กกท.–สคม. จัดอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ภูเก็ต สะท้อนความสำเร็จมวยไทยในระดับนานาชาติ

กกท.–สคม. จัดอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ภูเก็ต สะท้อนความสำเร็จมวยไทยในระดับนานาชาติ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) การกีฬาแห่งประ เทศไทย (กกท.) ดำเนินโครงการอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ (ระดับพื้นฐาน) Muaythai Instructor Course for Foreigners 2025 ณ โรงแรมดารา (Dara Hotel) จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติทั้งที่พำนักในประเทศไทย และผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ เข้าร่วมการอบรมกว่า 100 คน สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อมั่นในหลักสูตรมวยไทยที่ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย

นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กล่าวว่า โครงการอบรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานกีฬามวยไทยในระดับสากล โดยเน้นการถ่าย ทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และอัตลักษณ์มวยไทย ซึ่งการมีผู้เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยชาวต่างชาติ จะได้นําความรู้ ความสามารถ ทักษะและหลักการสอน ตลอดจนเทคนิคต่างๆ ไปถ่ายทอดฝึกซ้อมให้แก่นักมวยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทักษะกีฬามวยไทย ทักษะการใช้อุปกรณ์กีฬามวยในการฝึกซ้อม ตลอดจนความรู้ด้านระเบียบกติกาการแข่งขันกีฬามวย เพื่อเป็นการเพิ่มเติมองค์ความรู้ของผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน

ด้าน นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย สคม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Discover. Train. Inspire.” มุ่งสร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่มีความรู้และมาตรฐานเดียวกัน โดยได้นำคณะวิทยากรผู้ฝึกสอนมวยไทย ผู้มีประสบการณ์ระดับ license มาเพื่อร่วมอบรมกว่า 10 ท่าน โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมทุกด้านของกีฬามวยไทย ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อนำไปใช้ประกอบวิชาชีพหรือเผยแพร่มวยไทยในต่างประเทศอย่างเหมาะสม

สำหรับโครงการอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ (ระดับพื้นฐาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–7 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเน้นการปูพื้นฐานความรู้ด้านมวยไทยในระดับเบื้องต้น เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านกีฬามวยไทย และสนับสนุนการขยายเครือข่ายมวยไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาด กระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 13 พรรคประชาธิปัตย์ เร่งลง พื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐศักดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ,ตลาดเกรียงไกร พื้นที่เคหะร่มเกล้า,แอร์พอร์ตลิ้งค์ลาดกระบัง โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางผลักดันการพัฒนาอย่างตรงจุด

แม้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่การลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่องของนายรัฐศักดิ์ฯ หมายเลข 13 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง และทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองเพิ่มขึ้น ภายหลังการปรับภาพลักษณ์และรีแบรนด์พรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ส่งผลให้การหาเสียงของผู้สมัครในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตลาดกระบัง ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พรรคประชาธิปัตย์ยังสะท้อนจุดยืนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในการก้าวข้ามปัญหาสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางการเมือง โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านประวัติและศักยภาพของผู้สมัคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นชาวอำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะผู้นำฯ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อีกทั้งยังผ่านการอบรมหลักสูตรด้านผู้นำและนักบริหารระดับสูงมากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม รุ่นที่ 22 หลัก สูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ 17 รวมถึงหลักสูตรพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.1และ2) และหลักสูตรเดอะมาสเตอร์ รุ่นที่ 9

ในด้านประสบการณ์การทำงาน ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เจ้า ของ บริษัทชไนเดอร์ ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์ภาคเอกชนที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ นายรัฐศักดิ์ฯ ยังมีบทบาทด้านสังคมและศาสนา เคยอุปสมบทที่วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร มีพระธรรมวชิรเมธี (ท่านเจ้าคุณมีชัย)เป็น พระอุปฌาย์ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนของประเทศไทยไปร่วมพิธีอุปสมบทคือ พณฯท่านชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม จากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม

ดังนั้น การเสนอตัวและการได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง หมายเลข 13 จึงสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคุณรัฐศักดิ์ ที่มุ่งนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจและงานเพื่อสังคม มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ลาดกระบังให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดของคุณรัฐศักดิ์ “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา” พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังทุกปัญหา และผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด อย่าลืมเข้าคูหา X 13 (บัตรสีเขียว)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจภูธรภาค 1 ชี้แจงกรณี เพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 ลงว่ามีการปล่อยให้คนนอกเช่าแฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1

ตำรวจภูธรภาค 1 ชี้แจงเพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 ลงว่ามีการปล่อยให้คนนอกเช่าแฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 : กองบังบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ขอชี้แจงกรณี เพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 โพสต์ “แฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1 คนต่อคิวเยอะมาก มีการปล่อยให้คนนอกเช่า ส่วนคนที่ไม่อยู่ก็กั๊กห้องไว้ ไม่มีการเคลื่อนไหวการใช้น้ำก็ยังมีสิทธิพักอาศัยสวัสดิการไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน กำลังพลขาดแฟลตไม่มีรองรับใครจะอยากมาช่วย รอมา 2-3 ปียังไม่ได้ห้อง รบกวนช่วยเรื่องนี้ด้วยครับ”

จากกรณีเพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 โพสต์ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 โดยมีข้อความว่า “รบกวนช่วยเป็นกระบอกเสียง แฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1 คนต่อคิวเยอะมาก มีการปล่อยให้คนบอกเช่า ส่วนคนที่ไม่อยู่ก็กั๊กห้องไว้ ไม่มีการคลื่อนไหวการใช้น้ำยังมีสิทธิ์พักอาศัย สวัสติการไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน กำลังพลขาดแฟลดไม่มีรองรับ ใครจะอยากมาช่วย รอมา 2-3 ปียังไม่ได้ห้อง”

จากกรณีดังกล่าว ตำรวจภูธรภาค 1 โดย กองบังบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ที่รับผิดชอบการบริหารจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการในสังกัด ตำรวจภูรภาค 1 ขอชี้แจงรายละเอียดตามที่เป็นประเด็นดังกล่าว ดังนี้ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสดิการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดสรร กำกับดูแล สวัสดิการต่างๆให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 1 ที่มีคุณสมบัติและได้สิทธิเข้าพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยได้ตรวจสอบข้อมูลข้าราชการตำรวจที่หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) เนื่องจากมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 (ระดับ รองสารวัตร – ประทวน) ที่ได้รับแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จึงเป็นเหตุให้หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยได้มีหนังสือกำชับให้ข้าราชการตำรวจที่หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) ตามหนังสือ บก.อก.ก.1 ด่วนที่สุด ที่ 016.115/243 ลง 20 มกราคม 2569 ต้องดำเนินการคืนห้องพักตามระเบียบภายในกำหนด และในการจัดสรรห้องพักเป็นไปตามลำดับการยื่นเอกสารก่อนหลังที่แจ้งความประสงค์ขอที่พักอาศัยอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยมีคณะกรรมการของ ภ.1 พิจารณาจัดลำดับและตรวจสอบเอกสารความถูกต้อง ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ส่วนประเด็นที่ไม่มีการเคลื่อนไหวการใช้น้ำแล้วยังมีสิทธิพักอาศัยนั้น ได้ตรวจสอบแล้วเป็นข้าราชการในสังกัด บก.สส.ภ.1 ที่ออกปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีสำคัญนอกพื้นที่แต่ยังมีสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) และมีใช่เป็นการให้บุคคลภายนอกเข้ามาเช่าพักอาศัยแต่อย่างใด

ซึ่งหากพบการกระทำดังกล่าว ฝ่ายอำนวยการ 1 และคณะกรรมการฯ จะพิจารณาตัดสิทธิการเข้าพักอาศัยโดยทันที และเสนอให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด หรือหากท่านใดพบเบาะแสการกระทำดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลให้ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสติการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธภูธรภาค 1 ถนนวิภาวดี รังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทราบและจะปกปิดข้อมูลการแจ้งเบาะแลไว้เป็นเรื่องสำคัญ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสดิการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 และคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) ได้จัดลำดับการยื่นคำร้องที่มีความประสงค์ขอที่พักอาศัย คำสั่งประกาศ ตลอดจนเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการบ้านพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยสามารถ Download และตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ทาง website ตำรวจภูธรภาค 1

กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพัมพันธ์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วรวงศ์ วรปัญญา เด็กบ้านนอก อ้อนขอคะแนนแม่ค้าตลาดนัด ตลาดสด

จังหวัดลพบุรี – ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 ลพบุรี เดินหาเสียงแนะนำตัว พบกับประชาชนพ่อค้าแม่ขายตลาดสด ตลาดนัด ชี้แจงนโยบายพรรค พร้อมชูผลงานที่ผ่านมา ที่ดีใจและภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นเด็กบ้านนอก ผู้สมัครหนุ่มยิ้มแก้มปริได้รับคำอวยพรที่สร้างขวัญและกำลังใจอย่างดี

สำหรับบรรยากาศในการหาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรียิ่งใกล้วันเลือกตั้งยิ่งคึกคัก ซึ่งพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจในการที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้กันมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่องจากว่ามีความเข้าใจในหน้าที่ของประชาชนที่จะเป็นผู้ที่จะพาประเทศไทยเดินทางไปในทิศทางไหน เพื่อที่จะได้ให้ผู้ที่เราเลือกเข้าไปเป็นแกนนำบริหารประเทศตามนโยบายที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ให้คำสัญญาไว้กับประชาชน ซึ่งตรงตามที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แก้ปัญหาในเรื่องปากท้อง ด้านสาธารณูปโภค ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาราคาผลผลิตและต้นทุน การสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ ด้านสวัสดิการ ปัญหาภัยพิบัติ การสร้างงาน ความมั่นคงของประเทศชาติ และการศึกษา

โดยเฉพาะในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ของจังหวัดลพบุรี พบว่ามีการหาเสียงกันอย่างคึกคักต่างจากในเขตเลือกตั้งอื่น ๆ ในจังหวัดลพบุรี จากที่ นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย หมายเลข 5 หลังจากได้มีการเปิดเวทีปราศรัยย่อย และ เวทีปราศรัยใหญ่ ไปตามจุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึงทุกอำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการสร้างความใจให้กับประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่ามีการรับบัตรเลือกตั้งลงคะแนนเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกับแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งมีบัตรลงคะแนนในการเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่อีก 1 ใบ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้คึกคักมากขึ้น ผู้สมัครหนุ่มหล่อ อายุน้อยคนนี้ ยังขยันขันแข็งเดินแนะนำตัว ไม่หยุดหย่อน ออกอ้อนขอคะแนนจากประชาชนตามหมู่บ้าน ตลาดนัด ตลาดสด ร้านทอง ทุกที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกครั้งจะมีประชาชนขอถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึก ขอกอด ขอหอมแก้มพร้อมคำอวยพรขอให้โชคดี ประสบกับความสำเร็จแล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างที่ให้คำมั่นสัญญากับประชาชน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 จัดฝึกอบรมจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 จัดฝึกอบรมจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อเป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสา เป็นต้นแบบของเยาวชน ในการทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 ที่ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ซึ่งการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-20 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้าราชการพลเรือน, ทหาร, ตำรวจ, ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 200 คน

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิอาสา 904 เพื่อผลิตจิตอาสา 904 ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการเป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสา ร่วมสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชาติในการทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม รวมทั้งเป็นแบบอย่างในการปลูกฝังทัศนคติที่ดี เป็นต้นแบบของเยาวชน ในด้านการเสียสละ ความมีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

โดยหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 นี้ เน้นการฝึกปฏิบัติรวมทั้งการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็น 5 หมวดวิชา ได้แก่ การพัฒนาบุคลิกภาพ, วิชาอุดมการณ์ และสถาบันพระมหากษัตริย์, องค์ความรู้จิตอาสา, วิชาองค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการศึกษาดูงาน ตามสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการสนับสนุนการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับพระราชทานใบประกาศนียบัตร พร้อมทั้งเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” อันเป็นเครื่องแสดงความสามารถ พร้อมที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เพื่อการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป ภายใต้ร่วมพระบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยความจงรักภักดี


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน”

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน” ด้วยการช่วยต่อเติมบ้านพักอาศัยให้กับราษฎรที่ปฏิบัติงานอยู่ใน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ 9 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริบ้านห้วยหญ้าไซ พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน” โดยการต่อเติมบ้านพักอาศัยให้กับ นายจะสอ ยาหยี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 บ้านห้วยหญ้าไซ ซึ่งเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน เป็นผู้ด้อยโอกาส การดำรงชีวิตประจำวัน มีความยากลำบากมีรายได้โดยเป็นลูกจ้างของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบความทุกข์ยากให้ได้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคง แข็งแรง รวมทั้งทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และเพื่อระลึกถึงเกียรติภูมิของนักรบกล้าหาญ ตลอดจนเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและวีรกรรมของเหล่าทหารหาญที่ทำให้เราอยู่กันอย่างสงบสุขบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารผ่านศึก วีรชนผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อแผ่นดิน ส่งเสริมเชิดชูเกียรติและเอื้ออาทรต่อทหารผ่านศึก เพราะเหล่าทหารกล้าที่ทำให้พวกเราชาวไทยมีอธิปไตยมีชาติ บ้านเมือง ให้ได้อยู่อาศัย ตราบชั่วลูกชั่วหลานจวบจนปัจจุบัน
ทั้งนี้ นายจะสอ ยาหยี พร้อมครอบครัว ได้กล่าวขอบคุณ หัวหน้าชุดและเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่ามาเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้มีที่พักอาศัยที่ดีขึ้น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอื่นใด

โดยการทำความดีไม่มีสิ่งอื่นใดที่ดีที่สุดคือการให้การช่วยเหลือประชาชนและผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเราคือ ทหารของพระราชาและเป็นทหารของประชาชน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียง ใหม่ ที่ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม

บ่ายวันนี้ (4 ก.พ. 69) เวลา 13.45 น. นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมี นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ได้มอบทุนการศึกษาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แก่นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 7 จำนวน 1 คน ได้แก่ เด็กชายสมชาติ จิราภรณ์โอภาส นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่โรงเรียนบ้านปางอุ๋งได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรง เรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2558 และปัจจุบันมีนักเรียนทุนพระราชทานแล้ว รวมจำนวน 4 คน ซึ่งจะทำให้นักเรียนเหล่านี้ได้รับการศึกษาต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรี

จากนั้น องคมนตรี ได้พบปะพูดคุยกับคณะผู้บริหาร คณะครู ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้นำชุมชน เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และความต้องการช่วยเหลือของทางโรงเรียน

ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โรงเรียนบ้านปางอุ๋งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและเหตุดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ทำให้ทั้งโรงเรียนและเด็กนักเรียนได้รับผลกระทบ โดยสิ่งก่อสร้างบางส่วนของโรงเรียนได้รับความเสียหาย ขณะที่เด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน ปัจจุบันได้รับการช่วยเหลือด้านการศึกษาโดยส่งต่อไปเรียนยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับผลการขับเคลื่อนด้านการศึกษาของโรงเรียน เด็กนักเรียนมีการพัฒนาที่ดี ทั้งในด้านวิชาการ กีฬา คุณธรรมและจริยธรรม ตามภารกิจหลักในการสร้างพื้นฐานเยาวชนให้เป็นคนดี มีทัศนคติ ที่ถูกต้อง

สำหรับความต้องการขอรับการช่วยเหลือของทางโรงเรียน ประกอบด้วย การสร้างถนนคอน กรีต ระยะทาง 35 เมตร เพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่สีเขียวและจุดพักผ่อนหย่อนใจของเด็กนักเรียน ซ่อมแซมรั้วโรงเรียนที่ชำรุดและได้รับความเสียหายจากเหตุดินโคลนถล่ม ความยาว 35 เมตร และ สมาร์ททีวีขนาด 65 นิ้ว ติดตั้งไว้ภายในห้องเรียน จำนวน 19 ห้องเรียน เพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอน


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดไอซ์ จำนวน 312 กิโลกรัม ในพื้นที่ แม่สาย จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดไอซ์ จำนวน 312 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติด บริเวณ บ้านผาหมี หมู่ที่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 10-15 คน เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ พร้อมกระสอบดัดแปลง หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เพื่อควบคุมพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.30 นาฬิกา หน่วยได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่โดยรอบ ผลการปฏิบัติ ตรวจพบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 13 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักกระสอบละ 24 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 312 กิโลกรัม

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

***สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 202 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 214 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 101,701,483 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,205 กิโลกรัม, ฝิ่น 4.8 กิโลกรัม และ คีตามีน 327.2 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 31 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 16 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 20,734 ล้านบาท (20,734,171,769 บาท)


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน นำทีมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (BIG DAY) “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลัง 8 กุมภา“ ร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 16

ผู้ว่าฯ ลำพูน นำทีมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (BIG DAY) “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลัง 8 กุมภา“ ร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 16

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 07.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) อำเภอเมืองเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (BIG DAY) “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลัง 8 กุมภา“ โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน และกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมเดินรณรงค์ในวันนี้ ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา หน่วยภาคีเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน รวมกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 400 คน

สำหรับการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ (Big Day) ในวันนี้ เพื่อให้เกิดความสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ภาคีเครือข่ายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการร่วมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดลำพูน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น. ให้มากที่สุดคือร้อยละ 85 และลดจำนวนบัตรเสียลงไม่เกินร้อยละ 3 รวมทั้งการร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาแชมป์ “จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทยเป็นสมัยที่ 16 อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและปลุกจิตสำนึกให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง พิษภัยของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และร่วมกันสอดส่องดูแลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ อย่างมีคุณภาพโดยอิสระและปราศจากการครอบงำของผู้ใด

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้นำคณะ เดินรณรงค์การเลือกตั้งโดยแบ่งสายเป็น 2 สาย คือ เส้นทางที่ 1 นำขบวนโดยวงโยธวาทิตจากวงโรงเรียนจักรคำคณาทรฯ เลี้ยวซ้ายออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) ถึงจุดหมายปลายทางโรงเรียนจักรคำคณาทรฯ นำโดย นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชร่วมเดินขบวนกันอย่างคับคั่ง

และเส้นทางที่ 2 นำขบวนโดยวงโยธวาทิตจากโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ฯ เลี้ยวขวาออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) ถึงจุดหมายปลายทางโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ฯ นำโดย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนร่วมการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้แจกสติ้กเกอร์รณรงค์การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้กับประชาชนที่รอชมขบวน พร้อมกล่าวทักทายพบปะประชาชนอย่างเป็นกันเอง


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 แถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569”

กองทัพภาคที่ 2 แถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569”

ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ นายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569”

ซึ่งกองทัพภาคที่ 2, จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันจัดงานฯ ระหว่างวันที่ 13 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 22.00 น. จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 7 ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อสืบสานตำนานพระวีรกรรมอันกล้าหาญของพระองค์ท่านทางด้านบูรพทิศ ให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งเป็นการเปิดค่ายทหารเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อให้ภาครัฐภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสถวายความเคารพ สักการบูชา และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

ภายในงานมีการแสดง ได้แก่ การแสดงประกอบแสง สี เสียง จัดการแสดงในชื่อ “วีรกรรมแห่งบรรพชน วีรชนแห่งนักรบกอบกู้ สู้เพื่อรักษาแผ่นดิน” กำหนดจัดการแสดง 5 องค์ แสดงนำโดย คุณปรมะ อิ่มอโนทัย (ปั่นจัน) รับบท สมเด็จพระนเรศวรฯ และ คุณ คณิศร สวนปาน (พลอย) รับบท พระสุพรรณกัลยา, การแสดงโขน, การแสดงฟันดาบ, มวยไทยโบราณ, นาฏมวยไทย, ดนตรีในสวน, ดนตรีลูกทุ่ง, โปงลาง, การละเล่นพื้นบ้าน, นิทรรศการพระราชประวัติ และ จำหน่ายสินค้าและอาหารที่ขึ้นชื่อจังหวัดนครราชสีมา ในราคาประหยัดกว่า 100 ร้าน ให้เลือกซื้อในรูปแบบตลาดน้ำ ตลาดย้อนยุค ตลาดชุมชน

การจัดงานในครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะได้ร่วมกันรำลึกถึงพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย รู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ไทยในท้องถิ่น อันจะสร้างความภาคภูมิใจ และจิตสำนึกในการรักษาความเป็นไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างจิตสำนึกความเป็นทหารให้กับกำลังพล ตระหนักถึงหน้าที่การปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ เกิดการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เครือข่ายทางวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ชุดไทยย้อนยุค ชุดไทยตามพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และชุดไทยประยุกต์ เที่ยว ชิม ช้อบสินค้า และชมงาน
“น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569” เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมวิถีไทยอันงดงามให้คงอยู่คู่ไทยตลอดกาล

#กองทัพภาคที่2 #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2