มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาหลังเกิดภัย ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตในพื้นที่ประสบอุทกภัย จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาหลังเกิดภัย ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด แจกเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตในพื้นที่ประสบอุทกภัย จังหวัดภาคกลาง

         วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 62​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรม การและเลขาธิการฯ พร้อมด้วย​ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ และทีมสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช บรรจุลงในถุงผ้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในโครงการ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” ออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.คีรีมาศ อ.เมืองสุโขทัย และ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย รวม 1,000 ชุด โดยมีมูลนิธิร่วมมิตรสุโขทัย เป็นผู้ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการร่วมในพิธี

          และในวันพรุ่งนี้ วัน​จัน​ทร์ที่​ 16 กันยายน 62 มูลนิธิฯ กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1,000 ชุด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยจำนวน 2 รายๆ ละ 20,000 บาท (สองหมื่นบาท) โดยมี มูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก เป็นผู้ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

         โครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.62 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคกลางรวม 3 จังหวัด ได้ แก่ จ.พิจิตร สุโขทัย และพิษณุโลก และกำลังอยู่ระหว่างประสานงานกับมูลนิธิประจำจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคอีสาน 6 จังหวัด รวมการดำเนินการโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานรวม 9 จังหวัด คิดมูลค่าเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน)

         เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรร เทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทก ภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร
086-854-1418 #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

.

“ศึกษา” เตรียมจับมือ​ ”การท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งลูกเสือมัคคุเทศก์ ส่งต่อการท่องเที่ยวจิตอาสา

         สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนาม MOU ในวัุนที่​ 17 กันยายน 2562 นี้ เพื่อร่วมมือตั้งหน่วยลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้ง ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกเสือเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นของตน มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยว มั่นใจ เยาวชนที่จะมาร่วมโครงการมัคคุเทศก์ในครั้งนี้ สามารถเป็นผู้นำ และเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้ในอนาคต

         ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า “เนื่องจากในปัจจุบันการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำ นวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนผู้เป็นลูกเสือ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายให้สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตน สังคมและชุมชนได้ทุกมิติ จึงได้มีการจัดตั้งโครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ขึ้น โดยได้น้อมนำหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในโครงการฯ

          เพื่อสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาตามพระราโชบายด้านการศึกษา เพื่อช่วยสร้างศักยภาพ ระเบียบวินัย และปลูกจิตอาสาให้กับเยาวชน อีกทั้ง ได้จัดตั้งหน่วยลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้ง ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกเสือเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นของตน มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวของประเทศไทย

          ซึ่งจะมีกำหนดการพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ”โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์” (Guide Scout) ในวันอังคารที่ 17 กันยายน 2562 ณ หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

          ซึ่งต่อไปการจัดกิจกรรมลูกเสือควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ทั้งยังต้องเพิ่มทักษะชีวิตให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกเสือไทยมีมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะแสดงออก รวมทั้งใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและนำต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพได้ในอนาคต” รมช.ศธ.กล่าวในที่สุด


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะ​ รุดลงอุบลฯ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

จากเกิดกรณีสถานการณ์พายุน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่อุบลราชธานีต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ราษฏรได้อพยพตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีระดับน้ำท่วมสูงเนื่องจากห่วงทรัพย์สิน

          ทางรัฐบาล โดยสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตำรวจทุกหน่วยลงพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ

         ในวัน​นี้​ วันอาทิตย์​ที่ 15 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผบก. ตม.2, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผบก.ตม.5, พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รองผบก.กฝ. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี และคณะหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 6 ได้นำตำรวจจิตอาสาสังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี 3 จุด ได้แก่

  1. จุดที่1.สะพานหิน 100 ปี ศูนย์ผู้ประสบภัยชั่วคราว (สะพานเกรียง อ.เมือง จ.อุบล) จำนวน 300 ชุด
  2. จุดที่2.หอประชุมเทศบาล วารินทร์ชำราบ จำนวน 600 ชุด​
  3. จุดที่3 หาดคูเดื่อ โดยได้เดินทางไปแจกตามหมู่บ้าน ที่การจราจรถูกตัดขาด เดินทางด้วยทางเรือได้อย่างเดียว จำนวน 100​ ชุด

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า ได้สั่งการ ให้ จนท.ตม.ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ประสบภัย ตามโครงการจิตอาสาภายใต้แนวคิดพระราชทาน “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และร่วมให้กำลังใจอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้การสนับสนุนช่วนเหลืออย่างเต็มที่


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พล.ต.ต.เสนิตฯ​ ผบก.น.1 เป็นประธาน พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “นครบาล​ 1 สัมพันธ์ 2562” (รอบชิงชนะเลิศ)

พล.ต.ต.เสนิตฯ​ ผบก.น.1 เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “นครบาล​ 1 สัมพันธ์ 2562” (รอบชิงชนะเลิศ)

         วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 15 ก.ย.62 เวลา 14.30 น.ณ สนามกีฬา ศูนย์เยาวชนกรุงเทพ มหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง​ : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ​ ผบก.น.1 ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “นครบาล​ 1 สัมพันธ์ 2562” (รอบชิงชนะเลิศ) โดยมี ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บก.น.1,คณะ อนุ กต.ตร.บก.น.1 และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปทุมธานี-คอหวยแห่ร่วมพิธีสวดนพเคราะห์ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณรคืนก่อนวันรวย

          เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมี ในคืนก่อนวันหวยออก โดยเฉพาะบรรดานักเสี่ยงโชคทั้งหลายแห่มาร่วมพิธีพร้อมส่องอ่างน้ำมนต์ที่ผิวน้ำจะมีตัวเลขจากน้ำตาเทียนสีแดง สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนปรากฎเป็นตัวเลข 2,9,1,4,3,0

          บรรยากาศพิธีพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมี โดยมีอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ เป็นเจ้าพิธีสวดแผ่เมตตาใหักับเทพดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ประกอบด้วย พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ ซึ่งเป็นเทพเทวดาประจำตัวทำหน้าที่คุ้มครองเสริมบารมีตามหลักคัมภีร์ทางโหราศาสตร์โบราณตามความเชื่อ นอกจากนี้ยังกล่าวโองการเชิญเทพยดา พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ พระพิฆเนศ พญาศรีสุทโธนาคราช ให้ลงมาช่วย อำนวยพระพรชัย ให้แก่บรรดาบรรดาเหล่าลูกศิษย์ฤๅษีเณร ทั้งหญิงทั้งชายที่ได้ประนมมือนั่งอยู่ในพิธี พระองค์จงมาประจำราศี ให้มีแต่ความเจริญยิ่งวัฒนา ด้วยใจเป็นศรัทธา สร้างบารมีอย่าได้ฝืดเคืองข้องขัด ทรัพย์สมบัติจงมากมี อันตรายอย่าย่ำยีด้วยบุญฤทธิ์ ทุกประการ.


CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

สุโขทัย-รมช.เกษตร ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะเกษตรกร มุ่งพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อ-โคขุนของเกษตรกร ลดการนำเข้าเนื้อโคต่างประเทศ

         วันที่ 15 กันยายน 2562 เวลา 14.30 น.นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและพบปะกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคขุนสวรรคโลก พร้อมทั้งมอบปัจัยการผลิตให้กับเกษตรกร ณ เอ็กซ์ แอลฟาร์ม ต.คลองกระ จง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีนายประสงค์ อุไรวรณ์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นำหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ ฟาร์มเลี้ยงโคขุนแห่งนี้ได้รับการพัฒนายกระดับเป็นฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งยังเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนเพื่อเป็นอาชีพเสริม ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงระยะสั้นประ มาณ 90-120 วัน โดยขุนให้ได้น้ำหนักประมาณ 500 กก. และขายผ่านพ่อค้าที่จะส่งไปประ เทศจีนและเวียดนาม นอกจากนี้มีโรงผสมอาหาร เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ในฟาร์มและในกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน โดยมีเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ร่วมเป็นเครือข่าย ประมาณ 60 ราย จำนวนโคขุนในกลุ่ม ประมาณ 1,200 ตัว กรมปศุสัตว์ ช่วยเหลือดูแลด้านการป้องกันโรคระบาด ให้ความรู้ผลักดันเข้าสู่ฟาร์มมาตรฐาน การตรวจสอบโคก่อนการเคลื่อนย้าย

         รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่าหากสามารถสร้างกลุ่มผู้เลี้ยงแม่โคผลิตโครุ่นเพศผู้สายพันธุ์ดี ป้อนให้กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน เพื่อผลิตโคเนื้อที่มีคุณภาพซากดีเทียบเท่าโคที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะเป็นการช่วยลดปริมาณการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประ เทศได้ และเป็นโอกาสในการพัฒนาที่จะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ นอกจากนี้ การสร้างศูนย์ผลิตอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค ผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี มีปริมาณที่เพียงพ่อต่อการเลี้ยงโคตลอดปี ก็จะสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต มีศักยภาพแข่งขันกับโคจากต่างประเทศได้

    จังหวัดสุโขทัย มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อที่ขึ้นทะเบียนกรมปศุสัตว์ จำนวน 6,702 ครัวเรือน จำนวนโคเนื้อรวม 79,263 ตัว เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน จำนวนโคขุน 3,453 ตัว แยกการเลี้ยงเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ การเลี้ยงโคผลิตลูก หรือโคต้นน้ำ และการเลี้ยงโคขุน-โคมัน หรือโคกลางน้ำ ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ทำ โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ด้านโคเนื้อ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยง เพิ่มปริมาณการผลิตโคเนื้อในจังหวัด รวมทั้งเพื่อเพิ่มประ สิทธิภาพการเลี้ยงโค เพื่อผลิตโคเนื้อที่มีสายพันธุ์และคุณภาพซากดี รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันด้านราคากับโคเนื้อจากต่างประเทศได้


นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

ผช.ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้า “โครงการทหารพันธุ์ดี ทภ.4”

          เมื่อวันที่ 13 ก.ย.62 พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รอง แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ พลเอก วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในการเดินทางมาตรวจความคืบหน้า “โครงการทหารพันธุ์ดี” กองทัพภาคที่ 4 ในพื้นที่ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, ค่ายพญาเดชานุชิต, ค่ายสิรินธร และค่ายรัตนพล


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก Army PR Center

สำนักข่าวความมั่นคง

ลงทะเบียน “ซิม มั่นใจ ปลอดภัย ไร้ปลอมแปลง” แนะลูกค้าเร่งลงทะเบียน ก่อนหมดเขต 31 ตุลาคมนี้

ลงทะเบียน “ซิม มั่นใจ ปลอดภัย ไร้ปลอมแปลง” ตัวแทนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จังหวัดยะลา แนะลูกค้าเร่งลงทะเบียน “ซิม” ก่อนหมดเขต 31 ตุลาคมนี้ หลังพบปัญหาข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้องหลายราย ทำให้เสียเวลาในการแก้ไข 3-7 วัน ถึงจะได้ลงทะเบียน

          ที่จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จังหวัดยะลา ประชาชนยังคงเดินทางนำบัตรประชาชนพร้อมโทรศัพท์มือถือ ไปลงทะเบียนซิมการ์ด “2 แชะ อัตลักษณ์” กันอย่างต่อเนื่อง หลังเหลือเวลาในการลงทะเบียนซิมการ์ดอีกประมาณเดือนกว่าจะหมดเขตการลงทะ เบียน โดยผู้ให้บริการได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ประจำจุดรับลงทะเบียนอัตลักษณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งลูกค้าที่มาลงทะเบียนซิมแล้วก็จะต้องลงลายมือชื่อ พร้อมหมาย เลขโทรศัพท์ไว้ด้วย ตัวแทนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ True บอกว่า สำหรับลูกค้า True ในพื้นที่จังหวัดยะลามีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้ใกล้หมดเวลาในการลงทะเบียน ลูกค้าก็จะทยอยเดินทางมาลงทะเบียนซิมทุกวัน วันละประมาณ 30 คน

          สำหรับปัญหาที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบว่าข้อมูลบัตรประชาชนของลูกค้าไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องทำการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องก่อน ถึงจะกลับมาลงทะเบียนซิมได้ เวลาแก้ไขก็จะอยู่ที่ 3-7 วัน ทำให้ต้องเสียเวลา สำหรับคนในครอบครัว คนรู้จัก ก็จะต้องย้ายกรรมสิทธิ์การใช้งานโทรศัพท์ ให้เรียบร้อย ถูกต้องแล้ว ถึงจะมาลงทะเบียนได้ นอกจากนี้ก็ยังพบปัญหาลูกค้าที่ใช้งานโทรศัพท์ไม่ทราบชื่อใคร บางคนใช้งานมานานถึง 10 ปี ทั้งนี้ก็อยากเชิญชวนประชา ชนให้รีบมาลงทะเบียนซิม หากพบว่าโทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพื่อจะได้ลงทะเบียนซิมให้ทันตามเวลาที่กำหนด ส่วนการแจ้งข้อความเตือน หลังลงทะเบียนซิมแล้วนั้น เป็นการส่งข้อมูลจากกองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ซึ่งเป็นการกวาดส่ง SMS โดยที่ไม่รู้ว่าเบอร์ไหนลงทะเบียนแล้ว และเบอร์ไหนไม่ลงทะเบียน ประชาชนที่ลงทะเบียนแล้วก็ไม่ต้องกังวล

          ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย) ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งระบบจดทะเบียนและเติมเงิน ร่วมลงทะเบียนซิมการ์ดตรวจสอบอัตลักษณ์ ผ่านระบบ 2 แชะอัตลักษณ์ เพื่อปกป้องผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงการลงทะเบียนซิมการ์ดสวมทับสิทธิ์ โดยจะมีการตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้ใช้ซิมการ์ด “ก่อน” การลงทะเบียนและเปิดใช้งาน โดยสามารถไปแสดงตน พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน และซิมการ์ดเพื่อลงทะเบียนใหม่ได้ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ให้บริการทุกระบบ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 นี้ ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้น ๆ ได้


ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน / NEWS

สำนักข่าวความมั่นคง

“ฉก.นย.ทร. ร่วมสืบสานประเพณี วันสารทเดือนสิบ”

         ประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ ถือเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญในภาคใต้ของไทย ไม่ว่าลูกหลานหรือญาติพี่น้องของคนในครอบครัวจะไปทำงานอยู่แห่งหนตำบลใด มักจะต้องลางานหรือหยุดงานเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อมากราบไหว้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณความภาคภูมิใจ ความสุขใจ ความอิ่มใจ ที่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว และอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัวและมีการพบปะสังสรรค์ฉลองกันด้วย นับว่าเป็นช่วงที่ครอบครัวมีความอบอุ่นที่สุด ซึ่งมีการสืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี


ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

พิพากษาจำคุกจำเลย คดีเผา หจก.ชินวรยะลาก่อสร้าง รวม 7 คน ละ 21 ปี

          เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ศาลจังหวัดยะลา โดยนายย้วน ขาวขำ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ออกนั่งบังลังก์พิจารณาคดี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 00.15 น. ได้มีกลุ่มคนร้ายกว่า 20 คน ลอบวางเพลิง หจก.ชินวรยะลาก่อสร้าง ตั้งอยู่ ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จว.ยะลา ท้องที่ สภ.ลำใหม่ ซึ่งต่อมาจากสืบสวนสอบสวนของ ชุดสืบสวนคดีสำคัญ จชต. ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา /ลำใหม่และชุดสอบสวนคดีความมั่นคง ภ.จว.ยะลา ทราบว่า เป็นการกระทำของนายมะซูรี สาเมาะกับพวกกว่า 20 คน รู้ตัวผู้กระทำความผิด 9 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ/ทหาร/ฝ่ายปกครอง

          ได้ทำการสืบสวนจับกุม นายมะซูรี สาเมาะกับพวกได้รวม 7 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้าย,ร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือนฯ,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม และร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานผู้อื่นในเวลากลางคืน
ศาลจังหวัดยะลา พิพากษาจำเลย คือ

1.นายมะซูรี สาเมาะ
2.นายไซฟู กะลูแป
3.นายอามีน กลาตัน
4.นายมูหามะไอดี สามอ
5.นายอาหามะ มะแซ
6.นายฮากิ เจ๊ะลี
7.นายอารีฟิน บาเหะ

จำเลยที่ 1-7 จำคุกคนละ 21 ปี ตามหมายเลขคดีดำที่ 2656/2561 หมายเลขคดีแดงที่ 395/2562


ขอบคุณข้อมูล : ที่นี่ 3 จังหวัด

สำนักข่าวความมั่นคง