กอ.รมน.น่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการมอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการในพื้นที่มอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน พร้อมรณรงค์ประชา สัมพันธ์การป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับ ศาลเยาวชนและครอบ ครัวจังหวัดน่าน โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 38 กรมทหารพรานที่ 32 และส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการ “อุ่นรัก อิ่มใจ สู้ภัยหนาว ภูเค็งพัฒนา“ โดยได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวัน มอบให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนภูเค็งพัฒนา ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากภัยหนาวและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ในการนี้ได้ประชาสัมพันธ์ปลูกฝังและสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในชุมชน การให้บริการตรวจโรคและทันตกรรมเบื้องต้น เพื่อแนะนำการปฏิบัติตัวและการป้องกันโรค การให้บริการตัดผม พร้อมทั้งเชิญชวนบุตรหลานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการ ทหารกองประจำการด้วยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ของกองทัพบก

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น สร้างรอยยิ้มจากผู้ให้สู่ผู้รับ เด็กนักเรียนมีความสุขที่ได้รับการแบ่งปันสิ่งดีๆ ในครั้งนี้ และประชาชนในชุมชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อปัญหาไฟป่า อันจะเป็นผลนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชน และพร้อมใจกันร่วมมือกันป้องกันไฟป่าอย่างมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


นที มีเดช รายงาน

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

วันที่ 17 ธ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.3105 ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง จ.เชียงราย ได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวนประมาณ 70,000 เม็ด เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมาย หลังจากกลางดึกวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ทพ.3105 ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนพื้นที่หมู่บ้านดอนไชย หมู่ 6 ต.หงาว อ.เทิง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด ต่อมาได้พบรถจักรยานยนต์ไม่ทราบป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน มีคนขับขี่และซ้อนท้ายกันมารวม 2 คัน เมื่อจะถึงจุดตรวจจุดสกัดกลับพากันแตกตื่นเลี้ยวรถหลบหนี

เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีพิรุธจึงได้นำรถออกติดตามไปจนถึงบริเวณข้างแยกอ่างเก็บน้ำห้วยดี หมี หมู่บ้านหัวดง หมู่ 12 ต.หงาว อ.เทิง จ.เชียงราย คนบนรถจักยานยนต์ได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างเอาไว้ข้างทางก่อนจะอาศัยความมืดขับหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจวัตถุที่ทิ้งเอาไว้พบเป็นกระเป๋าใบเล็กเมื่อเปิดดูภายในปรากฎว่าบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้ารวมจำนวน 70,000 เม็ดดังกล่าว จึงทำการตรวจยึดไว้และนำส่ง สภ. เทิง ตามกฏหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมสมาคมแม่บ้านฯเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมสมาคมแม่บ้านทหารบก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พันโท ศิริพงษ์ มูลอำมาตย์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 และ คุณ ชวารินทร์ มูลอำมาตย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กอง พันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพลของหน่วยที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ขณะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตย จำนวน 2 นาย ประกอบด้วย

  1. สิบเอก นราวิชญ์ อ้วนโพธิ์กลาง กำลังพลสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าขาท่อนล่างซ้าย และบริเวณล่างตาข้างซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม (ไม่ทราบชนิด)
  2. พลทหาร ปรมินทร์ สุวรรณโภชน์ กำลังพลสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณซี่โครงด้านซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม (ไม่ทราบชนิด)

โดยได้มอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอบถามอาการบาดเจ็บและให้กำลังใจกับกำลังพลและครอบครัว ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน.ราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันเอก ทินชาติ สุทธิรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับคณะ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร และร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมกุลพิจิตร กองบังคับการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และได้นำคณะ ไปยัง ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และอาวุธปืน โดยมี พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นหัวหน้าคณะฯ


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วันนี้ (17 ธ.ค. 68) พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ กรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจแก่คณะผู้บริหาร ครู และเด็กนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ โดย พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้รับฟังสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งรับทราบปัญหาและความต้องการในการพัฒนาด้านต่างๆ ของโรงเรียน

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได้ดำเนินการตามพันธกิจของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสและผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะและหลักสูตรทวิศึกษา เช่น ช่างยนต์ ช่างเชื่อม การโรงแรม คอมพิวเตอร์ธุรกิจและการบัญชี เพื่อให้นักเรียนมีทักษะวิชาชีพควบคู่กับวิชาการ และด้านการพัฒนานักเรียนได้ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา อาทิ ยกน้ำหนัก รักบี้ ฟุตบอล มวย และเพาะกาย ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนสามารถสร้างชื่อเสียงและได้รับรางวัลในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ควบคู่กับส่งเสริมทักษะด้านอาชีพ กิจกรรมจินตคณิตสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เพื่อสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์ และความมั่นใจในการเรียนรู้ และในด้านการบริหารจัดการ ได้มีการดำเนินงานสหกรณ์นักเรียน เพื่อฝึกฝนการออม การบริหารจัดการ สร้างความรับผิดชอบร่วมกัน ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ และคุณธรรมจริยธรรม โดยมีนักเรียนที่สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

สำหรับปัญหาที่ทางโรงเรียนฯ ได้ประสบมาก่อนหน้านี้ คือ ปัญหาในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคได้เข้ามาให้การช่วยเหลือในการวางระบบท่อส่งน้ำ และมีการขุดบ่อกักเก็บน้ำ ทำให้ทางโรงเรียนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และได้นำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) เข้ามาติดตั้งเพื่อใช้ประโยชน์ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ กิจ กรรมต่างๆ ได้ช่วยพัฒนาให้เด็กนักเรียนมีความรู้ที่ดีขึ้น ทัดเทียมกับเด็กนักเรียนในชุมชนเมือง

โอกาสนี้ องคมนตรีพร้อมคณะฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ บูธกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่บุคลากรและเด็กนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 โดยขอให้เด็กนักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถ และขอให้ทางโรงเรียนส่งเสริมเด็กนักเรียนให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้เป็นทุนชีวิตติดตัวและให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน บูรณาการกำลังกว่า 150 นาย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน บูรณาการกำลังกว่า 150 นาย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญา กรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 มุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ป้องกันอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

วันนี้ 17 ธ.ค.68 เวลา 16.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน จัดให้มีพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวลำพูน เชิงสะพานท่าขาม อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน พร้อมด้วยหัวหน้า สภ. ในสังกัดภ.จว.ลำพูน ได้นำกำลังข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน, ตม.,พฐ., ท่องเที่ยว, สันติบาล พร้อมทั้งฝ่ายปกครอง,กอ.รมน.,ปภ. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการปฏิบัติการในครั้งนี้ รวมกว่า 150 นาย โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูนเป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และมี พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน กล่าวรายงานต่อประธาน การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการเข้มข้นในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศก่อนช่วงวันคริสต์มาส และวันหยุดยาวปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 17-25 ธ.ค.68
และช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 เป็นช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และพักผ่อนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การก่อความไม่สงบเรียบร้อย รวมไปถึงคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีคนร้ายหรือมิจฉาชีพแฝงตัวก่ออาชญากรรม จะเน้นกวาดล้างส่วนของเรื่องการพนัน เรื่องอาวุธปืน การหลอกลวงประชาชนทางไซเบอร์ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ เน้นการป้องกันปราบปรามการประทุษร้ายทำร้ายร่างกายประชาชน นักท่องเที่ยว และอีกส่วนเป็นเรื่องการดู
แลการฝากบ้านไว้กับตำรวจ การควบคุมการยิงปืนขึ้นฟ้า และเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ส่วนนี้จะดูแลสถานที่สำคัญ สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว
สถานที่ที่มีประชาชนอยู่รวมกันจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีการบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการอำนวยความสะดวกการจราจรได้บังคับใช้กฎ หมายโดยจะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะเมาแล้วขับ การสวมหมวกนิรภัย และการอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อให้ประชาชนในจังหวัด และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่มีความปลอดภัย และเกิดความประทับใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน ได้กำชับให้ สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อมุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุทางถนน ตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ กรณีเกิดอุบัติเหตุให้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอ ฮอล์ทุกราย ทำงานเชิงรุกตามแนวทางของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงการดำเนินงานภายใต้ยุทธวิธีอย่างรัดกุม

พร้อมกันนี้ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ระมัดระวัง ไม่ประมาทและเตรียมพร้อมรับ มือทุกสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยสูงสุดตลอดช่วงเทศกาลและขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกฎหมายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย และขออวยพรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ขอให้ใช้วาจาให้สุภาพ ในขณะออกปฏิบัติภารกิจ และยึดระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ประมาทและใช้ยุทธวิธีที่ฝึกฝนมาให้เป็นประโยชน์ต่อการทำ งานอย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งมีความปลอดภัยจากการปฏิบัติงานด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนมีความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตลอดการเดินทางช่วงเทศกาล ขอให้ทุกคนมีสติดื่มไม่ขับ กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพบเบาะแสอาชญากรรม ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม.หรือ โทรสายตรงศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191


นที มีเดช รายงาน

ตร.พัทยา ดำเนินคดี หนุ่มกระบะพ่นควันดำ ฟุ้งกลางพัทยา รับหัวฉีดพัง ทำรถจะดับ เลยต้องเร่งตลอด

ตร.พัทยา ดำเนินคดี หนุ่มกระบะพ่นควันดำ ฟุ้งกลางพัทยา รับหัวฉีดพัง ทำรถจะดับ เลยต้องเร่งตลอด

จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ ออนิว สีดำ ทะเบียน บห 2243 พระนครศรีอยุธยา เร่งเครื่องพ่นควันดำฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ บนถนนเลียบชาย หาดพัทยา ใจกลางแหล่งท่องเที่ยว บริเวณปากทางเข้าถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ท่าม กลางรถจักรยานยนต์ที่ขับตามหลัง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่สัญจรอยู่ในพื้นที่ ต่างได้รับความเดือดร้อนและเกิดความรำคาญ พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด เหตุเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัว นายปริญญา อายุ 32 ปี หรือ “ปูเป้” สมาชิกกลุ่มกำลังดี ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ถูกเรียกตัวได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้า สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอน

จากการสอบสวน นายปริญญา ให้การว่า ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในพื้นที่เมืองพัทยา ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะแต่งซิ่ง ซึ่งมีการปรับจูนระบบหัวฉีด เทอร์โบ และรีแมพเครื่องยนต์ ไปทำธุระในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองพัทยา พบว่ารถเกิดปัญหาหัวฉีดรั่วชำรุด จึงจอดพักอยู่กับรุ่นพี่บริเวณซอย 6 ถนนเลียบชายหาดพัทยา ก่อนจะขับรถออกมาในช่วงดึก ผ่านบริเวณปากทางเข้าถนนวอล์กกิ้งสตรีท ทั้งที่รถยังอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์

นายปริญญา อ้างว่า อาการหัวฉีดรั่วทำให้จำเป็นต้องเร่งเครื่องตลอดเวลา หากผ่อนคันเร่งรถจะดับวูบ ระหว่างขับขี่ได้ยินเสียงผู้คนโห่ร้องตามหลัง เนื่องจากควันดำที่พ่นออกมา ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถจอดรถได้ทันที เพราะเกรงว่ารถจะดับและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียกรถสไลด์ จึงฝืนขับกลับบ้าน จนกระทั่งคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ พร้อมยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนา และจะเร่งปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปกติต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้สอบปากคำและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดรถกระบะคันดังกล่าว ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบค่าควันดำและระดับเสียง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

สลดตาวัย 83 ปี รถกระบะชนจักรยานยนต์ กระเด็นเสียชีวิตคาที่

นครนายก – คลิปเหตุการณ์ รถกระบะชนจักรยานยนต์กระเด็นเสียชีวิตคาที่ สลดตาวัย 83 ปี จะเลี้ยวจอดรถเพื่อจะเดินไปซื้อของในตลาดนัด ถูกรถกระบะวิ่งสวนทางเสยเข้าเต็มแรงลากไถลกว่า 20 เมตร เสียชีวิตคาที่

ที่นครนายกเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดของคุณตาวัย 83 ปี ภาพจากกล้องวงจรปิดได้จับภาพรถกระบะชนรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนคร นายก ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมังกร กู้ชีพ อบต.ศรีนาวาที่อยู่ใกล้เคียงได้รีบช่วยเหลือผู้ทีได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุแล้วทำ CPR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีเทา หมายเลขทะเบียน กพ 4822 เพชรบูรณ์ ทราบชื่อคนขับนายวัฒนา เนตรนิล อายุ 33 ปี ห่างกันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำแดงหมายเลขทะเบียน 1กจ 19 นครนายก และพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อนายจิณณวัตร หนูเรียง อายุ 83 ปี สวมเสื้อลายดอกกางเกงขาสั้น สภาพศพแขนขาผิดรูปเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ส่วนทางด้านนางสาวศิริพร หนูเรียง ลูกสาวคนตายเล่าให้ฟังว่า คุณพ่อนั้นชอบมาซื้อของที่ตลาดนัดเป็นประจำและพ่อก็ไม่เคยขี่รถเร็วคิดว่าพ่อคงจะเข้ามาจอดตรงเลนกลางและทำให้รถกระบะที่ขับสวนทางมานั้นเฉี่ยวชนเข้าอย่างแรงจึงทำให้พ่อตัวเองเสียชีวิต

จากการสอบถาม นางสาวนิภาพร คำโสภา แม่ค้าอาหารตามสั่งที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าตัวเองขายของอยู่ที่ตลาดนัดและได้ยินเสียงรถเบรคอย่างแรงก็หันไปมอง ก็เห็นตาที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาถูกชนไปแล้วคาดว่าตาน่าจะจอดรถมาซื้อของที่ตลาดนัดเพราะวันนี้มีตลาดนัดและมีรถเยอะมากที่สำคัญถนนตรงนี้แบ่งเป็น 3 เลน ซึ่งทำให้ขับรถกันลำบากอาจจะทำให้เกิดการสับสนของระหว่างคนขับทั้ง 2 คัน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ผบช.ภ.3 ปล่อยแถวระดมกำลังโคราช กวาดล้างอาชญากรรมเข้ม รับมือชายแดน โดรนสอดแนม เทศกาลปีใหม่

ผบช.ภ.3 ปล่อยแถวระดมกำลังโคราช กวาดล้างอาชญากรรมเข้ม รับมือชายแดน โดรนสอดแนม เทศกาลปีใหม่

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและเสริมมาตรการรักษาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ทหาร ปกครอง ตม.ปภ.เขต5 ตำรวจทางหลวง ปปส.มูลนิธิกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมาและผู้กำกับการสถานีตำรวจในสังกัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ประกอบด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา, พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ, พ.ต.อ. โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง และ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ จันทรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลกรัง

การปล่อยแถวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชา ชน ควบคู่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยเฉพาะการเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา การใช้หรือบังคับโดรนโดยผิดกฎหมาย การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและชาวต่างชาติ รวมถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติงานเชิงรุก บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในช่วงปลายปีอย่างเต็มที่.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ ! วางแผนประชาสัมพันธ์ “งานมะขามหวานนครบาล 2569” ชูของดีเมืองเพชรฯ สร้างเงินสะพัด

เพชรบูรณ์ – ลุยเต็มสูบ ! วางแผนประชาสัมพันธ์ “งานมะขามหวานนครบาล 2569” ชูของดีเมืองเพชรฯ สร้างเงินสะพัด

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 โดยมี นายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น ครอบคลุมการผลิตและเผยแพร่ข่าวสาร การจัดทำอินโฟกราฟิก สปอตวิทยุ สปอตโทรทัศน์ การถ่ายทอดสด และการสื่อสารผ่านทุกแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างการรับรู้และกระแสความสนใจต่อ “งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ 2569” ให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งหารือการแต่งตั้งคณะกรรมการตัดสิน “ขวัญใจสื่อมวลชน” ในการประกวดนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569

ทั้งนี้ งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–31 มกราคม 2569 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของจัง หวัด ส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ “มะขามหวานเพชรบูรณ์” อันเป็นของดีขึ้นชื่อ ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

ภายในงานจัดเต็มกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การประกวดมะขามหวานชิงถ้วยพระราชทาน ตลาดนัดมะขามหวานคุณภาพจากเกษตรกร การประกวดขบวนรถบุปผชาติและธิดามะขามหวาน การประกวดนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ การจำหน่ายสินค้า OTOP นิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ การแสดงของนักเรียน และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เรียกได้ว่า ครบเครื่องความสนุก–ของดี–ของเด่นเมืองเพชรบูรณ์ ต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน