รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ประสบไฟป่า นำหน้ากากอนามัยแจก จนท.และประชาชนจิตอาสา

         วันนี้ (1 ส.ค.62) ที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นครฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเป็นกำลังใจแก่ จนท.และประชาชนจิตอาสาในการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง โดยมีการมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2 พันชุดให้กับ จนท.และจิตอาสาที่มาร่วมดับไฟในครั้งนี้
พร้อมกำชับสาธารณสุขให้การดูแลประชาชนหลังควันไฟปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ด้านกองทัพภาคที่ 4 นำรถตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 คัน พร้อมนำอุปกรณ์พร้อมดับไฟ จากนั้นก็ได้รับฟังการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ในการดับไฟโดยประมาณ 20 นาที

          จากนั้นนายนิพนธ์ฯ ได้เปิดเผยผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าที่ผ่านมาเหตุการณ์ไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากถึง 3 ปีแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยรอบนี้ได้เกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 29 กค.ที่ผ่านมาใน หมู่ 4,8 ต.การะเกด และหมู่ 8,9 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ พบว่ามีพื้นที่ป่าเสม็ดและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2 พันไร่ ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,400 ครัวเรือน และมีผู้เจ็บป่วยจากการสูดดมควันไฟ 63 คนในจำนวนนี้มีอาการค่อนข้างหนัก 23 คน

          และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าควนเคร็งในครั้งนี้ได้ลุกลามออกไปกินเนื้อที่ใน 4 อำเภอคือ อ.เชียรใหญ่,หัวไทร,เฉลิมพระเกียรติ และร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้างโดยตอนนี้ จนท.สามารถที่จะสกัดไฟไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้นได้แล้วจากการระดมสรรพกำลังจากหน่วยต่างๆทั้งภาคใต้และภาคอื่นๆเข้ามา โดยเบื้องต้นนั้นก็พยายามสกัดพื้นที่ของไฟไม่ให้ขยายวงออกไป และเรื่องที่ 2 คือการรักษาชีวิตราษฎรหากพื้นที่ใดเสี่ยงมากก็จะต้องอพยพออกจากพื้นที่ไว้ก่อนและผลกระทบจากควันไฟ โดยทางสาธารณสุขได้เตรียมแพทย์พยาบาลในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไว้แล้ว

          ตอนนี้ในส่วนของพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วคิดว่าเบื้องต้นไม่น่าจะมีปัญหา และได้มีการประสานกับกระทรวงเกษตรฯโดยมอบหมายให้กรมชลประทานในการขนส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่โดยจะมีการวางจุดสูบน้ำ ทางปภ.ก็ได้ส่งรถฉีดน้ำทางไกลในระยะ3กม.โดยได้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาที่นี้แล้วในส่วนของอัตรากำลังทางกองทัพภาคที่4ก็ได้ส่งจนท.กว่า200คนเข้ามาประจำในพื้นที่แล้ว ซึ่งตนมองว่าความพร้อมของจนท.ทุกฝ่ายก็พร้อมเต็มที่ในการช่วยกันดับไฟป่า ส่วนระยะยาวนั้นก็ทราบว่าทางกรมอุทยานฯได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการป้องกันไฟ

          ต่อข้อถามที่มีการระบุว่า ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งนี้มาจากฝีมือของมนุษย์นั้น นายนิพนธ์ฯระบุว่า ในส่วนของการทำผิดกฏหมายในการจุดไฟนั้นทางจังหวัดเองก็ได้สั่งการให้ทางอำเภอดูและสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเพราะมันก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มนี้ส่วนการเผาเพื่อบุกรุกที่นั้น ทางอุทธยานก็ดูแลอยู่แล้วส่วนใหนที่เป็นการบุกรุกก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย สิ่งที่จะต้องดูแลก็คือทำอย่างไรอย่าให้คนบุกรุกพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

          จากนั้น รมช.มหาดไทยได้เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ 4 ต.การะเกด เพื่อดูพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุโดยไปที่บ้านของตาไข่ สดศรี คุณตาวัย 87 ปีที่อาศัยอยู่เพียงลำพังในทุ่งนากับวัวอีก 10 ตัว โดยพบว่าพื้นที่รอบบ้านตาไข่ฯ ได้ถูกไฟลุกลามเข้ามาเกือบถึงตัวบ้านตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และ รมช.มหาดทไยพยายามที่จะพูดคุยเพื่อให้ตาไข่ฯ ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเนื่องจาอยู่เพียงลำพัง แต่ตาไข่ฯ ก็ยืนกรานว่าจะขออยู่ที่บ้านขอตายที่บ้าน

          ทางด้านของกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการจัดกำลังพลทหารร่วม 100 คน ในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ พร้อมประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมงและมีการนำรถครัวสนามพระราชทานจำนวน 2 คันเข้าไปประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทีมาช่วยกันดับไฟ โดยทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการสั่งเตรียมพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำช่วยดับไฟโดยพร้อมสนับสนุนได้ทันที

          ด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง 3 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ , หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว และจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

          สำหรับป่าพรุควนเคร็ง เป็นป่าพรุที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส โดยพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, หัวไทร, ชะอวด และร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2 แห่ง ป่าสเงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคนที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968 ไร่.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองปราบฯ​ สนธิกำลัง​ ตร.ทางหลวงอุบลฯ​ ย้อนรอยเซลล์ขายรถสุดแสบ​ หลอกลูกค้าให้นำรถมาเทิร์น ก่อนเชิดทั้งเงินทั้งรถหายเงียบ

          วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 ส.ค.62 เวลาประมาณ 14.15 น. : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล พร้อมกำลังตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ เข้าทำการจับกุม นายนพรุจ คชโคตร อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 141/2562 ลง 5 ก.ค.62 กระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ผู้อื่น” บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 หน้าร้านแม็คโดนัลสาขาบิ๊กซี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

          ในการจับกุมผู้ต้องหา​ครั้งนี้​ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้นายนพรุจฯ ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายรถฟรีแลนซ์ ได้ก่อเหตุขโมยรถยนต์ของผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยทำทีเข้าไปติดต่อเสนอขายรถยนต์กระบะป้ายแดงยี่ห้อหนึ่งให้กับผู้เสียหาย พร้อมกับเสนอโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ หากมาทำการซื้อรถผ่านตนเอง เมื่อผู้เสียหายสนใจอยากซื้อรถ นายนพรุจฯ​ ก็จะทำทีเสนอแนะให้ผู้เสียหายนำรถยนต์คันเก่าที่ใช้งานอยู่ไปขายเพื่อนำเงินมาสมทบซื้อคันใหม่ และตนเองจะอาสาเป็นผู้นำรถไปขายให้ โดยอ้างว่ามีเต็นท์รถมือสองที่รู้จักกันให้ราคาดีกว่าเต็นท์รถมือสองทั่วไป โดยจะตีมูลค่าราคารถของผู้เสียหายให้ประมาณเกือบ 2 แสนบาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อมอบรถยนต์ให้กับนายนพรุจฯ​ เพื่อนำไปขายต่อให้ แต่เมื่อนายนพรุจฯ​ ได้รถยนต์จากผู้เสียหายไปแล้วกลับเชิดรถแล้วหลบหนีขาดหายการติดต่อไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าว

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ทำการสืบสวนติดตามตัวนายนพรุจฯ โดยใช้วิธีการทักแชทไปหานายนพรุจฯ และทำทีว่าต้องการที่จะขายรถ เพื่อนำเงินไปออกรถคันใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อพูดคุยกับ นายนพรุจฯ​ จนกระทั่งทราบว่า นายนพรุจฯ​ ได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้ประสานไปยัง ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ ให้นำกำลังเข้าทำการร่วมจับกุมตัวผู้ต้องหา​

          จากการสอบสวนนายนพรุจฯ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาจะขโมยรถยนต์ของผู้เสียหาย แต่ยอมรับว่าได้นำรถยนต์ของผู้เสียหายไปขายให้เต็นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เงินมาประมาณ 1.7 แสนบาท และตั้งใจจะนำเงินดังกล่าวไปให้กับผู้เสียหายใช้เป็นทุนซื้อรถคันใหม่ แต่ระหว่างนั้นได้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมาขอยืมเงินกับตนโดยตนเกิดความจำเป็นต้องใช้เงินพอดีจึงได้นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายธุระของตัวเองจนหมด จึงทำให้ต้องหลบหนีเพื่อไปทำงานหาเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา​ ก่อนส่งตัวให้พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางพลี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กก.สส.บก.น.8 แถลงผลจับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก.และยาเค 25 กก.

          วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช,พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8,พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์,พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รอง ผบก.น.8​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ประกอบด้วย พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล,พ.ต.ท.ชยุต เดชะศิริพงษ์,พ.ต.ท.นิคม ศรเหล็ก,พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี รอง ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.โด่งดัง โกกะพันธ์,พ.ต.ต.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ สว.กก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม​ ร่วมทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน​ คือน.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง​ โดยร่วมแถลงข่าวผลงานของ กก.สส.บก.น.8 จับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก. และยาเค 25 กก.

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวว่า​ จากการรับแจ้งจากสายลับ​ และทำการสืบสวนทราบว่ามี น.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดคือการนำยาเสพติดไปวางไว้บริเวณใกล้เคียงบ้านพัก​ และนัดหมายให้ลูกค้ามารับและเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.62​ เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาจะนำยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม มาวางให้กับลูกค้าที่ริมถนนใกล้กับบ้านพักของผู้ต้องหาเลขที่ 999/827 หมู่บ้านสินวงศ์ การ์เด้นฯ โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2​ กอ​ 2150 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาเสพติดเจ้าหน้าที่​ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ​ และซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งผู้ต้องหาขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดแล้วนำถุงพลาสติกสีแดงมาวางไว้บริเวณพงหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้านสินวงศ์การ์เด้นฯ เจ้าหน้าที่​ตำรวจชุดจับกุม​ จึงได้แสดงตัวตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง​

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวต่อว่า​ วลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ได้พาตัวผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นเพื่อขยายผล​ ที่บ้านเลขที่​ 2 ซอยอัสสัมชัญ 13 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันพร้อมด้วยพบของกลาง ยาบ้ารวมประมาณ 2,158,000 เม็ด,ยาไอซ์ ประมาณ 83 กิโลกรัม,ยาเค (คีตามีน) ประมาณ 25​ กิโลกรัม,โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง​ โดยยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ​ คือรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2กอ2150 กรุงเทพมหานคร​ จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง​ นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เสิร์ฟความยั่งยืนผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพ จาก โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สู่กาแฟสดแสนอร่อยในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 สิงหาคม 2562 : มร. เจมส์ พาโดแวน กรรมการผู้จัดการ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการรับซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจาก โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำมาชงกาแฟสดหลากหลายเมนูอร่อยจำหน่ายให้กับลูกค้าภายในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน พร้อมเสิร์ฟแล้วในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฉมใหม่ 44 สาขา และมีแผนขยายไปสู่ 1,000 สาขาในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และเทรนด์การดื่มกาแฟในไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร. 02-252-7114 #332
จริญญา อัครภาณุวิทยา (จอย) โทร. 081-822-9596, Email: jarinya@doitung.org
แผนกสื่อสารองค์กร เทสโก้ โลตัส
ดร. ปัณฑิพาณ์. ธาราภิบาล (อ้อย) 081-753-6844, คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823 E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 08.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ บช.น. : ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น.,บก.น.1 และ บก.น.5 ร่วมเคารพธงชาติ ทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยมี พ.ต.อ.อภิสัณห์ หว้าจีน รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ประกาศภัยพิบัติไฟป่า 2 อำเภอป่าพรุ ควนเคร็ง นครศรีธรรมราชแล้ว รองผวจ.เผยปี 62 เผาป่าแล้ว 87 ครั้ง เร่งควบคุมแนวไฟ-ปลื้มโรงครัวพระราชทานหนุนเสบียง

         ที่นครศรีธรรมราช สถานการณ์ไฟป่า พรุควนเคร็งในอำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงน่าเป็นห่วงทั้งจากแนวไฟและสถานการณ์หมอกควันที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมานายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าติดตามสถานการณ์ โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยพบว่ามีปี 2562 มีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วในป่าพรุควนเคร็งถึง 87 ครั้งมีความเสียหายรวมประมาณ 5 พันไร่ ขณะที่ป่าพรุควนเคร็งเป็นป่าชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับโลก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำเสนอเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของโลก โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ส่วนสถานการณ์ล่าสุดนั้นยังต้องระดมทุกฝ่ายเข้าควบคุม

          และในขณะนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ศูนย์อำนวยการใหญ่ 904 (ศอญ.904) จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่เพื่อแจกจ่ายเสบียงให้กับผู้ปฏิบัติงานและจิตอาสา

         ขณะที่อธิบดีกรมลประทานได้สั่งการให้ ศูนย์สนับสนุนเครื่องจักรกลที่ 7 ระดมกำลังเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าพื้นที่เพื่อสูบน้ำควบคุมแนวไฟป่า โดยให้ฝ่ายอุทยานยานกำหนดพื้นที่การดันน้ำ หลังจากนั้นจะสามารถปฏิบัติการได้ทันที เช่นเดียวกันกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่นำอุปกรณ์ควบคุมไฟป่าสมรรถนะสูงเข้าสนับสนุน

         นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าขณะนี้นครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเชียรใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานเข้าทำการบูรณาการพื้นที่ ระดมสรรพกำลังเข้าให้การช่วยเหลือได้เต็มที่ โดยภารกิจสำคัญในขณะนี้คือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้.

ธีรศักดิ์ อักษณ์กูล รายงาน

ผู้ช่วย สส.สัตหีบ ใจดีมอบอุปกรณ์กีฬาให้เยาวชนไว้ฝึกทักษะเพื่ออนาคตที่ก้าวไกล

         นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี ได้เดินทางมามอบ อุปกรณ์กีฬาให้กับเยาวชนชุมชนช่องแสมสาร ณ สนามฟุตซอล องค์การบริหารส่วนตำบลช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีอุกปรณ์การกีฬา ในการฝึกทักษะในการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทำให้ห่างไกลยาเสพติด

         นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ กล่าวว่า สำหรับในการมอบอุปกรณ์กีฬา ประกอบไปด้วย ลูกฟุตบอล 5 ลูก ลูกฟุตซอล 3 ลูก วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีแรงบันดาลใจ มีแรงจูงใจในการเล่นกีฬาฟุตบอล แต่เนื่องด้วยอุปกรณ์กีฬายังไม่เพียงพอต่อการฝึก จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกฝน แต่เมื่อได้รับอุปกรณ์กีฬาไปแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้มีโอกาสในการฝึกมากยิ่งขึ้น และอยากจะส่งเสริมให้พวกเขาได้ออกไปแข่งขันในสนามต่างๆบ่อยขึ้น จากตำบลไปอำเภอจากอำเภอไปจังหวัดและถ้าเป็นไปได้อยากส่งเสริมไปจนเป็นระดับประเทศ

          และยังกล่าวต่ออีกว่า การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาทุกชนิด เป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายให้แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความรักความความสามัคคีในหมู่คณะ มีน้ำใจในการเล่นกีฬา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการห่างไกลยาเสพติด ทั้งหมดนี้คือผลพลอยได้จากการเล่นกีฬาจึงอยากเชิญชวนเยาวชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านหันมาออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ซึ่งการกีฬาจะส่งผลให้เรามีร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดีอย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจเพื่อประชาชน เร่งซ่อมถนนชำรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่เกรงชาวบ้านได้รับอันตราย

          วันนี้ 1 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้สัญจรผ่านไปบนถนนสุขุมวิท ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 160 ขาเข้าพัทยา บริเวณหน้าโรงเรียนชลบุรีการบริบาล ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้นำยางมะตอย มาซ่อมแซมผิวถนนที่ชำรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่

         ลงไปก็พบว่ามี ร.ต.อ.เทพรส เกษมสุข รองสารวัตรจราจร สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ด.ต. วีระพงษ์ บุดดาจันทร์ ตำรวจจราจรสภ.นาจอมเทียน กำลังดำเนินการนำยางมะตอยมาปะซ่อมผิวถนนที่เป็นหลุมขนาดใหญ่บนถนนสุขุมวิทซึ่งหลุมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวบ้านนั้นขับตกลงไปแล้วรถเกิดเสียหลักเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ และรถได้รับความเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ทั้ง2นายได้ดำเนินการซ่อมแซมผิวการจราจรท่ามกลางแดดที่ร้อนและรถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก

         จึงสอบถามไปยัง พ.ต.อ. ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้เปิดเผยว่าทางด้านสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน ได้รับแจ้งข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ว่ามีถนนชำรุดผิวการจราจรเป็นหลุมขนาดใหญ่ หวั่นผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดอันตราย จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อซ่อมแซมและสำรวจเส้นทางที่เกิดการชำรุดเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ก่อนมอบหมายให้งาน จราจร สภ.นาจอมเทียนนำยางมะตอยพร้อมอุปกรณ์ไปดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงผิงการจราจรที่ชำรุด ในเบื้องต้น เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนนซึ่งทางตำรวจเองเล็งเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ดั่งคำว่าตำรวจเพื่อประชาชน ซึ่งการดำเนินการอย่างนี้ ทาง สภ.นาจอมเทียน ทำอยู่เป็นประจำถ้ามีชาวบ้านร้องเรียนหรือพบเห็นถนนชำรุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เปิดโครงการอนามัยเจริญพันธุ์การป้องกันโรคเอดส์ในสถานศึกษา

          วันนี้ 1 ส.ค.62 นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดส์ ณ โรงเรียนสัตหีบเขตฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะครูอาจารย์ รองปลัดเทศบาล สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ คณะวิทยากรจากจังหวัดระยอง ตลอดจนนักเรียนเข้าร่วม การอบรมจำนวน 130 คน

          สถานการณ์การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของประเทศไทยในปัจจุบันมีอัตราส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีในส่วนของจังหวัดชลบุรีและอำเภอสัตหีบมีสถิติการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เช่นกันการส่งเสริมให้วัยรุ่นหรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ให้มีความรู้ความเข้าใจต่อการแสดงบทบาท และพฤติกรรมทางเพศอย่างเหมาะสม มีทักษะในการป้องกันตนเองจึงเปีนการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆที่จะตามมาเช่นปัญหาโรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษา เป็นต้นดังนั้น เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จึงได้ทำโครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดส์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จำนวน 3โรงเรียน ในครั้งนี้ เป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษปีที่ 1โรงเรียนสัตหีบเขตฐานทัพเรือสัตหีบ จำนวน 130 คน

          นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นปัญหาทั้งในระดับครอบครัวสังคม และประเทศชาติดังนั้น การจัดทำโครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดสจึงมีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมแล้วยังส่งผลถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติในอนาคตการดำเนินโครงการดังกล่าวในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ทั้ง 3 โรงเรียน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้สานต่อในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“ปทุมธานี สู่เมืองตลาดโลก ยุค 4.0” รวมตลาดค้าส่งผักผลไม้ที่สำคัญติดอับดับของประเทศกว่า 20 ตลาดมาไว้ที่งาน “Pathumthani Market 4.0”

          จังหวัดปทุมธานีโชว์ของดี ย่อตลาดค้าส่งผัก ผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมารวมกันไว้ที่งาน Pathumthani Market 4.0 โดยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนผลักดันให้ “ปทุมธานี สู่เมืองตลาดโลก ยุค 4.0”

          ดร.พินิจ บุญเลิศ ผวจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นางชไมพร ขวัญทอง พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี นายภัสพลภ์ ชัยสุริยาทวิกูล ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี และน.ส.สุดาลักษณ์ ชินวิรารัฒน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าตลาดรังสิต ชวนประชาชนไปเที่ยวชมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “Pathumthani Market 4.0” ระหว่างวันที่ 1-5 ส.ค.62 ที่ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (โดมแอร์) ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน โดยคัดสินเด่นดังค้านานาชนิด ประเภทพืชผัก ผลไม้ ทั้งสดและแปรรูป จากตลาดค้าส่งที่ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ เช่น ตลาดไท ตลาดไอยรา ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดรังสิต ฯลฯ กว่า 20 ตลาด ของจังหวัดปทุมธานี ฯลฯ ซึ้งตลาดเหล่านี้เป็นแหล่งรวมสินค้า พืชผัก ผลไม้ จากทั่วประเทศ และกระจายสินค้าส่งขายทั้งในและต่างประเทศ วัน นำมาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เลือกช๊อปกันแบบจุใจ

          โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ภายใต้วิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ การเปลี่ยนจากโลกยุคเดิมสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้บริโภคและการติดต่อสื่อสารไร้พรมแดนด้วยเทคโนโลยี จึงได้จัดงาน “Pathumthani Market 4.0”

         ทั้งนี้งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ไปจนถึง 5 ส.ค. ที่ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด (โดมแอร์) เขตปทุมวัน สำหรับพิธีเปิด วันที่ 2 ส.ค. จะมี “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟกะทะเหล็กประเทศไทยมือหนึ่งที่จะมารังสรรค์เมนูอาหาร 4 เมนูพิเศษเพื่องานนี้ โดยเฉพาะด้วยการคัดสรรสุดยอดวัตถุดิบของดีจากตลาดเด่นภายในจังหวัดปทุมธานีทั้ง อาหารคาว-หวาน ส่วนภายในงานนอกจากจะมีสินค้ามาจำหน่ายมากมายแล้ว ยังมีกิจกรรมหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็น การแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำวันสุดอลังการ, มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน เก่ง ธชย, ปราง ปรางค์ทิพย์, ไข่มุก เดอะวอยซ์ และหญิง ธิติกานต์ พร้อมกิจกรรมรับของที่ระลึกสินค้านาทีทองราคาพิเศษ และลุ้นรับสร้อยคอทองคำทุกวัน สำหรับผู้เข้างานที่มียอดซื้อสินค้าทุก 200 บาท.

ชัยกฤต คล้ายแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว