กะเหรี่ยงคาเรนนีโจมตีพม่าที่โมเบีย

กะเหรี่ยงคาเรนนีโจมตีพม่าที่โมเบีย

กองกำลังผสมกะเหรี่ยงคาเรนนี บุกโจมตีกองทัพพม่า ขณะเคลื่อนกำลังเข้าเมืองโมเบีย/เมืองปาย รอยต่อชายแดน รัฐคาเรนนีกับรัฐฉาน เกิดการสู้รบอย่างหนัก ด้านพม่าแก้แค้นด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่และโดรนถล่มฝ่ายต่อต้านเช่นกัน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี Karenni Army /KA เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ถึงสถานการณ์การสู้รบในเมืองโมเบียหรือเมืองปาย รอยต่อรัฐคาเรนนี กับ รัฐฉาน ซึ่งเป็นประตูเมืองจากรัฐฉานเข้าสู่เมืองลอยก่อว์ รัฐคาเรนนี โดยทางฝ่ายกองกำลังผสมกะเหรี่ยงคาเรนนี ร่วมกับกองกำลังกลุ่มปาโอ ฝ่ายต่อต้านทหารรัฐบาลพม่า ได้เปิดฉากโจมตีทหารเมียนมา ที่ถูกส่งมาจากเมืองโขหลำ รัฐฉาน เพื่อมาสถานปนาที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพภาคตะวันออกกลางที่เมืองลอยก่อว์ ซึ่งได้เกิดการสู้รบอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา

จากการสู้รบระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่าย ทางด้านกองทัพบกเมียนมา และ กองทัพอากาศ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ และ โดรน โจมตีทหารคาเรนนีและพลเมือง ในแถบเมืองโมเบีย หรือเมืองปาย , เมืองดีมอโซว์ โดยเฉพาะที่เมืองดีมอโซว์ เป็นเมืองที่ไม่ได้มีการสู้รบระหว่างกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายแต่กองทัพพม่ากลับโจมตีด้วยโดรนและเครื่องบินขับไล่ ส่งผลให้มีนายทหารระดับสูงของ กองทัพคาเรนนีเสียชีวิตไป 1 นาย ส่วนที่เมืองโมเบีย มี ราษฎร 2 คน คนอายุ 65 และ 21 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยระเบิดขนาด 500 ปอนด์จากเครื่องบินขับไล่ YAK-130 ของกองทัพอากาศพม่า

กองกำลัง PDF เมืองโมเบียระบุว่า มีทหารพม่าเสียชีวิตจากการสู้รบไปกว่า 30 นายในเมืองโมเบีย ขณะที่กองกำลัง PDF ร่วมกับกองทัพคาเรนนี KA พยายามเข้าควบคุมเส้นทาง ทางหลวงระหว่างเมืองโมเบีย กับเมืองลอยก่อว์

ทั้งนี้การสู้รบที่เริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อ ทหารพม่าสังกัด ภาคทหารบกตะวันออกกลาง ได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่เมืองลอยก่อว์ ทางฝ่ายกองทัพคาเรนนีและพันธมิตร ได้ใช้ยุทธการตอบโต้ด้วยการปิดล้อมค่ายทหารพม่า หลายแหล่งในเมืองดีมอโซว์ ฟลูโซว์ บอคาแคะ และผาซอง ทำให้กองทัพพม่าต้องส่งเสบียงอาหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร ให้แก่ทหารพม่าในพื้นที่ทางอากาศ ซึ่งเสบียงบางส่วนได้ตกสู่มือของฝ่ายต่อต้าน

อนึ่งการสู้รบดังกล่าว เกิดขึ้นในแถบเมืองหลวงรัฐคาเรนนี และเมืองรายรอบ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ต่ำกว่า 100 กม. และยังไม่ส่งผลกระทบต่อชายแดนไทยแต่อย่างใด


ภานุเดช ไชยสกูล แม่ฮ่องสอน / รายงาน

ทบ. รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น จากกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่กทม.และปริมณฑล

ทบ. รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น จากกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีรับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย โดยมี คุณณัฏฐิณี เนตรอำไพ กรรมการบริหารและที่ปรึกษาอาวุโสส่วนสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน พร้อมคณะ เป็นผู้แทนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 218,370 ชิ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกโอโม่, น้ำยาซักผ้าบรีส, น้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท, น้ำยาล้างจานซันไลต์ และโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปคนอร์ รวมมูลค่า 7,033,329 บาท เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขัง

การรับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือและการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในการดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และหน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงระดมสรรพกำลัง ยานพาหนะ เพื่อนำอาหาร น้ำดื่ม ยาเวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในทุกสถานการณ์ ควบคู่กับการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบาย “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”


9 ตุลาคม 2569
แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

สงขลา หาดใหญ่ กรมทหารราบที่ 5 ซักซ้อมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ

สงขลา/หาดใหญ่
กรมทหารราบที่ 5 ซักซ้อมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ

วันนี้ 9 ต.ค. 69 พ.อ. นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 เป็นประธานในพิธีเปิดการซักซ้อมการจัดกำลังพลเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ของหน่วยมีความพร้อม สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ ผบ.ร.5 ได้ให้แนวทางและเน้นย้ำแก่กำลังพลในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ประสบภัยและกำลังพลเป็นสำคัญ ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ มีระเบียบวินัย รอบคอบ และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมทหารราบที่ 5 มุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตามสถานการณ์ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


อ้อม มณีรัตน์ สงขลา รายงาน

เทศบาลอโยธยา ร.ต.ต.ธานี โพธิ์ชีพันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการโยธากองช่าง พร้อมเครื่องจักรกล ดำเนินการดังนี้

เทศบาลอโยธยา วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ร.ต.ต.ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา พร้อมด้วย , นายโรจน์ชัย ศศิวิมลรัตน์ , นายวิชัย อิสสระ , นายสมพร ศิริล้วน สมาชิกสภาเทศบาลฯ , นายทรงศักดิ์ วุฒิ หัวหน้าฝ่ายการโยธา นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการโยธากองช่าง พร้อมเครื่องจักรกล ดำเนินการดังนี้

1.ตรวจสอบระบบระบายน้ำประตูระบายน้ำสำคัญเดินหน้าสูบระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองปากข้าวสาร (วัดเกาะแก้ว) อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมระดับน้ำในพื้นที่เปราะบางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมความปลอดภัย และป้องกันผลกระทบต่อชุมชนริมตลิ่ง

2.ติดตามความคืบหน้า! งานตีเส้นจราจร โครงการปรับปรุงถนนแอสฟัลต์คอนกรีต ช่วงหลวงพ่อขาว ซอย 4 ถึงเขต อบต.ธนู (หมู่ 3 ต.คลองสวนพลู) เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการสัญจร

3.เจ้าหน้าที่กองช่างลงพื้นที่ปรับปรุงภูมิทัศน์และขนย้ายซากวัสดุสิ่งปรักหักพัง บ้านผู้ประสบอัคคีภัย ชุมชนคลองปากข้าวสาร หมู่ที่ 2 ตำบลคลองสวนพลู

4.ดำเนินการซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ บริเวณ , ชุมชนวัดประดู่ทรงธรรม , ชุมชนหลวงพ่อสุริยมุนี , ซอยอุโมงค์ , ซอยอู่เด่น

5.ดำเนินการตัดหญ้าและตัดต้นไม้แต่งกิ่งไม้ปรับภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่ เก็บขยะสะสม บริเวณ , เกาะกลางถนนโรจนะ

6.ดำเนินการขุดลอกเปิดทางระบายน้ำ และนำสิ่งกีดขวางทางน้ำออก เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น บริเวณ ซอยชัยมงคล14มา


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

นครนายก รองผู้ว่าฯ และ สส.เขต 2 ลงพื้นที่มอบถุงธารน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอบ้านนา

นครนายก – รองผู้ว่าฯ และ สส.เขต 2 ลงพื้นที่มอบถุงธารน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอบ้านนา

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ วัดเจริญสุข คลอง 33 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วย นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก เขต 2 ลงพื้นที่มอบถุงธารน้ำใจจากสภากาชาดไทย พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 100 ชุด ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าปัจจุบันยังมีประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสระบุรี ทำให้ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ยังได้พบปะพูดคุยกับผู้นำท้องที่และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับฟังปัญหาและสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ตรงกับต้องการ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

อยุธยา สภ.นครหลวง ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย มอบสิ่งของจำเป็นช่วยผู้ประสบอุทกภัย

อยุธยา สภ.นครหลวง ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย มอบสิ่งของจำเป็นช่วยผู้ประสบอุทกภัย

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.สรายุทธ แสงทอง ผกก.สภ.นครหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุพล สงทอง รอง ผกก.ป.สภ.นครหลวง และ พ.ต.ท.ศุภลักษณ์ หมื่อพัน สวป.สภ.นครหลวง นำข้าราชการตำรวจชุดจิตอาสาภัยพิบัติและคณะ กต.ตร.สภ.นครหลวง ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอนครหลวง นำโดยนางสรวงสุดา ปิติเสรี นายอำเภอนครหลวง พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง นายนพ ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ่อโพง และผู้ประกอบการ

คณะได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ วัดเกาะแก้วเกษฎาราม หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง พร้อมตรวจเยี่ยม สอบถามความเดือดร้อน และให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรนครหลวง


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา / รายงาน

อบต.ท่าเรือ ผนึกกำลังอีซูซุ ชีวิน นครนายก มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นครนายก – อบต.ท่าเรือ ผนึกกำลังอีซูซุ ชีวิน นครนายก มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายรุ่ง ลำบัวลอย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ร่วมกับบริษัท อีซูซุ ชีวิน นครนายก ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ สำนักงานใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

การมอบถุงยังชีพและน้ำดื่มในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดี

องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ ขอขอบคุณบริษัท อีซูซุ ชีวิน นครนายก และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ สำนักงานใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ ยังคงมุ่งมั่นดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 ผนึก พอช. ร่วมพัฒนา บ้านมั่นคงชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมความมั่นคง 4 จังหวัดอีสานใต้

“กองทัพภาคที่ 2 ผนึก พอช. ร่วมพัฒนา ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ ยกระดับคุณภาพชีวิต-เสริมความมั่นคง 4 จังหวัดอีสานใต้”

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในการประชุมหารือและติดตามความคืบหน้า “โครงการสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนไทย” ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

โดยโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” ที่มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้ร่วมกันหารือแผนนำร่องโครงการ “บ้านมั่นคงชนบท” ซึ่งเตรียมลุยพัฒนาพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนอีสานใต้ ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งการหารือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการจับมือกันสร้างรอยยิ้ม ความสุข และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #พม #พอช #สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน #ชายแดนไทย #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

นครนายก ผกก.สภ.ปากพลี ตรวจเข้มมาตรฐานการแต่งกายตำรวจบรรจุใหม่ ชื่นชมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบเสื้อเป็นขวัญกำลังใจ

นครนายก – ผกก.สภ.ปากพลี ตรวจเข้มมาตรฐานการแต่งกายตำรวจบรรจุใหม่ ชื่นชมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบเสื้อเป็นขวัญกำลังใจ

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากพลี จังหวัดนครนายก ได้ตรวจสอบมาตรฐานการแต่งกายของข้าราชการตำรวจที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนเสริมสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ในการนี้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากพลีได้กล่าวชื่นชมข้าราชการตำรวจบรรจุใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านการแต่งกายและการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ สะท้อนถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พร้อมกันนี้ ได้มอบเสื้อให้แก่ข้าราชการตำรวจบรรจุใหม่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจมีความภาคภูมิใจในเครื่องแบบ ยึดมั่นในระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ ซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การแต่งกายที่ถูกต้องและเหมาะสม ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่หน่วยงานตำรวจ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สถานีตำรวจภูธรปากพลี มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างวินัย ใส่ใจภาพลักษณ์ พร้อมให้บริการประชาชนอย่างมืออาชีพ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

พรรคผู้นำ เคลื่อนทัพขยายฐานมวลชนภาคกลาง จัดตั้งสาขาพรรค ลำดับที่ 10 สระบุรี ควบคู่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2/2569

พรรคผู้นำ เคลื่อนทัพขยายฐานมวลชนภาคกลาง จัดตั้งสาขาพรรค ลำดับที่ 10 สระบุรี ควบคู่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2/2569

สระบุรี -พรรคผู้นำ ชูกลยุทธ์และจุดยืนทางการเมืองภายใต้สโลแกน “สุจริต จิตอาสา” เดินหน้าขับเคลื่อนกลไกการทำงานทางโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดงานสำคัญ 2 วาระใหญ่ ได้แก่ การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคผู้นำ จังหวัดสระบุรี (ลำดับที่ 10) และการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคผู้นำ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ บริเวณลานจอดรถ วัดพระพุทธฉาย ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี

เจาะลึกยุทธศาสตร์การปักธงสระบุรี และนัยสำคัญทางการเมือง
1.ยุทธศาสตร์ขยายโครงสร้างพื้นฐาน (สาขาพรรค ลำดับที่ 10)
การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างที่มั่นคง การขยายสาขาพรรคมาถึงลำดับที่ 10 สะท้อนถึงความพร้อมด้านฐานสมาชิก การกระจายตัวของเครือข่ายพรรคในระดับภูมิภาค และการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ตลอดจนการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
2.ทำไมต้อง “วัดพระพุทธฉาย สระบุรี”: เชื่อมโยงชุมชนและพื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคกลาง
ประตูสู่ภาคอีสานและชุมทางภาคกลาง: การเลือกจังหวัดสระบุรีถือเป็นการปักหมุดในพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำคัญ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มแรงงาน ชุมชนเมือง และเกษตรกรรม การเข้าถึงมวลชนระดับฐานราก (Grassroots Movement): การเลือกสถานที่ “ลานจอดรถ วัดพระพุทธฉาย” ต.หนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและมีพื้นที่กว้างขวาง สะท้อนถึงแนวทางเข้าหาประชาชนเน้นความใกล้ชิด เข้าถึงง่าย และสร้างความคุ้นเคยกับคนท้องถิ่น
3.วาระประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2/2569 : เตรียมความพร้อมสู่อนาคต
การจัดประชุมใหญ่สามัญควบคู่ไปกับการจัดตั้งสาขาพรรค มีเป้าหมายสำคัญในการรับรองข้อบังคับพรรค การเลือกตั้งและรับรองคณะกรรมการสาขาพรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตลอดจนการพิจารณาแนวนโยบาย สรุปผลการดำเนินงาน และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพรรคภายใต้แนวคิด “ร่วมพัฒนา สร้างอนาคตที่ดีกว่า” เพื่อส่งสัญญาณความพร้อมต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในระดับชาติและท้องถิ่น

รายชื่อบุคคลสำคัญในโครงสร้างผู้บริหารพรรคผู้นำ ดังนี้
คณะกรรมการบริหารพรรคผู้นำ
1.ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ตำแหน่ง หัวหน้าพรรค
2.พ.ต.อ.ชนะ สุวรรณโกมล ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค
3.นายธนูศิษย์ คิดทำ ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค
4.นายนิกอิสฮาก เปาะซา ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค
5.นางมณีทิพย์ ธรรมสิริภัสสร ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค
6.นางสาวณัชนันท์ภัทร จันธิปะ ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค
7.นางสาวจันทิรา อ้นจันทร์ ตำแหน่ง เลขาธิการพรรค
8.ดร.ณิชาภัทร์ มูลสภา ตำแหน่ง เหรัญญิกพรรค
9.นายภูวนาท พันธุวงศ์ ตำแหน่ง นายทะเบียนสมาชิกพรรค
10.นางสาวกชพรรณ บวรพรรณกุล ตำแหน่ง โฆษกพรรค

สรุปภาพรวม
การจัดประชุมของพรรคผู้นำ ณ จังหวัดสระบุรี ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนทางกฎหมายในการตั้งสาขาพรรคและประชุมใหญ่ประจำปีเท่านั้น แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดการขยายตัวทางการเมืองและการเร่งรุกพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและส่งเสริมพรรคผู้นำในฐานะตัวเลือกใหม่ทางการเมืองภายใต้สโลแกน “สุจริต จิตอาสา” อย่างเป็นรูปธรรม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน