ส่งท้ายปีเก่า สมาพันธ์มัคคุเทศก์ฯ รวบไกด์เถื่อนต่างชาติ​ หน้าวัดพระแก้ว

สมาพันธ์มัคคุเทศก์แห่งประเทศไทย นำกำลังตำรวจท่องเที่ยวบุกจับไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย หน้าวัดพระแก้ว

ภาพเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยว กำลังนำตัวไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย ไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม หลังจากได้รับการร้องเรียนจากสมาพันธ์มัคคุเทศก์แห่งประเทศไทย ว่าบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง หรือวัดพระแก้ว มีไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย กำลังนำนักท่องเที่ยวมาที่บริเวณดังกล่าว จึงได้แจ้งเบาะแสให้ตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมตัวดังภาพที่ปรากฏ ก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การภาคเสธว่า ตนเองอยู่ในกรุ๊ปทัวร์จริง แต่อ้างว่ามัคคุเทศก์ภาษาจีนของไทยไม่สามารถสื่อสารกับลูกทัวร์ได้ ตนเองจึงอาสาเป็นผู้ช่วยแปลภาษา และประสานงานกับลูกทัวร์ให้

เบื้องต้น ทางตำรวจท่องเที่ยวได้แจ้งข้อหา “มัคคุเทศก์ต้องไม่ให้ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์แทนตน ตามมาตรา60 พ.ร.บ.ธุกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต” กับซิตติ้งไกด์ และไกด์เถื่อนต่างชาติ นอกจากนี้ขณะที่ทำการสอบสวนผู้ต้องหาอยู่นั้น ทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงทำให้เห็นว่าไกด์เถื่อนมีบุคคลคอยให้การช่วยเหลือในการกระทำความผิดอย่างชัดเจน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สมาคมนักข่าวฯ​ เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2562 ปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่”

สมาคมนักข่าวฯ​ เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2562 ปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่” รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนประจำปี 2562 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สถานการณ์ด้านสื่อมวลชนไทยในรอบปี พ.ศ.2562 เป็นปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่” เพราะ เทคโนโลยีได้เข้ามาทำให้ข่าวสารมีปริมาณมากและนำเสนอฉับไว ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมุ่งหน้าเสพข่าวสารผ่าน ออนไลน์มากขึ้น อุตสาหกรรมสื่อตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี สื่อทุกแขนงเร่งปรับตัวขนานใหญ่ โดยยึดหลักระหว่างปัจจัยทางเศรษฐกิจกับมาตรฐานคุณภาพ เรียกความน่าเชื่อถือของวิชาชีพกลับมาอย่างยั่งยืน แม้กฎหมายพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.) ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของสื่อยกเลิก มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี​ 2560 และได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ​ 5​ ปี แต่การแทรกแซงมีความซับซ้อนขึ้น ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่ง​ประเทศ​ไทย จึงสรุปสถานการณ์สื่อ 2 กรณี ดังนี้

1.เกาะติดกฎหมายกระทบเสรีภาพ
รัฐธรรมนูญฉบับปี​ 2560​ รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ในมาตรา​ 34 และมาตรา​ 35 บัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรม แห่งวิชาชีพ พร้อมได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเทศไทยเข้าสู่บรรยากาศแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตย หลังมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่​ 24 มีนาคม​ 2562 มีการแทรกแซงสื่อได้พลิกแพลงมากขึ้น จากเดิมมีการกดดันโดยโทรศัพท์ไปถึงผู้บริหารสื่อแขนงนั้นที่เสนอข่าวกระทบต่อผู้มีอำนาจ และได้เพิ่มช่องทางโทรศัพท์หรือประ สานไปที่นักข่าวภาคสนามโดยตรง ท่ามกลางมีข่าวปลอมระบาด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างมีการเลือกตั้ง องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ ร่วมกันขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงต้องใช้เสรีภาพบนความร่วมรับผิดชอบ​ ร่วมสกัดกั้นข่าวปลอม โดยคำนึงถึงมาตรฐานวิชาชีพที่ บัญญัติไว้ในข้อบังคับจริยธรรมของสภาวิชาชีพ โดยสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ก่อนนำเสนอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากล หลังได้รัฐบาลใหม่ กระทรวงดิจิ ทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอี) ได้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวปลอม บนความหวาดระแวงของประชาชนและองค์กรสื่อ ที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน

และยังต้องเกาะติดการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2562​ และพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562​ มีหลายประเด็นที่อาจจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฏีกาคณะพิเศษไปแล้ว รอเข้าคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยองค์กรสื่อยืนยันหลักการในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแลเรื่องจริยธรรม ไม่มีตัวแทน ฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

2.ธุรกิจสื่อเจอศึกหนักยิ่งทรุดฮวบ-เร่งปรับโมเดลธุรกิจสู่โอกาสใหม่
คลื่นสึนามิดิจิทัลดิสรัปชั่น กระหน่ำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวีดิจิทัล เป็นระลอก สำนักงานคณะกรรมการกสทช. จ่ายค่าชดเชยและยุติการออกอากาศ 7ช่องทีวีดิจิทัล ประกอบด้วย ช่อง​ 26 บริษัทสปริง​ 26 จำกัด,ช่อง​ 19 บริษัทสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด,ช่อง​ 20 บริษัทไบรท์ ทีวี จำกัด,ช่อง 21 บริษัทวอยซ์ ทีวี จำกัด,ช่อง 14 บริษัท อสมท. จำกัด​ (มหาชน), ช่อง​ 28 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด​ และช่อง​ 13​ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ที่เหลืออีก​ 15​ ช่องต้องแข่งขันปั๊มเรตติ้ง เพื่อชิงงบฯโฆษณา

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ถูกพิษดิจิทัลดิสรัปชันหนักที่สุด โดยผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปออนไลน์แทน ในที่สุดหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียว “ไทยรัฐ” เปิดโครงการลาออกด้วยความสมัครใจอีกครั้งในช่วงต้นปี รวมถึงหนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษ THE NATION หนังสือพิมพ์​ “M2F” แท็บลอยด์แจกฟรี หนังสือพิมพ์“โพสต์ทูเดย์” ยุติการตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ นำเสนอเนื้อหาเข้าสู่เว็บไซต์เต็มตัว พร้อมเลิกจ้างพนักงานบางส่วน หนังสือพิมพ์​ “สยามกีฬา” ควบรวมหนังสือพิมพ์และนิตยสารในค่ายสยามสปอร์ต ไว้ในฉบับฟุตบอลสยาม มวยสยามและสยามดารา โดยนำเนื้อหาบางส่วนของ ฟุตบอลสยามและมวยสยามนำเสนอผ่านเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ภาคเหนือไทยนิวส์ทิ้งท้ายเดือนธันวาคม​ 2562 ลดจำนวน หน้าจาก​ 16​ หน้าเหลือ​ 12​ หน้า

ท้ายสุดในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่นสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ กองบรรณาธิ การ นักข่าว ต่างเร่ง ปรับตัวในช่วงวิกฤติให้เป็นความท้าทาย โดยเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มสู่กลุ่มเป้าหมาย พันธมิตรทางธุรกิจ สู่โมเดลธุรกิจสื่อใหม่ เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
30 ธันวาคม 2562
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​
www.tja.or.th

นายกฯ – กำชับทุกหน่วยงาน อำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​ ที่จะถึงนี้​

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และ​ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนและอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​ ที่จะถึงนี้​

กองบัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ โดย พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ตชด. ร่วมกับกองบัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,ตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน และ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 ได้จัดทำ โครงการบริการที่พักฟรี (Free Tent Service) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว สามารถแวะเข้าไปหาที่พักได้ โดยมีเต็นท์ให้บริการฟรี ห้องน้ำสะอาด และปลอดภัย ตามโครงการ ร้อยเต้นท์ ร้อยรัก ที่พักฟรี สวัสดีปีใหม่ 2563

ซึ่งเป็นโครงการที่ได้เคยนำร่องฐานปฏิบัติการแม่ของ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาแล้ว เมื่อปี 2562 และได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ประชาชนผู้มารับบริการได้รับความสะดวก และรู้สึกอุ่นใจที่มีเจ้าหน้าที่ ตชด. คอยดูแลด้านความปลอดภัย

ในปี 2563 นี้ จึงได้สานต่อโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยฐานปฏิบัติการแม่ของ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ซึ่งเต๊นท์ที่นำมาบริการ ได้รับการสนันสนุนจาก พ.อ.สันติพงษ์ ชิงดวง ผบ.ร.7 พัน.5 ค่ายโสณบัณฑิตย์ และ พ.ต.ต.ธวัชชัย สุรินต๊ะ ผบ.ร้อย ตชด.336 และยังได้ปรับปรุงและก่อสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์การสนับสนุนด้านงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ ในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาห้องน้ำให้ได้มาตรฐาน จากนักศึกษาหลักสูตรผู้นำเมือง รุ่นที่ 2 และนักศึกษาหลักสูตรมหานคร รุ่นที่ 4

สำหรับประชาชนที่ต้องการที่พัก เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น และใกล้ชิดกับธรรมชาติที่อำเภอปายนั้น สามารถติดต่อทางฐานปฏิบัติการแม่ของ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ที่

  • ร.ต.อ.มงคล มีคุณ ผบ.มว.3361/หน.ชป.แม่ของ ร้อย ตชด.336 (เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 06 5490 4092)
  • ส.ต.ท.ศักดิ์สถาพร ปันแก้ว ผบ.หมู่ กก.ตชด.33 (เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 06 – 5006 5377)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

โฆษก ตร. ตรวจบ้านประชาชน “โครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน”

วันที่​ 29 ธันวาคม 2562​ : พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พีระพงษ์ วงษ์สมาน รองผู้บัญชา การตำรวจนครบาล, พันตำรวจเอก สราวุธ จินดาคำ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พันตำรวจเอก วาสุเทพ คงกลทอม ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาว ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​

โดยได้เดินทางไปที่ บ้านศิลปินตลกชื่อดัง แอนนา ชวนชื่น ภายในหมู่บ้านบุราสิริปัญญา อินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยคุณ แอนนา ชวนชื่น ได้เข้าร่วมโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 191​ ซึ่ง หลังจากได้รับแจ้ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดส่งข้อมูลมายัง สน.คันนายาว ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้มาอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งนำแบบฟอร์มเข้าร่วมโครงการมาให้กรอกรายละเอียด ซึ่งหลังจากเข้าร่วมโครงการแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจะมาทำการตรวจตราดูแลความเรียบร้อย และรายงานผลการตรวจ พร้อมส่งภาพให้เจ้าของบ้านทราบทุกครั้งที่มาตรวจ

พลตำรวจโท ปิยะฯ กล่าวว่า “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๓ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.62 จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2563​ รวมระยะเวลา 10 วัน สำหรับในปีนี้มีบ้านพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,353 หลัง อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 980 หลัง ภาพรวมทั้งประเทศมากกว่าปีที่แล้วถึง 1,395 หลัง คิดเป็น 26.06 เปอร์เซนต์ โดยในปีที่แล้วมีบ้านเข้าร่วมโครงการจำนวน 3,958 หลัง”

พลตำรวจโท​ ปิยะฯ ยังได้เชิญชวนประชาชนที่ต้องการเดินทางออกไปทำธุระ พักผ่อน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด สามารถเข้าร่วมโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านพี่น้องประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ โดยติดต่อไปยังสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 191 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวก​ และติดต่อไปยังท่านเพื่อสอบถามรายละเอียด และนำใบสมัครเข้าร่วมโครงการไปให้กรอกข้อมูล

นอกจากนี้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้สั่งการไปยังตำรวจทุกพื้นที่ โดยกำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการป้องกันและลดอุบัติภัยทางถนน โดยได้กำหนดมาตรการ 4 มาตรการ ประกอบด้วย

  1. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันหยุดยาว ระหว่าง 24 ธ.ค.62​ ถึง 2 ม.ค.63 เน้นคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด และติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับค้างเก่า รวมถึงสุ่มตรวจยาเสพติดในสถานบริการ และการดูแลพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่
  2. มาตรการป้องกันเหตุก่อความไม่สงบ เพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่สัญลักษณ์ พื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ โดยเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการเข้าสนับสนุน
  3. มาตรการบังคับใช้กฎหายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยจัดตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกบริเวณสถานที่จัดงานต่างๆ ที่คาดว่าจะมีปัญหาการจราจร พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชนปฏิบัติตามกฎหมาย โดยจะมีการกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด 10 ข้อหาหลัก ควบคู่ไปด้วย
  4. มาตรการประชาสัมพันธ์ โดยขอความร่วมมือ ประชาชน ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ไม่ดื่มแอลกฮอล์บนยานพาหนะ และไม่จำหน่ายสุราให้แก่เด็กเยาวชน หรือผู้ที่อยู่ในอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ รวมถึงการขอความร่วมมือระมัดระวังการใช้พลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์สายด่วน หมายเลข 191​ หรือ แอปพลิเคชั่น Police I left u ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้การฯ ตม.2​ จี้เข้มสนามบิน รับคลื่นต่างชาติ เที่ยวปีใหม่ไทย

พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชา และ หัวหน้าด่าน ตม.สนามบินหลักในสังกัด 5 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ติวเข้ม “แผนอำนวยความสะดวกพิธีการตรวจคนเข้าเมืองช่วงเทศกาลปีใหม่” ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.62

จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่า จะมีผู้เดินทางเข้าออกราชอาญาจักรสูงสุด 2 ช่วง คือ ช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค.62 และ ช่วง 2 – 4 ม.ค.63 ซึ่งเป็นช่วงก่อน และ หลัง วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20 ธ.ค.62 – 5 ม.ค.63 จะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้น เป็นขาเข้า 45 เที่ยวบิน ขาออก 46 เที่ยวบิน เฉลี่ยต่อวันสูงสุดราว 445 เที่ยวบิน พล.ต.ต.วีรพลฯ​ ได้สั่งกำชับ หน.ด่าน ให้ปฏิบัติตามมาตรการตามแผนปีใหม่ ที่สำคัญคือ

  1. มาตรการวิเคราะห์ – โดยให้ประเมินสถานการณ์เที่ยวบินรายชั่วโมง ทุกวัน ร่วมกับการท่าอากาศยาน AOT เพื่อระดมกำลังพลให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสาร
  2. มาตรการระดมคน – ให้ทุกด่านจัดกำลังพลเสริมการปฏิบัติในช่วงเวลาหนาแน่นเต็มทุกช่องตรวจ ตามสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมกำชับ จนท.ห้ามขาดลา ในช่วงปฏิบัติตามแผนปีใหม่โดยเด็ดขาด
  3. มาตรการ 3 ประสาน – คือ สายการบิน การท่าอากาศยาน AOT และ ตม. ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบ โดยเฉพาะกำชับให้ประสานงานร่วมสายการบิน ในการเปิด check-in ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 ชม. เพื่อเผื่อเวลาให้กับผู้โดยสารขาออกในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ที่ต้องใช้เวลาในการ check-in ราว 1 ชม.และ ต้องผ่านการตรวจสัมภาระติดตัวตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของ การท่าฯ ตามมาตรฐาน ICAO ก่อนผ่านการตรวจหนังสือเดินทาง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาให้ทันขึ้นเครื่อง รวมถึงการแจกเอกสาร immigration card แก่ผู้โดยสารต่างชาติขาเข้า และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อลดเวลาที่หน้าช่องตรวจหนังสือเดินทาง
  4. มาตรการความมั่นคง – ให้ จนท.ทุกนาย ให้ความสำคัญต่อการอำนวยความสะดวกในการตรวจเข้าออกประเทศ โดยยึดหลักด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายต่างชาติ ที่อาศัยโอกาสแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ซึ่งจะมีการประสานหน่วยงานข่าวกรองเพื่อประเมินภัยคุกคามที่จะเข้ามาทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง โดยให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
  5. มาตรการด้านเทคโนฯ – โดยใช้ระบบ Biometric เป็นระบบหลักในการตรวจจับบุคคลเฝ้าระวัง และ ป้องกันการปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง โดยเฉพาะ กลุ่ม Impostor ที่ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นแฝงตัวเข้าไทย
  6. มาตรการควบคุม – ให้ รองผู้บังคับการ และ ผู้กำกับการ หัวหน้าด่าน ควบคุมบริหารสถานการณ์ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการแก้ปัญหา ตามนโยบาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.

โดย พล.ต.ต.วีรพลฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง เมื่อคืนวันที่ 28 ธ.ค.62 ที่ด่าน ตม.ดอนเมือง ยืนยันสามารถรับมือได้ดี

พ.ต.อ.เชิงรณฯ ได้ฝากย้ำเตือนผู้เดินทางให้เตรียมเอกสารการเดินทางโดยเฉพาะหนังสือ เดินทางที่อายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ การเผื่อเวลา check-in ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชม. ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามการใช้แอพลิเคชัน AOT Airports ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2029 7889 และสอบถามเที่ยวบินและการบริการต่างๆ ได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“มทภ.1” ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจป้องกันชายแดน จ.กาญจนบุรี

ที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่1 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ โดยมี พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการกองกำลังฯ เสนาธิการกองกำลังฯ ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงฯ ผู้บังคับหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการฯ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปภารกิจการปฏิบัติงานของหน่วย พบปะกำลังพลหน่วยขึ้นตรงและหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ และได้มอบของขวัญให้กับกำลังพลเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 2563 พร้อมทั้งได้กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลและขอบคุณในความทุ่มเท เสียสละ ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนาย ที่ทำให้พื้นที่ชายแดนมีความสงบเรียบร้อยตลอดมา

จากนั้นเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการต้นแม่น้ำสุริยะ กองร้อยทหารพรานที่ 1405 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการในพื้นที่ติดแนวชายแดนด้านทิศตะวันตกที่สำคัญ โดยรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของหน่วย ตรวจพื้นที่ปฏิบัติการ และมอบโอวาทให้กับกำลังพล

ก่อนเดินทางไปยังชุดประสานงานโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี(บ้านสาลาวะ-ไล่โว่) จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำถึงแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการประสานสอดคล้องอย่างเป็นระบบและได้เดินทางไปมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนในพื้นที่

รวมทั้งได้พบปะให้กำลังใจแก่ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครหมู่บ้านที่เข้ารับการอบรมโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนและหมอพื้นบ้านในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานการปฐมพยาบาล และเป็นต้นแบบในการดูแลตนเองด้านสาธารณสุขของชุมชน ตามแผนการพัฒนาพื้นที่โครงการ หลังจากนั้นจึงขยายผลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป โดยคณะผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้บรรยาย

////////////

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม​ 2562​ เวลา​ 20.45​ น. ที่ ด่านตรวจร่วม 3 ฝ่าย ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พันเอก​ อภิชัย​ เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 พร้อมด้วย สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรอำเภอยะหา, ปลัดประจำตำบลบาโงยซิแน และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ/จุดบริการประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานฯ เพื่อสร้างขวัญและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับและเน้นย้ำการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังได้มอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน กำชับการปฏิบัติงานให้มีความพร้อม ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตร่างกาย และสร้างความตระหนักถึงการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัยให้กับประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 รวมทั้งมาตราการการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย ป้องกันเหตุร้าย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

สุขใจ….ในสวนยาง

สุขใจในสวนยาง สุขสำราญเบิกบานใจ ทั้งรอยยิ้มต่างมอบให้ ด้วยหัวใจสุขเปรมปรีดิ์ ซึ่งต่างคน..ต่างหน้าที่ ต่างยินดีที่เจอกัน ด้วยรักและผูกพันรวมใจ ไทยเรานั้นเป็นหนึ่งเดียว

ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้อภัยต่อกัน ปีใหม่…เริ่มต้นใหม่ สุขสันต์ต้อนรับปีใหม่ครับ

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /พุทธรักษา ศรีสาคร

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บรรยายความรู้ และมอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข แก่ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บรรยายความรู้ และมอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข แก่ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม​ 2562​ เวลา 09.30 น. ที่ กองบังคับการ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานบรรยายความรู้ และมอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข แก่ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

รอง ผบ.ฉก.ทพ.49 ผู้แทนหน่วยฯ เปิดพิธี กิจกรรม ลดอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

เมื่อ 27 ธ.ค.62 เวลา 09.39 น. พ.อ.กำธร ศรีเกตุ ผบ.ฉก.ทพ.49 มอบหมาย พ.ท.สุเทพ โสดทิพย์ รอง ผบ.ฉก.ทพ.49 ผู้แทนหน่วยฯ เปิดพิธีกิจกรรม ลดอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยร่วมกับ ศปก.อ.ศรีสาครฯ, ฉก.ทพ.49, สภ.ศรีสาครฯ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3 ฝ่าย) โดยการ ตั้งด่านจุดตรวจบริการประชาชน พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ประจำอำนวยความสะดวก และเป็นจุดรับแจ้งเหตุ ตลอด 24 ชม. ในพื้นที่รับผิดชอบ อ.ศรีสาครฯ ณ ด่านตรวจร่วม 3 ฝ่าย คอหงส์ ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โดยมี นอภ.ศรีสาคร เป็นประธานเปิดในพิธี

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่