แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ข้อคิด เครือข่ายวิทยุเครื่องแดง “นั่งติดที่ เป็นเวลา ตามองถนน”

แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ข้อคิด เครือข่ายวิทยุเครื่องแดง “นั่งติดที่ เป็นเวลา ตามองถนน” เน้นย้ำ เตรียมความพร้อมทั้งระบบ รับมือได้ทุกสถานการณ์

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.62 เวลา 18.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 เดินทางพบปะสมาชิกโครงการเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน “วิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคง” ณ ห้องปฐมภาคย์ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อพูดคุยแนวทางและมอบนโยบายการทำงาน เสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจของเครือข่าย โดยมีสมาชิกเครือข่ายวิทยุเครื่องแดงให้การต้อนรับ และถือโอกาสนี้อวยพรปีใหม่ให้กับแม่ทัพภาคที่ 4

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้ข้อคิดและหลักการทำงานต่อสมาชิกเครือข่าย ว่า “เหตุการณ์รุนแรงมีการปรับรูปแบบวิธีการอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เราต้องตื่นตัวและปรับวิธีการให้ทันต่อทุกสถานการณ์ด้วย หัวหน้าโซนต้องกำกับดูแลระบบการทำงาน สอดส่องดูแลเหตุน่าสง สัย เข้าควบคุมพื้นที่อย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อทำลายความพยายามในการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบที่อาจจะสร้างผลกระทบต่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ช่วยกันเฝ้าระวังพื้นที่ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสร้างความอบอุ่นปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อย่างเช่นอำเภอหาดใหญ่ ที่ถือเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเข้ามาท่องเที่ยวในหาดใหญ่เป็นจำนวนมาก สมาชิกทุกคนต้องสามารถตรวจสอบสิ่งผิดปกติ และรายงานเหตุการณ์ได้อย่างทั่วถึง ทันเวลา ถือเป็นการสร้างความร่วมมือสร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในท้องที่ ตามนโยบายการสร้างความมั่น คง และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยไม่หวังผลตอบแทนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง” โดยใจความสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบให้กับเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชนวิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคงยึดถือปฏิบัติไว้ว่า “นั่งติดที่ เป็นเวลา ตามองถนน”

เครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชนวิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคง จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยา ยน 2551 โดยความร่วมมือของฝ่ายความมั่นคงภาคประชาชน นักธุรกิจในพื้นที่ มีวัตถุ ประสงค์ในการที่จะป้องกันการก่อเหตุรุนแรง และการก่อความไม่สงบต่อชุมชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวซึ่งหากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้ว จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงในทุกด้าน ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชนวิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคงจำนวน 718 คน แบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 12 Zone เพื่อช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ในการร่วมกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และรายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเองด้วยความรวดเร็วและทันเวลา นำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่าง ๆทั้งปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และปัญหาความมั่นคงอื่น ๆ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักท่องเที่ยว และประชาชนโดยทั่วไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า -เพจใหม่ /issoc4news

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจงมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่องเที่ยวปีใหม่ สัญจรปลอดภัย อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจงมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่องเที่ยวปีใหม่ สัญจรปลอดภัย อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. พันเอก วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมจุดบริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน โดยประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้กำหนดมาตรการ และแนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านการรักษาความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเทศกาล ปีใหม่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้.-

1. เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เขตเมือง และชุมชนที่มีการจัดงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะ 8 เมืองหลักที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ เมืองปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, หนองจิก, สุไหงโก – ลก, ตากใบ, เบตง และหาดใหญ่ โดยใช้การบูรณาการกำลังร่วม 3 ฝ่าย เสริมด้วยภาคประชาชน ในการดูแลรักษาความปลอดภัย รวมทั้งจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ที่จำเป็น และชุดแพทย์เตรียมพร้อมเผชิญเหตุในการเข้าแก้ไขสถานการณ์ ตลอดจนจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดแบบประจำที่และไม่ประจำที่ บนเส้นทางสายหลัก/สายรอง และพื้นที่ล่อแหลม เสริมด้วยการลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัย

2. เพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ด่านชายแดนอย่างเข้มงวด ตามแผนสกัดกั้นตามแนวชายแดน โดยการบูรณาการทั้งกำลังและเครื่องมือเฝ้าตรวจตลอดจนการลาดตระเวนทางน้ำ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมาย สำหรับบริเวณด่านชายแดนเน้นการตรวจบุคคลและยานพาหนะ ที่ผ่านเข้า – ออก ตลอดแนวชายแดน โดยเพิ่มกำลังอาสาสมัครทหารพรานหญิงมาช่วยอำนวยความสะดวกในห้วงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า – ออก ในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก

3. พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มีความปรารถนาดี ต้องการคืนความสุขเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้สั่งการ/เน้นย้ำให้หน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งจุดบริการและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน บริเวณหน้าที่ตั้งหน่วย หรือเส้นทางที่มีประชาชนเดินทางสัญจร และท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด่านตรวจความมั่นคง 23 ด่านหลัก เป็นทั้งจุดตรวจและจุดบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในคราวเดียวกัน โดยรวมตลอดเส้นทางในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงมา จะมีจุดให้บริการประชาชนจำนวนกว่า 52 จุด ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจะเป็นทั้งจุดพักรถ และจุดให้บริการเครื่องดื่มพร้อมผ้าเย็น ให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้รู้สึกผ่อนคลายในการเดินทาง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ทั้งนี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัย และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กันอย่างมีความสุข พร้อมทั้งช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือวัตถุต้องสงสัย ตลอดจนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือ สายตรงแม่ทัพเดฟ โทร 061 – 173 – 2999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับรองขอมูลของท่านจะถูกปิดเป็นความลับ “ท่องเที่ยวปีใหม่ สัญจรปลอดภัย อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง” ด้วยความปรารถนาดีจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ตลอดปีใหม่นี้และตลอดไป สวัสดีปีใหม่ 2563

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

นายกรัฐมนตรี ติดตามการบูรณาการ ป้องกันแก้ปัญหาภัยแล้ง “โครงการคลองสวย น้ำใส ต้นแบบ ชัยภูมิ”

วันนี้ (25 ธันวาคม 2562) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณคลองเทา ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการบูรณาการป้องกันแก้ปัญหาภัยแล้ง จังหวัดชัยภูมิ “โครงการคลองสวย น้ำใส ต้นแบบ จังหวัดชัยภูมิ” เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนเมืองในฤดูฝน และแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งในปีงบประมาณ 2562

โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 6 แห่งในพื้นที่อำเภอเมือง ประกอบด้วย อบจ.ชัยภูมิ เทศบาลเมืองชัยภูมิ และ อบต. 4 แห่ง โดย อบจ. และเทศบาล สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องจักร ได้แก่ รถตีนตะขาบและรถบรรทุกเทท้าย และ อบต.เจ้าของพื้นที่ สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงและแรงงานในการขุดลอกลำห้วย ซึ่งผลการดำเนินงานในระยะเวลา 1 ปี สามารถขุดลอกลำห้วย จำนวน 10 สาย ในเขตพื้นที่ 4 ตำบล ระยะทาง 21.338 กิโลเมตร ใช้งบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1.3056 ล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณได้ถึงร้อยละ 80 ของงบประมาณในการจ้างเหมาปกติ ที่จะต้องใช้เงินประมาณ 8 – 9 ล้านบาท และมีแผนจะดำเนินการต่อเนื่องในระยะที่ 2 อีกระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร การดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นกลไกการปฏิบัติราชการที่สร้างความยั่นยืนให้กับส่วนราชการในภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งเป็นการบูรณาการการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวพบปะกับประชาชนตอนหนึ่งว่า เข้าใจความยากลำบากของพี่น้องประชาชน ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประชาชนทั้งประเทศ จะพยายามทำให้ดีที่สุด บริหารราชการให้เดินหน้าต่อไปให้ได้ ภายใต้การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิในวันนี้ มาด้วยความรักความห่วงใย มามอบความจริงใจให้กับพี่น้องประชาชน และมาติดตามการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อลดผลกระทบในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพราะ “น้ำ” เป็นสิ่งสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเป็นปัจจัยการผลิตในภาพรวม โดยจังหวัดชัยภูมิประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 15 อำเภอ 113 ตำบล 1,201 หมู่บ้าน พื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหาย กว่า 830,000 ไร่ พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน กว่า 86,000 ราย  ทำให้ต้องจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาให้กับทุกคน ด้วยการบูรณา การและผลักดันโครงการต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาช่วงฤดูแล้ง โดยการจ้างงานเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ ซึ่งการดำเนินโครงการต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ท้องถิ่นและประชาชนต้องร่วมมือกันช่วยกันสร้างงานสร้างอาชีพ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปถึงการดำเนินโครงการ “คลองสวย น้ำใส” ว่าเป็นโครงการที่ดี เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ร่วมกันแก้ปัญหาในท้องถิ่นของตน ผ่านรูปแบบการสนับสนุนเครื่องจักร น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร และแรงงานอาสาของชุมชนในการขุดลอกลำห้วย เป็นสำนึกรักท้องถิ่นที่น่ายกย่อง ผลที่ได้รับคือ ได้ทั้งน้ำคลอง ได้ทั้งน้ำใจ จึงนับเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อแก้ปัญหา และทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานในพื้นที่ สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ได้ โดยรัฐบาลก็จะเข้ามาเติมเต็มโครงการในภาพใหญ่ให้ ได้แก่ การหาแหล่งน้ำใหม่เพิ่มเติม การเพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการกักเก็บ – ระบายน้ำอย่างเหมาะสมให้กับทุกพื้นที่ เพื่อให้สามารถรองรับทุกสภาพปัญหา ทั้งด้านอุทกภัยและภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการได้ ภายใต้งบประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว สำหรับพี่น้องชาวชัยภูมิ ประกอบด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำลำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า และตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ทุกภาคส่วน ทั้ง สส. ในพื้นที่ ภาครัฐ ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ที่มีความตั้งใจ ทุ่มเทในการทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ พร้อมกล่าวอวยพรปีใหม่ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลที่ทุกคนเคารพนับถือ อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคน ประสบแต่ความสุข ความเจริญและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาโดยทั่วกัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนร่วมกันร้องเพลงชัยภูมิ ก่อนจะปลูกต้นมะม่วงเขียวเสวย โดยมีประชาชนร่วมกันปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมคลองเทา ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปอำเภอภูเขียวเพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการเพื่อลดการเผาอ้อยและลดค่า pm 2.5 ต่อไป 

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

“บิ๊ก​แป๊ะ” มอบเกียรติบัตร ชื่นชม พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแส นายสมคิดฯ​ ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพให้ตำรวจจับกุมตัวได้

“บิ๊ก​แป๊ะ” มอบเกียรติบัตรชื่นชม พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแส นายสมคิดฯ​ ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพให้ตำรวจจับกุมตัวได้

วันที่ 25 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก​ : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าร่วมการประชุม​ ผบ.เหล่าทัพ โดยมี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเริ่มการประชุม ทางกองบัญชาการกองทัพไทย​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมมอบเกียรติบัตรชื่นชมให้แก่ นายกษิเดช เลิศอุดมธรรม หรือน้องเรย์ พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแส นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกระทั่ง​สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ได้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดีเอสไอ โชว์ผลการดำเนินคดีพิเศษ ด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ปี 2562

พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การพัฒนาของสังคมโซเชียลในยุคดิจิทัลมีความรวดเร็ว กระจายอย่างทั่วถึงประชากรทุกวัยทั่วประเทศ มีภัยร้ายที่แฝงมากับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ทันสมัย สังคมบริโภคนิยม อาชญากรมีการกระทำผิดที่เป็นองค์กรอาชญากรรมมากขึ้น รูปแบบอาชญากรรมมีแนวโน้มสลับซับซ้อนกระทำเป็นโครงข่าย ส่งผลความเสียหายต่อเศรษฐกิจรายได้ของประชาชนในวงกว้าง ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมากทั้งประชาชนทั่วไป​ และผู้มีการศึกษา รายได้สูง

อาชญากรมักใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือ จึงง่ายต่อการเข้าถึงในการหลอกลวงทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก โดยมีกฎหมายที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบในกลุ่มคดีด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ความผิดอาญาเกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,ธุรกิจสถาบันการเงิน,บริษัทมหาชน,ภาษีตามประมวลรัษฎากร,ภาษีสรรพสามิต,ศุลกากร,การแลกเปลี่ยนเงินตรา,การฟอกเงิน และการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นต้น โดยในปี 2562 ผลการดำเนินคดีพิเศษด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ มีการดำเนินคดีเสร็จ 185 คดี ประกอบด้วยคดีสำคัญ ดังนี้

(1) คดีการลักลอบนำรถยนต์หรูที่ยังไม่ได้เสียภาษีหรือยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร และการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจดประกอบเป็นรถยนต์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อหลีกเลี่ยงอากร และการสำแดงเท็จเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ไม่ตรงกับหลักฐานเอกสารและข้อเท็จจริง​ ในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงเท็จ หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ รวม 207 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 135 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 72 เรื่อง

(2) คดีการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ในการชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX 3D) ซึ่งมีผู้เสียหายประมาณ 13,544 คน มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 2,686,000 บาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็น​ คดีพิเศษที่ 153/2562 และได้ติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าได้มาจากการกระทำความผิดมูลค่าประมาณ 750 ล้านบาท

(3) คดีการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ในการชักชวนให้ร่วมออมเงินผ่านทางโซเชียลมีเดียในชื่อ​ “แชร์แม่มณี” ซึ่งมีผู้เสียหายประมาณ 4,000 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษที่ 150/2562 และได้ติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าได้มาจากการกระทำความผิดมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท

(4) คดีการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ในการชักชวนประชาชนทั่วไปที่ใช้ระบบสังคมออนไลน์ (Facebook) ให้กดถูกใจ กดแบ่งปัน และแสดงความคิดเห็นเชิงบวกแก่งานโฆษณาบนเฟซบุ๊ก หรือแชร์ Nice Review ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกด้วยอัตราที่สูง​ และจะมีการกำหนดค่าตอบแทนเป็นลำดับชั้น โดยจ่ายเป็นเงินสดในช่วงแรกและเปลี่ยนมาจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นเงินสกุล NRV ที่มีมูลค่าลดลงจนเหลือมูลค่า 0 บาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 161/2562 โดยมีผู้เสียหายจำนวน 2,060 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 368 ล้านบาท และได้ติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าได้มาจากการกระทำความผิดมูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท

(5) คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษทั้งสิ้นจำนวน 27 คดี ดำเนินการแล้วเสร็จ 18 คดี (ส่งพนักงานอัยการจำนวน 15 คดี ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 2 คดี และรวมสำนวน 1 คดี) อยู่ระหว่างดำเนินการ 9 คดี

(6) คดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ถวายที่ดินให้พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมมชโย) โดยมีนายอนันต์ อัศวโภคิน เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษที่ 10/2560 โดยล่าสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนและความเห็นของพนักงานอัยการ มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการโดยเห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดตามที่ได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องไปแล้ว จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องนายอนันต์ฯ ตามข้อกล่าวหาส่งพนักงานอัยการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง อันเป็นความเห็นชี้ขาดตามกฎหมาย

(7) คดีการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศโดยสำแดงเอกสารนำเข้าอันเป็นเท็จ (ต่ำกว่าความเป็นจริง) ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษาสรุปได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานสำแดงราคานำเข้าบุหรี่อันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ปรับเป็นเงินจำนวน 4 เท่า เป็นเงิน 1,225,990,617 บาท และยกฟ้องจำเลย 2-8 ทั้งนี้ สำหรับการนำเข้าบุหรี่ของนิติบุคคลฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ยังมีกรณีการนำเข้ายี่ห้อมาร์ลโบโร่ และแอลแอนด์เอ็ม จากบริษัท พีที ฟิลลิป มอร์ริส อินโดนีเซีย (PTPMI) โดยเป็นการนำเข้าระหว่างปี พ.ศ. 2543-2546 จำนวน 1,052 ใบขน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย โดยคาดว่าจะมีคำพิพากษาประมาณเดือนมกราคม 2563

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กปั้ด” ตรวจเยี่ยม บก.จร.พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ และการเตรียมความพร้อม การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

“บิ๊กปั้ด” ตรวจเยี่ยม บก.จร.พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ และการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

วันที่ 25 ธ.ค.62 เวลา 13.00 น.​ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 2 บก.จร.​ : พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์,พล.ต.ท.ปิยะ ​อุทาโย
ผู้ช่วย ผบ.ตร.​ เดินทางมาตรวจเยี่ยม บก.จร.และมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ โดยเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ให้แก่ข้าราชการตำรวจสายงานจราจร ในสังกัด บช.น.​โดยมี​ พล.ต.ต.จิรพัฒน์​ ภูมิจิตร​,พล.ต.ต.จิรสันต์​ แก้วแสงเอก,พล.ต.ต.ไพศาล​ ลือสมบูรณ์​ รอง​ ผบช.น. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจสายงานจราจรจำนวน 202 นาย รับมอบนโยบาย​ และให้การต้อนรับ​​ พร้อมแถลงข่าวมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

โดย​ รอง​ ผบ.ตร.​และ​ผู้ช่วย​ ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร​ และป้องกันอุบัติเหตุจราจร​ ให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินการจิตอาสา ได้จัดทำกิจกรรมจิตอาสา ร่วมมือ ร่วมใจ ลดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประจำปี 2563 ขึ้น ซึ่งจะมีการดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล กำหนดให้มีพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา ในวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2562 เวลา 08.30 น.​ ณ​ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ จตุจักร

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เตรียมความพร้อมการปฏิบัติในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยจัดกำลังข้าราชการตำรวจจราจร จำนวนประมาณ 3,000 นาย ไว้คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณเส้นทางเข้าและออก กรุงเทพฯ จุดจัดงานเคาท์ดาวน์,จุดสวดมนต์ข้ามปี,สถานีขนส่ง,สนามบิน และจุดเชื่อมต่อเส้นทางหลักให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งการตั้งจุดวัดปริมาณแอลกอฮอล์ร่วมกับ บขส. เพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ การตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเดินทางไปและกลับภูมิลำเนา เพื่อฉลองปีใหม่กับครอบครัว​ และบุคคลอันเป็นที่รักอย่างปลอดภัยและมีความสุข

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มาแล้วฉายาตำรวจ ประจำปี 2562 “บิ๊กแป๊ะ​ พิทักษ์1 กึ่งทศวรรษ” “วิระชัย มือปราบแก๊งสัมภเวสี” พ่วงด้วยตำรวจขวัญใจประชาชน

วันที่ 25 ธ.ค.62 เวลา 11.00 น.​ ณ​ สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย : นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย​ นายสุชัยพงษ์ เพียรชอบ ประธานที่ปรึกษาฯ, นายสมชาย จรรยา, นายสุรชัย นิโครธานนท์ รองนายกสมาคมฯ, นายธนากร ริตุ เลขาธิการสมาคมฯ อาจารย์ประวีร์ ศรีพุกกานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล พร้อมด้วยตัวแทนจากสื่อต่างๆ ได้ร่วมกันคัดเลือกและพิจารณาตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2562 จำนวน 12 นาย

นายไพโรจน์ฯ กล่าวว่า ทางผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมได้ทำงานใกล้ชิดกับแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะนำผลงานต่างๆ มานำเสนอต่อสายตาประชาชนตลอดปีที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้ดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ร่วมตั้งฉายาตำรวจประจำปีขึ้นทุกปี ซึ่งเกณฑ์ในการตั้งได้ประชุมร่วมกับผู้สื่อข่าวจากแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อมวลชนสังกัดต่างๆ มีการเสนอชื่อนายตำรวจเข้ามาและทำการคัดเหลือ 12 นาย และในปีนี้ทางสมาคมฯ​ ได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล โดยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความชื่นชอบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ ใครคือขวัญใจประชาชน และในปี​ 2563 ประชาชนอยากให้ตำรวจเร่งแก้ไขปัญหาในสังคมคมก่อนคืออะไร จำนวนทั้งสิ้น 1,075 ตัวอย่าง สำหรับฉายาตำรวจ 12 นายมี ดังนี้

1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา“พิทักษ์1 กึ่งทศวรรษ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกได้ว่าสร้างประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการสีกากี โดยปกติเก้าอี้ผู้นำตำรวจนั้น จะอยู่ครบวาระหรืออยู่ยาวนาน เป็นเรื่องยากมาก แต่ความสามารถที่ทำให้ผ่านฉลุยมาแล้ว 4 ปีเข้าสู่ปีที่ 5 ถือว่าไม่ธรรมดา เปรียบเป็นมวย ก็เข้าสู่ยกสุดท้ายแล้ว มีทั้งถีบ ถอย ปล่อยหมัด เดินหน้าตีเข่าเขย่าศอก เต็มรูปแบบ จึงได้รับฉายา “พิทักษ์1 กึ่งทศวรรษ”

2.พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา “มือปราบแก๊งสัมภเวสี”
พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นนายตำรวจน้ำดีอีกนายหนึ่ง ที่มีผลงานการจับกุมคดีสำคัญๆหลายคคี โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็ “ทลายแห่งผลิตยาลดความอ้วนมรณะ” ล่าสุดจับ​ “แก๊งบราโว่” ปลอมแปลงลายเซ็นต์ใบมอบอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ จับกุมเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูน แล้วตบทรัพย์ จากการขยายผลเคยทำแบบนี้มาแล้วมีไม่ต่ำกว่า 300 คดี ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ “สัมภเวสี” กลุ่มปุถุชนที่เร่ร่อนหลอกลวงตบทรัพย์ รีดไถ สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน จึงได้รับฉายา “มือปราบแก๊งสัมภเวสี”

3.พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา “ปั๊ดบัสเลน”
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีชื่อเล่นว่า “ปั๊ด” คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) เป็นอีกหนึ่งนายตำรวจที่น่าจับตามองเรียกว่ามาเร็วแซงทางโค้งในปี2557 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ยศสมัยนั้นเป็นพล.ต.ต.) ระยะเวลา 5 ปี ติดยศ พล.ต.อ.จนหลายคนพูดถึงเป็น “ว่าที่ ผบ.ตร.” คนต่อไปจาก “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา “เพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 จึงได้รับฉายา “ปั๊ดบัสเลน”

4.พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ฉายา “ผู้พิทักษ์ปลายด้ามขวาน” พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รับการกล่าวขานเป็นนักสืบยอดฝีมือ มีผลงานการจับกุมคดีใหญ่ๆหลายคดี และเป็นนายตำรวจเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายทหารกองพันพัฒนา ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิ วาส ตั้งแต่ พ.ศ.2547 โดยได้ติดตามคดีและเรียนรู้วัฒนธรรมในพื้นที่เป็นเวลากว่า 10 ปี มีความต้องการที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าการเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงได้รับฉายา “ผู้พิทักษ์ปลายด้ามขวาน”

5.พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา “โฆษกไร้เงา”
พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 ที่ผ่านมาพล.ต.ท.ปิยะฯ ได้เปิดตัวทีมงานโฆษกหลัง ผบ.ตร.ได้แต่งตั้ง ถึงการทำงานว่าจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงตอบคำถามในประเด็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ที่ผ่านมาน้อยครั้งที่จะเห็น พล.ต.ท.ปิยะฯ จะออกมาชี้แจงหรือตอบคำถามต่อสื่อมวลชนด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้รับฉายา “โฆษกไร้เงา”

6.พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ฉายา“มือปราบหมื่นล้าน”พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ที่ผ่านมามีผลงานป้องกันและปราบปรามสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนอย่างต่อเนื่อง แม้ขบวนการค้ายาเสพติดจะมีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบลำเลียง แต่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็จะต้องเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวังให้มากกว่า และในปี 2562 ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดียาเสพติดกว่า 350,000 คดี ยึดของกลางยาบ้ากว่า 512 ล้านเม็ด,ไอซ์เกือบ 15 ตัน,เฮโรอีน กว่า 800 กิโลกรัม,โคเคน 25 กิโลกรัม,เคตามีน 720 กิโลกรัม,กัญชากว่า 13,000 กิโลกรัม และขยายผลยึดทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติดอีกกว่า 3,000 ล้านบาท รวมมูลค่ายาเสพติดกว่า 60,000 ล้านบาท จึงได้รับฉายาว่า “มือปราบหมื่นล้าน”

7.พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฉายา “อู๊ดข่าวดอง” พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยงานที่มีภาระกิจสำคัญ ถือว่าเป็นแนวหน้าในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ทั้งงานการให้บริการในการเดินทางข้ามแดนและการรักษาความมั่นคงของประเทศ การสกัดกั้นบุคคลต้องห้ามที่ไม่พึงประสงค์ มิให้เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรได้ รวมทั้งป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ การให้ข้อมูลข่าวสารต่อประชาชนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้สังคมได้รับทราบ โดยกำหนดแถลงข่าวทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เมื่อจับกุมคดีต่างๆจะเก็บไว้หรือเรียกว่า “ดอง” แล้วนำมาแถลงรวมกันทีเดียว ผิดหลักการทำงานของฝ่ายสืบสวน จึงได้รับฉายาว่า “อู๊ดข่าวดอง”

8.พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ฉายา ” พยัคฆ์ร้ายภาค1″พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค​ 1 เป็นนายตำรวจฝีมือดี คุมงานสืบสวน เปิดยุทธการ ปิดเมืองสยบโจรโค่นอิทธิพล ปิดล้อมตรวจค้นบุคคลที่มีหมายจับ ถือคติที่ว่า “คนชั่วต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ จงหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้นั่นคือ​ คุก ตราบใดประชาชนยังทุกข์ พวกเราจะอยู่สุขได้อย่างไร” และสามาถปิดคดีสำคัญๆได้หลายคดีจนเป็นที่เกรงขามของเหล่ามิจฉาชีพจึงได้รับฉายาว่า “พยัคฆ์ร้ายภาค1”

9.พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ฉายา “เสือคืนป่า”
พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 หลังไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค​ 7 เสียหลายปี กลับมาคราวนี้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 ดูแลงานสืบสวนและปราบปราม ก็ไม่ทำให้ผู้บังคับบัญชาผิดหวัง ยึดพื้นฐานความถูกต้อง ระดมพี่น้องประกาศก้องศักดิ์ศรี จับกุมขบวนการค้าเสพติดทลายแหล่งผู้มีอิทธิพล,บุกรวบ “นัน กิ่งเพชร” แก๊งรีดลิขสิทธิ์ ล่าสุดเข้าร่วมจับกุมฆาตกรต่อเนื่อง “สมคิด พุ่มพวง” สื่อมวลชนจึงให้ฉายา “เสือคืนป่า”

10.พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ฉายา “โรโบคอปสายบุญ”พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ในโลกโซเชียลของชาวสีกากี พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภาพลักษณ์นักบู๊และนักบุญ เดินทางสายบุญและสายบู๊คู่ขนาน เป็นรุ่นพี่ที่สีกากีรุ่นน้องให้ความเคารพ กำกับดูแลหน่วยคอมมานโด จบหลักสูตร FBI USA ปราบปรามมือปืนรับจ้าง จับกุมผู้มีอิทธิพลจนนับไม่ถ้วน ล่าสุดผลิตแก้วเยติขายทำกำไรจัดซื้อ เครื่องช่วยหายใจ ให้กับโรงพยาบาล เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย โดยมอบให้โรงพยาบาลทั่วทุกภาค ถืออุดมคติที่ว่า “ธรรมที่แทรกซึมเข้าในจิตใจผู้ใดย่อมนำความร่มเย็นเป็นสุขสู่สังคมบ้านเมือง” จึงได้รับฉายา “’โรโบคอปสายบุญ”

11.พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ฉายา“ มือปราบ WANTED” (เวนเต็ด)พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม เป็นนายตำรวจหนุ่มวัย 43 ปี นรต.รุ่นที่ 50 มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้หน่วยงานไหน เพราะเจ้าตัวจบถึงปริญญาเอกวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและกาาจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบหลักสูตรเอฟบีไอรุ่นที่ 271 จากสหรัฐอเมริกา ย่างก้าวเข้ามาเป็นผู้บังคับการปราบปราม เปิดยุทธการ “ประชาอุ่นใจ คนดีต้องมีที่ยืน” ลุยจับผู้ต้องหาตามหมายค้างเก่าได้ผู้ต้องหากว่า 3 พันคดี เฉลี่ยวันละ 10 คดี จึงได้รับฉายา “มือปราบ WANTED” (เวนเต็ด)

12.พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉายา “แจ็คเช็กให้”พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีชื่อเล่นว่า “แจ็ค” เป็นนายตำรวจขวัญใจสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากนักข่าวเข้าไปสอบถามความคืบหน้าในคดีต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคในประเทศไทยมักจะได้ยินคำตอบว่า “เดี๋ยวเช็กให้” จึงได้รับฉายาว่า “แจ็คเช็กให้”

ด้านอาจารย์ประวีร์ ศรีพุกกานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลโพลเรื่อง ใครคือตำรวจขวัญใจประชาชนแห่งปี 2562 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) สำรวจทั้งในโลก โซเชียล (Social Media Voice) และเสียงประชาชนในโลกดั้งเดิม (Traditional Voice) จำนวนทั้งสิ้น 1,075 ตัวอย่างพบว่า

  • อันดับที่หนึ่งได้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร้อยละ 68.1
  • อันดับที่สองได้แก่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 10.4
  • อันดับที่สามได้แก่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 7.8
  • อันดับที่สี่ได้แก่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 6.4
  • อันดับที่ห้าได้แก่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 4.0
  • อันดับที่หก ได้แก่ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 3.3 ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชน ต่อ การรับแจ้งเหตุ การเข้าระงับเหตุ และการรับแจ้งความ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6.02 มีค่าเท่ากับ ค่อนข้างพอใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง ความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม พบว่า ร้อยละ 28.3 กลัวมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 21.1 กลัวค่อนข้างมาก ร้อยละ 29.3 กลัวระดับปานกลาง ร้อยละ 17.4 กลัวค่อนข้างน้อย และ ร้อยละ 3.9 ไม่กลัวเลย

ที่น่าสนใจคือ ความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้ตำรวจเร่งแก้ไขในปี​ 2563 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เกินครึ่งหรือ ร้อยละ 52.7 หวังให้ปราบปรามยาเสพติด รองลงมาคือร้อยละ 15.0 แก้ปัญหารถติด ร้อยละ 14.5 ยกเลิกตั้งด่านลอย ไม่ซุ่มตั้งด่าน ร้อยละ 8.7 ทำงานจริงจัง ร้อยละ 2.7 ดูแลประชาชนทั่วถึง และรอง ๆ ลงไปคือ ไม่ทำผิดกฎหมายเสียเอง จัดการองค์กรที่ผิดกฎหมาย ไม่รับสินบน เรื่องความปลอดภัยของเด็กและสตรี และ จับวินเถื่อน ตามลำดับ

อาจารย์ประวีร์ฯ กล่าวต่อว่า ตำรวจขวัญใจประชาชนแห่งปี 2562 ปีนี้ยังคงเป็นไปตามความคาดหวังคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.​ รองลงมาคือ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เสียงของประชาชน ยังคงให้คะแนนสุดยอดตำรวจแห่งปี กับผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศรีดรุณาทำบุญตักบาตร ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันนี้ 25 ธ.ค.62 ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศรีดรุณา เทศบาลเมืองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่คณะครู นักเรียนและผู้ปกครอง โดยเด็กนักเรียนได้แต่งตัว ในชุดซานตาครอส สร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน รับเทศกาลวัน วันคริสต์มาส อีกด้วย

ในโอกาสที่ปี พ.ศ.2562 กำลังจะผ่านไป และเทศกาลปีใหม่ 2563 กำลังจะก้าวเข้ามาอีกครั้ง เพื่อเป็นการเริ่มต้นในสิ่งใหม่ๆ แบบวิถีชาวพุทธ โดย คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ ผู้ปกครองร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างปลูกฝังให้นักเรียนทุกคนช่วยกันบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ และให้นักเรียนรู้จักการทำบุญและเป็นคนดีของสังคม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด จัดเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

วันที่ 25 ธ.ค. 62 เมื่อเวลา 13.30 น. นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานเปิดการประชุมผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำ ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 1/2562 และคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางท้องถนนในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่เข้าร่วมจัดขึ้นโดยมี คณะกรรมการศูนย์ฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมที่ห้องประชุมชั้นสองที่ว่าการอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด

สำหรับการประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่ร่วมเป็นคณะกรรมการทั้งสองคณะ ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และทางน้ำ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมและช่วงการรณรงค์ ทางอําเภอคลองใหญ่จึงได้ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางและปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบด้านการจราจรตามท้องถนนด้วย รวมถึงการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน การช่วยเหลือฉุกเฉิน ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน ด้านถนนและสภาพแวดล้อม ด้านพาหนะทางถนนและทางน้ำ ดูแล/สร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่

ส่วนในช่วงควบคุมเข้มข้น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ระหว่างวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2562 – วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2563 ตรวจเข้มข้น จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้คำขวัญ “ขับรถดีมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” อย่างไรก็ตามการป้องกันอุบัติเหตุจราจร มีปัจจัยสำคัญ คือ ความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ ซึ่งทางอําเภอคลองใหญ่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง ตามมาตรการ ๑ร.๒ส.๓ข.๔ม.ทั้ง 10 ข้อ ความเร็วเกินกว่ากําหนด ๒.ขับรถย้อนศร ๓.ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ๔.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ๕.ไม่มีใบขับขี่ ๖.แซงในที่คับขัน ๗.เมาสุรา ๘.ไม่สวมหมวกนิรภัย ๙.มอเตอร์ไชค์ไม่ปลอดภัย ๑๐.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ให้คณะกรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ เร่งขอความร่วมมือให้ประชาชนร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ในการใช้รถใช้ถนน เป็นตัวอย่างที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเยือนในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุชพัทยา ร่วมกับจ.ภูเก็ตเตรียมปรับภูมิทัศน์ ทัศนียภาพแหลมพรหมเทพ ให้สวยงามเป็นของขวัญให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่

สวนนงนุชพัทยาร่วมกับจังหวัดภูเก็ตเตรียมปรับภูมิทัศน์ทัศนียภาพแหลมพรหมเทพให้สวยงามเป็นของขวัญให้พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่

จากที่ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวแหลมพรหมเทพ ถูกจัดเป็นหนึ่งในโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จุดเด่นคือ “ชมพระอาทิตย์ตกทะเล สวยที่สุดในประเทศ ไทย “เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของจังหวัดภูเก็ต มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่

ทั้งนี้ โดยปัจจุบันพบว่า ต้นตาลซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สรรค์สร้างให้แหลมพรหมเทพมีความสวยงาม ลดน้อยลง ดังนั้นจังหวัดภูเก็ตจึงร่วมกับเทศบาลตำบลราไวย์ และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากสวนนงนุชพัทยาโดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เตรียมปรับภูมิทัศน์ นำต้นตาล อันเป็นสัญลักษณ์ของแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต มาปลูกเพิ่มเติม จำนวน กว่า 80 ต้น เติมเต็มให้สวยงาม เพิ่มทัศนียภาพ ให้เกิดความงดงามแก่จุดชมวิวแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวแหลมพรหมเทพ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้บันทึกภาพที่สวยงาม ช่วยแชต ช่วยแชร์ ให้เป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น สำหรับการดำเนินการ ได้รับความอนุเคราะห์ จากทาง นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ยินดีมาดำเนินการให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าได้ เตรียมต้นตาลเพื่อไปปลูกที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต หลังจากที่ได้พูดคุยกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพโดยนำต้นตาลไปทั้งหมด 70 กว่าต้น จะนำต้นตาลใส่ด้านบนให้แน่นขึ้นมากกว่าเดิมเพราะตอนนี้ต้นตาลเหลือไม่มากนัก ตนได้นำต้นตาลไปช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งที่ผ่านมาตนได้สร้างสวนใหม่คือสวนลอยฟ้าซึ่งเทียบกับทางสวนประเทศสิงคโปร์ ตนจึงอยากพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามมากกว่าเดิมต้อนรับปีใหม่โดยจะนำต้นไม้ไปปลูกที่ภูเก็ตภายในวันศุกร์นี้เพื่อเป็นของขวัญให้คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามในปีใหม่นี้…

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก