อุทัยธานีครึกครื้น เขตป่าห้วยขาแข้ง ชาวบ้านจอดรถนับร้อย เข้าป่าหาเห็ดโคน

อุทัยธานีครึกครื้น! เขตป่าห้วยขาแข้ง ชาวบ้านจอดรถนับร้อย เข้าป่าหาเห็ดโคน

เมื่อช่วงเช้า ของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานริมถนนช่วงทางเข้าเขตป่าห้วยขาแข้งติดกับเขตป่าชุมชน ที่ให้ชาวบ้านเข้าไปหาเก็บของป่าได้ พื้นที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ในราวเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี ชาวบ้านก็จะเข้าป่า ไปหาเก็บเห็ด โดยชาวบ้านในพื้นที่และนอกพื้นที่ ต่างเดินทางนำรถจยย.รถกระบะ มาจอดเรียงราย ก่อนที่จะเดินเท้าเปล่าไปพร้อมกับอุปกรณ์เพื่อหาเห็ด ส่วนมากชาวบ้านจะเข้าไปหาเห็ดโคนในช่วงเช้า และจะออกจากป่ามาอีกทีในช่วงเที่ยงไปแล้วถึงเย็น หากชาวบ้านได้เห็ดเยอะ ก็จะแบ่งออกไปขาย แต่หากได้น้อย ก็แบ่งกินกันในครอบครัว

ขณะเดียวกันสอบถามชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า วันนี้พวกตนพึ่งจะมาหาเห็ดโคนเป็นวันแรก โดยนำห่อข้าวห่อน้ำขึ้นไปกินในป่าด้วย พร้อมกับอุปกรณ์ ตะกร้า มีด จะลงจากป่ามาอีกที ก็ช่วงประมาณเย็นๆใกล้ค่ำ


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมต้อนรับ สส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้พิการ

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมต้อนรับ สส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้พิการ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 11.30 น
ในพื้นที่ตำบลไทรงามหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรบางเลน ร่วมให้การต้อนรับ พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4 พร้อมคณะทำงานและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เขต 1 เขต 2 และเขต 3 ซึ่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

ในการนี้ ได้ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลไทรงาม โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และมอบกำลังใจแก่ประชาชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ
ฝ่ายปกครองตำบลไทรงามพร้อมประสานความช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ
อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม รายงาน

น้ำต้องลด คนต้องรอด! วิทยาสั่งลุย 24 ชม. เสริมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขัง พร้อมบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

น้ำต้องลด คนต้องรอด! วิทยาสั่งลุย 24 ชม. เสริมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขัง พร้อมบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมธาราปัญญาพัฒน์ ชั้น 2 สำนักงานชลประทานที่ 11 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ.2569 โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และร่วมกันกำหนดแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทานได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจจุดที่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดที่เหมาะสม รวมถึงระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งลดระดับน้ำท่วมขังและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว

นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว อธิบดีกรมชลประทานยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมด้านการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ โดยเฉพาะการจัดเตรียมถุงยังชีพ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ.2569 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน จะต้องเร่งตรวจสอบข้อมูล ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ และส่งกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

กรมชลประทานยืนยันความพร้อมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเร่งระบายน้ำ การสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ และการบรรเทาความเดือดร้อนในด้านต่างๆ โดยจะไม่ละเลยทุกเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาหรือมีความเดือดร้อนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ สามารถแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ.2569

โทร. 02-583-3495
สายด่วนกรมชลประทาน 1460
ช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมต้อนรับและส่ง องคมนตรี พร้อมคณะ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 1,000 ชุด ไปมอบแก่ผู้แทนประชาชนที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายสรนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยข้าราชการ ศาล ทหาร ตรวจ พลเรือน และคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

ซึ่งเมื่อ เวลา 09.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ผู้บังคับการกองบิน 46 และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ร่วมให้การต้อนรับและส่ง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี พร้อมคณะ ซึ่งเดินทางไปยังจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 14 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมอำนวยความสะดวกและขนย้ายสิ่งของพระราชทาน พร้อมทั้งจัดชุดปฏิบัติการจัดเตรียมสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว และ รักษาความปลอดภัยบริเวณ สนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ณ โรงเรียนขาณุวิทยา อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ระหว่างวันที่ 28-24 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 8 อำเภอ 51 ตำบล 617 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 22,540 คน 7,976ครัวเรือน ในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี, อำเภอเมืองกำแพงเพชร, อำเภอปางศิลาทอง, อำเภอคลองขลุง, อำเภอโกสัมพีนคร, อำเภอคลองลาน, อำเภอบึงสามัคคี และอำเภอทรายทองวัฒนา

การได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ สร้างความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระเมตตาและห่วงใยต่อพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนเสมอมา


นที มีเดช รายงาน

เสียชีวิตจากดินถล่ม เยียวยาแล้ว

เสียชีวิตจากดินถล่ม เยียวยาแล้ว

เงินเยียวยา 2 ล้านบาท ตามมติ ครม.ถึงมือครอบครัวผู้ประสบภัยแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นที่เรียบร้อย หลังจากครอบครัวได้สูญเสียบุคคลจากสาเหตุดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา ช่วงหัวค่ำ ตนได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมและติดตามผลการให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของ นายบุญช่วย ปัญญากิจตระกูล อายุ 56 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ บ้านแม่สวรรค์น้อย ตำบลแม่เหาะ

การช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ซึ่งได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มในช่วงฤดูฝน ปี 2569 โดยในกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติทางตรง จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอัตรารายละ 2,000,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวแจ้งว่าได้เปิดบัญชีธนาคารไว้กับธนาคารออมสิน สาขาแม่สะเรียง และมีเงินโอนเข้าบัญชีครอบครัวผู้ประสบภัยโดยตรงเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

ในการลงพื้นที่วันนี้ ผมได้กล่าวให้กำลังใจพร้อมทั้งฝากข้อห่วงใย ขอให้นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายในการดำรงชีวิตด้วยความประหยัด รู้คุณค่า และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยทางครอบครัวผู้ประสบภัยได้ฝากกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนขอบคุณเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้อำนวยความสะดวกเรื่องเอกสาร พร้อมทั้งนำเสนอความช่วยเหลือตามระเบียบของราชการและดูแลกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

เหตุการณ์ดินโคลนถล่มทับราษฎรไทยจนเสียชีวิต เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 อำเภอแม่สะเรียงได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เหาะ เมื่อ เวลา 16.00 น. จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่มทับกระท่อมในพื้นที่ทำการเกษตร ณ บ้านแม่สวรรค์น้อย หมู่ที่ 12 ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเหตุให้มีราษฎรเสียชีวิต จำนวน 1 รายจากการประสานข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียชีวิต ชื่อ นายบุญช่วย ปัญญากิจตระกูล อายุ 56 ปี อาชีพเกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 12 ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยภรรยา นายบุญช่วย เล่าว่า ภายหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องทั้งวัน ได้เกิดเหตุดินโคลนถล่มลงมาทับกระท่อม ที่นายบุญช่วย ได้หลบฝนพักอยู่อย่างกระทันหันหนีออกมาไม่ทันถูกโคลนทับจนเสียชีวิตอยู่ที่กระท่อมดังกล่าวฯ ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตพร้อมภรรยาได้เดินทางไปทำการเกษตรในพื้นที่ทำนา ที่บ้านแม่สวรรค์น้อย หมู่ที่ 12 ตำบลแม่เหาะ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 11.36 น. ได้เกิดดินโคลนถล่มลงมาทับกระท่อมที่พักทับร่างจนเสียชีวิต ขณะที่ภรรยาสามารถออกจากบริเวณที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย ได้ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ชีพในพื้นที่ เพื่อแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จนท. รพ.สต.แม่เหาะ และตำรวจเข้าไปให้ความช่วยเหลือ โดยที่เกิดเหตุอยู่ไกลจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร

เมื่อเจ้าหน้าที่ ไปถึงที่เกิดเหตุ มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขา พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อมในลักษณะถูกดินโคลนและโครงสร้างกระท่อมถล่มลงมาทับร่าง จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุนำกลับมายังหมู่บ้านได้อย่างทุลักทุเล เมื่อเวลา 16.00 น. เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่ในหุบเขาต้องเดินทางเท้าเข้าไปและกลับ รอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน

ทั้งนี้ อำเภอแม่สะเรียงได้ประสาน อบต.แม่เหาะ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนตรวจสอบความเสียหายและเฝ้าระวังพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่ม


ภานุเดช ไชยสกูล แม่ฮ่องสอน / รายงาน

พระนครศรีอยุธยา เปิดงานเทศกาลกินเจกรุงเก่า 9 วัน 9 มงคล ประจำปี พ.ศ 2569

จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดงานเทศกาลกินเจกรุงเก่า 9วัน 9มงคล ประจำปี พ.ศ 2569

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 18.19 น. ณ โรงเจเต็กเซี่ยงตึ้ง คลองมะขามเรียง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลกินเจกรุงเก่า 9วัน 9มงคล ประจำปี พ.ศ 2569

พร้อมด้วย นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายทรงพล สุขสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 หัวหน้าส่วนราชการ นายจรูญศักดิ์ ศรีโภชน์สมบูรณ์ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย -จีน ประชาชน เข้าร่วมพิธีดังกล่าวฯ

วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมประเพณีอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา / รายงาน

นครนายก อำเภอปากพลี เร่งแก้น้ำเน่าเสีย ระดมฉีดพ่น ซุปเปอร์ พด.6 บำบัดน้ำเสียพื้นที่น้ำท่วมขัง

นครนายก – อำเภอปากพลี เร่งแก้น้ำเน่าเสีย ระดมฉีดพ่น “ซุปเปอร์ พด.6” บำบัดน้ำเสียพื้นที่น้ำท่วมขัง

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี นำสารบำบัดน้ำเสีย “ซุปเปอร์ พด.6” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินนครนายก ลงพื้นที่ฉีดพ่นบริเวณที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่บ้านโคกสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อเร่งบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้น้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นรบกวนประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงเร่งดำเนินการบำบัดน้ำเสีย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและช่วยบรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ อำเภอปากพลียังได้วางแผนบูรณาการความร่วมมือกับสถานีพัฒนาที่ดินนครนายกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขัง เพื่อผลิตสารบำบัดน้ำเสีย “ซุปเปอร์ พด.6” เพิ่มเติม และเร่งนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน สำหรับนำไปใช้บำบัดน้ำเสียภายในครัวเรือนและบริเวณที่มีน้ำท่วมขังตามความเหมาะสม

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอปากพลีที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

เลขาฯ สุริยา ลงพื้นที่ชุมชนบางส้านพัฒนา กองทุนแม่ของแผ่นดินจ.ระนอง รับฟังปัญหาและเสนอแนะแนวทางป้องกันปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน โดยให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูบุตรหลาน

เลขาฯ สุริยา ลงพื้นที่ชุมชนบางส้านพัฒนา กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดระนอง รับฟังปัญหาและเสนอแนะแนวทางป้องกันปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน โดยให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูบุตรหลาน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผอ.ปปส.ภ. และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ชุมชนบางส้านพัฒนา เทศบาลเมืองระนอง จังหวัดระนอง ณ อาคารกลุ่มผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองระนอง โดยมีพัฒนาการจังหวัดระนอง ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดระนอง/ประธานชุมชนบางส้านพัฒนา เทศบาลเมืองระนอง (นายอภิชาติ หงษ์ชูเกียรติ) และคณะกรรมการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดระนอง ในเขตเทศบาลเมืองระนอง จำนวน 20 ชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งให้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาและการขับเคลื่อนงานของชุมชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านกลไกกองทุนแม่ของแผ่นดิน และรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอจากเครือข่ายหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ผู้นำชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยเครือข่ายรายงานการขับเคลื่อนงานด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสยาเสพติดมายังสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 8 และสายด่วน 1386 ควบคู่กับการใช้แนวทางสันติวิธี อาทิ การส่งเสริมกีฬา ดนตรี การพัฒนาอาชีพ และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน

ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนสถานการณ์ปัญหาในชุมชน ทั้งกรณีบุคคลภายนอกเข้ามามั่วสุม ปัญหาผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่สร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้แก่คนในชุมชน ตลอดจนปัญหาแรงงานต่างด้าวและประชากรแฝง โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าในกลุ่มดังกล่าว จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและดูแลปัญหาในพื้นที่อย่างเหมาะสมและเสนอให้ภาครัฐดำเนินการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะช่องทางการแจ้งเบาะแสยาเสพติด ซึ่งคนในชุมชนยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการรักษาข้อมูลของผู้แจ้ง

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวชื่นชมจังหวัดระนองที่เป็น 1 ใน 2 จังหวัดของประเทศที่สามารถจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ครบทุกพื้นที่ และได้สร้างความเชื่อมั่นต่อเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินในการแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ซึ่งสามารถแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ค้า ผู้เสพผู้ติดยาเสพติด ปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้แจ้งและการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงมีมาตรการสินบนและรางวัลสำหรับการแจ้งเบาะแสตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้เลขาธิการ ป.ป.ส. เสนอให้ชุมชนหันมาให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูบุตรหลานตั้งแต่เยาว์วัย โดยเน้นช่วงอายุ 0-6 ขวบ ซึ่งการแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และชุมชน โดยสำนักงาน ป.ป.ส. มีชุดเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกัน การพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions ) ตั้งแต่เด็กปฐมวัย เยาวชน วัยรุ่น วัยทำงาน และประชาชนทุกคน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างครบวงจร โดยส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ กีฬา ดนตรี และกิจกรรมสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอจากเครือข่ายชุมชนจะนำไปประกอบการพัฒนาการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ส. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมบูรณาการการป้องกัน บำบัด และปราบปราม ตลอดจนการเฝ้าระวังปัญหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้แก่ประชาชนในชุมชนต่อไป


พ่อเมืองสุพรรณ นำส่วนราชการผู้บริหารท้องถิ่นมอบถุงยังชีพให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย

สุพรรณบุรีพ่อเมืองสุพรรณนำส่วนราชการผู้บริหารท้องถิ่นมอบถุงยังชีพให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย

นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 นางมณฑา ฉันทดิลก ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัย และมอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

โดย พ.อ. ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำกำลังพล กอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 9 สนับสนุนจังหวัดสุพรรณบุรี ในการลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภค จำนวน 6,689 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่ อำเภอบางปลาม้า บริเวณ ประตูน้ำรางไซแตก ตำบลวัดโบสถ์ 2. อำเภอสองพี่น้อง บริเวณ อบต.บางเลน วัดโบสถ์ดอนลำแพน ศาลาประชาคมหมู่ที่ 2 ตำบลบ้านช้าง อบต.บ้านกุ่ม อบต.บางตะเคียน อบต.ต้นตาล วัดท่าจัด ต.บางพลับ และวัดบางบอน ต.หัวโพธิ์ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ในการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ผู้ว่าราชการได้ให้ความสำคัญ เร่งรัดการดำเนินการให้รวดเร็ว และครบถ้าน ซึ่งปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับเงินเยียวยาแล้ว รวม 1,824 ครัวเรือน คิดเป็น จำนวนเงิน 16,112,000 บาท


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี / รายงาน

นครปฐมจัดหนัก! รองผู้ว่าฯ สั่งลุยทลายผับดังสามพราน เปิดเกินเวลา ขายเหล้าเด็ก โดน 6 ข้อหาเตรียมสั่งปิด 5 ปี

นครปฐมจัดหนัก! รองผู้ว่าฯ สั่งลุยทลายผับดังสามพราน เปิดเกินเวลา-ขายเหล้าเด็ก โดน 6 ข้อหาเตรียมสั่งปิด 5 ปี

เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กวาดล้างสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเข้มงวด

โดยการปฏิบัติการสนธิกำลังบุกทลายครั้งนี้ มีฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม นำโดย ว่าที่ร้อยตรีศิระ บุญแทน ป้องกันจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายหมวดเอกภูวิศ ภิรมย์เบี้ยว ผช.ป้องกันฯ นายหมวดเอกอิศราวัจน์ สอดศรี ผช.ป้องกันฯ นายหมวดเอกวิวัฒน์ อายุเคน ผช.ป้องกันจังหวัด และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอกำแพงแสน สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอสามพราน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน เข้าตรวจสอบและจับกุม ร้าน stories ตั้งอยู่ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดให้บริการและทำผิดกฎหมายหลายข้อหา

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้จัดการร้าน พร้อมดำเนินคดีใน 6 ข้อหาสำคัญ ดังนี้
1.ตั้งสถานบริการโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีประกาศห้ามขาย
3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย
4.โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม
5.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
6.ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมิได้ทำงานเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 จึงเป็นเหตุให้ต้องสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี ตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : ที่ทำการปกครองจังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม / รายงาน