เทสโก้ โลตัส เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดีเดย์ 1 มกราคม 2563

วันที่​ 25 ธันวาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป โดยได้เริ่มรณรงค์ให้ลูกค้าและประชาชนรับทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวนำถุงผ้ามาช้อปปิ้ง นอกจากนั้นยังมีถุงใช้ซ้ำหลากหลายประเภทและราคา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เทสโก้ โลตัส และห้างร้านกว่า 70 รายทั่วประเทศไทย จะพร้อมใจกันปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อลดขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเทสโก้ โลตัส ได้เริ่มเตรียมความพร้อม ด้วยการประชาสัมพันธ์​ เพื่อสร้างการรับรู้ล่วงหน้าและรณรงค์ให้ลูกค้าเตรียมนำถุงผ้ามาใช้ช้อปปิ้ง นอกจากนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เรายังเตรียมถุงใช้ซ้ำหลากหลายประเภทและราคา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

“จากการสำรวจ พบว่าถุงผ้าที่จำหน่ายในท้องตลาด บางชนิดมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ผลิตถุงใช้ซ้ำบางประเภทไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิด จึงเป็นที่มาให้เทสโก้ โลตัส พัฒนา “ถุงคืนชีพ” หรือ “Bag for Life” ถุงพลาสติกแบบหนาที่ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ผลิตจากส่วนผสมพลาสติกรีไซเคิล จำหน่ายราคาใบละ 3 บาท สำหรับขนาดเล็ก และ 5 บาท สำหรับขนาดใหญ่ โดยหลังจากที่ลูกค้าใช้ถุงนี้ซ้ำหลายครั้งแล้วหากเกิดการชำรุด สามารถนำถุง Bag for Life หรือ ถุงคืนชีพ กลับมาเปลี่ยนเพื่อรับใบใหม่ได้ที่สาขาที่ซื้อไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเทสโก้ โลตัส จะนำถุงที่ลูกค้านำมาคืน เก็บเข้าระบบเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นถุงคืนชีพใบใหม่ ตามนโยบายสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ของกลุ่มเทสโก้ โดยในช่วงแรกจะรับเปลี่ยนถุงคืนชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2563”

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ได้นำถุงผ้ามาเอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เทสโก้ โลตัส มีถุงหลากหลายประเภทไว้บริการ ดังนี้​ ถุงคืนชีพ (Bag for Life) ถุงพลาสติกแบบหนาสำหรับใช้ซ้ำ ราคา 3 บาท และ 5 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นใบใหม่เมื่อชำรุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยถุงใบเก่าจะถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นถุงใบใหม่ ไม่สร้างขยะพลาสติก เริ่มตั้งแต่​ 1 มกราคม–31 มีนาคม 2563​ ถุงผ้าและถุงรักษ์โลกหลากหลายรูปแบบ ราคา 19–99 บาท สมาชิกบัตรคลับการ์ดสามารถใช้แต้ม 199 แต้ม พร้อมเงิน 1 บาท แลกซื้อถุงรักษ์โลก ที่เทสโก้ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ตั้งแต่ 1-31 มกราคม 2563 หรือสะสมแสตมป์ที่ร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส 99 ดวง เพื่อแลกถุงผ้า ตั้งแต่ 1 มกราคม–29 กุมภาพันธ์ 2563

เทสโก้ โลตัส หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่ห้างร้านต่างๆ​ ร่วมกันงดให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจะะช่วยลดขยะพลาสติกในประเทศไทยอย่างมหาศาล และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชาวไทยต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

นายกฯ มัคคุเทศก์ นำคณะเข้าพบหารือ​ รมว.ท่องเที่ยวฯ ผลักดันสภามัคคุเทศก์​ เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพ​

นายกฯมัคคุเทศก์ นำคณะเข้าพบหารือ​ รมว.ท่องเที่ยวฯ ผลักดันสภามัคคุเทศก์​ เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพ​ ร่วมหาแนวทางปราบปรามไกด์เถื่อน​ และทัวร์ผิดกฎหมาย​ ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสนับสนุนนโยบายการจัดตั้งสภามัคคุเทศก์เพื่อให้ปกครองกันเอง​ และยกระดับศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ​ รวมทั้งร่วมหาแนวทางการปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ​ และการทำทัวร์คุณภาพต่ำ​ ที่หลอกล่อด้วยราคาศูนย์เหรียญหรือราคาติดลบ​ แล้วนำนักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าคุณภาพต่ำราคาสูงเกินเหตุ​ เข้าลักษณะต้มตุ๋นทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย​ จึงจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยจะให้ตั้งทีมคณะทำงานปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติและขยายผลไปยังบริษัทที่ให้มาร่วมทำทัวร์​เพื่อให้เป็นทัวร์มีคุณภาพด้วยราคามาตรฐาน

คุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย นำทีมมัคคุเทศก์อาชีพหลากหลายภาษา​ ได้ร่วมกันให้ข้อมูลแก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว​และกีฬา​ ต่อกรณีมัคคุเทศก์​ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน​ ว่าไม่ได้ขาดแคลนรวมทั้งอีกหลายภาษาที่เรามีอย่างเพียงพอ แต่บางตลาดเป็นเรื่องการทำทัวร์ผิดกฎหมาย​ จึงใช้ไกด์เถื่อนต่างชาติที่ยอมรับเงื่อนไขที่ผิดหลักปฏิบัติ​ ที่ไกด์ไทยถูกกฎหมายไม่ยอมทำ​ เช่น​ การต้องรับผิดชอบค่าซื้อหัว​ นักท่องเที่ยว​ และค่าใช้จ่ายต่าง​ๆ​ ที่ต้องจ่ายแทนบริษัททัวร์ล่วงหน้าให้ก่อน​ รวมทั้งบางรายก็ไม่จ่ายคืน​

ซึ่งส่วนมากจะเป็นบริษัทของต่างชาติโดยใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นอำพราง​ ขัดต่อความเป็นจริง เหล่านี้คือสภาพความเป็นจริงในสังคมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะทัวร์จีนนั้น ถูกกลุ่มคนต่างชาติรุกคืบกลืนกินทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวต่าง​ๆ โดยเฉพาะอาชีพมัคคุเทศก์ ซึ่งเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยจะต้องขอรับใบอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ทั้งระบบล้วนมีแต่คนต่างชาติที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการหลอกลวงนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน

โดยใช้ศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี อันดีงามของไทย เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการทัวร์จีนเหล่านั้น ยังแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ว่ามัคคุเทศก์ไทยมีไม่เพียงพอ และมีความสามารถไม่เพียงพอ ซึ่งในความเป็นจริง แล้วมีมัคคุเทศก์ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความสามารถทั้งทักษะการทำงานและภาษา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของกรมการท่องเที่ยวกำหนด จึงเป็นข้ออ้างของผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่จะไม่ใช้มัคคุเทศก์ไทยเท่านั้น

ดังนั้น ทางสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ได้ขอให้มีนโยบายชัดเจนโดยทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรจะมีมาตรการในการปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ พร้อมทั้งขยายผลไปยังบริษัทนำเที่ยวที่ใช้ไกด์เถื่อนต่างชาติผิดกฎหมายด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาในการจับกุมไกด์เถื่อนแต่ละครั้ง​ แทบจะไม่มีการขยายผลไปยังบริษัทนำเที่ยวเหล่านี้เลย จึงทำให้แก้ปัญหาไกด์เถื่อนต่างชาติยากมาก อีกทั้งบริษัททัวร์เหล่านี้ ยังท้าทายกฎหมาย ออกประกาศรับสมัครไกด์เถื่อนต่างชาติในสื่อออนไลน์กันอย่างโจ๋งครึ่ม พร้อมทั้งประกาศให้ไกด์เถื่อนจะต้องจ้างซิตติ้งไกด์ทุกครั้งที่ทำทัวร์ เพื่อเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่แลกกับการไม่ให้ถูกดำเนินคดี และซัดทอดไปถึงบริษัททัวร์ได้ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อท่านรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนในการจะผลักดันให้มีสภามัคคุเทศก์ ในวาระสมัยของท่าน เพื่อยกระดับวิชาชีพและแก้ปัญหาไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการให้สัมภาษณ์ตามที่เป็นข่าว ตนเองยอมรับว่าอาจจะได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ไม่มีเจตนาที่จะนำไกด์เถื่อนมารับรองนักท่องเที่ยว เนื่องจากอาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้น และหากเป็นการสื่อสารที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ก็ต้องขออภัยไว้ในที่นี้ด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลหลักฐานที่สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ได้นำมามอบไว้ให้นั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ และร่วมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามไกด์เถื่อนผิดกฎหมาย อย่างเร่งด่วน โดยให้กรมการท่องเที่ยว และสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย จัดทีมงานร่วมกันออกตรวจสอบกวดขันไกด์เถื่อนต่างชาติผิดกฎหมาย ส่วนในเรื่องการตั้งสภามัคคุเทศก์นั้น ทางกระทรวงฯก็จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ และจัดตั้งสภามัคคุเทศก์ให้ได้โดยเร็วที่สุดต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น.ระดมกวาดล้างอาชญากรรม สร้างความอุ่นใจ คริสต์มาส-ปีใหม่ 2563

วันที่ 24 ธ.ค.62 เวลา 17.00 น.​ ณ ลานพระอนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 (เชิงสะพานพุทธฝั่งพระนคร)​ : พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน, พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต. คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.บก.จร., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ., พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.บก.น.6, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหา นคร (กต.ตร.กทม.), เจ้าหน้าที่ทหาร, แพทย์, สำนักงานเขต,จิ ตอาสา และเจ้าหน้าที่​ ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2563​

สืบเนื่องมาจากเทศกาลคริสต์มาส​ และวันขึ้นปีใหม่ 2563 ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2562​ ถึงวันที่ 1 มกราคม 2563​ รวมเวลา 5 วัน ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลอง​ และเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นโอกาสของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีที่จะฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายหรือสร้างความวุ่นวายได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมทั้งกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท

ในระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.62 ถึงวันที่ 2 ม.ค.63 รวม 10 วัน โดยให้ความสำคัญกับอาชญากรรมที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ยาเสพติด และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน มุ่งเน้นดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อาทิเช่น การดูแลสถานที่จัดงานที่มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สถานที่จัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี หรือ โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน เป็นต้น

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทหาร, เทศกิจ และจิตอาสา ร่วมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเทศกาล และได้กำหนดปล่อยแถวกำลังพลยานพาหนะ พร้อมกันทุกกองบังคับการ รวม 9 จุดในวันนี้

พล.ต.ท. ปิยะฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดมาตรการในการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2563​ จำนวน 4 มาตรการ คือ

1.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยกำหนดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.62 ถึง 2 ม.ค.63 รวม 10 วัน เน้นการป้องกันปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจุดสกัด และติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับค้างเก่า รวมถึง โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งขณะนี้เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 หลัง

2.มาตรการป้องกันเหตุก่อความไม่สงบ โดยเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ พื้นที่มีการจัดงานขนาดใหญ่ โดยขณะนี้มีพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ จำนวน 7 แห่ง เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,ไอคอนสยาม, ห้าง CDC และเอเชียทีค เป็นต้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 200,000 คน พื้นที่การจัดงานสวดมนต์ข้ามปี เช่น ท้องสนามหลวง หรือวัดสำคัญๆ ในพื้นที่ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนร่วมงานกว่า 50,000 คน

3.มาตรการบังคับใช้กฎหมาย​ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยจัดตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกบริเวณสถานที่จัดงานและที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย และมีการเตรียมเส้นทางสำรอง จุดบริการประชาชน ทั้งนี้จะมีการกวดขันจับกุม 10 ข้อหาหลัก “10 รสขม” เพื่อกวดขันวินัยจราจร

4.มาตรการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ฯ รวมถึงการไม่จำหน่ายสุราให้เด็กหรือผู้มีอาการมึนเมาสุรา เป็นต้น

ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยและความสะดวก ในเทศกาลคริสต์ มาส​ และปีใหม่ 2563​ หากพี่น้องประชาชน ต้องการสอบถามเส้นทางในการเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร หมายเลข 1197 หรือ กองบังคับการตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191​ หรือทางแอปพลิเคชั่น Police I left U ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปีใหม่เดินทางปลอดภัย !! คปภ. ห่วงใย ชวนคนไทยทำ พ.รบ.

https://youtu.be/J8oAwk6Qbeg

ปีใหม่เดินทางปลอดภัย !! คปภ. ห่วงใย ชวนคนไทยทำ พ.รบ. จัดกิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจไปกับ พ.ร.บ.” เพื่อประโยชน์ของทุกคน

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.62 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจ ไปกับ พ.ร.บ.” ด้วยการปล่อยขบวนคาราวานรถมอเตอร์ไซค์ “ขับขี่อุ่นใจ” จำนวนกว่า 100 คัน พร้อมจัด เสวนาให้ความรู้ โดยมีผู้แทนสำนักงาน คปภ.ภาค/จังหวัด อาสาสมัครประกันภัย และนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยบูรพา เข้าร่วมงานรวมกว่า 300 คน ณ บริเวณโรงแรมเทาทอง มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน จังหวัดชลบุรี

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคปภ. เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่ช่วง เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของส านักงาน คปภ. จึงได้จัดกิจกรรมขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ ประกันภัยพรบ. ทั้งนี้ จากสถิติรถยนต์จดทะเบียนทั่วประเทศสะสม ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 มีจำนวน รถที่จดทะเบียนสะสมกว่า 40.64 ล้านคัน ในขณะที่รถที่มีประกันภัย พ.ร.บ. มีเพียง 25.51 ล้านคัน หรือ ประมาณ 60.05%

ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีเจ้าของรถอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและเห็นถึง ความสำคัญของการมีประกันภัยรถภาคบังคับ ซึ่งการไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. นั้น เจ้าของรถมีความผิดตาม กฎหมาย และถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ หากรถคันดังกล่าวไปก่อเหตุ เจ้าของรถจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายเบื้องต้น ให้กับผู้ประสบภัย เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

สำหรับกรณีบาดเจ็บ หรือหาก เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จะต้องรับผิดชอบค่าปลงศพหรือค่าทดแทน จำนวน 35,000 บาท แต่หากปฏิเสธการจ่าย แม้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจะเข้ามาจ่าย แต่จะต้องถูกเรียกคืนในภายหลัง พร้อมเงิน เพิ่มอีกร้อยละ 20 และอาจถูกฟ้องทางแพ่งเพิ่มเติมได้ หากผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายหรือความสูญเสีย เกินกว่านั้น

ในทางกลับกัน หากมีการทำประกันภัย พ.ร.บ. บริษัทจะเข้ามารับผิดชอบแทน โดยการจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวนสูงสุด 80,000 บาท กรณีบาดเจ็บ หรือหากเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการไม่จัดทำประกันภัยจะส่งผลกระทบหรือสร้างภาระทางการเงินให้แก่เจ้าของรถที่ไม่จัดทำประกันภัยอย่างมาก

ในทางกลับกันประกันภัย พรบ. จะช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงินให้เจ้าของรถเป็นอย่างมาก “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. สามารถนำระบบประกันภัยไปใช้บริหารความเสี่ยงของตนเองได้ อย่างถูกต้อง รวมทั้งเข้าใจถึงบทบาท และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากกองทุนทดแทน

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท ( พลวง ) เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท ( พลวง ) เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ปีนี้ประเพณีขึ้นเขา เริ่ม 25 ม.ค.63– 24 มี.ค.63 ส่วนบวชเนกขัมมะบารมี ชี พราห์ม 18 – 23 ม.ค.63 / พิธีบวงสรวงปิดป่า – เปิดเขา เปิดงานประเพณี 23 ม.ค.63

พระครูประดิษฐ์ศาสนการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง กล่าวว่า ในปีนี้ งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ที่เปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักแสวงบุญขึ้นไปกราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏขึ้นไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 63 ถึง 24 มีนาคม 63 หรือ ตั้งแต่ ขึ้น 1 ค่ำเดือน 3 ไปจนถึง ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน ตามความเชื่อที่ได้กราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมนาสัมพุทธเจ้าจะสร้างความสุขแก่ครอบครัวและชีวิต

และในทุก ๆ ปีช่วงเทศกาล ปิดป่า เปิดเขา งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท ( พลวง ) เขาคิชฌกูฏ รวม 60 วัน จะมีประชาชน พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวเกือบ 1 ล้านคน หรือบางปีก็เกิน 1 ล้านคนเศษ หลั่งไหลกันมาขึ้นเขาคิชฌกูฏเพื่อเข้าสักการะกราบไหว้ ขอพร รอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนลานหินกว้าง มีหินลูกบาตรคอยให้ร่มเงา บนยอดเขา ที่ความความสูงที่สุดในประเทศไทย จากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าเขา สร้างความอิ่มเอมใจแก่ผู้มาเยือน และเป็นอานิสงส์ต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีในทุก ๆ ด้านที่จะคึกคักตามมา ไม่ว่าโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สินค้า OTOP ของที่ระลึก สินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้สด แห้ง ขายดี สร้างรายได้แก่ชาวจังหวัดจันทบุรีอย่างมากมาย

โดยปีนี้กำหนดจัดพิธีบวชเนกขัมมะบารมี ชี พราห์ม 18 – 23 ม.ค.63 ส่วนประเพณีขึ้นเขา เริ่ม 25 ม.ค.– 24 มี.ค.63 พิธีบวงสรวงปิดป่า – เปิดเขา เปิดงานเทศกาลวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.63 และในช่วงเทศกาลมีรถบริการขึ้น – ลง เขาเหมือนเช่นเดิม แต่เน้นรณรงค์ให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวร่วมรักษาความสะอาด และตั้งมั่นสำรวมเจริญสมาธิในช่วงของการเดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ

โอกาสเดียวกันนี้ ปีนี้ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้จัดทำเหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ประชาชน นักแสวงบุญได้มีส่วนร่วมในการบริจาคเงินสมทบการก่อสร้างตึกสงฆ์โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ และจะมีพิธีพุทธาภิเษกเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน โดยเกจิอาจารย์ที่ประชาชนให้ความศรัทธา เคารพ เลื่อมใส ทั่วประเทศ รวม 30 รูป ในวาระแรกวันที่ 20 ถึง 22 มกราคม 2563 ฤกษ์มงคลเวลา 17.49 น.และพุทธาภิเษก วาระที่ 2 บนยอดเขาบริเวณรอยพระพุทธบาทพลวง อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563เวลา 17.49 น.ผู้สนใจสามารถสั่งจองเหรียญได้ที่วัดพลวง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี – จัดงานวันคนพิการสากล ครั้งที่ 19

https://youtu.be/N7k8br47dgI

จ.จันทบุรี จัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 19 ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และ การเป็นผู้นำของคนพิการ ขับเคลื่อนวาระและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังสู่การปฏิบัติ

วันนี้ ( 24 ธ.ค.62 ) ที่ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้นำภาคเอกชนร่วมกิจกรรมวันคนพิการสากลจังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 19 ประจำปี 2562ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัด และองค์กรคนพิการจังหวัดจันทบุรี จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม และ การเป็นผู้นำของคนพิการ ขับเคลื่อนวาระและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2573 ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังสู่การปฏิบัติ

การจัดงานครั้งนี้เน้นการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการมอบโล่คนพิการต้นแบบ มอบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรคนพิการ การเสวนาหัวข้อ “ ทิศทางการเสริมพลังความเป็นผู้นำของคนพิการ” นิทรรศการการแสดงผลงานด้านคนพิการ พร้อมทั้งภาคเอกชน ส่วนราชการ ยังได้ร่วมกันจัดซุ้มอาหารเลี้ยงคนพิการและผู้ร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีจำนวนผู้พิการประมาณ 14,500 ราย 3 อันดับแรกคือเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว สาเหตุจากอุบัติเหตุ และสุขภาพ อันดับที่ 2 ผู้พิการด้านสื่อความหมายทางการได้ยิน และ ลำดับที่ 3 เป็นผู้พิการทางการมองเห็น

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองเรือยุทธการ จัดพิธีบวงสรวงสร้างเหรียญกรมหลวงชุมพร รุ่น อนุสรณ์แห่งความเสียสละ

กองเรือยุทธการจัดพิธีบวงสรวงสร้างเหรียญกรมหลวงชุมพร รุ่น อนุสรณ์แห่งความเสียสละ ที่ระลึก ไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ สนามที่ 3 จังหวัดชุมพร ที่ฝ่าฟันจนถึงเส้นชัย

วันนี้ 24 ธ.ค.62 ที่ศาลเสด็จเตี่ย ยอดเขาแหลมปู่เจ้า ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงขออนุญาติ จัดสร้างเหรียญวัตถุมงคล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เหรียญกรมหลวงชุมพร 2563 กองเรือยุทธการ ที่ระลึกไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ รุ่น อนุสรณ์แห่งความเสียสละ โดยมี ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ เข้าร่วมในพิธี

พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร กล่าวว่า การจัดสร้าง วัตถุมงคล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ระลึกไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ รุ่น อนุสรณ์แห่งความเสียสละ มีวัตถประสงค์ เพื่อนำรายได้ไปใช้จัดงานเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณอันอเนกอนันต์และความเสียสละของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่มีต่อทหารเรือไทยและประชาชนชาวไทย เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬานาวีฯ สนามที่3 ในวันที่ 27 มิ.ย.63 ณ จังหวัดชุมพร ที่ฝ่าฟันจนสามารถเข้าสู่เส้นชัย เพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธาในพระองค์ท่านได้มีไว้บูชา

ซึ่งจำนวนที่จัดสร้างและมีรูปแบบเป็นไปตามกาลสมัยนิยม ดังนี้ เนื้อทองคำ(ตามสั่งจองแต่ไม่เกิน) จำนวน 88 องค์ ราคาบูชา 48,888 บาท เนื้อเงินหน้ากากทองคำ จำนวน 88 องค์ บูชา 8,888บาท, เนื้อนวโลหะหน้ากากทองคำ จำนวน 88 องค์ บูชา 5,888 บาท, เนื้อเงิน จำนวน 88 องค์ บูชา 1,888 บาท, เนื้อนวโลหะหน้ากากเงิน จำนวน 888 องค์ บูชา 888 บาท, เนื้อนวโลหะ จำนวน 1,888 องค์ (สำหรับแจกนักไตรกีฬานาวีสนามที่3 เท่านั้น), เนื้อทองแดง จำนวน 8,888 องค์ บูชา 288 บาท, และมีวาระการประกอบพิธี เทวาภิเษก ณ ศาลเสด็จเตี่ย ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ในวันที่ 15 ก.พ. 63 ณ ศาลเสด็จเตี่ย หาดทรายรี จ.ชุมพร ในวันที่29 ก.พ.63 และศาลเสด็จเตี่ย ยอดเขาแหลมปู่เจ้า อ.สัตหีบ ในวันที่ 28 มี.ค.63 ปลุกเสกเดี่ยว โดยพระครูประภัศร์ โพธิคุณ (รัตน์ อตตสาโร )วัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

สำหรับการสั่งจอง การโอนเงินและการรับวัตถุมงคล การสั่งจอง นาวาเอก ภิญโญ ธรรมสุวรรณ กองเรือยุทธการ โทร 085-0638360 ID Line 2370601370 ตัวแทนศูนย์พระเครื่องและผู้ที่ได้รับมอบหมาย การชำระ ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาสัตหีบ เลขบัญชี 302-7-56148-3 น.อ.สุคนธ์ เจริญสุข โทร.09-2671-6056และ ณ สถานที่สั่งจอง กำหนดรับวัตถุมงคล ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ณ สถานที่สั่งจอง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไอเดียเก๋.. สวนนงนุชพัทยา จับไดโนเสาร์สวมหมวกแซนต้า รับเทศกาลคริสต์มาส

ที่จังหวัดชลบุรี สวนนงนุชพัทยา จับไดโนเสาร์สวมหมวกแซนต้า รับเทศกาลคริสต์มาส พร้อมเตรียมเปิดสวนลอยฟ้ารับการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 และวันคริสต์มาส ซึ่งในวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี เมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวต่างตกแต่งร้านและประดับไฟรับคริสมาสต์กันอย่างสวยงาม

สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ตกแต่งสวนลอยฟ้า “Garden In The Sky” ด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายนานาชนิดที่ปลูกสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทั้งปี ด้วยรูปแบบการก่อสร้างที่อยู่ภายในร่ม มีหลังคากันฝน กว้าง 80 เมตร ยาว 90 เมตร มีอาคารสูงถึง 25 เมตร เท่ากับตึก 5 ชั้น บนพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร ภายในสวนนงนุชพัทยา สามารถรองรับการเข้าชมของนักท่องเที่ยวพร้อมกันได้มากถึง 7,000 คน โดยไม้ดอกและไม้ประดับภายในสวนลอยฟ้าจะไม่โดนแดดโดนฝนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมดอกไม้ภายในสวนลอยฟ้า ได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการนำรูปปั้นไดโนเสาร์มาสวมหมวกซานต้า ในช่วงเทศกาลคริสต์ เพื่อสร้างสีสันและความสนใจแก่นักท่องเที่ยว เมื่อได้มาสัมผัสต่างได้ถ่ายรูปความน่ารักของไดโนเสาร์นานาสายพันธุ์ และความสวยงามของสวนลอยฟ้าที่สร้างขึ้นมาไว้เป็นที่ระลึก นับเป็นอีกสวนหนึ่งที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 นี้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทัพเรือชายแดน ยกพลขึ้นบกสร้างความสุขและเเรงบันดาลใจ ให้เยาวชนของชาติ

24 ธ.ค. 62 พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ เรือเอก ภูวจักร ภูวนาถนรานุบาล ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง/นายทหารยุทธการหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 และกำลังพล หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ภายใต้การบังคับบัญชาของ นาวาเอกกรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมคืนความสุขให้สังคม

โดยมอบชุดเครื่องขยายเสียง ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมนันทนาการและเสริมสร้างพัฒนาการให้แก่เด็กนักเรียน นอกจากนี้ยังได้จัดวิทยากรแนะแนว ทางการศึกษา เพื่อสร้างแรงบรรดาลใจ และเลี้ยงอาหารว่าง ขนม ไอศกรีม แก่เด็กๆ นักเรียนอีกด้วย

ในการนี้ นางสาวทัศนีย์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราดให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมทั้งเป็นแทนตัวแทนเด็กๆนักเรียนกล่าว ขอบคุณหมวดเรือลาดตระเวณชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 ในโอกาาเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว: กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

คริสมาสต์ สาววัย 80 สร้างสีสันวันคริตมาสต์

สโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบ จัดงานฉลองวันคริสมาสต์ และส่งท้ายปีเก่าต้อน รับปีใหม่ 2563 ภายใต้ธีม “สดใส ไฉไล ในธีมสีแดง” โดยเชิญสโมสรโรตารี่ใกล้เคียง และผู้ที่รู้จักมักคุ้นมาร่วมพบปะสังสรรค์ และจับสลากแลกเปลี่ยนของขวัญปีใหม่ให้แก่กัน ด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพไมตรีที่ดีต่อกัน โดยมี นายกก่อตั้งและผู้ช่วยผู้ว่าการภาค 3340 โรตารี่สากล แพรทอง ทากุดเรือ และ นายก จิรนันท์ ธรรมรงค์ นายกสโมสรโรตารี่มิตรภาพ-สัตหีบ ปีบริหาร 2562-2563 เป็นหัวเรี่ยวหัว แรง ของการจัดงานขึ้นในคืนนี้ ในชุดหลากหลายสีสันของธีมสีแดง

การจัดงานเป็นไปด้วยความสุขและความสนุกสนานควบคู่ไปกับการลีลาศรำวงและเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงที่เร้าใจ โชว์สเตรปกันอย่างเต็มที่โดยลืมวัยกันไปเลยทีเดียว คุณยายสุภาภรณ์ จันโสภณ วัย 80 ปี โชว์ลีลาการเต้นทั้งจังหวะลีลาศรำวง และจังหวะที่มันเร้าใจ โดยนักเต้นคนอื่นๆ เมื่อรูสึกหนื่อยก็นั่งพักบ้าง แต่ยายสุภาภรณ์ ท่านนี้เต้นไม่มีหยุด โชว์ความแข็งแรงให้กับลูกหลานที่มาร่วมงานได้เชียร์กันอย่างอย่างสนุกสุดเหวี่ยง

งานนี้จัดขึ้น ที่สโมสรเทียนทะเล ที่มีสโลแกนว่า “อาหารหลักร้อย วิวหลักล้าน” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา 24 ธ.ค.63

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก