แต้มบุญยังเหลือ หนุ่ม 36 ปี เช็ดกระจกพลาดลื่นหงายหลัง โชคดีหัวไม่ฟาดขอบบ่อ เจ็บเล็กน้อย

นครนายก – แต้มบุญยังเหลือ หนุ่ม 36 ปี เช็ดกระจกพลาดลื่นหงายหลัง โชคดีหัวไม่ฟาดขอบบ่อ เจ็บเล็กน้อย

คลิปกล้องวงจรปิดจับภาพ เจ้าของบ้านขึ้นเหยียบขอบบ่อปลาคาร์ฟเพื่อเช็ดกระจกหน้าต่าง แต่ระหว่างกำลังเช็ดกระจกอยู่นั้น เกิดพลาดลื่นหงายหลังโชคดีตกลงในน้ำ หัวเฉียดขอขอบบ่อไปนิดเดียว จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 85/40 หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จ.นครนายก ได้พบกับนายอุดม ชุมประเสริฐ อายุ 36 ปี (ลุงอิ๊ฟ แคปหมู) มีอาชีพทำแคปหมูขาย ซึ่งเป็นคนในคลิปได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่ตัวเองลื่น ซึ่งเป็นบริเวณข้างบ้านติดกับหน้าต่าง ถูกต่อเติมเป็นบ่อปลาคาร์ฟ มีความสูงประมาณ 1 เมตร ความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร

จากการสอบถาม นายอุดม ชุมประเสริฐ เจ้าของบ้านเล่าว่าตนได้ปีนขึ้นบนขอบบ่อปลาเพื่อไปเช็ดกระจก ระหว่างที่เพลิดเพลินกับการเช็ดกระจกอยู่นั้น เกิดพลาดลื่นหงายหลังลงบ่อปลาพอดี โชคดีที่หัวไม่โดนขอบบ่อ ไม่งั้นจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย ได้รับบาดเจ็บแค่ที่ก้นนิดหน่อยเอง ซึ่งภรรยาของนายอุดมบอกว่า ดูคลิปกี่ครั้งก็อดที่จะขำไม่ได้ ต่อไปคงต้องให้ระวังมากกว่านี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ส่งมอบบ้าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเชิดชูเกียรติทหารกล้า พลทหาร นรินทร์ เงาไพร หลังเสียสละเพื่อชาติ

แม่ทัพภาคที่ 2 ส่งมอบบ้าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และเชิดชูเกียรติทหารกล้า พลทหาร นรินทร์ เงาไพร หลังเสียสละเพื่อชาติ

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีมอบบ้านพักอาศัยหลังใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ครอบครัว พลทหาร นรินทร์ เงาไพร สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ

โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 ชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อก่อสร้างบ้านที่มั่นคง แข็งแรง และถูกสุขลักษณะทดแทนหลังเดิม โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 67 วัน

เพื่อเป็นการตอบแทนคุณความดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลผู้เสียสละและครอบ ครัวให้ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและภาคภูมิใจของพี่น้องชาวพิมายที่ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารกล้าในครั้งนี้

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #อำเภอพิมาย #จังหวัดนครราชสีมา #ทหารกล้า #ทหารชายแดน #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

“โฆษกยกนิ้ว” ด.ต.ศุภมิตร ตำรวจสิงห์บุรี อดทนอดกลั้น แอดมินเพจยั่วยุ ยืนหยัดทำหน้าที่จนสโตรก “ผบ.ตร.” กำชับดูแลการรักษาและสวัสดิการ

“โฆษกยกนิ้ว” ด.ต.ศุภมิตร ตำรวจสิงห์บุรี อดทนอดกลั้นแอดมินเพจยั่วยุ ยืนหยัดทำหน้าที่จนสโตรก “ผบ.ตร.” กำชับดูแลการรักษาและสวัสดิการ

วันนี้ (28 เมษายน 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบรางวัล “โฆษกยกนิ้วให้” ให้กับ ด.ต.ศุภมิตร พวงประเสริฐ ผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่ปฏิบัติหน้าบังคับใช้กฎหมายจราจรเรื่องความเร็วเกินกำหนด ลดการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ อดทนต่อความเจ็บใจและแรงกดดันจนเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก หรือ สโตรก จากกรณีแอดมินเพจหนึ่งไลฟ์กดดันการปฏิบัติหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2568

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ด.ต.ศุภมิตรฯ ปฏิบัติหน้าที่ตามอุดมคติตำรวจ โดยเฉพาะข้อที่ว่า “อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก” โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางอากาศร้อนจัด กลับมีผู้ไม่ประสงค์ดีถ่ายคลิปวิดีโอ ไลฟ์สดยั่วยุกดดันอยู่นาน แต่ทาง ด.ต.ศุภมิตรฯ ได้ใช้ความอดทนอดกลั้น ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีลักษณะของการที่จะตอบโต้ และยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ภาวะกดดันในตอนนั้นทำให้ เกิดความเครียด เกิดอาการสโตรก จนล้มลงไป ซึ่งปัจจุบันยังพักรักษาตัวอยู่ ยังมีอาการซีกขวาอ่อนแรง

จากความมุ่งมั่น อดอทน ไม่หวั่นไหวต่อการปฏิบัติหน้าทีของ ด.ต.ศุภมิตรฯ ครั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณามอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ให้ ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องจริง เหตุการณ์จริงที่เผยแพร่ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ เห็นการทำงานจริงของตำรวจที่ต้องเผชิญความกดดันหลากหลายรูปแบบ และทำหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วน เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เห็นภาพของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อดทนอดกลั้น สมตามอุดมคติของตำรวจ

ในส่วนการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น พนักงานสอบสวน สภ.พรหมบุรี ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ให้ได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติหน้าที่ ฯลฯ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการการพิจารณาของอัยการ โดยยืนยันว่าการทำสำนวนเป็นไปตามพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกำชับดูแลเรื่องการรักษา และสวัสดิการต่าง ๆ แก่ ด.ต.ศุภมิตรฯ ให้ดีที่สุด

#โฆษกยกนิ้ว #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice


“ทำดีต้องชื่นชม” ผบ.ตร. ขอบคุณตำรวจ ที่เสียสละ กล้าหาญ เข้มแข็ง ปฏิบัติการจับกุมคนร้ายจนตัวเจ็บ

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

ส.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ขวัญแก้ว ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับคำชื่นชม กรณีเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหามั่วสุมเสพยาฯ แม้ได้รับบาดเจ็บก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ผบ.ตร. ขอบคุณตำรวจ เสียสละ กล้าหาญ เข้มแข็ง ปฏิบัติการจับกุมคนร้ายจนตัวเจ็บ สั่งดูแลเต็มที่ พร้อมสั่งตรวจสอบด่วนให้ความเป็นธรรมกรณีญาติชายต้องสงสัยมียาบ้าคาใจตำรวจตามสกัดจับ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความชื่นชมและขอบ คุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปราบปรามผู้ที่มั่วสุมค้ายาเสพติด และมีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม เพื่อป้องกันภัยและดูแลความสงบเรียบร้อย จนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ขณะเข้าจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ต่อ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เมือง จว.ปทุมธานี “ส.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ขวัญแก้ว” ผบ.หมู่ (สส.) สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมทีมงาน ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม พบผู้ต้องสงสัยมีท่าทีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยขัดขืนและเข้าทำร้ายร่างกาย ส.ต.ท.สิทธิศักดิ์ฯ จนได้รับบาดเจ็บ แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง


ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าว การจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ เครือข่ายโกดังยาเสพติด “นิว เพชรบูรณ์ และแบงค์ สงขลา”

ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ เครือข่ายโกดังยาเสพติด นิว เพชรบูรณ์ และแบงค์ สงขลา

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ต้องการประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

ตามนโยบายของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงมหาดไทย ได้ยกระดับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและมาตร การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งอาชญากรรมอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว. สระบุรี, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1

ภ.จว.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาล รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑ ชุดที่ ๒

ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ

ผกก.สภ.บางปะหัน ขกท. โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท.,พ.อ.(พิเศษ) สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ทภ.4

ภ.จว.ปทุมธานี โดย พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต

บช.ปส. โดย พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.วสุ เชื้อพุทธ ผกก.1 บก.ปส.3 ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.ศรายุทธ พัฒนชัย ผบ.ขกท.ศปก.นสศ./ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๑ โดย นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.๑ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ได้ร่วมกันสืบสวนจับ กุมผู้ต้องหาที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “นิว เพชรบูรณ์ และเครือข่ายแบงค์ สง ขลา”

คดีที่ 1 เครือข่ายโกดังยาเสพติด นิว เพชรบูรณ์ จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย คือ

  1. นายเอื้ออังกูร หรือนิว อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์
  2. นายรอมดอน หรือดอน อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จว.พิจิตร
  3. นายสิทธิเดช หรือปลาม อายุ 32 ปี ภูมิลำเนา ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จว.นครปฐม
  4. นายจักรพันธ์ หรือไมค์ อายุ 29 ปี ภูมิลำเนา ต.ดงขุย อ.ชนแดน จว.เพชรบูรณ์
  5. นางสาวเนตรนภา หรือฟ้า อายุ 23 ปี ภูมิลำเนา ต.ลาดแค อ.ชนแดน จว.เพชรบูรณ์

พร้อมของกลาง คือ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 5,260,000 เม็ด, 2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 6 เครื่อง,ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายนรินทร์หรือแบงค์ พร้อมพวกรวม 3 คน พร้อมด้วยของกลางยาเสพติด จำนวนประมาณ 9,580,000 เม็ด และจากการขยายผลการจับกุมคดีดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายโกดังยาเสพติดของนายเอื้ออังกูรหรือนิว ที่ยังทำหน้าที่พักยาเสพติด และนำยาเสพติดส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย

จนกระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว และสามารถจับกุม นายเอื้ออังกูรหรือนิว พร้อมพวกรวม 5 คน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 21 กระสอบ (ประมาณ 5,260,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ต.พุทเลา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรี อยุธยา เหตุเกิดที่ ต.พุทเลา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 16.30 น.

คดีที่ 2 เครือข่ายยาเสพติด แบงค์ สงขลา ทำหน้าที่ส่งยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยอำพรางไปกับกล่องพัสดุ จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ

  1. นายอำนาจ หรือแบงค์ อายุ 36 ปี ภูมิลำเนา ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จว.สงขลา
  2. นายศรายุธ หรือต้อม อายุ 35 ปี ภูมิลำเนา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จว.นครศรีธรรมราช
  3. นางสาวสุปรียา หรือเฟีย อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จว.สงขลา

พร้อมของกลาง คือ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 1,058,000 เม็ด, 2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 3 เครื่อง
ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1
ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และจนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันขยายผลจับกุมกลุ่มที่พักยาเสพติดและทีมลำเลียงยาแสพติดเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่ามีกลุ่มทีมพักยาเสพติดที่เป็นบุคคลในพื้นที่ภาคใต้ ได้มาพักเก็บยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง และนำยาเสพติดอำพรางเพื่อส่งพัสดุไปทางขนส่งเอกชนลงไปยังพื้นที่ภาคใต้

จนกระทั่งช่วงดึกของวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. สามารถจับกุม นายอำนาจหรือแบงค์ พร้อมพวกรวม 3 คน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุจำนวน 12 กล่อง (ประมาณ 1,058,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ฟรีด สีเทา และภายในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ม.2 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานี เหตุเกิดที่ บริเวณหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ม.2 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติด ไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมากซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 250,000,000 บาท กลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป


พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1 สั่งการ ไล่ล่าตัวคนร้ายแหกคุก เร่งด่วน เนื่องจากถือว่าเป็นบุคคลอันตราย

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ต้องการประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เร่งด่วนและมีความจำเป็น ดังนี้

วันนี้ (8 พ.ค. 69) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1
พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปทุมธานี
ได้เข้าประชุมติดตามจับกุมผู้ต้องขัง นายเสกสรร รูปทอง หลบหนีจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มว่า พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1 ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรี วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนปราบปราม ตลอดจนสืบสวนปราบปรามของ ภูธร จังหวัดปทุมธานีซึ่งอยู่ในการสั่งการของพลตำรวจตรีพีรพล โชติกเสถียรผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุม ธานี ไล่ล่าตัวคนร้ายแหกคุก อย่างเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากถือว่าเป็นบุคคลอันตรายและอาจจะไปก่อเหตุร้ายเพิ่มขึ้นกับทรัพย์สินและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่คนร้ายหนีไป เป็นอันตรายต่อร่างกายชีวิตและทรัพย์สินได้

หากประชาชน เบาะแสหรือ เห็นตำหนิรูปพรรณคนร้าย เป้าหมายดังกล่าว ขอให้แจ้งสายด่วนตำรวจ 191 รวมถึงตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ที่เจอคนร้ายได้ทุกที่ทุกสถานีทุกเวลาเพื่อความมั่นคงมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน


ผบ.ตร.สั่งด่วนทุกพื้นที่ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ภายใน 3 เดือน ตั้งเป้า “ขุดราก ถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ และต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในไทย

ผบ.ตร.สั่งด่วนทุกพื้นที่ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ภายใน 3 เดือน ตั้งเป้า “ขุดราก ถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ และต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในไทย

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนให้ตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ป้องปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือแอบแฝงเข้าเมืองเพื่อกระทำผิดกฎหมาย ตลอดจนการทำงานของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะนอมินี ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ผบ.ตร. สั่งการมาตรการ 3 ระยะ ได้แก่

1. มาตรการเร่งด่วน 3 เดือน “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง”

ให้ทุกหน่วยตรวจสอบคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ จัดทำฐานข้อมูล กำหนดกลุ่มคนต่าง ด้าวเป้าหมายที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการค้ายาเสพติด, ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภาษี ศุลกากร หรือนิติบุคคล, การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้าย, เครือข่ายการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ กลไกการส่งต่อระดับชาติ และร่วมกันตรวจสอบ ปิดล้อม เอกซเรย์พื้นที่และบุคคล โดยเฉพาะสถานที่ที่มีคนต่างด้าวรวมตัวหรือพักอาศัยเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันและยับยั้งเหตุไม่ให้ลุกลาม บานปลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยให้พิจารณาจับกุมดำเนินคดีทุกราย

พร้อมกับสั่งการให้ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Joint Task Force) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการคลัง, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิตร, กรมที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติในระดับนโยบายและระดับจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวกระทำความผิดกฎหมาย โดยกำหนดเป้าหมายในพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเป็นลำดับแรก และในพื้นที่อื่น ๆ พิจารณาตามความหนักเบาของสถานการณ์ ทั้งนี้ ให้กำหนดแผนวงรอบการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและลักษณะกลุ่มเครือข่ายที่กระทำผิด

2.มาตรการระยะกลาง “ขุดราก ถอนโคน” ขับเคลื่อนการปฏิบัติ 6-9 เดือน

ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยรับผิดชอบร่วมกับหน่วยต่าง ๆ ตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงเอกสารหลักฐานต่าง ๆ การขออยู่ต่อในราชอาณาจักร การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัด เพื่อบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งให้ศึกษาข้อมูล ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปิดช่องว่างของกฎหมายที่คนต่างด้าวใช้ในการกระทำความผิด

นอกจากนี้ สั่งการให้สืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย แบบ “ขุดราก ถอนโคน” กรณีที่ตรวจพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง พัวพัน ให้ดำเนินการตามกฎหมายและดำเนินมาตรการทางปกครองโดยเคร่งครัด

3.มาตรการระยะยาว ระยะ 1-2 ปี

ให้จัดทำระบบฐานข้อมูลคนต่างด้าว การตรวจสอบและสถานะคนต่างด้าว โดยเชื่อมโยงกับระบบ One Police ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยเข้าถึงและตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้เชื่อมโยงฐานข้อมูลไปยังระดับพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและนำมาวิเคราะห์แผนการปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายตามความรับผิดชอบ รวมทั้งประสานงานและรับข้อมูลจากประเทศต้นทาง และใช้ข้อมูลในการป้องกันและนำมาตรการปฏิเสธคนเข้าเมือง การตรวจสอบบุคคลในบัญชีเฝ้าระวังหรือบัญชีต้องห้าม หมายจับบุคคล การแจ้งข้อมูลคนต่างด้าวเข้าเมือง (TDAC) และมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลล่วงหน้า ทั้งนี้ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล

รวมทั้งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำฐานข้อมูลและการข่าวคนต่างด้าวที่มีลักษณะกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย และสืบสวนขยายผลคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกันตำรวจพื้นที่ เพื่อขยายผลผู้ร่วมกระทำความผิดตัวการตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการ/เครือข่าย และให้กองการต่างประเทศเป็นหน่วยประสานงานและข้อมูลข่าวสารกับประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กำชับข้าราชการตำรวจทุกนายไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่กระทำความผิด และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องตรวจสอบ ควบคุม กำกับ ดูแลข้าราชการตำรวจในสังกัดอย่าให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ หากตรวจพบให้ดำเนินการทางอาญา วินัย และปกครอง โดยทันที

หากประชาชนพบเบาะแสคนต่างด้าวที่น่าสงสัยว่าจะกระทำความผิดกฎหมาย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทางสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 หรือ 1599 หรือสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ รับมอบอุปกรณ์จราจรจากบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดสำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (12 พ.ค.69) เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.อาชาไนย แสนสุข ผกก.(สอบ สวน)ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการร่วมรับมอบอุปกรณ์จราจรจากบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วยกรวยจราจร จำนวน 455 อัน เสื้อจราจรสะท้อนแสง จำนวน 80 ตัว และแผงเหล็กกั้น จำนวน 5 อัน เพื่อสนับสนุนให้แก่สถานีตำรวจภูธรในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ สำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ บริเวณหน้า สภ.เมืองสมุทรปราการ

#ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


ภารกิจ พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ. จว. สิงห์บุรี, จนท.ตร.ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าฯ ตรวจสถานที่เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก กรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทาน ในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ณ วัดศาลโคดม อ.อินทร์บุรี โรงบางระจันวิทยา อ.บางระจัน. และ สนามกีฬา อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี


พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร

วันนี้ (11 พ.ค. 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ท.กันณพงศ์ พุทธชาติ รอง ผกก.ป.สภ.ปากคลองรังสิต
พ.ต.ท.เปรมวิชช์ พลนันท์หิรัญ รอง ผกก.ป.สภ.สวนพริกไทย, พ.ต.ท.ณรงค์ รัตนภัทรโชติ สวป.สภ.สามโคก ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร เป็นโครงการตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) คลองเปรมประชากร ณ วัดรังสิต ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

#ภ.จว.ปทุมธานี
#ตำรวจภูธรภาค1