวไทยของเรือโชคศุภสาร จำนวน ๑ คน ขณะเกิดเหตุได้ตกทะเลสูญหายอยู่ระหว่างการค้นหาเเละ กับตันเรือเร็วสปีดโบ้ท โชคศุภสาร ๓๕ ชื่อ นายสุรัตน์ มาศโอสถือายุ ๔๙ ปี ได้เสียชีวิต พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท.๑ฯ พร้อมด้วย สายตรวจ ได้เดินทางไปยัง รพ.วชิระ ภูเก็ต เพื่อเข้าเยี่ยมนักท่องเที่ยวผู้บาดเจ็บ เเละตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น

การดำเนินการของ ส.ทท.๑ กก.๒ บก.๓

๑.เดินทางไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น
๒.ประสานข้อมูลกับ บริษัททัวร์ เเละหน่วยที่เกี่ยวข้อง
๓.อำนวยความสะดวกเเก่นักท่องเที่ยวผู้ประสบเหตุ
๔.เข้าเยี่ยมนักท่องเที่ยวผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.

ปัตตานี – พบปะพัฒนาสัมพันธ์ เชื่อมสัมพันธ์ไมตรี เพื่อสันติสุขชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00 น. พันเอกพิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนทหารพรานหญิง เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับ คณะครู/นักเรียน โรงเรียนบ้านต้นโตนด หมู่ที่ 1 ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี พร้อมแจกขนม ให้แก่เด็กๆ นักเรียน เพื่อเป็นอาหารเสริมจากโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งมี นางสาวพรทิพย์ ณ พัทลุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านต้นโตนด ให้การต้อนรับ

สำหรับการเข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี สร้างความคุ้นเคยเป็นกันเอง เพื่อสันติสุขชายแดนใต้

#พบปะพัฒนาสัมพันธ์

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

ผบ.ฉก.ยะลา – เปิดพิธีซักซ้อมแผน รักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลัก

ผบ.ฉก.ยะลา เปิดพิธีซักซ้อมแผน รักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลัก

วันนี้ 17 ธ.ค. 62 เวลา 13.30 น. ที่ หอประชุมพัฒนรัฐ(สุขเจริญ)ชั้น 1 ที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา เป็นประธาน พิธีเปิดการซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลัก โดยมีการชี้แจงการซักซ้อมให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงกันทุกฝ่าย เข้าใจสถานการณ์ มีความรวดเร็ว รอบคอบ ประสานกันให้มีความชัดเจน เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยมีพ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา, พ.ท.อุดม พุฒนุ้ย ผบ.ฉก.ยะลา 12, นายไททัศน์ รัตนี หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง อำเภอเมืองยะลา และผู้แทนของเทศบาลนครยะลา เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน


พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา กล่าวว่า สำหรับการซักซ้อมแผน รักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลัก เป็นการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ โดยให้หน่วยกำลังของทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ในการปฏิบัติหน้าที่บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน สถาบันศึกษา ในการทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยโดยเฉพาะงานป้องกันเหตุรุนแรงในเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลัก เป็นงานเร่งด่วนลำดับแรก ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หน่วยเฉพาะกิจจังหวัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เมื่อเกิดเหตุก็มีแผนการรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ และพลิกแพลงสถานการณ์ให้ทันต่อการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในรูปแบบต่าง ๆเพื่อมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : journalistthailand

แม่ทัพภาคที่ 4 – พบปะ มอบนโยบายการปฏิบัติงานปี 63 แก่ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา

แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะมอบนโยบายการปฏิบัติงานปี 63 แก่ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลา 13.30 น ณ ศาลาทรงงานศูนย์ครูใต้ บ้านน้ำดำ หมู่ที่ 3 ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พบปะหัวหน้ากองพัน และหัวหน้ากองร้อยราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน ของจังหวัดปัตตานีและ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานปีงบประมาณ 2563 โดยมี พันเอกเสนีย์ ศรีหิรัญ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสมาชิกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านร่วมให้การต้อนรับ

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า การมาพบปะสมาชิกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน ครั้งนี้เพื่อมาสร้างความเข้าใจ เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วจึงต้องมีทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สมาชิกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านหน้าที่หลักๆ คือ ให้คอยเป็นหูเป็นตา ช่วยแจ้งเบาะแส ข่าวสารในพื้นที่รับผิดชอบ ทำงานประสานกับหน่วยงานภาครัฐ และนอกจากนี้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมนำข้อเสนอแนะความคิดเห็น และปัญหาต่างๆ ผ่านสภาสันติสุขตำบลในพื้นที่ โดยให้สภาสันติสุขตําบลเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมของชุมชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่มั่นใจเรื่องความไม่ปลอดภัย สามารถติดต่อแจ้งเบาะแสได้โดยตรงผ่าน เบอร์โทรศัพท์ 061-1732999 ซึ่งเป็นเบอร์ของแม่ทัพภาคที่ 4 โดยตรง ไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย และขอเน้นย้ำเรื่องการให้ความช่วยเหลือสรับสนุน ผู้ก่อเหตุรุนแรง หากตรวจพบ ในทุกกรณีถือว่ามีความผิดเทียบเท่า ผู้ก่อเหตุทุกประการ จะต้องถูกดำเนินการทางคดีอย่างเข้มงวด จึงขอความร่วมมือสมาชิกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านทุกพื้นที่ช่วยกันสอดส่องแจ้งเบาะแสร่วมกันทำพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย

จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมอบอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยให้กับหัวหน้ากองพันราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน เพื่อนำไปติดตั้งในเขตพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบ โดยสมาชิกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน ได้จัดชุดแสดงสาธิตการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ จุดตรวจบ้านน้ำดำ หมู่ที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news