องคมนตรีพร้อมคณะ ติดตามการขับเคลื่อน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จ.น่าน

องคมนตรีพร้อมคณะ ติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จ.น่าน มอบสิ่งของพระราชทานให้กับตชด.และทหารพราน

วันที่ 25 ธันวาคม​ 2562 : นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีพร้อมคณะ เดินทางมาติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดน่าน มอบสิ่งของพระราชทานให้กับข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนและทหารพราน จำนวน 90 ถุง และปลูกต้นไทร

โดยมี พลตำรวจตรี สุนทร เฉลิมเกียรติ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ พร้อมด้วย​ พันตำรวจเอกรังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3,นายยุทธพงษ์ ไชยศร นายอำเภอบ่อเกลือ,พ.ต.อ.วุฒิชัย แช่มช้อย ผกก.สภ.บ่อเกลือ, พ.ต.ท. บัณฑิต สีหาโคตร รอง ผกก.ตชด.32 และ หัวหน้าหน่วยงานราชการอำเภอบ่อเกลือ จำนวน 200 คนให้การต้อนรับ

พร้อมทั้งร่วมรับฟังการบรรยายสรุป จาก พันตำรวจโท สุทธิพร นันตา ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่​ 325 บรรยายสรุป ณ ฐานปฏิบัติการบ้านนาขวาง (มว.ตชด.ที่ 3251 ร้อย ตชด.325 ) บ้านนาขวาง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – ปิกอัพชน จยย.นักเรียน แยกไฟแดงเสียชีวิต 1 สาหัส 2

https://youtu.be/GyEhb7yB_sw

รถยนต์ปิกอัพชนรถจักรยานยนต์ที่บริเวณแยกไฟแดงลากรถและเด็กนักเรียนติดใต้ท้องรถเสียชีวิต 1 ราย สาหัส 2 ราย

ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ปิกอัพกับรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย บริเวณแยกไฟแดงสามสาว ขาเข้าตัวเมืองนครนายก จึงรายงาน พ.ต.ต.วีระศักดิ์ ญาณวุฒโท สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครนายก และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์ปิกอัพโตโยต้าสีบรอนด์ ทะเบียน ตย 5138 กรุงเทพมหานคร มีนายวุฒิชัย ชัยศิริ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 10 ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นคนขับรถยนต์ปิกอัพซึ่งได้ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีส้มคาดขาว ทะเบียน กฉฉ นคร นายก 376 สภาพรถพังเสียหาย มีนายธนากร จักรธรรมรัตน อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนเมืองนครนายก ชั้นม.3/2 ถูกชน ตัวมุดเข้าไปติดอยู่ใต้รถยนต์เสียชีวิตคาที่ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโซนิคสีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กม นคนายก 3723 สภาพรถจักรยานยนต์พังเสียหายมีเด็กนักเรียนชาย 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิต กู้ภัยสว่างอริยะได้รีบนำเด็กนักเรียนส่งโรงพยาบาลนครนายกไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้านเด็กที่เสียชีวิตแพทย์เวรได้ชันสูจน์ศพและได้ให้กู้ภัยสว่างฯ นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จากการบอกเล่าของนายวุฒิชัย คนขับรถยนต์ปิกอัพเล่าว่าตนนั้นได้ขับรถยนต์พาคนงาน 14 คนจะไปทำงานที่ชลบุรี ขับมาจากถนนสายแยกบางอ้อ บ้านนา มุ่งหน้าเข้าบ้านสร้า งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางแยกตนขับรถมาด้วยความเร็วและเป็นจังหวะสัญญาณไฟสีเหลือง กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนน้องเด็กนักเรียนได้ขับรถจักรยานยนต์ กันมา 2 คัน จากโรงเรียนเมืองนครนายกจะเข้าตัวเมืองนครนายก คาดว่าสัญญาณไฟแดงกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวนักเรียนได้ขับออกมาพอดี จึงเป็นเหตุให้รถชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บข้อมูลหลักฐานและได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่รถยนต์ไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – เจ้าของคณะรำไทย พานางรำแก้บน หลังได้โชคจากเจ้าสัวเฮง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่อาศรมฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณ ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข9 ปทุมธานี-บางประอิน มีนางรำมาแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮงส่วนประชาชนพาครอบครัวมาดูตัวเลขอ่างน้ำมนต์หวังรับทรัพย์เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นเดือนก่อนวันหวยออก

โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาแก้บนกับกุมารทองเจ้าสัวเฮง โดยได้นำน้ำแดง ขนม ของเล่นและเสื้อผ้าเด็กมาถวายกุมารทองเจ้าสัวเฮง ด้านนางสาวชุติรัตน์ นวลพุ่ม อายุ33ปี เจ้าของคณะรำบ้านคุณแก้วรำไทย จากจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำคณะมารำแก้บนกุมารทองเจ้าสัวเฮง ส่วนประชาชนยังไปส่องเลขที่อ่างน้ำมนต์ ซึ่งปรากฏเป็นตัวเลขลอยอยู่เหนือน้ำ วนเวียนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ โดยตัวเลขทั้งหมดมีเลข 0 ,1 ,3 ,4 ,6 ,7 ,9 โดยตัวเลขดังกล่าว เกิดจากอาจารย์ฤษีเณร ทำพิธีจรดตัวเลข เรียกว่าเลขโสฬสสะระตะ ซึ่งเป็นพิธีโบราณ

จากการสอบถามนางสาวชุติรัตน์ นวลพุ่ม อายุ33ปี เจ้าของคณะรำบ้านคุณแก้วรำไทย กล่าวว่า ตนเคยได้ยินข่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกุมารทองเจ้าสัวเฮง จึงได้เดินทางมาขอพรเรื่องงานและโชคลาภ เนื่องจากตนเองทำคณะรำ จึงบนในสิ่งที่ตนเองถนัดและทำได้ เมื่อสมหวังในสิ่งที่ขอ จึงได้นำคณะมารำเพื่อแก้บนแก่กุมารทองเจ้าสัวเฮง.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

จันทบุรี – เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านไม้ชุมชน กลุ่มบ้านเลขที่ 22 สะพานขาว ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี

https://youtu.be/dEDPau1dhuA

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านไม้ชุมชนกลุ่มบ้านเลขที่ 22 สะพานขาว ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี ติดธนาคารกรุงเทพ เสียหาย 10 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม ไม่พบผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต มีแต่ทรัพย์สินที่เสียหายเพราะขนออกไม่ทัน

วันนี้ ( 26 ธ.ค.62 ) เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุไฟไหม้บ้านข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาจันทบุรี ถนนท่าแฉลบ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองจันทบุรีเร่งช่วยเหลือ หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองจันทบุรี และเทศบาลใกล้เคียง รวมทั้งรถน้ำทหาร รถน้ำป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 จันทบุรี รวมทั้ง อบต.ใกล้เคียง กว่า 40 คัน พร้อมด้วยรถกระเช้า ยกสูงได้รุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อเดินทางไปถึงพบไฟกำลังลุกไหม้บ้านไม้กลุ่มบ้านเลขที่ 22 สะพานขาว ติดธนาคารกรุงเทพ สาขาจันทบุรี และได้ลุกลามไหม้บ้านที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าแก่ประมาณ 10 หลังคาเรือน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามออกเป็นวงกว้าง แต่การดับเพลิงครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นบ้านไม้ ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี รวมทั้งเป็นซอยแคบ เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงได้พยายามสกัดเพลิงที่ลุกไหม้เพื่อไม่ให้ลามขยายวงกว้าง

โดยนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล / นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ผู้กำกับการ สภ.เมืองจันทบุรีผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 ทหารจากค่ายตากสินจันทบุรี และ มทบ.19 ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าไฟไหม้บ้านครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากมีสายไฟเก่า และเป็นบ้านไม้ที่มีอายุเก่าแก่ทั้งหมดเป็นบ้านเช่าเจ้าของเดียว แยกเป็นห้องเช่าติดถนนมีคนเช่าทำร้านขายของ 3 ราย และ ด้านหลังเป็นบ้านเช่าที่พักอาศัย 7 หลังส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ตอนเกิดเหตุออกไปทำงานเป็นแรงงานในตลาดสดทั้งหมด ส่วนความแน่ชัดต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

นางสาว ชไมพร สุกใส แม่ค้าขายปลาท่องโก๋ สะพานขาว ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนยังขายปลาท่องโก๋อยู่แต่เป็นช่วงที่กำลังจะเก็บร้านได้กลิ่นคล้ายไฟไหม้ จึงเปิดหน้าต่างหลังบ้านออกไปดูพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ด้านหลัง จึงรีบตะโกนบอกคนที่อยู่ใกล้เคียง และช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยดับไฟแต่เพลิงลุกไหม้ลามรวดเร็วมาก

ขณะที่ นายฐิติ เทียมถวิล ผู้พักอาศัยบ้านเช่าด้านหลัง ที่กำลังนอนหลับช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงคนร้องตะโกนโหวกเหวกจึงลุกขึ้นมา และเมื่อรู้ว่าเกิดไฟไหม้ จึงวิ่งออกจากบ้านโดยไม่ทันได้หยิบสิ่งของมีค่าใด ๆ ออกมา ตนพักอาศัยอยู่กับแม่ และ แฟน แต่แม่ออกไปขายของในตลาดสด มีเพียงตนและแฟนที่นอนพักเพราะทำงานช่วงกลางคืน เหลือเพียงกางเกงติดตัวเพียงตัวเดียว ชาวบ้านได้ช่วยซื้อเสื้อกับกางเกงให้ใส่ใหม่แล้ว 1 ชุด ส่วนของมีค่าในบ้านไม่มีโอกาสได้ขนออกมาเลยเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เร็วมาก

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่

จันทบุรี รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ มุ่งเน้นความปลอดภัยทางถนน บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกเป้าหมายลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังตายไม่เกิน 6

นี่คือภาพการซ้อมแผนอุบัติเหตุหมู่ ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เย็นวันนี้ ( 26 ธ.ค.62 ) สมมุติเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุรถชนกันแล้วไฟไหม้ มีผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิตหลายราย เพื่อทดสอบกระบวนการความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขสถานการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์กระตุ้นเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังและไม่ประมาทในช่วงเทศกาลปีใหม่

ที่ปีนี้ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ประชาชนจิตอาสา นักเรียน นักศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน ร่วมกิจกรรม วันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ และเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ถึง 2 มกราคม 2563 รณรงค์กระตุ้นเตือน สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ มุ่งเน้นแก้ปัญหาจุดอันตราย จุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อชะลอความเร็วของรถที่สัญจรไปมา ในครั้งนี้จังหวัดจันทบุรีได้จัด

อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลปีใหม่จังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการทุกหน่วยงานในการรณรงค์ ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ ตามคำขวัญ “ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ควบคู่กับการใช้มาตรการเข้มทางกฎหมาย 3 ม. 2 ข. 1 ร. อีกทั้งตามจุดสำคัญจุดให้บริการพักรถ พักสายตาบนถนนสายหลักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำ กาแฟ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวและการเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ โดยมีเป้าหมายลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ / การเสียชีวิต และบาดเจ็บลดลงให้ได้น้อยกว่าจำนวนค่าเฉลี่ยสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 3 ปีย้อนหลังในช่วงเทศกาลเดียวกัน คือ จำนวนอุบัติเหตุลดลงจากสถิติเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลังคือไม่ควรเกิน 57 ครั้ง / ผู้บาดเจ็บไม่ควรเกิน 67 ราย และ ผู้เสียชีวิตไม่ควรเกิน 6 ราย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี – กิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2562

https://youtu.be/ONnx_GTKqwU

กิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2562 ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ และองค์การบริหารส่วนตำบล นาโสม, หนองยายโต๊ะ, ซับตะเคียน และบัวชุม นายชุมพล ยินดีผล นายอำเภอชัยบาดาล นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี นายณรงค์พร ดูดดื่ม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ได้ร่วมกันเปิดกิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติประจำปี 2562 โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 700คน

การประกาศใช้พระราชบัญญัติช้างป่า ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อควบคุมการล่าช้างป่า เมื่อวันที่ 26ธันวาคม 2503 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งดำรงพระยศสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาล และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลงพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 จึงถือได้ว่าการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยได้ดำเนินการอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมนับแต่นั้นมา การอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ดำเนินการอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมจนกระทั่งปี พ.ศ. 2511 รัฐบาลได้กำหนดให้ วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ”

แม้ความพยายามในการคุ้มครองสัตว์ป่าในประเทศไทย จะดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ยังคงประสบปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เนื่องจากการเพิ่มของจำนวนประชากร ทำให้ต้องมีการขยายพื้นที่การเกษตร บุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าไม้ ตลอดจนการล่าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย เพื่อดำรงชีพและและประโยชน์ในการค้า ส่งผลกระทบต่อสถานภาพและและการดำรงอยู่ของสัตว์ป่า มีสัตว์ป่าหลายชนิดลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว บางชนิดต้องสูญพันธุ์ไป เช่น สมัน นกเจ้าฟ้าสิรินธร ฯลฯ จากปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ เนื่องจากการขยายของพื้นที่เกษตรนำไปสู่การขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ได้แก่ช้างป่า ลิง เหี้ย เป็นต้น

ดังนั้นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การอิสระ ชุมชน ประชาชนทั่วไป กำหนดจัดงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “อนุรักษ์สัตว์ป่า รักษาสมดุลโลก” ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อรณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งชุมชนและสัตว์ป่าต้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย เกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยกัน อันจะส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ สมดุลกับธรรมชาติในระบบนิเวศ สืบต่อไป ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก/โฟม หันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทดแทน เพื่อลดจำนวนขยะ อันส่งผลต่อสัตว์ป่าและธรรมชาติ

ทั้งนี้การจัดงานครั้งนี้ มีการจัดนิทรรศการของทุกหน่วยงาน ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สถานีควบคุมไฟป่า โดยมีเป้าหมายให้ผู้เยี่ยมชมได้รับทราบถึงบทบทหน้าที่ ภารกิจและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า นำเสนอความรู้ทางวิชาการ เพื่อให้ผู้สนใจได้ทราบและนำไปให้ประโยชน์ต่อไป นอกจากนี้ยังมีการจัดกาประกวดภาพระบายสี ประกวดคำขวัญ การประดิษฐ์ของใช้ เครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติและปั่นจักรยานรักษ์ป่าไปรอบๆบริเวณ เขาสมโภชน์ มีผู้ร่วมงานเยี่ยมชมกิจกรรม กว่า 700 คน

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

วช.จัดอันดับ​ 10 เรื่องเด่นการวิจัยไทย ประจำปี พ.ศ.2562

วันที่ 26 ธ.ค.62 เวลา​ 09.00​ น.​ : ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยเรื่องเด่นการวิจัยไทยในปี 2562 มีด้วยกัน​ 10 เรื่อง ได้แก่

1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation : MHESI) กระทรวงใหม่ล่าสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 2​ พ.ค.62 จากการควบรวม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์​ และเทคโนโลยี,สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา,สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

2.วช. โฉมใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ-วช.5G สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์,เทคโนโลยี,สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ประกาศนโยบาย วช. 5G พลิกโฉมเป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติได้ทันที

3.กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และบทบาท PMU ในการบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มีการบริหารงบประมาณการวิจัยของประเทศผ่านกลไกกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเกิดหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) หลักทั้งในและนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.),สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.),สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.),สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และจัดตั้งหน่วยบริหาร​ โดยจัดการทุนวิจัย​ และนวัตกรรม อีก 3 PMU ขึ้นใหม่ ได้แก่ ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.),ด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)

4.งบฯวิจัยและนวัตกรรมของไทย ถึง 1.25% ของ GDP ประเทศไทยมีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 216,376 ล้านบาท คิดเป็น 1.25% ของ GDP และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายของประเทศที่ตั้งไว้คือ 1.5% GDP ภายในปี 2565 และ 2.0% GDP ภายในปี 2570

5.ฐานข้อมูลกลางการวิจัยของประเทศ เกิดฐานข้อมูลกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ มีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของข้อมูล เช่น Analytic & Prediction,Cloud Computing,IOR,AI,Big data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ เป็นฐานข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรม ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นเอกภาพ โดย วช.และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รับผิดชอบ

6.วิจัยไทยใช้ได้จริง ผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยสามารถนำไปใช้ได้จริงจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น​ ปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปสหรัฐอเมริกา ตอบสนองแนวคิด BCG Model โดยความสำเร็จของผลงานวิจัยและพัฒนา ทำให้สามารถส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปยังสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จในรอบ 12 ปี,ศูนย์ข้อมูลฝุ่น PM 2.5 อย่างครบวงจร เรียกว่า ระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ (NRCT Air Quality Information Center) เพื่อให้เป็น Platform การตรวจวัดและข้อมูลค่าฝุ่นละอองที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที,ธนาคารปูม้าทั่วประเทศ ขยายผลจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม และบูรณาการขับเคลื่อนธนาคารปูม้า จำนวน 531 แห่ง จากเป้าหมาย 500 แห่ง โดยมีจำนวนแม่ปูเข้าสู่ธนาคารกว่า 113,000 ตัว ประมาณการจะมีลูกปู กลับเข้าสู่ทะเลไทย 56.5 ล้านตัว

7.ผลงานวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับโลก นักวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับโลกใน 4 เวทีนานาชาติ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์,เกาหลี,เยอรมัน และมาเลเซีย ได้รางวัลเป็น​ 1,รางวัลเกียรติยศ (Grand Prize) จากผลงานเรื่อง ระบบควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้เครื่องกังหันก๊าซ แบบอัตโนมัติ ของ กฟผ. 3 เหรียญทองเกียรติยศ 12 Special Prizes 69 เหรียญทอง 128 เหรียญเงิน​ 88 เหรียญทองแดง

8.โครงการวิจัยท้าทายไทย การวิจัยมุ่งเป้าขนาดใหญ่เพื่อประชาชน​ ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ แก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีแบบครบวงจร อัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ลดลงจาก 43% เหลือ 13% ใน 2 ปี​ Precision Medicine in Cancer ช่วยให้แพทย์ค้นหาผู้ป่วยมะเร็งที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ป้องกันหรือคัดกรองมะเร็งในสมาชิกครอบครัว เช่น ในกรณีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะช่วยป้องกันหรือลดโอกาสเกิดมะเร็งรายใหม่ได้ราวปีละ 5,000 ราย

9.วิจัยเพื่อท้องถิ่น ผลิดอกออกผลนวัตกรรมในการจัดฟาร์มกระบือแบบประณีต ทำให้การจัดการฟาร์มกระบือมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตอาหาร โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้กระบือมีคุณภาพดี​ การกระตุ้นการออกดอกและเพิ่มการติดผลของลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ทำให้ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมออกดอกและควบคุมให้มีการพัฒนาจนสามารถเก็บผลผลิตได้เครื่องอบแห้งผลิตผลการเกษตร ช่วยลดความชื้นผลผลิตทางการเกษตร สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำให้ลดระยะเวลาและลดปัญหาการขาดแรงงาน โดยกลุ่มเกษตรกรใน 17 จังหวัดได้ใช้เครื่องนี้แล้ว

10.เชื่อมไทย เชื่อมโลกด้วยการวิจัยศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกรุงเทพ (DBAR-ICoE Bangkok) โดยเป็น 1 ใน 8 ศูนย์ทั่วโลก
ความร่วมมือกับนานาชาติ อาทิ เยอรมัน,อังกฤษ,จีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น​ และอินเดีย ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่าง วช. สกสว. และ Korea Institute of Energy Technology Evaluation and Planning (KETEP)

ในปี 2563 วช.และหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ จะได้ร่วมมือกันในการขับเคลื่อนยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อทำให้เกิดผลงานที่มี Impact สูงทางสังคมและเศรษฐกิจ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานทางวิชาการ ตอบโจทย์ท้าทายสำคัญทางสังคม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บรรลุตามเป้าหมายการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ประกาศแล้ว นโยบายเสมาฯ 3 หลักเกณฑ์ และวิธีการเบิกจ่ายสวัสดิการรักษาพยาบาล 150,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 63

ประกาศแล้ว นโยบายเสมาฯ 3 หลักเกณฑ์ และวิธีการเบิกจ่ายสวัสดิการรักษาพยาบาล 150,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 63

วันที่​ 25 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงศึกษาธิการ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการเบิกจ่ายสวัสดิการสงเคราะห์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2563

ซึ่งเป็นนโยบายที่รับปากกับครูโรงเรียนเอกชนเอาไว้ ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลครูเอกชนที่มีเพดานอยู่เพียงแค่ 100,000 บาท ต่อคนต่อปี ส่งผลให้ผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น ได้รับความเดือดร้อน เพราะวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ทำให้ครูโรงเรียนเอกชนบางส่วนต้องลาออกเพื่อไปใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยได้เพิ่มเพดานค่ารักษาพยาบาล เพิ่มเป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี และขอมอบให้เป็นของขวัญให้กับชาวการศึกษาเอกชนในปีใหม่นี้ด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ทุกข์​ของ​ชาวบ้าน​ คือ​งาน​ของเรา​.!

ทุกข์​ของ​ชาวบ้าน​ คือ​งาน​ของเรา​.! นายสุเทพฯ พร้อมด้วย นายสรยุทธ​ฯ ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือพนักงานของโรงงานบริษัทพงษ์พาราที่ถูกเลิกจ้าง ย่านอ้อมน้อย..

วันนี้ 26 ธ.ค.62 ที่รัฐสภา “ทุกข์ของชาวบ้าน คืองานของเรา” วันนี้ผม นายสรยุทธ ปลื้มถนอม ได้ติดตามและประสานงานทำภารกิจให้เเก่พี่น้องผู้ใช้เเรงงาน ชาวอ้อมน้อย พนักงานของโรงงานบริษัทพงษ์พารา ย่านอ้อมน้อย เป็นที่เรียบร้อยครับ

โดยวันนี้ต้อง​ขอบคุณ​ท่านสุเทพ อู่อ้น ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร ที่นำเรื่องของผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างบริษัทพงษ์พาราย่านอ้อมน้อย เข้าสู่กระบวนการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องผู้ใช้เเรงงานต่อไป..


ขอบคุณ​ภาพข่าว

cr.สังคมข่าวสมุทรสาคร
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

เพชรบูรณ์ – สีสันขบวนพาเหรดกีฬาสีภายใน วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพชรบูรณ์

https://drive.google.com/file/d/1WJ8RoGVQLZ9mgqPYYz6ODmK7nTux3INI/view?usp=sharing

เพชรบูรณ์ สีสันขบวนพาเรดกีฬาสีภายใน วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู ได้จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีภายใน ประจำปีการศึกษา 2562 โดยมีนางสาวเมตตา สินยบุตร นายอำเภอบึงสามพัน เป็นประธานเปิดในพิธี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา หันมาสนใจการกีฬา ห่างไกลยาเสพติด มีสุขภาพพลานามัยแข็ง และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยแบ่งนักกีฬาออกเป็นทั้งหมด 4 สี คือ สีเขียว สีแดง สีเหลือง และสีฟ้า เข้าร่วมแข่งขันกีฬาที่จัดเตรียมไว้ ประกอบด้วย ฟุตซอล วอลเล่ย์บอล เซปักตะกร้อ ว่ายน้ำ และกีฬาพื้นบ้าน

นอกจากนั้น ยังจัดให้มีการประกวดขบวนพาเหรด กองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งปีนี้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ได้จัดขบวนพาเหรดอย่างอลังการ สวยงาม ประกอบด้วย สีเขียว, สีเเดง, สีเหลือง และสีฟ้า

และอีกหนึ่งสีสัน ที่เรียกเสียงเชียร์ และเสียงปรบมือดังสนั่น นั่นก็คือ ลีลาของบรรดาเชียร์หลีดเดอร์ของแต่ละสี ที่ออกมาโชว์สเต็ปแดนซ์ เต้นแบบไม่ยอมแพ้กัน ชนิดจัดเต็ม เพื่อหวังเรียกคะแนนจากคณะกรรมการให้ได้มากที่สุด และในระหว่างทางขณะที่ขบวนพาเรดกำลังเคลื่อนขบวน รถยนต์ของคณะสีเหลือง เกิดน้ำมันหมด บรรดาเหล่านักกีฬาคณะสีเหลือง ต่างช่วยกันโชว์พลังสามัคคีเข็นรถยนต์คันดังกล่าว จนไปถึงวิทยาลัยฯ ทันเวลาเปิดพิธีการแข่งขันกีฬาสีภายในวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ประจำปี 2562

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์