ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ

ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ พลิกโฉมสายด่วน 1386 เป็นที่พึ่งพิงทุกปัญหายาเสพติด ผุดไอเดียฟุตบอลลีกสร้างเยาวชนไทยเข้มแข็ง ชี้ยาบ้าสายพันธุ์ใหม่หลอน เลว รุนแรง
​​

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์และนโนยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่า ที่ผ่าน มาปปส. มุ่งเน้นการใช้งานใช้สายด่วน1386 เพื่อรับแจ้งเบาะแสผู้ค้าเพียงอย่างเดียว พบว่ามียอดสายเรียกเข้าประมาณ 1,000 สาย/เดือน แต่พอมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่โดยยกระดับเป็น “ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” ซึ่งเป็นการพลิกโฉมตัวเองเข้ามามีบทบาทป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกๆ มิติ ทั้งรับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษารวมถึงอำนวยความสะดวกในการบำบัดรักษา ส่งผลให้มียอดการติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คือประมาณ 4,000 สาย/เดือน โดยมีสถิติน่าสนใจคือมากกว่า 40% ของสายที่โทรเข้ามา จะเป็นครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในการนำลูกหลานไป “บำบัด” และแจ้งเหตุผู้เสพที่มีอาการคลุ้มคลั่ง โดยแน่นอนว่าทั้งสองเคสนี้จะต้องดำเนินร่วมกันเป็นคู่ขนานทั้งงานให้คำปรึกษาและงานป้องกันและปราบปราม
​​

ปัจจุบัน ปปส. มีการทำงานในเชิงรุกอย่างเห็นได้ชัดเจนคือ จากเดิมที่เน้นรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเหตุต่างๆ จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้พื้นที่ดำเนินการแล้วรอรายงานผล ซึ่งมักจะจบด้วยข้อสรุปว่า “ไม่พบพฤติการณ์” แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการทำงานในเชิงรุก เจ้าหน้าที่ปปส.จะลงพื้นที่ประกบทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทันทีที่ได้รับแจ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการอย่างทันท่วงที
​​

ขณะเดียวกันในด้านบำบัดฟื้นฟู ก็จะเน้นส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาล เช่น รพ.สต. หรือ สสจ. ตามนโยบาย “ผู้เสพคือผู้ป่วย” อุปสรรคใหญ่ไม่ใช่สถานที่บำบัด แต่คือการที่ “ผู้เสพไม่ตระหนักว่าตนเองเป็นผู้ป่วย” โดยกฎหมายใหม่มาตรา 113 เปิดโอกาสให้ผู้เสพเข้าสู่กระ บวนการรักษาโดยไม่มีประวัติอาชญากรหากสมัครใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ค้าหน้าใหม่ที่ผันตัวมาเป็น “ผู้ค้าเพื่อหาเงินมาเสพ” และกินกำไรส่วนต่าง โดยมีเป้าหมายหลักคือ ต้องตัดวงจรไม่ให้เยาวชนและกลุ่มวัยรุ่นก้าวเข้ามาเป็นผู้เสพหน้าใหม่ ซึ่งหากสามารถป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มใหม่ได้ควบคู่กับการจัดการกลุ่มเดิม โดยเฉพาะปัญหา”ยาบ้า” ที่ระบาดอยู่ในสังคมแม้ว่าจะมีความหนักหน่วงมากขนาดไหน เราเชื่อว่ามีโอกาสชนะในสง ครามยาเสพติดครั้งนี้

ปปส. เคยมีแนวคิดที่จะทำให้ราคายาถูกลงเพื่อให้ผู้เสพเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีฤทธิ์น้อยลงไปมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสพไปก่ออาชญากรรมหรือสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นเพื่อหาเงินมาซื้อยา อย่างไรก็ตาม สังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับแนวคิดที่รัฐจะเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดเอง จากการวิจัยของ ปปส. พบว่ายาบ้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ เมทแอมเฟตามีน และ คาเฟอีน เหมือนเมื่อก่อน แต่มีการผสมสารอันตรายเพิ่มอีก 2 ชนิดที่วัยรุ่นเรียกว่า “ยาโปร” โปรเมทาซีน (Promethazine): ยาแก้แพ้ที่ยกเลิกตำรับยาไปแล้ว ส่งผลให้เกิดอาการภาพหลอนและหูแว่วและอีกตัวคือเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ยาแก้ไอที่อันตรายและถูกยกเลิกตำรับยาเช่นกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมของผู้เสพให้มีอาการ “บ้า” เร็วขึ้น ส่วนผสมใหม่สองตัวนี้ทำให้ผู้เสพเกิดอาการทางจิตเร็วกว่าเดิมมาก จากเดิมที่ต้องเสพต่อเนื่อง 10-20 ปี ปัจจุบันเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็เกิดอาการหลอนอย่างรุนแรง ปปส. พยายามสื่อสารให้ผู้เสพตระหนักว่ายาที่เสพอยู่นั้นอันตรายกว่าที่คิด และเน้นย้ำว่า “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา

​​สำหรับนโยบายและมาตรการชิงรุกในปัจจุบันมีการบูรณาการหน่วยงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีการจัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด” ซึ่งให้แม่ทัพภาคในแต่ละพื้นที่เป็นผู้บัญชาการ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานที่ไม่สอดประสานกันในอดีตระหว่างตำรวจและทหารบริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นการสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ทหารเป็นกลไก “ด่านหน้า” อย่างเต็มที่
​​

พ.ต.ต.สุริยา ระบุด้วยว่า สำหรับยุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” มุ่งเน้นการกวาดล้าง “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชา ชน โดยมีวิธีการทำงานแบบใหม่คือ เมื่อมีการจับกุม ปปส. จะยังไม่แถลงข่าวทันที แต่จะใช้วิธี “ขยายผล” ใช้เวลานานนับเดือนเพื่อลากตัวการใหญ่และเครือข่ายทั้งหมดออกมาให้ได้ ที่ผ่านมามีการจับกุมนายตำรวจที่มีประวัติดีเยี่ยมได้รับโล่เกียรติยศและมีรางวัลมากมาย แต่เบื้องหลังเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของยาเสพติดฝั่งลาว โดยใช้ทักษะการสืบสวนวางแผนการขน ส่งยาเสพติดโดยเป็นยาไอซ์นับตัน โดยกลุ่มนี้มีกลยุทธ์คือการใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ขบวนการมีการใช้เทคนิคเหมือนในภาพยนตร์ เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ยกชุดเพื่อใช้สื่อสารในการลำเลียงยาเสพติดแต่ละครั้ง โดยลำเลียงผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปจนถึงภาคใต้ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรในหลายอาชีพ เช่น ครู ทหาร ข้าราชการท้องถิ่น เราต้องรีบจัดการทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบและจับกุมนายทหารระดับยศพันโทที่เข้าไปเกี่ยวโยงกับขบวน การค้ายาเสพติด ซึ่งปปส.ประสานงานกับผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด โดยเน้นย้ำว่าต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนก่อนทำการเข้าจับกุม และแม้ว่าการดำเนินการบางครั้งจะกระทบกับหน่วยงานอยู่บ้าง แต่เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรในส่วนที่ดีไว้ก็จำเป็นต้องทำการ “ตัดเนื้อร้าย” ตัดคนที่ทำลายหน่วยงานของท่านทิ้งไป

ขณะเดียวกันพบว่า ยังมีปัญหายาเสพติดและการขยายเครือข่ายในเรือนจำ กล่าวคือเมื่อผู้ค้ายาถูกจับไปรวมกันในเรือนจำ มักจะเกิดการสร้างเครือข่ายใหม่ขึ้น เพราะมีความไว้วางใจกันจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ยากต่อการตัดวงจร โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท. ประวุธ วงสีนิล ได้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังติดต่อกับภายนอกได้ ที่ผ่านมาพบว่ามีการพยายามลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำด้วยวิธีการต่างๆ พื่อใช้ในการสั่งการซื้อขายยาเสพติดแบบ “บิ๊กล็อต” จากในเรือนจำ โดยปปส.ได้รับความร่วมมือในการอุดช่องโหว่จากกรมราชทัณฑ์เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามปปส.มีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการจะเอาชนะสงครามยาเสพติดได้นั้น ต้องดำเนินการในทุกๆ มิติ โดยได้นำกีฬาเข้ามาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านยาเสพติด โดยปปส.มีการจัดโครงการ “ONCB Thai Youth League” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประ เทศเข้าถึงการเล่นฟุตบอล มีอุปกรณ์และมีผู้ฝึกสอน โดยจะมีการแข่งขันเป็นลีกตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศเพราะเมื่อเยาวชนข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้นและมีความมุ่งมั่นอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลก็จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว


กอง บก.สำนักข่าว”ชัยสมรภูมิ“
ขอบคุณภาพแหล่งข่าว

รอง ผบ.ทบ. ลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกิน ย้ำความโปร่งใส พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

รอง ผบ.ทบ. ลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกิน ย้ำความโปร่งใส พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ณ หอประชุมซีคอมเพล็กซ์ เทศบาลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พันโท อภิวัฒน์ อธิปอนันต์ ประธานกรรมการตรวจเลือก/ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสารที่ 12 ให้การต้อนรับ

สำหรับการตรวจเลือกในพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะมีทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกประมาณ 650 คน โดยขณะดำเนินการมีผู้สมัครใจเข้ารับราชการแล้ว 23 คน จากยอดความต้องการ 53 คน สะท้อนถึงความสนใจและความตั้งใจของชายไทยในการเข้ามารับใช้ประ เทศชาติ

กองทัพบกได้จัดชุด “Smart Soldier” เข้าดำเนินการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ทหารกองเกินและครอบครัว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับการเข้ารับราชการ พร้อมทั้งส่งเสริมบรรยากาศที่เป็นมิตรและโปร่งใส โดยรองผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้จัดพื้นที่แสดงเครื่องแบบและเครื่องแต่งกายให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชา ชนได้รับทราบข้อมูลอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้

ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกยังได้พบปะพูดคุยกับญาติและครอบครัวของผู้เข้ารับการตรวจเลือก เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายความกังวล โดยยืนยันว่ากองทัพบกมีความมุ่งมั่นในการดูแลกำลังพลทุกนายอย่างใกล้ชิด เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะ “น้องคนสุดท้อง” ที่จะได้รับการดูแลทั้งด้านความเป็นอยู่ การฝึก และสวัสดิการอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการดำเนินการตรวจเลือกด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่กับการพัฒนากำลังพลให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง


แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

หน่วยงานรัฐในตำบลปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จัดรณรงค์ป้องกันฝุ่นพิษด้วยการสวมหน้ากากอนามัย

หน่วยงานรัฐในตำบลปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน จัดรณรงค์ป้องกันฝุ่นพิษด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น.- 11.00 น. นายชนกันต์ มั่นคง ผู้ช่วยฝ่ายปกครองบ้านสบสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้รายงานต่อ ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ว่า บ้านสบสอยโดย คณะกรรมการหมู่บ้าน ศูนย์สุขภาพประจำตำบลปางหมู เจ้าหน้าที่ อบต.ปางหมู อสม.ประจำหมู่บ้าน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านสบสอยได้ร่วมเดินรณรงค์ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่น pm.2.5 ให้กับชาวบ้านสบสอย ที่กำลังประสบกับปัญหาฝุ่นพิษจากควันไฟป่าที่เกินค่ามาตรฐานมาหลายวัน ทำให้ทุกคนหายใจลำบาก ผู้สูงอายุต่างป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ รวมไปถึงเด็กเล็กที่มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามทางด้านสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประกาศให้ราษฎรทุกคนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย แบบ N-95 เท่านั้น เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนที่ลอยเจือปนในอากาศในดีกว่า หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา

อนึ่งราษฎรทั่วไป ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจเรื่องหน้ากากอนามัย ที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 2.5 ไมครอน ส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากแบบธรรมดา ซึ่งไม่สามารถป้องกันฝุ่นพิษไห้เข้าสู่ร่างกายได้ และสำหรับหน้ากากอนามัยแบบ N-95 ไม่ค่อยมีคนซื้อใช้เนื่องจากมีราคาแพง แพ็ค 3 อัน ราคา 120 บาท ทำให้หันไปใช้ของถูกแบบธรรมดา ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยไม่ได้ลดลงเมื่อสวมหน้ากากอนามัยแบบธรรมดา



ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน งาน “วันสายใจไทย” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน งาน “วันสายใจไทย” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเนื่องใน “วันสายใจไทย” ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย พลเอก ดร. ศิริ ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 นางประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการและสมาชิกชมรมสายใจไทยจังหวัดพิษณุโลก – พิจิตร ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง พลโทบรรยงค์ สิรสุนทร ประธานชมรมสายใจไทยพิษณุโลก – พิจิตร กล่าวว่า วันสายใจไทย จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย

มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ โดยให้การสงเคราะห์ทั้งด้านการดำรงชีพ การรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ และการดูแลครอบครัว เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ สมาชิกชมรมสายใจไทยทั่วประเทศ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดมา


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 มอบมะม่วงช่วยเหลือเกษตรกร แจกจ่ายกำลังพล พร้อมมอบเสื้อยืดให้น้องทหาร สร้างขวัญกำลังใจภายในหน่วยทหาร

แม่ทัพภาคที่ 3 มอบมะม่วงช่วยเหลือเกษตรกร แจกจ่ายกำลังพล พร้อมมอบเสื้อยืดให้น้องทหาร สร้างขวัญกำลังใจภายในหน่วยทหาร

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 08.15 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในกิจกรรมมอบมะม่วงให้แก่กำลังพลภายในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ที่ หน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมะม่วงดังกล่าวเป็นผลผลิตที่กองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการรับซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จากสถานการณ์มะม่วงราคาตกต่ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตามการประสานงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก

จากสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้ให้การสนับสนุนและร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับกำลังพลภายในหน่วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับกำลังพล และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพกับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบเสื้อยืดรองในให้กับน้อง ๆ พลทหาร สังกัดกองร้อยกองบังคับการกองทัพภาคที่ 3 เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลชั้นผู้น้อย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพ โดยแสดงถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญต่อกำลังพลทุกระดับชั้น

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมรับมอบมะม่วงจาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ซึ่ง กองทัพภาคที่ 3 ได้รับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรโดยตรงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรมะม่วงตกต่ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้นำจิตอาสาพระราชทานสนับสนุนในการรับมอบขนย้ายผลผลิตดังกล่าวเพื่อดำเนินการส่งมอบให้กับกำลังพลในสังกัด กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ต่อไป

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของกองทัพภาคที่ 3 ในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งการดูแลสวัสดิการกำลังพลควบคู่กันไป อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และขวัญกำลังใจของกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม


นที มีเดช รายงาน

676 ปี วันสถาปนากรุงศรีอยุธยา ทำบุญใหญ่ ใจกลางเมือง กรุงเก่า

676 ปี วันสถาปนากรุงศรีอยุธยา ทำบุญใหญ่ ใจกลางเมือง กรุงเก่า อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ มาทั้งสิ้น 1,109 รูป บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ท่านรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา พร้อมภรรยา มาเป็นประธาน ทำบุญใหญ่กลางเมืองพระนครศรีอยุธยา พร้อม ท่าน ชวนินทร์ วงค์สถิตจิรกานต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ อส . อสม พ่อค้าประชาชน มาร่วมทำบุญครั้งใหญ่บริเวณหน้า วัดมหาธาตุ


สุขุมแก้วกุดั่น อยุธยา

มหาสงกรานต์หนึ่งเดียวในโลกที่นครศรีธรรมราชสู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายกเล็กเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวภาคใต้ทะลัก-เมืองคอนมากสุด

มหาสงกรานต์หนึ่งเดียวในโลกที่นครศรีธรรมราชสู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายกเล็กเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวภาคใต้ทะลัก-เมืองคอนมากสุด

ที่บริเวณสวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้บริหารทุกส่วนงานของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เปิดเวทีแถลงการณ์เตรียมการจัดเทศกาลมหาสงกรานต์นางดานนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่รากเหง้าจากพราหมณ์-ฮินดู ที่มีอิทธิพลก่อนพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองสู่คาบสมุทรทะเลใต้ และมีการสืบทอดมหาสงกรานต์โบราณนี้หลงเหลือเพียงทีเดียวในโลกคือนครศรีธรรมราชเท่านั้น

นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ระบุว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออก แต่เมื่อดูตัวเลขนักท่องเที่ยวในภาคใต้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคมสูงถึง 8.9 แสนคน ในจำนวนนี้มาที่นครศรีธรรมราชมากที่สุด มหาสงกราต์นางดานนครศรีธรรมราช ถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่วิถีเก่าแก่ของพิธีกรรมฮินดูพราหมณ์ยังหลงเหลืออยู่ที่นี่ มีการสืบทอดมายาวนาน เราจึงใช้โอกาสที่เรียกว่าทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมสำคัญเช่นการอัญเชิญพระพุทธสิหิงส์องค์ 1 ใน 3 ของประเทศไทยให้สรงน้ำถึง 2 วัน จากเดิมแค่ 1 วัน เ การปิดถนนราชดำเนิน ติดตั้งอุโมงค์น้ำมหามงคลจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 แหล่งของนครศรีธรรมราช ที่มีส่วนในมหาพิธีสำคัญของประเทศไทยมาแต่โบราณ

สำหรับพิธีแห่นางดานเป็นประเพณีที่เก่าแก่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งมีชุมชนพราหมณ์เกิดขึ้นในนครศรีธรรมราช หรือเมื่อราว พ.ศ. 1200 โดยเป็นงานประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และหลงเหลืออยู่เพียงที่เดียวในโลก เพื่อบูชาเทพบริวารในคติพราหมณ์ เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ และพระจันทร์, แผ่นที่สองรูปพระแม่ธรณี และแผ่นที่สามคือรูปพระนางคงคา จะมารรอรับเสด็จพระอิศวรที่เสด็จมาเยี่ยมมนุษย์โลก ณ เสาชิงช้า ในช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ ตามความเชื่อการเสด็จลงมาของพระอิศวรจะต้องเสด็จลงมาในเดือนอ้ายซึ่งเป็นปีใหม่ของฮินดู-พราหมณ์ ปัจจุบัน

ประเพณีแห่นางดาน กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี โดยมีขบวนแห่นางดาน และการโล้ชิงช้า และกิจกรรมสำคัญมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2569 วันที่ 11 เมษายน 2569 จะมีพิธีบวงสรวงพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์, พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลหลักเมือง และหอพระสูง ,วันที่ 12 เมษายน 2569 พิธีพุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์ 6 แหล่ง ที่รวมความศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำสำคัญทั่วจังหวัด ,วันที่ 13-14 เมษายน 2569 พิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ และในวันที่ 14 เมษายน 2569 มีขบวนแห่นางดาน อลังการเมืองนคร ณ หอพระอิศวร มุ่งสู่สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช และการแสดงแสง สี เสียง นางดาน อลังการเมืองนคร THE ONLY IN THAILAND.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นประธาน การประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 17 จังหวัด ประจำสัปดาห์ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมา แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก วัชรพล แก้วปัญญา หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า และ ทีมนักบิน เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ vtc กับ ส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) เพื่อหารือแนวทางการใช้อากาศยานดับไฟป่า และแบ่งมอบเป้าหมาย ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

และ กองทัพบก ได้จัดส่ง อากาศยาน MI -17, เจ้าหน้าที่ และยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ถึงที่หมายเรียบร้อย ณ ลานจอดอากาศยาน ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

รองเลขานุการศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 พร้อมด้วย พันโท วิริทธิ์พล สบบง ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ควบคุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 วางพวงหรีด เพื่อเคารพศพ นาย บุญมา ผ้าแดง อาสาดับไฟป่าฯ ซึ่งเสียชีวิตในการออกไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวณป้องกันและควบคุมไฟป่า ณ วัดสิทธิทรงธรรม ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง ใหม่ เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง เข้าร่วมเพื่อแสดงความอาลัยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้วายชนม์

สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ สุสานบ้านสะลวงใน ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นายบุญมา ผ้าแดง เป็นผู้ที่อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การจากไปของท่านนับเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งต่อครอบครัวและสังคม คุณงามความดีและความเสียสละของท่านจะยังคงเป็นที่จดจำ และเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่คนรุ่นหลังสืบไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติอย่างสงบ


นที มีเดช รายงาน

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยข้อมูลว่า จากการที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการ “ทวงคืนอากาศบริสุทธิ์” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ส่งเครื่องบินรวม 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Kasa 2 ลำ และ L410 อีก 2 ลำ เข้าสนับสนุนภารกิจเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ การก่อเมฆ การเลี้ยงเมฆ และการเจาะชั้นบรรยากาศร้อน เพื่อช่วยเร่งการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากชั้นอากาศที่ปกคลุมพื้นที่

จากการปฏิบัติการดังกล่าวตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบว่า เริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่ได้มากขึ้น และในวันที่ 5 เมษายน นี้ ได้เตรียมเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ พร้อมเครื่องบินคิงแอร์อีก 1 ลำ สำหรับตรวจสภาพอากาศ ทำให้จะมีกำลังรวมเป็น 7 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและปฏิบัติการให้แม่นยำและมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องควบคู่กับการลดการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำอีก

ทั้งนี้ ปฏิบัติการฝนหลวงถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่สืบเนื่องจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงคิดค้นขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และยังคงถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน