มุกดาหาร # เปิดงาน “เดิน กิน ชิม เที่ยว ถนนมุกเมืองใหม่ จังหวัดมุกดาหารและเทศกาลของขวัญปีใหม่”

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 17.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน “เดิน กิน ชิม เที่ยว ถนนมุกเมืองใหม่ จังหวัดมุกดาหารและเทศกาลของขวัญปีใหม่” ณ บริเวณลานด้านข้างตลาดมารวย ถนนชยางกูร อำภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เทศกาลของขวัญปีใหม่” ในวันนี้ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเป็นการเปิดพื้นที่ในการสร้างความสุข สร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน ประชาชน

นางสงวน มะเสนา พัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า งาน “เดิน กิน ชิม เที่ยว ถนนมุกเมืองใหม่ จังหวัดมุกดาหาร และเทศกาลของขวัญปีใหม่” ในวันนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดดำเนินการ การจัดงาน เดิน กิน ชิม เที่ยว ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมกิจกรรมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนและกำหนดให้มีการ Kick off พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2562 จังหวัดมุกดาหาร ได้กำหนดดำเนินกิจกรรมดังกล่าวระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ บริเวณลานด้านข้างตลาดมารวย ถนนชยางกูร อำภอมืองมุกดาหาร ภายใต้ชื่องาน เดิน กิน ชิม เที่ยว ถนนมุกมืองใหม่ จังหวัดมุกดาหาร และเทศกาลของชวัญปีใหม่

การจัดงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือในลักษณะประชารัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน รวมทั้งได้รับการเอื้อเฟื้อสถานที่จัดงานจากตลาดมารวยอย่างดียิ่ง กิจกรรมในงานประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัด เช่น หมูหันแก่งกะเบา โคขุนหนองสูง ผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีจังหวัด สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

มุกดาหาร# ทหารพรานที่ 2110 ปฏิบัติการยึดเรือขนกระเทียมเถื่อน 2,675 กิโล

https://youtu.be/MPMPmsKXG1M

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.ยงยุทธ ขันทวี ผบ.บก.ควบคุมที่ 1, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.ท.ธารนรินทร์ บำรุงภักดี รอง ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.2110 ประสาน พ.ต.ภานุวัฒน์ ไชยสุระ หน.ชป.ปส.ชอน.4 บูรณาการกำลังร่วมมือกันยับยั้งและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร ( กระเทียม ) อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องมาตลอด จึงได้เกิดผลสัมฤทธิ์การตรวจยึด กระเทียมพร้อมเรือเหล็ก ดังนี้

เมื่อเวลา 23.30 น. ร่วม จัดดำลังพลบูรณาการ ชป.ปส.ชอน.4 , ชปข.ที่ 7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ชปข.สขว.กอ.รมน., ขกท.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ชรต.กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร, จนท. กอ.รมน.จังหวัด ม.ห., มว.คทร.ที่ 3 ร้อย.คทร.ที่ 1 และหน่วยกำลังในพื้นที่ ซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ ชุมชนนาโปใหญ่ พิกัด 714331 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว. มุกดาหาร

ครั้นเมื่อเวลา 00.00 น. ตรวจพบเรือบรรทุกกระเทียมแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าเทียบท่าพื้นที่ดังกล่าว และมีกลุ่มชายจำนวนหนึ่งกำลังแบกกระสอบกระเทียม ขึ้นจากเรือเหล็กที่บริเวณริมโขง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายได้ทิ้งกระสอบกระเทียม วางกระจัด กระจายอยู่บริเวณท่าริมแม่โขง และได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่สามารถหลบหนีไปได้ จนท.จึงได้ตรวจยึดของกลางนำ มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฯ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแถลงข่าวการตรวจยึด รายละเอียดของกลาง กระเทียมแห้ง 107 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 2,675 กก. เรือเหล็ก จำนวน 1 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ เจ้าหน้าทีนำของกลางประสานงาน ด่านศุลกากรมุกดาหาร ร่วมตรวจยึด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

จักรยานยนต์ ขับฝ่าความมืด ชนท้ายรถบรรทุกอ้อย ดับสยอง

https://youtu.be/W3yGB3VPmao

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 22 ธ.ค. 62 ร.ต.อ.อภิชาติ โหมจันทึก รอง สว.(สอบสวน) สภ. ชัย บาดาล อ.ชัยบาดาล ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วงที่ถนน 2089 สายท่าหลวง –ท่าดินดำ ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ชัยบาดาล และอาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ลพบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นถนนสองเลน มืดสนิท พบรถยนต์บรรทุกพ่วง ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาวหมายเลขทะเบียน 82-1465 และ 82-3410 สุพรรณบุรี ที่บรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ ที่ท้ายรถบรรทุกพ่วง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ คริสตัน สีม่วง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 ม-7556 กรุงเทพ มหานคร ติดคาอยู่ที่ท้ายรถบรรทุกพ่วง โดยมีศพนายอับดุล มูลาคา อายุ 60 ปี เสียชีวิตในสภาพสยดสยอง กะโหลกศรีษะเปิดเลือดไหลนองพื้น

จากการสอบสวนนายธนากร วังยศ อายุ 28 ปี คนขับรถยนต์บรรทุกพ่วง เล่าว่าได้บรรทุกอ้อยจากไร่มาเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสีย จึงได้จอดรถริมถนนเปิดไฟเตือนเพื่อทำ การซ่อมแซม และรอความช่วยเหลือจากเพื่อนรถบรรทุกอ้อยด้วยกัน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังโครม วิ่งมาดูพบว่ารถจักรยานยนต์ชนท้ายรถของตนเองและมีผู้เสียชีวิตคาที่ จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่ารถจักรยานยนต์ที่ขับฝ่าความมืดมามองไม่เห็นรถจอดริมทาง ได้พุ่งเสยอย่างจังจนเป็นเหตุสลดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายธนากร คนขับรถพ่วง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล เพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้เสียชีวิตได้นำส่ง รพ.เพื่อพิสูจน์สาเหตุอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

ปัตตานี – โครงการ “ติวข้น…ค้นฝัน” ครั้งที่ 8 นำทางพัฒนาทักษะความรู้แก่เยาวชนชายแดนใต้

โครงการ “ติวข้น…ค้นฝัน” ครั้งที่ 8 นำทางพัฒนาทักษะความรู้แก่เยาวชนชายแดนใต้

วันนี้ (21 ธันวาคม 2562) เวลา 10.00 น. ที่อาคารเรียนรวม 58 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พันเอก ไชยมงคล ประโลมรัมย์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ติวข้น…ค้นฝัน” ครั้งที่ 8 โดยมีผู้แทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี, ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี, หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี, เครือข่ายพยาบาลรักบ้านเกิด, คณะครูและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 400 คน เข้าร่วมกิจกรรม

พันเอก ไชยมงคล ประโลมรัมย์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า โครงการติวข้นค้นฝันเป็นโครงการที่นำทางเยาวชนให้มีทักษะความรู้ด้านวิชาการเพิ่มขึ้น โดยมีผลสัมฤทธิ์คือสามารถพิชิตข้อสอบกลางของประเทศได้ นอกจากนี้ เยาวชนทุกคนยังมีโอกาสได้ทำ ความรู้จักเพื่อนใหม่ ได้มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคณาจารย์ นักเรียนและเจ้าหน้าที่ผู้จัดกิจ กรรม ซึ่งมีทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม โดยจะมีหน่วยในพื้นที่คอยติดตามดูแลให้คำปรึกษากับนักเรียนทุกคนที่ได้เข้าร่วมโครงการจนกว่าจะประสบผลสำเร็จ สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ตามความคาดหวัง โดยนักเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้ หลายคนอยู่ในชนบทที่ห่างไกล มีฐานะที่ค่อนข้างยากจน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ไม่เคยนิ่งดูดายและพยายามให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทาง ซึ่งในครั้งนี้ มีทุนการศึกษาจากหน่วยงานและมหาวิทยาลัยต่าง ๆเพื่อที่จะสานฝัน ของนักเรียนให้เป็นไปตามคาดหวังอีกด้วย

สำหรับโครงการติวข้นค้นฝัน เป็นโครงการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การสนับสนุน มาโดยตลอด เพื่อพัฒนาศักยภาพการสอบแข่งขันทางวิชาการของนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ผ่านตามเกณฑ์ของแต่ละสาขาวิชาที่กำหนด จนสามารถศึกษาต่อได้ระดับอุดมศึกษา ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 5 ปีต่อเนื่อง มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 2 พันคนและมีอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยสถิติล่าสุดนักเรียนในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถสอบเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยจำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 75 และในปี 2563 คณะอาจารย์จากสถาบันต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์การศึกษาสาขาวิชาต่างๆที่น่าสนใจ

พร้อมทั้งมีทุนการศึกษามอบให้นักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี ปฏิบัติตามจำนวนระยะเวลาที่กำหนด โดยจะดำเนินการคัดเลือกและมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้นักเรียนมากกว่า 60 ล้านบาท จะเปิดสอนเสริมตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2562 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน นักเรียนทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตรจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

น้ำท่วมนรา – เริ่มลดลงต่อเนื่องชาวบ้านเริ่มทยอยทำความสะอาดเพื่อเข้าอยู่

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า บรรยากาศโดยทั่วไปท้องฟ้าแจ่มใสฝนได้หยุดตกต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เริ่มลดลงต่อเนื่องจากการระบายลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ ซึ่งล่าสุดแม่น้ำสุไหงโก-ลกมีปริมาณน้ำล้นจากตลิ่งอยู่ในระดับ 1.80 เมตร ซึ่งถือว่าในช่วง 12 ช.ม.จากช่วงค่ำของวานนี้ลดลงไปประมาณ 30 ซ.ม. ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชา ชนที่ปลูกสร้างอยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลกในพื้นที่ 7 ชุมชน คือ ชุมชนท่าโรงเลื่อย, ชุมชนท่าประปา, ชุมชนท่ากอไผ่, ชุมชนหัวสะพาน, ชุมชนโปฮงยามู, ชุมชนท่าบือเร็ง, และชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็ง

ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มีปริมาณน้ำท่วมขังลดลงตามไปด้วย โดยมีปริมาณน้ำท่วมสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 50 ถึง 120 ซ.ม. ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ต้นซอยของทั้ง 7 ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 50 เริ่มที่จะทยอยทำความสะอาดบ้านพัก ที่ชาวบ้านได้ขอสนับสนุนรถน้ำจากเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มาฉีดน้ำเพื่อล้างคราบดินโคลนที่ติดตามพื้นที่บ้านและฝาผนัง รวมทั้งถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา และคาดว่าหากสภาวะฝนได้หยุดตกลงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ทั้ง 7 ชุมชน จะกลับคืนสู่สภาวะปกติในอีก 3 ถึง 4 วันข้างหน้านี้

ขอบคุณข้อมูล : tigernews (ภาพ/ข่าว นูอารีซ๊ะ ยะยือริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส )

สุไหงโก-ลก – ทหารตบเท้าลุยน้ำ เยี่ยมคนพิการที่ประสบภัยน้ำท่วม

รายงานข่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุด พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ได้มอบหมายให้ พ.ต.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์และกำลังพลจำนวนหนึ่ง นำข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องนุ่มห่มรวมทั้งยารักษาโรค ของ พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส และของ พ.ท.ทวีรัตน์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 เดินลุยน้ำตระเวนแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ในพื้นที่บ้านตือระ ม.2 และบ้านกัวลอซีรา ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งทั้ง 2 หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากแม่น้ำสุไหงโก-ลก ไหลผ่านเพื่อระบายลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังสู.โยเฉลี่ย 60 ซ.ม.

ในโอกาสนี้ พ.ต.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ยังได้ถือโอกาสเยี่ยมนายฮามิ มะ อายุ 65 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 37 บ้านตือระ ม.2 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ที่มีสมาชิกในครอบครัวจำนวน 4 คน ที่เป็นคนพิการขาซ้ายถูกตัดตั้งแต่หัวเข่าจรดปลายเท้า จากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง แถมยังเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน จนสร้างความดีอกดีใจยิ่งนักแก่นายฮามิ และสมาชิกในครอบครัว ที่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ทอดทิ้งและให้การช่วยเหลือครอบครัวเสมอมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้มาตั้งฐานปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก

ขอบคุณข้อมูล : magazinepolicestation (นราธิวาส/ภาพ/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ)

ศอ.บต. เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 รายบนเขาตะเว เบื้องต้นรายละ 500,000 บาท

ศอ.บต. เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 รายบนเขาตะเว เบื้องต้นรายละ 500,000 บาท พร้อมหาช่องทางยกระดับคุณภาพชีวิต-ดูแลทุกมิติ ด้านผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 แสดงความเสียใจ และขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และพันเอก ธีร์พัชร์ เอมพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่หมู่ 8 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียน และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของ นายฮาพีซี มะดาโอะ อายุ 24 ปี, นายบูดีมัน มะลี อายุ 26 ปี, และ นายมะนาซี สะมะแอ อายุ 27 ปี จากกรณีเจ้าหน้าที่ยิงทั้ง 3 คนเสียชีวิตบนเขาตะเว เนื่องจากสำคัญผิดว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยทั้งมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ทั้ง 3 ครอบครัว ครัวเรือนละ 500,000 บาท ตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555 (ระเบียบ กพต.)

พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวภายหลังเยี่ยมเยียนและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทั้ง 3 ครอบแล้วว่า ความตั้งใจในการลงพื้นที่ในวันนี้ไม่ใช่การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเพียงอย่างเดียว การช่วยเหลือเยียวยาด้วยทุนเป็นการช่วยเหลือตามระเบียบ กพต. ซึ่งเป็นระเบียบของทางราชการ แต่สิ่งสำคัญของการลงพื้นที่วันนี้คือ การเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ แสดงความเสียใจกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ระเบียบราชการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นการช่วยเหลือเยียวยาด้านจิตใจ ซึ่งภาครัฐตั้งใจที่จะช่วยเหลือทุกมิติ อาทิ การหางานแก่พี่น้องของผู้เสียชีวิตที่ยังว่างงาน ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ให้ช่วยดูแลพ่อแม่ของทั้ง 3 ครอบครัว ซึ่งมีโรคประจำตัว และบางครอบครัวมีอาการเจ็บป่วยที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ อย่างไรก็ดีการลงพื้นที่วันนี้เสมือนการมาเยี่ยมญาติ เนื่องจากภาครัฐมีความเสียใจกับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น และหวังว่าวันหน้าจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ด้าน พันเอก ธีร์พัชร์ เอมพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงลงพื้นที่ร่วมกับ ศอ.บต.เพื่อมาขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมดูแลทุกอย่างตามกำลังที่มี โดยเบื้องต้นคาดว่าจะนำเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยเหลือครอบครัวนายบูดีลัน มะลี ซึ่งมีภรรยาและบุตร อายุ 1 ปี 2 เดือน ในการนำกำลังมาช่วยสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อให้ภรรยาและลูกของนายบูดีลัน มีบ้านเป็นตนเองตามความหวังของครอบครัว ในส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นชุดดำเนินการก่อให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้ ขณะนี้เข้ามอบตัวและสอบสวนตามการดำเนินการของคดีเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้เงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 500,000 บาทนี้ จะแบ่งให้แก่บิดามารดา ภรรยาและบุตรผู้เสียชีวิตเท่าๆกัน ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ จะมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยา พิจารณาช่วยเหลือทั้ง 3 ครอบครัวทุกมิติ ตามสภาพปัญหาและความจำเป็นในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากทั้ง 3 ครอบครัวมีฐานะยากจน และผู้เสียชีวิตต่างเป็นเสาหลักของครอบครัว

ขอบคุณข้อมูล : siamrath

ฝึกทบทวนโครงการสร้างงาน ปี 63

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา 13.30 น. พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกทบทวนลูกจ้างโครงการสร้างงาน และจ้างงานเร่งด่วน ปี 2563 พื้นที่ อำเภอเมืองยะลา ณ สนามฟุตซอล มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เนื่องจากมีความคุ้นเคยและรู้จักพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี

#ฝึกทบทวนโครงการสร้างงาน ปี 63

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

ไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม รุ่น เศรษฐีปาฎิหาริย์ “ขอได้ ไหว้รับ”

พระอาจารย์อ๊อด (พระครูโสภณภัทรเวทย์) วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตำนานตะกรุดลูกปืน อันโด่งดัง สู่ตำนานบทใหม่ “ไอ้มะขาม หรือไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม รุ่น เศรษฐีปาฏิหาริย์” พระอาจารย์อ๊อด เจ้าอาวาสวัดสายไหม พระเกจิชื่อดังเมืองดอกบัว ที่เคยสร้างตำนานตะกรุดลูกปืนอันโด่งดัง แคล้วคลาด ปลอดภัย ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาวัดสายไหม จนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันวัดสายไหม มีตำนานบทใหม่ที่เล่าขานที่โด่งดังกว่าเดิม โด่งดังไกลยังต่างประเทศอีกครั้ง ถึงเรื่องราวของไอ้มะขาม หรือไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม พลิกดวงชะตาในช่วงข้ามคืน ให้มีโชค ลาภ ร่ำรวยเป็นเศรษฐี

พระอาจารย์อ๊อด เล่าให้ฟังว่า ไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม เป็นเด็กผู้ชาย อายุประมาณ 7 ถึง 8 ขวบ เป็นดวงจิตที่อารักษ์อยู่บริเวณ วัดสายไหม มาปรากฏในนิมิต เมื่อหลายปีก่อน ในนิมิตมีเด็กผู้ชาย เข้ามาพบหลวงพ่อ ขณะที่ยืนอยู่บริเวณหน้ากุฏิ เด็กชายคนนั้นก็ยกมือพนมไหว้หลวงพ่อในทุกๆ ครั้ง พอหลวงพ่อเห็นเด็กชายคนนี้ก็เมตตา มอบขนมให้ทุกครั้ง

ในนิมิตรพระอาจารย์อ๊อด เห็นว่าเด็กชายคนนี้ เป็นเด็กที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแพร่ ช่วยเหลือคนอื่น ชอบนำขนมที่ให้ไปแบ่ง กับเพื่อนทุกครั้ง ซึ่งเด็กคนนี้มาในนิมิตรของท่านหลายครั้งมาก มาครั้งใดก็จะทำเช่นนี้ทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายก่อนที่เด็กชายคนนั้นจะกราบลาท่านไป ได้ชี้นิ้วมือไปทางศาลาที่กำลังก่อสร้างอยู่ พระอาจารย์อ๊อด จึงคิดว่าเด็กชายคนนี้คงต้องการจะช่วยสร้างวัด ก็เป็นได้นับเป็นสิ่งที่ดี

พอดีมีโยมท่านหนึ่งได้นำแก่นต้นมะขาม อายุ 300 กว่าปี มาถวาย ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ประจำหมู่บ้านหนองพังคี จังหวัดร้อยเอ็ด พระอาจารย์อ๊อด จึงมีดำริให้ช่าง แกะสลักเป็นรูปเด็กชายที่มาปรากฏในนิมิตของท่าน ให้มีลักษณะยืนตรงพนมมือ

โดยครั้งแรก จัดสร้างจำนวน 219 องค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสมทบทุนสร้างวัดสายไหมแห่งที่ 2 อ.ท้าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสืบเนื่องเพราะไอ้ขามแกะจากไม้มะขามตายพราย จึงเรียกชื่อว่า “ไอ้มะขาม” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากไอ้ขามแกะรุ่นนี้มีศรัทธา นำไปบูชาแล้วเกิดประสบการณ์มากมาย ทางวัดจึงได้จัดสร้าง ไอ้ขาม รุ่นต่อๆ มา เพื่อนำปัจจัยไปสร้างวัดสายไหมแห่งที่ 2 ซึ่งยังขาดปัจจัยอีกเป็นจำนวนมาก

จนกระทั้งมีประสบการณ์อันเลื่องลือ ครั้งยิ่งใหญ่ เป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ ถึงเรื่องราวของไอ้ขาม เข้าฝันสัปเหร่อ วัดสายไหม ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นจำนวนเงิน 12 ล้าน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาศรัทธาจากสาธุชน ได้หลั่งไหลเข้ามาบูชากราบไหว้ขอพร จึงเป็นที่รู้จักกล่าวขานโดยทั่วกันถึงการขอได้ไหว้รับ ของ ไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม

จนกระทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.62 พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม ได้จัดสร้างไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม รุ่น “เศรษฐีปาฏิหาริย์” เพื่อหารายได้ร่วมสมทบทุนสร้างวัดสายไหม แห่งที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา และให้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่รบเร้าอยากมีโชค ลาภ ค้าขายร่ำรวย มารับไอ้ขามไปบูชาที่บ้าน
        
ไอ้ขาม ศิษย์วัดสายไหม รุ่นเศรษฐีปาฏิหาริย์นี้ จัดสร้างหลายรูปแบบ ดังนี้ องค์บูชา ขนาด 5 นิ้ว, องค์ลอย ขนาดพกพา 2.5 ซม., เหรียญพิมพ์นิยม ขนาด 3.3 ซม., เหรียญเม็ดแตง ขนาด 1.8 ซม., เหรียญพิมพ์ปรกใบมะขาม ขนาด 2 ซม. และลูกสะกดเศรษฐีปาฏิหาริย์ ขนาด 3.5 ซม.

หากท่านใดมีโอากาส ไปขอพรซึ่ง ไอ้ขาม เด็กวัดสายไหมนี้ “ขอได้ ไหว้รับ” ไปขอโชค ขอลาภ ขอให้สำเร็จ ขอให้รวย ขอให้มีความสุข

“เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลโปรดใ ช้วิจารณญาณ”

/////

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านสูบน้ำใส่ข้าวน้ำแห้งสระ จับปลาทำอาหารเมนูเด็ด

ผู้สื่อข่าวรายงาน เกษตรกรชาวนา บ้านวังไทรทอง ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังจากสูบน้ำเข้าสู่แปลงนาจนแห้งขอด ต่างช่วยกันนำแห สวิง ลุยโคลนจับปลาในสระ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ตามธรรมชาติช่วงฤดูฝน ซึ่งมีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ บางส่วนเตรียมแบ่งไปขายในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ และบางส่วน นำไปประกอบอาหารในครอบครัว ช่วยลดรายจ่าย และ แปรรูปเก็บไว้รับประทานได้นานยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้น ยังได้โชว์เมนูเด็ดริมขอบสระ ด้วยการทำ ลาบปลาช่อน หรือ ลาบปลาข่อ นั่งล้อมวงรับประทาน ตามวิถีชีวิตชาวบ้าน

โดย นายบัว เจริญไทย อายุ 59 ปี อาศัยอยู่เลขที่190 บ้านวังไทรทอง ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เกษตรกรชาวนาแถวนี้ จะปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง เนื่องจากมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติไหลผ่าน แต่มาในปีนี้ ต่างประสบปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำได้แห้งขอด ประกอบกับต้นข้าวในแปลงนา กำลังเขียวขจี ใกล้ตั้งท้อง จึงได้นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งที่สระส่วนตัว ขนาด 20 x 30 เมตร เพื่อผันน้ำเข้านา ใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวกว่า 10 ไร่ ให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้

แต่ขณะที่กำลังสูบน้ำอยู่นั้น ได้สังเกตว่าในสระมีปลาเข้ามาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูฝน และเติบ โตขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านข้างเคียง นำอุปกรณ์จับปลา เช่น แห สวิง มาลุยโคลนจับสัตว์น้ำ ซึ่งสามารถจับรวมกันได้เป็นจำนวนมาก เช่น กุ้ง หอย ปู ปลาหมอ ปลาตะเพียน ปลาขาว และโดยเฉพาะปลาช่อน หรือ ปลาข่อ มีแต่ตัวใหญ่ๆ หนักเป็นกิโล จึงนำไปล้างทำความสะอาดพร้อมคัดแยกประเภทปลา เพื่อแบ่งปลาบางส่วนไปขายในชุมชนสร้างรายได้ โดยปลาช่อน ขายกิโลกรัมละ 100 – 120 บาท ตามแต่ขนาด , ปลาหมอ ปลาตะเพียน ปลาขาว ขายรวมกิโลกรัมละ 40-50 บาท และ ปลาอีกส่วนหนึ่ง ก็จะแบ่งปันเพื่อนบ้านที่มาช่วยจับ เพื่อนำไปทำเป็นอาหารรับประทานในครัวเรือน รวมทั้งสามารถแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว หรือ ปลาร้า เก็บไว้รับประทานได้นานยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายบัว เจริญไทย อายุ 59 ปี และเพื่อนบ้าน ยังได้โชว์เมนูเด็ด ตามแบบฉบับวิถีชีวิตชาวบ้าน ด้วยการทำอาหารสไตด์เมนู ลาบปลาช่อน หรือ ลาบปลาข่อ หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ เรียกอีกอย่างว่า ” ลาบชด ” โดยเมนูเด็ดนี้ ก็จะเริ่มจากนำปลาช่อนมาล้างให้สะอาด ทำการขอดเกล็ดปลา แร่เอาแต่เนื้อปลาออกมา จากนั้นก็หั่นเนื้อปลาจนเป็นชิ้นบางๆ พอได้เนื้อปลาที่ต้องการแล้ว ก็นำเนื้อปลามารวกในหม้อน้ำต้มปลาร้าเดือดๆจนสุก จากนั้นก็จะนำเนื้อปลามาปรุงเครื่องด้วยพริกป่น ผงปรุงรส ข้าวคั่ว น้ำปลา หอมแดง ผักชี ต้นหอม และที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับเพิ่มรสเด็ด คือ ลูกมะกอก ซึ่งทำให้มีรสเปรี้ยวหอม เมื่อใส่ส่วนผสมทุกอย่างแล้ว ก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็จะได้เมนูเด็ด ลาบปลาช่อน หรือ ลาบชด สูตรเด็ดกลางทุ่ง

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว