ดร.เสกสรร นำทีมเปิด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” ฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด คึกคักทั่วสนาม

ดร.เสกสรร นำทีมเปิด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” ฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด คึกคักทั่วสนาม

บรรยากาศสุดคึกคักที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านสะเดียง เมื่อ ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นำทีมผู้บริหารร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานกดปุ่มเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

พิธีเปิดครั้งนี้ยังมี นายภัทรดร โฆษิตานนท์ รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สร้างสีสันให้สนามสะเดียงคึกคักตั้งแต่เช้า

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์จับมือชมรมฟุตบอลบ้านสะเดียง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 มุ่งส่งเสริมเยาวชนหันมาสนใจกีฬา ห่างไกลยาเสพติด พร้อมผลักดันการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะมีทีมเข้าร่วมจำนวนมากและการแข่งขันจะดุเดือดไม่แพ้ทุกปีที่ผ่านมา แฟนบอลสะเดียงเตรียมลุ้นกันยาวจนถึงรอบชิงชนะเลิศต้นเดือนหน้า!


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

แม่น้ำเจ้าพระยา หลากไหลท่วม 3 อำเภอ เป็นการแบ่งเบาความเดือดร้อนหลายจังหวัดภาคกลาง

จังหวัดลพบุรี – น้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มาตามลำน้ำสายต่าง ๆ เข้าสู่พื้นที่ใน 3 อำเภอของจังหวัดลพบุรี โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือ เตือนที่จะให้ประชาชนในพื้นที่ได้ผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อเป็นการแบ่งเบา บรรเทาความเดือดร้อนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาตามแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางขาม และคลองชัยนาท – ป่าสัก เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาน้ำที่จะไหลเพิ่มปริมาณในจังหวัดที่อยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งในปัจจุบันได้มีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วประชาชนได้รับความเดือดร้อน กรมชลประทานได้มีการประสานให้มีการระบายน้ำเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่เป็นการชะลอน้ำและเปิดพื้นที่รับน้ำ โดยเชื่อว่าน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดลพบุรีจะเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำท่วมขังหนักอยู่ตอนนี้

โดยมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลเข้าสู่พื้นที่ 9 ตำบลของอำเภอบ้านหมี่และ 1 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรีแล้ว ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ได้มีการจัดการเตรียมรับมือน้ำที่เริ่มไหลเข้ามาในพื้นที่ ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับน้ำ นอกจากนี้ยังได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน ได้มีการเตรียมขนสิ่งของมีค่าขึ้นไว้ในที่สูงเป็นการลดความเสียหาย ขณะเดียวกันก็ได้มีการวางแผนในการนำเรือท้องแบนที่ทางเจ้าหน้าที่ประจำเรือได้ผ่านการอบรมการใช้เรือมาแล้ว เพื่อที่จะให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนในการเดินทางออกจากบ้านพักไปทำภาระกิจต่าง ๆ ในช่วงน้ำท่วม

นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเสื้อชูชีพไว้ให้กับผู้โดยสารเรือทุกคนถ้าเกิดอุบัติเหตุจะได้ปลอดภัย รวมทั้งจัดเตรียมท่าเรือในจุดรับ – ส่ง ประชาชนการเข้าไปรับผู้ป่วยตามบ้านและการนำสิ่งของไปมอบให้ที่บ้าน ขณะที่ พันตำรวจเอกศุภกร อ้นสุวรรณ ผู้กำกับการตำรวจภูธรบ้านหมี่ ก็ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแลประชาชนและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้างหลังด้วย

ทั้งนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำบางขาม และ แม่น้ำลพบุรี ที่อยู่ทางฝั่งขวา ของคลองชัยนาท – ป่าสัก โดยพบว่าได้มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร มีบ้านเรือนประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่งน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำบางขามเป็นน้ำที่รับมาจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี รวมทั้งน้ำที่ไหลมาจากประตูระบายน้ำ ตำบลม่วงหมู่ จังหวัดสิงห์บุรี เข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จากการเตรียมการรับมือน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดลพบุรี เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดเพราะมีการเตรียมการรับมือไว้เป็นอย่างดีแล้ว


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชา การศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษาทหารบกอย่างเคร่งครัด

ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาเข้าพบและหารือข้อราชการ ผบ.ทสส. และ รอง ผบ.ทสส. ณ กองบัญชาการกองทัพไทย

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาเข้าพบและหารือข้อราชการ ผบ.ทสส. และ รอง ผบ.ทสส. ณ กองบัญชาการกองทัพไทย

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-12.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม พลโท สุกิจ ทั่งทอง ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ และนายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการ พร้อมด้วยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชาการประจำ เลขานุการประจำ อนุกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อหารือข้อราชการ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ พลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และคณะผู้บัญชา การกองทัพไทย ได้ให้การต้อนรับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง ซึ่งพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ได้สะท้อนหลักและแนวทางการพัฒนากองทัพไทย ได้แก่ เพื่อราชอาณาจักรไทย ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้นยศคือคนสำคัญ สู่กองทัพปฏิบัติการร่วมที่ทันสมัย บรรลุทุกภารกิจและความท้าทาย กล่าวคือ “One Team ทัพไทย” โดยกองทัพไทยจะมุ่งเน้นและเดินหน้ายุทธศาสตร์ “RTARF 2050”

สำหรับการมุ่งหน้าสู่กองทัพที่ทันสมัย อาทิ การพัฒนาระบบอาวุธยิงระยะไกลความแม่นยำสูง การจัดตั้งศูนย์บูรณาการข่าวกรอง และหน่วยปฏิบัติการไซเบอร์ รวมถึงความเข้มข้นในการยระดับการบูรณาการกำลังรักษาความมั่นคงชายแดนที่ร่วมมือตำรวจปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติเชิงรุกเพื่อให้กองทัพปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดนที่มีความขัดแย้งและมีความเสี่ยงสูงในสถานการณ์ต่าง ๆ

โดยที่คณะกรรมาธิการได้รับฟังการบรรยาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับการสอบถามในประเด็น อาทิเช่น

  1. การกำหนด “บทบาทเชิงยุทธศาสตร์” และ “ภารกิจหลัก–ภารกิจสนับสนุน” ของกองทัพไทยเพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความสลับซับซ้อนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว เช่น สงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) นิติสงคราม (Lawfare) ฯลฯ รวมทั้งผลจากภูมิรัฐศาสตร์โลก
  2. การกำหนดแนวทางบูรณาการการปฏิบัติร่วมระหว่างเหล่าทัพในภารกิจป้องกันประเทศเพื่อให้เกิดเอกภาพการบังคับบัญชาและการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในภารกิจช่วยเหลือประชาชน เช่น ภัยพิบัติขนาดใหญ่
  3. การพัฒนาขีดความสามารถด้าน “การบัญชาการร่วม” (Joint Command Capability) โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการข่าว และแนวทางการพัฒนา “ศูนย์บัญชาการร่วมระดับชาติ” (National Joint Command Center) เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านความมั่นคงและภัยพิบัติขนาดใหญ่
  4. การปฏิบัติของศูนย์บัญชาการทางทหารต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่ง บก.ทท. ประเมินความพร้อมรบของกองทัพไทยในการเผชิญสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา หากเกิดสถานการณ์สู้รบครั้งต่อไปอยู่ในระดับใด
  5. บทเรียนจากการรบในเหตุการณ์ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพไทยควรปรับปรุงหลักนิยมทางยุทธวิธีของการใช้กำลังทางบก ทางเรือ และทางอากาศ
  6. ความคืบหน้าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและฟื้นฟูพื้นที่เสี่ยงบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชาของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ รวมถึงแนวทางบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNDP หรือ ICRC สนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและฟื้นฟูพื้นที่อย่างยั่งยืน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วย เป็นต้น

ในการหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ. สส.) และคณะผู้บัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ ทำให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบและรับฟังข้อมูลการดำเนินงานหรือการพัฒนากองทัพไทยตามบทบาทและภารกิจของกองบัญชาการกองทัพไทย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงอันมีผลกระทบกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้ประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อกลั่นกรองและเสนอแนะส่งไปยังรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารเพื่อพิจารณาดำเนินการอันจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติและประชาชนต่อไป


ผู้นำจีนเยือนไทย โอกาสสำคัญและความทรงจำความสัมพันธ์ไทย – จีน มีรากฐานอันมั่นคงและสานต่อผ่านการเยือนระดับผู้นำอย่างต่อเนื่อง

ผู้นำจีนเยือนไทย โอกาสสำคัญและความทรงจำความสัมพันธ์ไทย – จีน มีรากฐานอันมั่นคงและสานต่อผ่านการเยือนระดับผู้นำอย่างต่อเนื่อง

อดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน (Jiang Zemin) เป็นหนึ่งในผู้นำจีนที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยได้เสด็จฯ เยือนประเทศ ไทยอย่างเป็นทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC 2022) และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้ยืนยันเจตนารมณ์ในการร่วมสร้าง “ประชาคมจีน–ไทย ที่มีอนาคตร่วมกัน” (China–Thailand Community with a Shared Future)

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#ผู้นำจีนเยือนไทย#โอกาสสำคัญและความทรงจำ#เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ#การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีนครบ๕๐ปี


พระลาน

“Rock Winter 90s” จุดไฟร็อกกลางลมหนาวที่ภูน้ำผึ้ง หัวหิน เสียงกรี๊ดสนั่นทั้งคืน !

“Rock Winter 90s” จุดไฟร็อกกลางลมหนาวที่ภูน้ำผึ้ง หัวหิน เสียงกรี๊ดสนั่นทั้งคืน!

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา บรรยากาศของ ภูน้ำผึ้ง หัวหิน ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเวทีแห่งความทรงจำในงาน “Rock Winter 90s” งานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ที่พาเหล่าคนรักเพลงร็อกยุค 90s กลับไปสัมผัสอารมณ์สุดคลาสสิกอีกครั้ง ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและวิวภูเขาสุดโรแมนติก

บนเวทีเต็มไปด้วยพลังจากศิลปินขวัญใจตลอดกาล นำโดย พี่เหน่ง Y Not 7,พี่แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม,พี่ปู แบล็คเฮด,พี่เสือ ธนพล อินทฤทธิ์,พี่กบ Taxi,พี่อิ้ด วง Fly พร้อมด้วยศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง 7Days Crazy,The Hipster และ ละมัย ที่มาร่วมสร้างสีสันให้ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสนุกและความทรงจำไม่รู้ลืม

แสง สี เสียง ถูกจัดเต็มสมชื่อ “Rock Winter” เสียงร้องและกีตาร์ที่คุ้นเคยทำให้ผู้ชมหลายพันคนร้องตามกันได้ทุกท่อน แฟนเพลงบางคนสวมเสื้อวงร็อกวินเทจ ยกมือชูป้ายไฟ สร้างภาพบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองสุดๆ

ตลอดทั้งงาน เต็มไปด้วยพลังแห่งมิตรภาพ เสียงหัวเราะ และความสุขของคนรักเพลงร็อกยุค 90s ที่มารวมตัวกันอีกครั้งในค่ำคืนสุดพิเศษ งานนี้ไม่เพียงแต่ทำให้หัวหินกลับมามีชีวิตชีวา แต่ยังตอกย้ำว่า “ร็อกไม่มีวันตาย” อย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“มาดามนันท์” อัดฉีด 1 แสน ทีมหมอนทองวิทยา

หลัง “ฟุตบอลนักเรียน 7 คนแชมป์กีฬา 7 HD แชมเปี้ยนชิพ 2025” กระแสแรงเกินต้านสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฟุตบอลนักเรียนและวงการลูกหนังเมืองไทยที่มีแฟนบอลเข้าชมอย่างล้นทะลักแบบสนามแตกเกิน 4 หมื่นคนถึงขนาดสัญญาณโทรศัพท์ในสนามล่ม แถมยอดผู้ชมทางบ้านก็พุ่งกระฉูดอย่างเหลือเชื่อ โดยที่แชมป์ตกเป็นของ “โรงเรียน อบจ. ชัย นาท” ส่วนรองแชมป์ “โรงเรียนหมอนทองวิทยา”     

ล่าสุด “มาดามนันท์” นันทวันทน์ ซันฮีม นักธุรกิจเจ้าของ นันทวันทน์ พาร์ค 888 เจ้าของครัวบ้านสวน 888 แห่งเมืองแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับทีมนักฟุตบอล ทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา รวมถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชทุกคน โดยจัดงานเลี้ยงให้กับทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยาพร้อมกับมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1 แสนบาทให้กับทีม พร้อมกับกล่าวว่า ขอขอบคุณน้องๆ นักฟุตบอลทุกคนรวมถึงสต๊าฟโค้ชที่ได้ร่วมทำหน้าที่ของการเป็นนักกีฬาที่ดีสร้างชื่อให้กับ อ.บางน้ำเปรี้ยว เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและเป็นไอดอลให้กับนักเตะน้องๆ เยาวชนท้องถิ่น สำหรับตนให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อหวังให้ทุกคนพัฒนาฝีเท้าก้าวไปสู่ฝันเป็นนักเตะทีมชาติไทยในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ภ.จว.สิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือน บริเวณ หมู่ 4 ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

วันนี้ ( 11 พ.ย. 68) เวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์
ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือน บริเวณ หมู่ 4 ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี และขึ้นมาพักอาศัยบริเวณไหล่ทาง และ พื้นผิวการจราจรบางส่วน ณ ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

#ภ.จว.สิงห์บุรี



ผบช.ภ.1 จัดทำข้อมูลข่าวสาร การตรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 เผยแพร่ ต่อประชาชน

วันนี้ (อังคาร) ที่ห้องแถลงข่าวอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้จัดทำข้อมูลข่าวสาร การตรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดจนเป็นคลิปวีดีโอ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ในด้านต่างๆ ดังนี้

วันที่ 11 พ.ย. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 6 เรื่อง คือ

1.) รถขนฝัน vs รถดับฝัน ดับฝันแน่ หากรับจ้างเปิดบัญชีเป็น “บัญชีม้า“ เป็นขบวนการ ”สแกมเมอร์“ หลอกลวงประชาชน ผิดกฎหมาย รับโทษหนัก หมดอนาคต

#เตือนภัยออนไลน์ #บัญชีม้า #หมอนทองวิทยา #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

2.) สภ.ป่าโมก รายงานสถานการณ์น้ำท่วม

วันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 07.00 น. น้ำยังคงท่วมทางหลวงหมายเลข 33 สุพรรณบุรี-ป่าโมก-สายเอเชีย บริเวณแยกหมวดการทางป่าโมก พื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งแต่ปั๊ม ปตท. ถึงหน้าหมู่บ้านทำกลอง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 50- 60 ซ.ม.รถยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยให้ใช้เส้นทางแทน และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
เส้นทางเลี่ยง

  • จากอยุธยา ให้ไปทาง แยกป่าโมก เข้าตัวเมืองอ่างทอง แล้วออกแยกป่างิ้ว ไป อ.วิเศษ
  • จากสุพรรณบุรี ให้ใช้ทาง โพธิ์พระยา – ท่าเรือ เข้ามาเมืองอ่างทอง
  • จากผักไห่ จะมาอ่างทอง ให้ใช้ทาง แยกหน้าโคก เข้าวิเศษ เข้าตัวเมืองอ่างทอง

#น้ำท่วม #ป่าโมก #อ่างทอง

3.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัย แผนประทุษกรรมใหม่แก๊งสแกมเมอร์ AI หลอก AI เปลี่ยนเหยื่อเป็นผู้ร้าย

วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2568) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามจับกุมแกะรอยแผนประทุษกรรมของขบวนการสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบกลวิธีใหม่ขบวนการสแกมเมอร์ล่อลวงเหยื่อ ใช้เทคโนโลยี AI หลอก AI เปลี่ยนเหยื่อให้ตกเป็นผู้ร้าย โดยทำให้เหยื่อกลายเป็นบัญชีม้าทางผ่านเงินที่ได้จากการหลอกลวง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบกลวิธี AI หลอก AI จากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าทลายรังวอร์รูมของหน่วยการเงินของแก๊งสแกมเมอร์ ที่หนีจากประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่งย้ายมาเช่าห้องในกรุงเทพมหานครด้วยยุทธวิธีบุกจับอย่างฉับพลัน ทำให้สามารถจับกุมชาวจีน 4 ราย พร้อมคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง และโทรศัพท์ 60 เครื่อง ตรวจข้อมูลคอมพิวเตอร์ พบการใช้ AI หลอก AI ซึ่งทันทีที่ทราบว่าแก๊งมิจฉาชีพนำกลวิธีใหม่มาหลอกลวงผู้อื่น แม้จะเป็นการหลอกลวงเหยื่อในต่างประเทศ แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติห่วงใย ย้ำว่าตำรวจต้องออกมาเตือนภัย สร้างวัคซีนให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อจากกลวิธีนี้

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขั้นตอนการหลอกลวง AI หลอก AI มีดังนี้

  1. คนร้ายหาเหยื่อผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Telegram หรือในแพลตฟอร์โซเชียลมีเดียอื่น ๆ
  2. คนร้ายชักชวน ออกอุบายให้เหยื่อส่งภาพถ่ายใบหน้าตรง และข้อมูลส่วนตัว แลกกับเงิน 100-150 หยวน หรือ 460 – 700 บาท
  3. คนร้ายนำภาพของเหยื่อ ใช้ AI เจนเนอเรทให้เป็นภาพเคลื่อนไหว หันซ้าย หันขวา กระพริบตา และอ้าปาก
  4. คนร้ายนำคลิปวิดีโอที่ได้จากการเจนเนอเรทโดย AI ไปสมัครบัญชีธนาคารทางออนไลน์ โดยนำไปหลอกกับระบบ AI การ KYC หรือการยืนยันตัวตนลูกค้าของธนาคารหรือแอปพลิเคชันเงินดิจิทัล
  5. เมื่อจะทำการรับโอนเงินหรือโอนเงินออก คนร้ายใช้วิธีตั้งกล้องโทรศัพท์ที่เปิดแอปพลิเคชันการ KYC ของธนาคาร แล้วหันกล้องไปที่คอมพิวเตอร์ซึ่งกำลังเปิดคลิปวิดีโอภาพเคลื่อนไหวใบหน้าผู้เสียหาย ทำให้สามารถผ่านระบบยืนยันตัวตนของธนาคารได้

พล.ต.ต.ธีรเดชฯ กล่าวว่า กลวิธีนี้ทำให้แก๊งสแกมเมอร์สามารถโยกเงินได้โดยที่ไม่ต้องให้เหล่าบัญชีม้าไปรอสแกนใบหน้า และกลวิธีนี้จะทำให้เหยื่อตกเป็นผู้ต้องหาได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น หากมีโทรศัพท์ ไลน์ แชต ติดต่อมาอ้างว่าตัวท่านมีคดีเกี่ยวพันสิ่งผิดกฎหมาย ชักชวนหารายได้เสริม หรือชวนลงทุน แล้วพยายามขอข้อมูลส่วนตัว ขอภาพถ่ายหน้าตรง ต้องระวัง ขออย่าส่งให้เด็ดขาด เพราะอาจเป็นกลวิธีที่หลอกลวงโดยนำ AI มาสร้างภาพ แล้วนำไปใช้เปิดบัญชี เป็นทางผ่านเงินของแก๊งสแกมเมอร์ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถาม หรือแจ้งความ โทร.1441 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น

#เตือนภัยออนไลน์ #ปราบสแกมเมอร์ #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

4.) สภ.สรรพยา ภ.จว.ชัยนาท กรอกกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ

วันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย คณะครูนักเรียนจากโรงเรียนเขื่อนเจ้าพระยา, ผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน ร่วมกรอกและลำเลียงกระสอบทราย เพื่อเสริมแนวกั้นน้ำ บริเวณชุมชนบางกระเบื้อง ต.บางหลวง อ.สรรพยา จว.ชัยนาท ภารกิจเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย สามารถเสริมแนวกั้นน้ำได้สำเร็จ ประชาชนเกิดความพึงพอใจและเชื่อมั่นในความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์

5.) สภ.ป่าโมก ภ.จว.อ่างทอง “ร่วมด้วยช่วยกัน มอบวัตถุดิบประกอบอาหาร”

วันที่ 11 พ.ย. 68 เวลา 09.00 น. นายสุธี อ่ำตระกูล ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ป่าโมก ครอบครัวตำรวจจราจร สภ.ป่าโมก โดย นางสาวสริตา ภูแข่งหมอก ได้ร่วมกันมอบ วัตถุดิบประกอบอาหาร (ไก่สด จำนวน 100 กิโลกรัม) ให้กับ ครัวชุมชนอำเภอป่าโมก หมู่ 6 ต.โผงเผง อ.ป่า โมก จว.อ่างทอง เพื่อใช้ในการปรุงอาหารแจกจ่ายแก่ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือและป้องกันภัยในพื้นที่ น้ำใจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการแบ่งปันของคนในชุมชน ที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก

6.) ภ.จว.สิงห์บุรี ดูแลประชาชน การจราจร พื้นที่น้ำท่วม

วันที่ 11 พ.ย. 68 เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ลงพื้นที่บริเวณน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ดูแลประชาชน และการจราจร ณ บริเวณสะพานบางระจัน ชุมชนบางแคใน อ.เมือง จว.สิงห์บุรี


ภารกิจผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ. จว.สิงห์บุรี

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ. จว.สิงห์บุรี, พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.อินทร์บุรี, พ.ต.ท.รัตนเดช พิรุณสาร รอง ผกก ป.สภ.อินทร์บุรี ลงพื้นที่สำรวจจุดคันกั้นน้ำพังน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ณ แนวคันกั้นน้ำ หมู่ 6 ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

และลงพื้นที่บริเวณน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ดูแลประชาชน และการจราจร ณ บริเวณสะพานบางระจัน ชุมชนบางแคใน อ.เมือง จว.สิงห์บุรี