จันทบุรี – กรมศุลกากร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

https://youtu.be/2Wic0KG07zg

กรมศุลกากร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เก็บขยะรักษ์ทะเล ปันน้ำใจสู่ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จัดตลาดประชารัฐศุลกากรเพื่อชุมชน

วันนี้ ( 19 ธ.ค.62 ) ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกับคณะผู้บริหารกรศุลกากร จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2562 โดยมีนางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี / ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุดเข้าร่วมในพิธี กิจกรรมปล่อยสัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2562 และช่วยคืนสมดุลระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติให้เป็นที่เหมาะสมแก่การเรียนรู้ จำนวน 150 ชุด และได้ร่วมกันเก็บและคัดแยกขยะบริเวณชายหาดอ่าวคุ้งกระเบน

รวมทั้งได้จัดกิจกรรม”ปันน้ำใจสู่ชุมชน” เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมอบเครื่องใช้ อุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็น ได้แก่ อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์การเรียน, วัสดุทางการแพทย์ ให้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธรโรงเรียนวัดหมูดุด, องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุด และสำนักงานเหล่ากาชาด จังหวัดจันทบุรี และได้จัดสถานที่ เพื่อเปิดเป็นตลาดประชารัฐศุลกากรเพื่อชุมชน ณ ลานอาคาร กปร. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SME และสหกรณ์ต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนกว่า 25 ร้านค้า นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาทิ ผลิตภัณฑ์จากมะปี๊ด ผลิตภัณฑ์ฝ้ายมัดย้อม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก ผลิตภัณฑ์จากตันคุ้ม-คลและสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย มาวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าจ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 10.0 น. – 17.00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชน และกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในจังหวัดเมืองรอง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง และยังได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพในราคาที่ย่อมเยา

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – มูลนิธิธาตุพุทธคุณ นำสิ่งของ พร้อมมอบทุนช่วยเหลือเด็กบนดอย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ มูลนิธิธาตุพุทธคุณ ร่วมกับหลวงพ่อแปะ วัดสว่างอารมณ์ และพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิงพระอารามหลวง ได้จัดโครงการรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือน้องๆบนดอย ที่ โรงเรียนบ้านแม่แดดน้อย สาขาบ้านดงสามหมื่น ตำบล แม่แดด อำเภอ กัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ทางมูลนิธิธาตุพุทธ คุณ ร่วมกับหลวงพ่อแปะ วัดสว่างอารมณ์ และพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิงพระอารามหลวงได้ร่วมกันบริจาคของมาแจกให้กับเด็กๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกศิษย์ที่มาในวันนี้นำทีมโดย นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง นายณฤเดช อ่ำภิรมย์ หรือโกอั้น ประธานชมรมเปิดบ้านพระเครื่อง และ ลูกศิษย์คนอื่นๆอีกหลายคน

บรรยากาศมีเด็กชาวเขาเผ่าม้งมารอกันเป็นจำนวนมากเพื่อรับของบริจาค มีการแสดงของเผ่าม้ง โดยของที่มาบริจาคมีข้าวสารจำนวน 200 ถุง น้ำแดงที่คนถวายกุมารกว่าร้อยแพ็ค ขนมของเล่น เสื้อน้ำมัน ถังใส่น้ำ ผ้าห่ม 500 ผืน ชุดกีฬา 200 ชุด ถุงเท้า 360 คู่ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน พร้อมทุนการศึกษาเด็กทั้งโรงเรียน หลังจากที่เดินดูโรงเรียนฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ เห็นห้องน้ำพังหลายห้องเลยบริจาคเงินสร้างห้องน้ำอีก 20,000 บาท เพื่อปรับปรุงสร้างห้องน้ำให้กับเด็กนักเรียนได้ใช้ต่อไป

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

กอ.รมน.ประจวบฯ – ให้การต้อนรับคณะศปป.1กอ.รมน.ในโอกาสเดินทางมาติดตามผล โครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้การต้อนรับคณะ ศปป.1กอ.รมน.ในโอกาสเดินทางมาติดตามผลโครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้

วันที่​ 18 ธ.ค.62​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ (ท.) พร้อมด้วย​ พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ หน.ฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.ฯ, พ.อ.อุดร พิมพา จนท. กอ.รมน.ฯ, พ.อ.สุวัฒน์ สังข์แก้ว จนท.กอ.รมน.ฯ, ร.อ.สมชาย ดอกเตย จนท.ปฏิบัติการกลุ่มงานกิจการมวลชน กอ.รมน.ฯ., ร.อ.ภาคิน นีสันเทียบหน.ชนต.111, นางฐิติกัญญา ตราชู จนท.กอ.รมน.จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​ ให้การต้อนรับคณะ ศปป.1 กอ.รมน.

โดยมี พ.อ.จิรศักดิ์ พรรังสฤษฏ์ ผช. ผอ.ศปป.1 กอ.รมน./หน. คณะ ที่เดินทางมาเพื่อติดตามผลโครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้ฯ ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรภาคปฎิบัติ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปราชญ์ กอ.รมน.เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 7 คน

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

DSI ทลายแหล่งเก็บแว่นตาแบรนด์เนมปลอมหลายยี่ห้อ ความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

https://youtu.be/-J32ND3OWjI

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 น.: พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจโท นิรุติ พัฒนรัฐ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนผู้เสียหายจาก บริษัท สัตยะพล แอนด์พาร์ทเนอร์ส จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวการบุกจับแหล่งจำหน่ายสินค้าประเภทแว่นตา หมวก เข็มขัด ปลอมแบรนด์เนมยี่ห้อดังหลายยี่ห้อบริเวณจังหวัดสระบุรี

ตามที่ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ทำการสืบสวนปราบปรามกวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามอำนาจหน้าที่ ด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ดังนั้น พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา จึงขานรับนโยบายเร่งดำเนินการปราบปรามสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าโดยมีรายละเอียดการจับกุม ดังนี้

กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนทราบว่ามีขบวนการนำเข้ามาในราชอาณาจักร และจำหน่ายสินค้าประเภทแว่นตา หมวก และสินค้าอื่นๆ ที่ละะเมิดเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และสินค้าที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีการนำเข้าของสินค้า โดยจะมีการนำสินค้าดังกล่าวมาจากต่างประเทศโดยเข้ามาทางเรือขนส่งสินค้า จากนั้นก็จะนำสินค้ามาเก็บซุกซ่อน พักไว้ที่อาคารพาณิชย์ จำนวน 2 จุด พื้นที่จังหวัดสระบุรี เมื่อการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่ชัด อันเข้าข่ายการกระทำผิดอาญาที่เป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้อนุมัติให้เข้าทำการตรวจค้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ภายในจังหวัดสระบุรี จำนวน 2 จุด คือ อาคารพาณิชย์ 5 คูหา 4 ชั้น ถนนเทศบาล 1 อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี และ อาคารพาณิชย์ 5 คูหา 4 ชั้น ถนนเทศบาล 3 อำเภอ จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ ได้มีตัวแทนจากผู้เสียหายเข้าร่วมปฏิบัติการตรวจค้นเพื่อชี้ยืนยันเครื่องหมายสินค้า​

ด้วยผลการตรวจค้นทั้ง 2 จุด พบของกลางเป็นสินค้าประเภทแว่นสายตา แว่นแฟชั่น หมวก หัวเข็มขัด ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวนประมาณ 18,000 ชิ้น และแว่นตาที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีนำเข้า จำนวน 140,000 ชิ้น รวมสินค้าทั้งหมด 158,000 ชิ้น มีมูลค่าของกลางประมาณ 50 ล้านบาท และการกระทำความผิดในคดีนี้ เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ ความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560

อนึ่ง ในการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีนโยบายในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สกลนคร​ – รวบแก๊งเวียดนาม เย้ยกฎหมาย รวมกลุ่มเร่ขายผ้าใบ แย่งอาชีพคนไทย

วันที่ 16 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ. ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, ผกก.สส.บก.ตม.4​ และ สว.ตม.จ.สกลนคร ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งเวียดนาม รวมกลุ่มเร่ขายผ้าใบ แย่งอาชีพคนไทย

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62 เวลาประมาณ 17.30 น. ตม.จ.สกลนคร ได้จับกุมดำเนินคดีคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม รวม 6 ราย ประกอบด้วย นาย วาน ทุง (MR.VAN TRUNG) อายุ 28 ปี, นายทราน (MR.DINH) อายุ 26 ปี, นายเล (MR.LE) อายุ 35 ปี, นายทิ ซวน (MR.THE XUAN) อายุ 29 ปี, นายวาน ดุง (MR.VAN DUNG) อายุ 40 ปี ในข้อหา “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ​ นายทราน ดิน ฮุย (MR.DINH HUY) อายุ 36 ปี ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ กล่าว​อีกว่า​ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตม.จ.สกลนคร ได้สืบสวนหาข่าวทราบว่ามีต่างด้าวได้รวมกลุ่มตระเวน ขายผ้าใบในพื้นที่ จ.สกลนคร โดยใช้รถยนต์เก๋งเป็นพาหนะจำนวน 2 คัน และเช่ารีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นที่พักอาศัยและเก็บสินค้า จึงได้ไปตรวจสอบที่รีสอร์ทดังกล่าวปรากฏว่า ไม่พบกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว จากข้อมูลทราบว่าได้ออกจากที่พักเพื่อไปตระเวนขายผ้าใบให้กับชาวบ้าน

จึงได้ออกติดตามสะกดรอยตามเส้นทางตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ จนกระทั่งพบเห็นกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวขับรถยนต์กลับเข้ามาในรีสอร์ทจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบของกลางผ้าใบอยู่ในรถซึ่งบางส่วนได้จำหน่ายไปแล้ว นอกจากนั้นแล้วจากการตรวจค้นห้องพักในรีสอร์ทยังพบผ้าใบที่รอการจำหน่ายอีกจำนวนมาก สอบถามผู้ต้องหารับว่าผ้าใบดังกล่าวเป็นของนายจ้างคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ เป็นผู้ว่าจ้างให้จำหน่ายในราคาผืนละ 600-700 บาท ให้กับชาวบ้าน โดยพวกตนจะได้ค่าจ้างเป็นเงินเดือนๆละ 12,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและแจ้งข้อกล่าวหาจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาคขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา​ 09.00​ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ภาคใต้ (มหาวิทยาลัยหาดใหญ่) ภาคกลาง (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายวิจัยภูมิภาคด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ปี พ.ศ.2560–2562 ได้ดำเนินการจัดการประชุมวิชาการด้านมาตราฐานการวิจัยและมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นเวทีในการแลกแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ระหว่างหน่วยงานในภูมิภาค ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในหน่วยให้มากขึ้น โดยที่ที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและนำเสนอผลงานด้านความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับในปี 2562 วช.ได้มุ่งเน้นให้มีการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการตามกลไกการพัฒนาด้านมาตรฐานความปลอดภัย จึงได้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานของมหาวิทยา ลัยแม่ข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ใน 3 ระดับ ได้แก่ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค (network), มหาวิทยาลัยแม่ข่าย (node), และลูกข่าย (sub – node)

เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัติการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่ข่ายและลูกข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการในภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านมาตรฐานการวิจัยของภูมิภาค ตลอดจนติดตามการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ และกำกับดูแลกลไกการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการภายในภูมิภาค

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่​ เวลา​ 09.00-16.30​ น.​ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ความสำคัญของมาตรฐานการวิจัย” พร้อมมอบรางวัลห้องปฏิบัติการดีเด่น, รางวัลโปรเตอร์ดีเยี่ยม, รองศาสตราจารย์ ดร.เอกราช เกตุวัลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เกียรติบรรยายเรื่อง “แนวทางการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการปลอดภัย เพื่อการยอมรับร่วม (peer evaluation)” และการนำเสนอโปสเตอร์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษ “show & share แนวปฏิบัติที่ดี (best practice)”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา 3” ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบาย ในพื้นที่จังหวัดตาก

วันที่​ 18 ธ.ค. 62 เวลา 09.00 น. : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย ณ กศน. อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมด้วย ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน.และคณะ โดยมีนายชนะ เปรมปรี​ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดตาก พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ให้การต้อนรับ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังจากรับฟังผลการดำเนินงานของพื้นที่ ว่า “สำนักงาน กศน.จังหวัดตาก นับว่ามีการพัฒนาการจัดการศึกษาครอบคลุมในทุกๆมิติ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ที่เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การยกระดับสินค้าชุมชน, การส่งเสริมโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น โครงการสอนผู้ไม่รู้หนังสือบนพื้นที่สูง, โครงการพัฒนาการอ่าน-เขียนภาษาไทย, โครงการสร้างป่า สร้างรายได้, โครงการส่งเสริมสุขภาวะสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่ยากลำบากและพื้นที่สูง เป็นต้น

ตนในฐานะที่กำกับ ดูแลหน่วยงาน ขอเป็นกำลังใจและขอบคุณให้ครู กศน.ทุกท่าน ในความมุ่งมั่นในการจัดการศึกษาเพื่อประชาชนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และที่สำคัญย่ิง คือ การน้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้ หากมีสิ่งใดที่จะสามารถสนับสนุนให้เป็นรูปธรรม ขอให้นำเสนอขึ้นมา เราพร้อมเหนื่อยไปด้วยกัน เพื่อนำพาและพัฒนาการศึกษาของเราไปสู่ความยั่งยืนต่อไป”

จากนั้นได้เยี่ยมชม และรับฟังการนำเสนอความสำเร็จของโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามรอยพระราชดำริฯ ในพื้นที่มอโก้คี ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จากครูนิวัฒน์ เงินงามมีสุข ครูศศช. บ้านมอโก้คี (ครูนิเทศก์กลุ่มบ้าน มอโก้คี) และประชาชนชาวกะเหรี่ยง ผู้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมทั้งสาธิตการทำกาแฟมอโก้คี ด้วยความเป็นกันเอง

Cr.ข่าว/ภาพ : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ
กรรณิกา พันธ์คลอง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมแสดงความยินดี​ มอบ”พระบรมรูปหล่อ ร.9″ ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด และ ดำรงตำแหน่งผบก.ภ.จ.ปทุมธานี​

ร่วมแสดงความยินดี​ มอบ”พระบรมรูปหล่อ ร.9″ ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด และ ดำรงตำแหน่งผบก.ภ.จ.ปทุมธานี​

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00 น.ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี​ : พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี รับมอบ “พระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 9” เนื่องในวันคล้ายวันเกิด และในโอกาสมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี จากธีระยุทธ ผู้พัฒน์ สื่อมวลชนอาวุโส และ​ อนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท. 55 ปี) ร่วมแสดงความยินดีด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ตม.อุบลฯ​ – ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (Smart Patrol Car) รวบชาวสวีเดนลักลอบอยู่เกินในราชอาณาจักร (OVERSTAY) 1,001 วัน

วันที่ 16 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. ​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ. ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, ผกก.สส.บก.ตม.4 และ ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 เวลาประมาณ 07.00 น.​ ตม.จ.อุบลราชธานี ได้จับกุมตัวนายเพอโอลอฟ (PER OLOF อายุ 65 ปี) สัญชาติสวีเดน ดำเนินคดีในข้อหา ”เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พฤติการณ์คือ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้า ที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จ.อุบลราชธานี ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้นำรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (SPC) ที่ติดตั้งอุปกรณ์การทำงานสืบสวนและระบบตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าว BIOMETRICS ออกลาดตระเวนปฏิบัติการสืบค้นจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

ต่อมาตาม วันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจมาถึงพื้นที่ บริเวณหน้าบ้านเช่าเลขที่ 30 หมู่ 2 ถ.ราษฎรบำรุง ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พบผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธน่าสงสัย จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบการเข้ามาและ อยู่พักอาศัยในราชอาณาจักร ผู้ต้องหาได้แสดงตนพร้อมนำหนังสือเดินทางประเทศสวีเดน มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าวในระบบ BIOMETRICS ที่ติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (SPC)

พบข้อมูลว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 23 ม.ค.60 ผ่านชายแดนที่ ด่าน ตม.จ.มุกดาหาร โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรประเภทคนอยู่ชั่วคราว กรณีได้รับสิทธิการ ยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว (ผ.30) ซึ่งพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ครบกำหนดอนุญาตถึงวันที่ 21 ก.พ.60 แต่ปรากฏว่าเมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้ต้องหารายนี้ไม่ยอมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร กลับหลบซ่อนตัวพักอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่โดยผิดกฎหมาย นับแต่วันที่การอนุญาตสิ้นสุดเป็นเวลา 1,001 วัน จึงแจ้งข้อกล่าวหาจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ป่อเต็กตึ๊ง” ช่วยดูแลต่อเนื่องให้ชาวมุกดาหาร และอำนาจเจริญ​ มอบผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค​ ผู้ประสบภัย​หนาว

“ป่อเต็กตึ๊ง” ช่วยดูแลต่อเนื่องให้ชาวมุกดาหาร และอำนาจเจริญ​ มอบผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค​ ผู้ประสบภัย​หนาว

วันที่​ 18 ธันวาคม 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แผนกสังคมสงเคราะห์​ ในโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว นำโดยนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แผนกสังคมฯ ร่วมกับมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร จ.มุกดาหาร/มูลนิธิจีตี่เกาะอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บริเวณ อบต.คำบก อ.คำชะอี 500 ชุด จ.มุกดาหาร และ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวตะพาน 500 ชุด จ.อำนาจเจริญ​ คิดเป็นมูลค่า 500,000 บาท​ (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีคณะกรรมการฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ภาคอีสาน #จังหวัดมุกดาหาร #จังหวัดอำนาจเจริญ #มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน