จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง จัดมวยเปิดเวที Knockout หายอดมวย ดันสู่เวทีสากล พร้อมมอบทุนการศึกษา

จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง จัดการแข่งขัน Knockout The Last Man Standing ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) และ เครื่องดื่ม KNOCKOUT เพื่อเปิดโอกาสให้นักชกดาวรุ่งจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพบนสังเวียนมาตร ฐาน พร้อมเฟ้นหายอดมวยฝีมือดีเข้าสู่การพัฒนาสู่เวทีระดับสากล สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนใช้กีฬาเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ

การแข่งขันครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมกีฬา สร้างประสบการณ์จริงให้กับนักมวยรุ่นใหม่ ภายใต้การดูแลของทีมงานและผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานนักชกไทยให้พร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เน้นเรื่องโภชนาการให้กับนักมวยเยาวชน ได้รับการสนับสนุนโปรตีน คุณภาพดีจาก บริษัท สยาม ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทูน่ากระป๋อง) และ ฟาร์มจระเข้ลำพูน (เนื้อจระเข้)

จัดงาน ณ ค่ายจิ้มแจ่ม บ็อกซิ่ง อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ มีมวยชกกว่า 47 คู่ นำโดยมาดามพิม วิชาดา เดอ สมิท หัวเรือใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ ‘’การจัดการแข่งขันมวยในครั้งนี้และทุกๆครั้งที่จัดมาเป้าหมายคือการสร้างโอกาสให้เยาวชนและสืบสานวัฒนธรรมมวยไทยให้ไปสู่เวทีโลก‘’ มาดามพิมฯ กล่าว

วันนี้เป็นการชิงแชมป์เข็มขัดKNOCKOUT ภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน งานนี้นักชกจากจิ้มแจ่ม บ็อกซิ่ง นำโดย ฟ้าผ่า และ เดอะ ทอร์นาโด รวมกับค่ายมวยอีกหลายค่าย อาทิ ศิษย์พระอาจารย์ต่าย, ศิษย์หลวงพ่อพรม, ศิษย์วัดสระแก้ว, ATK มวยไทยยิมส์, วัดเขาลัง, ค่ายมวยส.กำพล, แสนชัยดีล.ประกบคู่ถึง 47 คู่

ผลการแข่งขัน

  1. ชิงแชมป์ เข็มขัด JimJam รุ่นน้ำหนัก 30 kg ระหว่าง Sunday จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง กับ อั่งเปา ว.เขาลัง ผลการแข่งขัน ซันเดย์ จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่งชนะคะแนน
  2. ชิงแชมป์ เข็มขัด JimJam รุ่นน้ำหนัก 38 kg ระหว่าง มูลิน จ.อภิชาติมวยไทย vs นครหงส์ ส.หญ้าคา ผลการแข่งขัน มูลินชนะคะแนน
  3. ชิงแชมป์เข็มขัด ชมรมมวยสยามภาคเหนือตอนล่าง รุ่น 100 ปอนด์ชาย ระหว่าง ฟ้าผ่า จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง vs ปกรณ์ ส.กำพล ผลการแข่งขัน ฟ้าผ่าชนะคะแนน
  4. ชิงแชมป์เข็มขัด ชมรมมวยสยามภาคเหนือตอนล่าง รุ่น 72 kg ระหว่าง อิ๊กคิวสั่ง ส.มานิต vs เดอะทอร์นาโด จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง ผลการแข่งขันอิ๊กคิวซัง รักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ โดยการชนะน๊อคในยกที่ 3
  5. มวยคู่พิเศษในรายการ รุ่น 65 kg ระหว่าง แมททิว แสนชัยดีนายิม vs นฤเบส สิงห์คลองสี่ ผลการแข่งขัน แมทธิว แสนชัยดีน่ายิมชนะคะแนน

ท่ามกลางคนดูมาจากทุกสารทิศ บรรยากาศกันเอง พ่อแม่ ผู้ปกครองให้กำลังใจลูกหลานเรียกว่าวันนี้ไม่ต่างจากวันครอบครัวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

และยังได้รับเกียรติจาก แสนชัย King Of Muay Thai มาร่วมให้กำลังใจน้องๆติดขอบเวที ‘’ผมดีใจมากที่เห็นเยาวชนไทยเอาจริงเอาจัง และมีความฝันขอให้ทุกคนสู้ต่อไป‘’

นอกจากการแข่งขันแล้ว ยังได้ร่วมชมคอนเสิร์ต จาก Estella De Smit มือกีตาร์ จากเนเธอแลนด์ร่วมโชว์กับศิลปินรับเชิญ John The Voice

ภายในงานยังมีการ มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีความสามารถและมีความมุ่งมั่น เพื่อสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะกีฬา สะท้อนเจตนารมณ์ของจิ้มแจ่มบ็อกซิ่งในการสร้างคนคุณภาพควบคู่ไปกับการสร้างนักกีฬาคุณภาพ

จิ้มแจ่มบ็อกซิ่งเชื่อมั่นว่า “ทุกหมัดคือโอกาส ทุกความพยายามคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ” และพร้อมผลักดันนักชกไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกในอนาคต พร้อมสร้างสังคมกีฬาแห่งการเรียนรู้ ความมีวินัย และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

ซึ่งในเดือน กันยายน จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ส่งนักชกในค่าย วันชนะ และ เดอะโคบร้า โกอินเตอร์ ไปชกที่ประเทศสเปน เป็นการพิสูจน์ถึงความตั้งใจที่ต้องการผลักดันนักชกไทย สู่เวทีสากล

  • ติดตามความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจนักมวยของ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง
    • ทาง Facebook Jimjam Boxing
    • Tiktok :Jimjam

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เปิดทางด่วนวิ่งฉิว! นำส่งอวัยวะหัวใจดวงที่ 185 จาก รพ.ราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช สำเร็จใน 48 นาที

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เปิดทางด่วนวิ่งฉิว! นำส่งอวัยวะหัวใจดวงที่ 185 จาก รพ.ราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช สำเร็จใน 48 นาที

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. : ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติภารกิจต่อชีวิตสุดท้าทาย อำนวยความสะดวกเปิดทางนำส่งอวัยวะหัวใจ (ดวงที่ 185) จากโรงพยาบาลราชบุรี มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลศิริราช ได้ทันเวลาอย่างปลอดภัย

สืบเนื่องมาจากศูนย์วิทยุตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วนในการขนส่งอวัยวะหัวใจเพื่อนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยพล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้ทีมปฏิบัติการ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำโดย พ.ต.ท.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง,ร.ต.อ.มานะ จอกโคกสูง และ ร.ต.ต. อารยะ ป้อมค่าย นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดช่าง นำรถเข้าสนับสนุนบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศาลายา ทันที

ตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมกับตำรวจจราจรท้องที่,เจ้าหน้าที่การทางพิเศษ (ฉก.116) และพนักงานวิทยุ ได้ประสานงานเปิดทางจราจรอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถนำส่งหัวใจดวงสำคัญนี้จากจุดรับช่วงต่อเข้าสู่ โรงพยาบาลศิริราช ได้สำเร็จโดยใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 48 นาที เท่านั้น

ทางกองบังคับการตำรวจจราจร ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทางพิเศษ ตลอดจนพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ที่ช่วยหลบทางและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่งผลให้ภารกิจต่อลมหายใจในครั้งนี้บรรลุเป้าหมายได้อย่างทันท่วงที

#ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ #นำส่งอวัยวะ #หัวใจดวงที่185 #ภารกิจต่อชีวิต #รพราชบุรี #รพศิริราช


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปลดล็อกมิติใหม่ Sport Tourism ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย เนรมิตพื้นที่สู่ ‘Executive Playground’ เต็มรูปแบบ

พัทยา/ประเทศไทย – ปลดล็อกมิติใหม่ Sport Tourism ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย เนรมิตพื้นที่สู่ ‘Executive Playground’ เต็มรูปแบบ

เมื่อ ‘กีฬากอล์ฟ’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกรอบในกรอบเดิมๆ และความสนุกถูกนิยามใหม่ให้เปิดกว้างสำหรับทุกคน ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท (Chee Chan Golf Resort) สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมแห่งเมืองพัทยา ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ของไทยและภูมิภาคเอเชีย ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น ‘Executive Playground’ อย่างเต็มรูปแบบ ผสานโลกของกีฬา ความบันเทิงระดับโลก และการท่องเที่ยวเชิงอาหารไว้ในที่เดียว

งานแถลงข่าวประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ นำโดย คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา และคุณชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกันเปิดตัวไฮไลต์ระดับโลกที่จะเปลี่ยนพัทยาให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทางและสปอร์ตไลฟ์สไตล์จากทั่วทุกมุมโลก

1.ผู้นำแห่งแรกในไทยและเอเชีย : ปลดล็อก ‘Flinggolf’ สนุกได้ใน 15 นาที ไร้ข้อจำกัดเรื่องวัย เพื่อตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ได้นำ ‘Flinggolf’ กีฬาแนวใหม่สุดฮิตสัญชาติอเมริกัน เข้ามาเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย

ความโดดเด่นของ Flinggolf คือการผสมผสานเสน่ห์ของกอล์ฟเข้ากับความคล่องตัว ใช้ไม้ FlingStick เพียงด้ามเดียวในการขว้างและพัตต์ลูกบนแฟร์เวย์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนนานหลายปี เพียงเรียนรู้แค่ 15 นาที ก็สามารถเริ่มเล่นในสนามจริงได้ทันที ทลายกำแพงเดิมๆ ของกีฬากอล์ฟ ทำให้คนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นกอล์ฟมาก่อน สามารถร่วมสนุกบนสนามหญ้าเขียวขจีได้อย่างเท่าเทียมและเป็นกันเอง

2.ปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลก : ครั้งแรกกับการผนึกกำลัง ‘One Piece’ เขย่าวงการกอล์ฟ เตรียมพบกับความตื่นเต้นครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ผนึกกำลังครั้งแรกของโลกกับ ‘One Piece’ อนิเมะระดับตำนานที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก สร้าง สรรค์โปรเจกต์ Global Collaboration ที่จะเขย่าวงการกอล์ฟให้สั่นสะเทือน!

โปรเจกต์พิเศษนี้จัดทำขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เหล่า นักกอล์ฟ และสาวกหมวกฟาง ได้จับจองเป็นเจ้าของ Collection Golf Souvenir และ Exclusive Merchandise ลิขสิทธิ์แท้สุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสนามกอล์ฟเป็นครั้งแรก เติมเต็มพลังแห่งการผจญภัย ความสนุกสนาน และการสะสมของทุกๆ คน

งานนี้ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่า เพื่อผลักดันชื่อเสียงของสนามกอล์ฟไทยให้ก้าวไกล และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย เชื่อมโยงเสน่ห์ของ Pop Culture เข้ากับไลฟ์สไตล์กีฬากอล์ฟได้อย่างลงตัวที่สุด

3.World-First Experience: Electric Go-Kart on the Fairway
ในฐานะ Executive Playground ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ยังเติมเต็มความตื่นเต้นเร้าใจด้วยบริการรถ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก ให้ผู้เข้าร่วมได้ขับรถชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินเขาชีจรรย์ ผสมผสานความสปอร์ตและความสุนทรีย์ไว้ได้อย่างลงตัว สร้างสีสันและความแปลกใหม่ตามแนวคิด Amazing Thailand

4.Gastronomy Tourism: ดื่มด่ำสุนทรียภาพแห่งรสชาติ ณ ห้องอาหาร The View
ปิดท้ายความประทับใจด้วยมิติอาหารและการพักผ่อน ณ ห้องอาหาร The View @ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ที่นำเสนอเมนูอาหารระดับพรีเมียมสูตรพิเศษที่ทุกคนเข้าถึงได้ คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมทัศนียภาพแบบพาโนรามา 270 องศา มองเห็นผาเขาชีจรรย์และผืนหญ้าสีเขียวของสนามกอล์ฟ ยกระดับการกินดื่มให้เป็นมากกว่ามื้ออาหาร แต่คือประสบ การณ์ทางประสาทสัมผัสที่เติมพลังใจให้กับผู้มาเยือนทุกคน

“Flinggolf ประสบการณ์ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก รวมถึงการ Collaboration ระดับโลกอย่าง One Piece คือคำตอบของการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามกอล์ฟที่สวยงามติดอันดับโลก แต่เรากำลังเป็น Executive Playground ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ สาวกอนิเมะ ผู้รักความตื่นเต้น ครอบครัว หรือคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัด และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย”

คุณชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด กล่าวว่า “การที่ภาคเอกชนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทั้งการนำ Flinggolf เข้ามาเป็นแห่งแรกในเอเชีย และการผสานความบันเทิงระดับโลก ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สอด คล้องกับแนวคิด Amazing Thailand ของ ททท. ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา กล่าวว่า การขยับตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ในครั้งนี้ คือการปักหมุดวิสัยทัศน์ใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบความคุ้นเคยเดิมๆ ของสนามกอล์ฟสู่การเป็น Executive Playground อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบความประทับใจและประสบการณ์เหนือระดับให้นักท่องเที่ยวทุกคน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่พร้อมหมุนเวียนสร้างความสุขในทุกๆ เดือน

ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายใหม่จากกีฬา Flinggolf,กิจกรรมการขับ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟ,ความตื่นเต้นจากโปรเจกต์ความร่วมมือระดับสากลกับ One Piece ไปจนถึงสุนทรีย ภาพแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ณ ห้องอาหาร The View พร้อมทัศนียภาพพาโนรามา 270 องศาของเขาชีจรรย์

ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างมิติใหม่แห่งความบันเทิงที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น Hub แห่ง Sport Tourism & Lifestyle Destination ระดับท็อปของภูมิ ภาคเอเชียอย่างยั่งยืน

  • ข้อมูลการติดต่อและบริการ
    • สถานที่ : ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท (Chee Chan Golf Resort) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ใกล้เมืองพัทยา)
    • บริการไฮไลต์: Flinggolf,รถ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟ,คอลเลกชันพิเศษ Chee Chan x One Piece,ห้องอาหาร The View (ชมวิวเขาชีจรรย์ 270 องศา)
    • โทรศัพท์ : 038-196-555,083-148-5555
    • Email : reservation@cheechangolf.com
    • Website : www.cheechangolf.com

CheeChanGolfResort #ExecutivePlayground #FlinggolfThailand #SportTourism #AmazingThailand


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สวธ. ร่วมแสดงความยินดีกับผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติในพิธีเปิดป้ายบ้านศิลปินแห่งชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสงขลา

สวธ. ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) พุทธศักราช 2564 ในพิธีเปิดป้ายบ้านศิลปินแห่งชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสงขลา

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ บ้านโนรา 168 อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา : นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายบ้านศิลปินแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) พุทธศักราช 2564 ณ บ้านโนรา 168 ถนนนครใน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

โดยมีนางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา, นางเขมชนิดาภา ฤทธิกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยาภรณ์ อรมุต คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, รองศาสตราจารย์ ดร.สินชัย กมลภิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชิดชนก โชคสุชาติ รองผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระวีวัฒน์ ไทยเจริญ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, คุณฐิตะวัน ยังเขียวสด นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่กองทุนฯ เข้าร่วมงาน โดยมีนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

  • พิธีเปิดป้ายบ้านศิลปินแห่งชาติ
  • การแสดงทำบทเพลงทับเพลงโทนโนราภาคใต้ ร้องกลอนสี่กลอนหก
  • การแนะนำหุ่นละครเล็กโนรา
  • การแสดงหุ่นละครเล็ก หนุมานจับนางมัจฉา
  • การแสดงหุ่นละครเล็กโนราธรรมนิตย์
  • การสาธิตการร้อยลูกปัดและการสานกกผลิตภัณฑ์จากกระจูด จากโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา

ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569


รายงานโดย : กลุ่มบริหารกองทุนและระดมทุน กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดม่าน “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026” สะเทือนวงการ! ผุด “ตุ๊กตาทองคำ” แห่งคุณความดี มูลค่าต้นแบบกว่าแสนบาท ระดมคนบันเทิง-นักธุรกิจไทยเทศร่วมงานคับคั่ง

เปิดม่าน “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026” สะเทือนวงการ! ผุด “ตุ๊กตาทองคำ” แห่งคุณความดี มูลค่าต้นแบบกว่าแสนบาท ระดมคนบันเทิง-นักธุรกิจไทยเทศร่วมงานคับคั่ง

ประกาศศักดาเวทีรางวัลน้องใหม่ “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026” เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “เชิดชูคนทำดี ยกย่องคนสร้างสรรค์” พร้อมเปิดตัวถ้วยรางวัล “ตุ๊กตาทองคำ สุริยะเทวะ” ต้นแบบมูลค่ากว่า 100,000 บาท ดึงนักแสดงรุ่นใหญ่ เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง ศิลปิน และนักธุรกิจไทย-ต่างประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนจัดงานประกาศรางวัลใหญ่ 31 ตุลาคมนี้ ณ ช่อง 5

• จากเวทีคนบันเทิง สู่เวทีเชิดชูคนทำดี
สร้างความสนใจให้กับแวดวงบันเทิงและสังคมไม่น้อย สำหรับการเปิดตัว “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026” รางวัลเกียรติยศที่จัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมี นายวิน พลาธิปภาธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์สยาม คอมเมิร์ซ จำกัด และประธานกองประกวดมิสแอนด์มิสเตอร์ โอเรียนทัล ไทยแลนด์ ร่วมกับ ชมรมผู้สื่อข่าวสร้างสรรค์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์ พาโนรามา โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดา กรุงเทพมหานคร

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวของบุคคลจากหลากหลายแวดวง ทั้งสื่อมวลชน นักธุรกิจ ผู้บริหาร ศิลปิน ดารา นักแสดง และแขกผู้มีเกียรติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต่างมาร่วมจับตาการถือกำเนิดของเวทีรางวัลใหม่ที่วางแนวคิดให้ “ความดีและคุณประโยชน์ต่อสังคม” เป็นหัวใจสำคัญ

• แขกไทย-เทศตบเท้าร่วมงาน
ภายในงานมีนักธุรกิจและผู้บริหารจากต่างประเทศเข้าร่วม อาทิ Mr. Matthew H. ผู้บริหารกลุ่มโรงแรม Best Western International และ Mr. Mac Kaseem So ผู้บริหารด้านการจัดการและการตลาดระดับนานาชาติจากประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วย คุณวัชรียา ธนะสุนทร, คุณอุบลวรรณา ตินตะบุตร หรือ “มาดามหนูนา”, คุณรายา ท้าวไค แวร์ไทยแลนด์ ตลอดจน นายนเรนทร์ กรินชัย ผู้ประสานงานชมรมผู้สื่อข่าวสร้างสรรค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการชมรม ก็ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ฝั่งวงการบันเทิงก็ไม่น้อยหน้า นำโดยสองนักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง ฤทธิ ลือชา และ กรุง ศรีวิไล ที่มาร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญ พร้อมด้วยนักแสดงจากภาพยนตร์ ลับแลคำชะโนด ได้แก่ อัครชัย ดวงดารา และ สิทธิชัย พรุเพชรแก้ว

ขณะที่ทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ บังบด นำโดย เนติพงษ์ ทวีวงศ์, ธนศักดิ์ เจริญผล, อภิญญา เปี่ยมดี, ปาวีรัตน์ อัครขันตีวงศ์ และ ชยธร นิ่มนวล มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ยังมีบุคคลในแวดวงการสร้างสรรค์และบันเทิง อาทิ ไก่ ทรงกลด, ดร.วโรดม ศิริสุข, ชัย ศุภชัย และ ปกรณ์ แดงสกล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัวครั้งนี้

• ฮือฮา! เปิดตัว “ตุ๊กตาทองคำ สุริยะเทวะ”
ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของงานอยู่ที่การเปิดตัวต้นแบบ “ตุ๊กตาทองคำ สุริยะเทวะ” สัญลักษณ์แห่งรางวัลเกียรติยศที่ผู้จัดงานตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนคุณค่า ความภาคภูมิใจ และการยกย่องผู้ที่สร้างประโยชน์แก่สังคม

โดยต้นแบบรางวัลดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 100,000 บาท และได้รับการนำเสนออย่างโดดเด่นบนเวที ท่ามกลางความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงาน

เพิ่มสีสันด้วยการแสดงจากทีมนักแสดงภาพยนตร์ บังบด ทั้งคอรัสประสานเสียงและนาฏจินตลีลา สร้างบรรยากาศให้การเปิดตัวรางวัลครั้งแรกมีความโดดเด่นและเชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรมไทย

• ไม่ใช่แค่ดารา แต่ “คนทำดี” ทุกวงการมีโอกาส
จุดขายสำคัญของ “สุริยะเทวะ อวอร์ด” คือการเปิดกว้างให้การยกย่องไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแวดวงบันเทิง แต่ครอบคลุมบุคคลและองค์กรหลากหลายสาขา
ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง บุคคลสาธารณะ หน่วยงานและองค์กรด้านบันเทิง หน่วยงานทั่วไป ภาคธุรกิจ ข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป
หลักสำคัญในการพิจารณา คือผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีผลงานสร้างสรรค์ หรือมีการกระทำที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยผู้จัดงานระบุว่าจะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพร่วมพิจารณา
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายของเวทีที่ต้องการให้ “ความดีมีพื้นที่ ความสร้างสรรค์มีคุณค่า และคนทำประโยชน์ได้รับการยอมรับ”

• จับตา 31 ต.ค. พรมแดง “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026”
หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังงานประกาศรางวัลครั้งใหญ่ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 ณ ห้องเบญจนฤมิต สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 พร้อมการถ่ายทอดสด

ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนดังกล่าว คือ Red Carpet พรมแดงแห่งเกียรติยศ ซึ่งเตรียมต้อนรับศิลปิน ดารา และเซเลบริตี้จากประเทศไทย รวมถึงแขกและบุคคลจากต่างประเทศ

สำหรับองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลทั่วไปที่เห็นว่าตนเองหรือบุคคลที่รู้จักมีผลงานสร้างสรรค์ และทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ สามารถส่งประวัติเพื่อเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 082-749-6149 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook: Suriya Dheva Awards – รางวัลตุ๊กตาทองคำ สุริยะเทวะ และ Facebook: MMO International

จากการเปิดตัวครั้งแรก สู่ค่ำคืนแห่งเกียรติยศ 31 ตุลาคมนี้ — “สุริยะเทวะ อวอร์ด 2026” กำลังเปิดพื้นที่ให้สังคมได้ร่วมกันมองเห็นคุณค่าของ “คนทำดี” และ “คนสร้างสรรค์” อย่างเป็นรูปธรรม

สุริยะเทวะอวอร์ด2026 #SuriyaDhevaAwards #รางวัลตุ๊กตาทองคำ #เชิดชูคนทำดี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ กาญจนบุรีผนึกกำลังผู้จัด ยึด “สวนไทรโยคแลนด์” จัดใหญ่เทศกาลดนตรี “มโหฬาร THE LEGEND” ขน 11 ตำนานเพื่อชีวิตกระหึ่มขุนเขา 14 พ.ย. นี้

กาญจนบุรี – เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่! กาญจนบุรีผนึกกำลังผู้จัด ยึด “สวนไทรโยคแลนด์” จัดใหญ่เทศกาลดนตรี “มโหฬาร THE LEGEND” ขน 11 ตำนานเพื่อชีวิตกระหึ่มขุนเขา 14 พ.ย. นี้

(11 สิงหาคม 2569) จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี,สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี, ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และ บริษัท ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ จำกัดประกาศเปิดตัวเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “มโหฬาร THE LEGEND” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ณ สวนไทรโยคแลนด์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ระดับประเทศทางด้าน Event Marketing และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดนตรีต้อนรับลมหนาว

นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ความร่วมมือในครั้งนี้ว่า จังหวัดกาญจนบุรีเปี่ยมไปด้วยอัญมณีทางธรรมชาติ ทั้งขุนเขา สายน้ำ และมรดกทางประวัติศาสตร์ การผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้จัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นวาระสำคัญในการยกระดับศักยภาพของจังหวัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ โดยจังหวัดกาญจนบุรีมีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้านระบบสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และประชาชนอย่างทั่วถึง

ด้าน นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี และ นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเน้นย้ำถึงการใช้ดนตรีและศิลปะเป็นสื่อกลางขับเคลื่อน Event Marketing ยุคใหม่ ซึ่งการจัดงาน “มโหฬาร THE LEGEND” ในบรรยากาศธรรมชาติ จะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยว (Travel Connection) สู่การเข้าพัก การอุดหนุนสินค้าชุมชน และการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดกาญจนบุรีในช่วง High Season

ขณะที่คณะผู้จัดงาน ‘มโหฬาร THE LEGEND’ นำโดยผู้บริหารลูกหลานคนเมืองกาญจน์ คุณมณีรัตน์ มะลิอ่อง และ คุณสมเกียรติ ครอบแก้ว จาก บริษัท ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ คุณวิจิตร ศิริมา ผู้บริหาร บริษัท เอเยนซี่ ไอ แอม จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ร่วมกันประกาศความพร้อม เนรมิตปรากฏการณ์ดนตรีระดับประเทศโดย นายสมเกียรติ ครอบแก้ว (คุณเอ) ตัวแทนผู้บริหารฯ เปิดเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากทางจังหวัดกาญจนบุรี ททท. สำนักงานกาญจนบุรี และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ด้วยความตั้งใจของ ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ ร่วมกับวิสัยทัศน์ของ เอเยนซี่ ไอ แอม เราพร้อมสร้าง ‘มโหฬาร THE LEGEND’ ให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของแฟนเพลงทั่วประเทศ ผ่านบทเพลงของ 11 ศิลปินระดับตำนาน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความตระการตาให้จังหวัดกาญจนบุรีอย่างเต็มภาคภูมิ”

ด้าน นายเอกฉัตร สุนทรหัทยา (คุณเอก) ผู้บริหารสวนไทรโยคแลนด์ และเป็น รองประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีด้านการท่องเที่ยวและบริการและประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจอำเภอไทรโยค ได้กล่าวถึงความพร้อมในมิติของพื้นที่และการบริการว่า “สวนไทรโยคแลนด์มีความพร้อมเต็ม 100% ในการเนรมิตเวทีการแสดงท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาและสายน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ ในนามตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และร้านของฝากทั่วจังหวัดกาญจนบุรี ต่างร่วมใจกันเตรียมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรภาพและการบริการที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองกาญจน์อย่างยั่งยืน”

งานครั้งนี้นำทัพตำนานโดย คาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, สีเผือก คนด่านเกวียน, ทอม ดันดี ร่วมด้วย ฮิวโก้, ลาบานูน และศิลปินขวัญใจสายแคมป์รุ่นใหม่อย่าง คณะขวัญใจ, ไววิทย์ และ ดอนบม รวมความบันเทิงมาราธอน 12 ชั่วโมงเต็ม

โดยทางด้าน ศิลปิน ไววิทย์ ขวัญใจสายแคมป์ ตัวแทนทัพศิลปินที่มาร่วมโชว์เพลงอะคูสติกสร้างบรรยากาศภายในงานแถลงข่าว ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า “พวกเราตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ดนตรีท่ามกลางโอบล้อมของขุนเขา สายน้ำ และลมหนาวแรกที่สวนไทรโยคแลนด์ ศิลปินทุกวงตั้งใจซ้อมกันอย่างเต็มที่เพื่อขนเพลงฮิตและโชว์สุดพิเศษมามอบให้แฟนเพลง อยากเชิญชวนทุกคนเตรียมร่างกายและเสียงร้องให้พร้อม แล้วมาสัมผัสบรรยากาศความอบอุ่นร่วมกันครับ”

สำหรับการเดินทางมายังงานมีความสะดวกยิ่งขึ้นด้วยทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (มอ เตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี) รวมถึงเส้นทางรถไฟนำเที่ยวและรถไฟสายธรรมชาติที่ลง ณ สถานีถ้ำกระแซ

  • ทั้งนี้ บัตรรอบ Early Bird (ราคาโปรโมชันรอบสุดท้าย) เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ :
    • บินเดี่ยว (1 ท่าน) : 650 บาท (จากปกติ 1,200 บาท)
    • บินคู่ (2 ท่าน) : 1,200 บาท (จากปกติ 2,400 บาท)
    • ฝูงบิน (เข้างานได้ 4 ท่าน) : 2,200 บาท (จากปกติ 4,800 บาท)
    • VIP (เข้างานได้ 4 ท่าน) : 10,000 บาท (จากปกติ 15,000 บาท)
    • VVIP (เข้างานได้ 4 ท่าน) : 15,000 บาท (จากปกติ 25,000 บาท)
  • ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ทาง เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.MhlcTicket.com , AllTicket.com และ ตะกร้า TikTok Shop: มโหฬาร คอนเสิร์ต
  • ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage : มโหฬาร THE LEGEND(https://www.facebook.com/profile.php?id=61551761227894)
  • ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน / สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :
    • ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ: เทศกาลดนตรี “มโหฬาร THE LEGEND” (บริษัท ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ จำกัด)
    • Facebook Fanpage: มโหฬาร THE LEGEND
    • TikTok: มโหฬาร คอนเสิร์ต
    • เว็บไซต์จำหน่ายบัตร : www.MhlcTicket.com
    • ผู้ประสานงานประชาสัมพันธ์: คุณวิจิตร ศิริมา โทร.081-529-9444

สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก. กับเกษตรกรในระดับพื้นที่ ทั้งการติดตาม จัดเก็บ และรายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรแก่เกษตรกรและชุมชน ข้อมูลที่ ศกอ. สนับสนุนจึงเป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนสถานการณ์จริงจากพื้นที่ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ วางแผน และกำหนดมาตรการด้านการเกษตรได้อย่างเหมาะสม

ที่ผ่านมา สศก. ได้พัฒนาศักยภาพ ศกอ. อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความรู้ทางเศรษฐกิจการ เกษตร การจัดเก็บและรายงานข้อมูล การใช้ระบบดิจิทัล และการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กำหนดพัฒนา ศกอ. จำนวน 1,010 รายทั่วประเทศ ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ครอบคลุม 4 ภูมิภาค โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 ร่วมดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ

จุดเด่นของการอบรมในปีนี้ คือ การพัฒนาหลักสูตรจากผลประเมินและความต้องการจริงของ ศกอ. โดยผลการประเมิน SMART ศกอ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ใน 5 ด้าน ได้แก่ สมรรถภาพการทำงาน ความรอบรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตร จิตอาสาและความเป็นผู้นำ ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก อย่างไรก็ตาม ศกอ. ยังต้องการพัฒนาทักษะด้านการใช้แอปพลิเคชัน การจัดเก็บและรายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคา รวมถึงความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรและการถ่ายทอดองค์ความรู้

สศก. จึงกำหนดเนื้อหาการอบรมให้ครอบคลุมทั้ง หลักสูตรกลางและหลักสูตรเฉพาะพื้นที่ อาทิ มาตรการและนโยบายด้านการเกษตร สถานการณ์และแนวโน้มสินค้าเกษตร การใช้แพลตฟอร์ม Big Data ระดับจังหวัด การรายงานราคาสินค้าเกษตรผ่านแอปพลิเคชัน ราคา Farm Plus การรายงานสถานการณ์การผลิต การสำรวจปริมาณและต้นทุนการผลิต พร้อมการฝึกปฏิบัติและแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคจากการทำงานจริง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 ร่วมพิจารณาคัดเลือกองค์ความรู้และรูปแบบการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับความต้องการของ ศกอ. สภาพปัญหาการปฏิบัติงาน รวมถึงสินค้าและพืชเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานตามความสนใจและความจำเป็นของ ศกอ. โดยคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและสินค้าเกษตรสำคัญของพื้นที่ เพื่อให้ ศกอ.ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสให้สมาชิกได้ทำความรู้จัก สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาการทำงานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 จะพิจารณาคัดเลือกองค์ความรู้และรูปแบบการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับ ความต้องการและทักษะที่จำเป็นของ ศกอ. สภาพปัญหาการปฏิบัติงาน ตลอดจนสินค้าและพืชเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การอบรมไม่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศ แต่สามารถปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละภูมิภาค และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“การพัฒนา ศกอ. ในปีนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงให้สามารถใช้แอปพลิเคชันหรือรายงานข้อมูลได้เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจความหมายของข้อมูล มองเห็นสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดในพื้นที่ และสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่เกษตรกรได้ เมื่อ ศกอ. มีความรู้และทักษะที่เข้มแข็ง ข้อมูลจากพื้นที่ก็จะมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนและกำหนดมาตรการด้านการเกษตรให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายครองศักดิ์ กล่าว

สศก. ตั้งเป้าให้ ศกอ. ทั้ง 1,010 ราย ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์การประเมิน SMART ศกอ. เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนการผลิตและบริหารความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์สำหรับใช้ขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรต่อไป


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บทเรียนหมื่นล้านจากภาษีบุหรี่ 2 อัตรา : มหากาพย์ความล้มเหลวทางการคลัง

บทเรียนหมื่นล้านจากภาษีบุหรี่ 2 อัตรา : มหากาพย์ความล้มเหลวทางการคลัง

บทเรียนเกือบทศวรรษ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท จาก 5 อธิบดีกรมสรรพสามิต 7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิสูจน์ความล้มเหลวของโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตรา ทางรอดเดียวของประเทศไทยในเวลานี้ไม่ใช่การยื้อเวลาหรือซ่อมแซมโครงสร้างเดิม แต่คือการยึดมั่นในหลักสากลด้วยการเดินหน้าสู่โครงสร้างภาษีแบบอัตราเดียวอย่างกล้าหาญและเด็ดขาด เพื่อคืนความมั่นคงทางการคลังและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง

วิกฤตการจัดเก็บภาษียาสูบของประเทศไทยภายใต้โครงสร้างภาษีแบบ 2 อัตราตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ที่ถูกนำมาใช้โดยหวังจะสร้างความเป็นธรรม ปกป้องรัฐวิสาหกิจ และอุ้มเกษตรกรยาสูบในประเทศ กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ทลายกลไกราคาของตลาดบุหรี่จนพังพินาศ ทุกแบรนด์แห่ลดราคามาแข่งกันในตลาดราคาต่ำเพื่อเลี่ยงภาษี กระทบการจัดเก็บรายได้สรรพสามิตกว่าปีละ 2 หมื่นล้านบาท จนกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพงที่สุดของนโยบายทางการคลังที่รอวันแก้ไข

หากย้อนดูเส้นทางความเปลี่ยนแปลงตลอด 9 ปีที่ผ่านมา มหากาพย์ภาษีบุหรี่ได้ผ่านมืออธิบดีกรมสรรพสามิตถึง 5 ท่าน เริ่มต้นในสมัยของ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้กำเนิดโครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตราตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในเวลานั้นมีการกำหนดให้บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 20% ส่วนบุหรี่ที่ราคาเกิน 60 บาท จะต้องเสียภาษีในอัตรา 40% โดยมีความตั้งใจเดิมที่จะใช้โครงสร้างนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อรอการปรับขึ้นเป็นอัตราเดียวในอนาคต

ทว่าในสมัยของ นายพชร อนันตศิลป์ ผลกระทบจากการแบ่งขั้นภาษีก็เริ่มแผลงฤทธิ์อย่างรุนแรง บริษัทบุหรี่ข้ามชาติปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาขายปลีกของบุหรี่พรีเมียมลงมาเหลือไม่เกิน 60 บาท เพื่อลงมาเสียภาษีในอัตราต่ำเพียง 20% เกิดเป็นสงครามราคาที่แย่งชิงเค้กตลาดล่าง ยอดขายบุหรี่ต่างชาติพุ่งสูงขึ้นทันที ขณะที่การยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งเน้นขายบุหรี่ราคาประหยัดอยู่แล้วกลับถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจนขาดทุนอย่างรุนแรง กระทบกับโควตาการปลูกยาสูบของเกษตรกรไทยภายใต้ร่มเงาของการยาสูบฯ จนหายไปมากกว่าครึ่ง หลายครอบครัวตัดสินใจทิ้งอาชีพทำยา ผู้ที่ยังอยู่ก็ต้องเผชิญความเดือดร้อนแสนสาหัสรอคอยการเยียวยา

ต่อมาในยุคของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน ได้มีการพยายามรีเซ็ตโครงสร้างภาษีอีกครั้งเมื่อปี 2564 เพื่อแก้ปัญหาความลักลั่นและช่วยเหลือเกษตรกรยาสูบในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยมีการขยับเพดานราคาเป็น 72 บาท พร้อมปรับอัตราภาษีเป็น 25% สำหรับราคาไม่เกิน 72 บาท และ 42% สำหรับส่วนที่เกิน 72 บาท แม้กรมสรรพสามิตจะสื่อสารว่าเป็นเพียงมาตรการเปลี่ยนผ่านให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ระบบอัตราเดียว แต่ในความเป็นจริง มาตรการนี้เป็นเพียงการยื้อเวลาที่ทำให้ปัญหาเดิม ๆ ยังคงแฝงตัวอยู่ในระบบต่อไป และไม่ช่วยเรื่องการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตแต่อย่างใด

เมื่อเข้าสู่ยุคของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ก้าวจากข้าราชการสู่ตำแหน่งสูงสุดของกระทรวง ขึ้นแท่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ ดร.เอกนิติ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต ถือเป็นช่วงเวลาที่จุดอ่อนของระบบ 2 อัตราถูกตีแผ่อย่างชัดเจนที่สุดจากตัวเลขรายได้จัดเก็บที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดร.เอกนิติ ได้ชูนโยบายกรม ESG ภายใต้แนวคิด “EASE Excise” ที่มีการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกระทรวงการคลังเป็นหนึ่งเสาหลัก ในมิติของการปฏิรูปโครงสร้างภาษี (Standardization) ได้ครอบคลุมถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่ด้วย ดร.เอกนิติ ในขณะนั้นแสดงทัศนะในหลายเวทีว่า

“การปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่จะเสริมสร้างความเป็นธรรม ขจัดความลักลั่นของระบบ 2 อัตรา และป้องกันการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเลี่ยงภาษี เพื่อสุขภาพ อัตราเดียวช่วยให้การควบคุมราคาบุหรี่มีประสิทธิภาพ ลดจำนวนสิงห์อมควันหน้าใหม่ได้จริง และเพื่อเงินในคลัง การปรับเป็นอัตราเดียวที่เหมาะสมจะช่วยดึงรายได้ที่หายไปกลับคืนมา”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของ ดร.เอกนิติ กลับเป็นการบริหารงานแบบประวิงเวลา มีการตั้งคณะทำงานศึกษาวิจัยเพิ่มเติม และการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมาย การลังเลที่ไม่ยอมตัดสินใจหักดิบเปลี่ยนเป็นภาษีอัตราเดียวอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ทางการคลังสะสมเกือบ 20,000 ล้านบาท

การดึงเวลาและการลังเลที่ไม่ยอมปฏิรูปนโยบายทั้งที่เห็นปัญหารู้อยู่เต็มอก ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการคลัง แต่ยังนำมาซึ่งคำถามใหญ่เรื่องความรับผิดชอบเชิงบริหาร ว่าเหตุใดข้าราชการระดับสูงจึงปล่อยให้เงินภาษีของแผ่นดินรั่วไหลไปปีละนับหมื่นล้านบาทโดยไม่มีการแก้ไขที่ทันท่วงที

ในปัจจุบัน บทบาทการนำกรมสรรพสามิตตกมาอยู่ในมือของ ดร.พรชัย ฐีระเวช ซึ่งต้องแบกรับภาระในการแก้ไขมรดกความล้มเหลวนี้ ท่าทีล่าสุดของ ดร.พรชัย ชัดเจนขึ้นด้วยการยอมรับว่า ระบบ 2 อัตราดึงดูดให้ผู้ประกอบการลงมาแข่งกันดัมพ์ราคาในตลาดล่าง และเปิดเผยแนวคิดในการผลักดันโครงสร้างภาษีอัตราเดียวอย่างเต็มที่ เพื่อคืนกลไกราคาตามธรรมชาติ ให้เป็นไปตามหลักอุปสงค์และอุปทานตามมาตรฐานสากล

การเปลี่ยนเป็นระบบโครงสร้างแบบอัตราเดียวจะบีบให้บุหรี่ทุกแบรนด์เสียภาษีในอัตราเดียวกันโดยไม่มีขั้นบันไดให้หลบซ่อน ซึ่งจะช่วยปกป้องฐานภาษีของรัฐ เพิ่มรายได้เข้าคลังในยุคที่รัฐต้องเร่งจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมโดยสร้างผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนให้น้อยที่สุด และทำให้การควบคุมราคาเพื่อเป้าหมายด้านสาธารณสุขมีประสิทธิภาพจริง อย่างไรก็ตาม ดร.พรชัย กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญทางการเมืองและการบริหาร

หาก ดร.พรชัย สามารถผลักดันการปรับโครงสร้างภาษีเป็นอัตราเดียวได้สำเร็จ จะถือเป็นการปิดฉากฝันร้ายทางการคลังตลอด 9 ปี และสร้างผลงานชิ้นสำคัญในการกู้วินัยทางการคลัง แต่ในทางกลับกัน หากการปรับโครงสร้างภาษียาสูบนี้ต้องถูกยื้อ ถูกพับเก็บ หรือพ่ายแพ้ต่อแรงต้านของกลุ่มที่กลัวการเปลี่ยนแปลงว่าจะไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐอีกต่อไป คงต้องยอมรับแล้วว่าความสูญเสียทางการคลังที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะในสถานการณ์ที่ประเทศต้องการรายได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรองรับค่าใช่จ่ายจากสังคมผู้สูงอายุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังยอมรับการบริหารงานแบบมีช่องโหว่ที่ปล่อยให้เงินภาษีหมื่นล้านละลายหายไปอย่างถาวรแม้จะทราบแชะเข้าใจปัญหาในเรื่องนี้ดีที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

น้ำยมเอ่อท่วมบ้าน 9 หลัง นายอำเภอสวรรคโลก พร้อมจิตอาสา จ.สุโขทัย มอบถุงยังชีพ เร่งช่วยชาวบ้านนอกแนวคันกั้นน้ำ

น้ำยมเหนือหาดสะพานจันทร์เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน หลังตั้งอยู่นอกแนวกำแพงตลิ่งกั้นแม่น้ำยม นายอำเภอสวรรคโลก นำทีมฝ่ายปกครอง-ท้องถิ่น จิตอาสา ลงพื้นที่ให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม ช่วยเหลือเบื้องต้น 9 ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลก พร้อมด้วยปลัดอำเภอเสมียนตรา เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอสวรรคโลกก สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสวรรคโลก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมกับ นางสาวกรรณิกา ดาดาษ นายกเทศมนตรีตำบลป่ากุมเกาะ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลป่ากุมเกาะ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลป่ากุมเกาะ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม

จากการตรวจสอบพบว่า มวลน้ำบริเวณแม่น้ำยมเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ได้เอ่อเข้าท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชนบางส่วน โดยบ้านพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกแนวกำแพงตลิ่งกั้นแม่น้ำยม ทำให้น้ำสามารถเอ่อเข้าพื้นที่พักอาศัยได้
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสวรรคโลก และจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดสุโขทัย ได้เร่งเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมนำ ถุงยังชีพและน้ำดื่ม ไปมอบให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมทั้งสอบถามความเป็นอยู่และความต้องการช่วยเหลือของประชาชนอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นมีประชาชนได้รับผลกระทบรวม 9 หลังคาเรือน แบ่งเป็นพื้นที่หมู่ที่ 2 จำนวน 8 หลังคาเรือน และหมู่ที่ 14 จำนวน 1 หลังคาเรือน

ฝ่ายปกครองอำเภอสวรรคโลกและหน่วยงานท้องถิ่นยังคงติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำยมอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 2569

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 2569

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 0930 น. ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยส่วนราชการ บุคลากร ทหารจาก ฉก.สิงหนาท ตชด.336 สภ.เมือง อส.เมือง จิตอาสา 904 และประชาชนจิตอาสาพระราชทานจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ประธานในพิธีพร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมกันกล่าวถวายราชสดุดีน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระวิริยะอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ และพระราชทานแนวทางพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ เพื่อสร้างประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนแก่พสกนิกรชาวไทยตามพระราชปณิธาน “เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิทินพระราชกรณียกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชา ชนตลอดมา”

ในการนี้ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดแม่ ฮ่องสอน ส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมพัฒนาพื้นที่ ประกอบด้วย การทำความสะอาดและกวาดขยะ กวาดเก็บเศษใบไม้และขยะมูลฝอยบริเวณโดยรอบ ฉีดล้างทำความสะอาด ทำความสะอาดเส้นทางถนนรอบสวนสาธารณะหนองจองคำ ปรับภูมิทัศน์ ศาสนสถาน ดูแลความสะอาดบริเวณวัดจองคำและวัดจองกลาง กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแล้ว ยังเป็นการช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน โดยผู้เข้าร่วมทุกคนต่างตั้งใจที่จะยึดมั่นในการปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน