สมาคมนักเรียนเก่า Wharton จัดสัมมนาใหญ่ Us foreign policies and Future of Asia

          เวลา 11.30 น. ของวันนี้ 10 พ.ย.62 พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (สง.ปรมน. ทร.) ร่วมงาน WHARTON TALKS ซึ่งจัดโดย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ

         ตามที่ หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  ร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่า The Wharton School University of Pennsylvania, USA : The Wharton Club of Thailand จัดงานสัมมนาใหญ่  Wharton Talks ภายใต้หัวข้อ “US Foreign Policies and Future of Asia”  เพื่อวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาและมองอนาคตของภูมิภาคเอเชีย

         โดยมี ดร. วรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานสมาคมนักเรียนเก่า The Wharton School USA: The Wharton Club of Thailand กล่าวปาฐกถาเปิดงาน  Dr. James G. Mc Gann ผู้อำนวยการโครงการ Think Tanks และภาคประชาสังคมสถาบัน Lauder Institute of International Relations University of Pennsylvania, USA ให้เกียรติบรรยายพิเศษ พร้อมด้วย ดร. พิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศบราซิล และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย และอดีตอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ ให้เกียรติเป็นผู้ร่วมสนทนาและดำเนินรายการ พร้อมตอบข้อซักถามแก่ผู้ร่วมงาน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว ปชส.สง.ปรมน. ทร.
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

แน่นแฟ้น ผอ.สง.ปรมน.ทร. ประสานงานด้านการข่าว จก.ขว.ทร.

         พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ. สง.ปรมน. ทร.) นำคณะนายทหารของ สง.ปรมน.ทร. เข้าเยี่ยม พลเรือโทวุฒิชัย สายเสถียร เจ้ากรมข่าวทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ (จก.ขว.ทร.) เพื่อหารือข้อราชการและประสานงานด้านการข่าว เพื่อ สนับสนุนข้อมูลด้านข่าวสารให้กับผู้บังคับบัญชา ในการนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจต่อไป เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมกรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ภาพ/ข่าว ปชส.สง.ปรมน.ทร.
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

สุโขทัย – ท่องเที่ยวสุขใจ ไปกับงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ประจำปี 2562

ท่องเที่ยวสุขใจไปกับงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” จ.สุโขทัย ประจำปี 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กวาดล้างอาชญา กรรม รับเทศกาลลอยกระทง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

         เมื่อเวลา 15:30 น. วันที่ 10 พ.ย 62 บริเวณโค้ง ก ไก่ ลานด้านหน้าอุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย พล.ต.ทวิสนุ ปราสาททองโอสถ  ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 3) เดินทางเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่เพื่อระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม , ยาเสพติดและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่นักท่องเที่ยวในช่วงของการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ” จ.สุโขทัย ระหว่างวันที่ 2-11 พ.ย 2562 โดยมี พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

          พล.ต.ท. วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทงคือ ระหว่างวันที่ 2-11 พ.ย พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยถือว่า เป็นต้นกำเนิดของงานประเพณีลอยกระทงและมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ถึง 10 วัน 10 คืน จึงต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกประเภท พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรด้วย เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนารวมทั้งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดปัญหาและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนขึ้นได้

         ด้าน พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย กล่าวว่า การปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน อาทิเช่น ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจทางหลวง, นายอำเภอเมืองสุโขทัย,กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย, ป้องกันภัยจังหวัดสุโขทัย, อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดสุโขทัย ,อาสาสมัครตำรวจบ้านและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย รวมทั้งสิ้นจำนวน 399 นาย ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” จ.สุโขทัย ประจำปี 2562

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน

ตม.สุราษฎร์ฯ – จับ 3 เมียนมาร์ ไม่แจ้งงานที่ทำ

          วันที่​ 9 พ.ย.62 : ภายใต้สั่งการของพ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล​ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รองสว.ฯ ปฏิบัติราชการ รองสว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมชุดสืบสวนฯ ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงวันที่ 6-11 พ.ย.62 มีผลการปฏิบัติโดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

  1. นาย ซอ หูเก (Mr.Zaw Huu Gay) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 31​ ปี หนังสือเดินทางเลขที่ MD751951
  2. นายมา วิน ติน (Mr.Mya Win Tin) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 46​ ปี หนังสือเดินทางเลขที่​ MD592835
  3. นายมินซอ ทุน (Mr.Min Zaw Tun) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 43 ปี หนังสือเดินทางเลขที่​ MD592832

          ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ทำงานไม่แจ้งให้ทราบถึงการเป็นนายจ้างลักษณะงานและงานหลักที่ทำฯ เหตุเกิดที่ โครงการก่อสร้างโรงรับจำนำ ม.6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกันนี้ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส.สภ.บ่อผุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง

         วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 10 พ.ย.62​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งโดยแผนกสังคมสงเคราะห์ นำโดยนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผจก.ฝ่ายสังคมฯ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผช.หน.ผ.สังคมฯ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ จ.นครสวรรค์ ทำพิธีมอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง บริเวณ หลังที่​ 1-2​ หน้าค่ายจิระประวัติ ต.นคร สวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์​ หลังที่ 3 บริเวณหน้าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อ.เมือง หลังที่ 4 บริเวณหน้าโรงเรียนวัดศรีประชาสรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ คิดเป็นมูลค่า 400,000 บาท​ (สี่แสนบาทถ้วน) โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีครั้งนี้

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิตรักษาชีวิต #สร้างชีวิตติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418​ (pink cellphone)(tablet) #แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง​ 1418​ ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

น.2​ – ร่วมงานวิ่งการกุศล​ Thai Health Day Run 2019

น. 2​ ร่วมงานวิ่งการกุศล​ Thai Health Day Run 2019

         วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่ 10 พ.ย.62 เวลา 05.00 น. ​: พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ร่วมพิธีเปิดงานวิ่งการกุศลThai Health Day Run 2019 โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุข เป็นประธาน​ ณ ลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ ยะลา – อันเชิญกระเช้าพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา อันเชิญกระเช้าพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

         วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน  มอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีเหตุการณ์ลอบยิงป้อม ชรบ. ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศลในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 10 ราย (9 ครัวเรือน) ประกอบด้วย

  1. ครอบครัวนายฉลอง ทองงาม บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  2. ครอบครัวนายสุพร และนางรัชนก ยอดแก้ว บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  3. ครอบครัวนายบรรจบ ทองกลิ่น บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  4. ครอบครัวนางนัยนา โพธิ์เตี้ยเทียม บ้านเลขที่ 55/4 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  5. ครอบครัวนายพูลสวัสดิ์ พูลแก้ว บ้านเลขที่ 50 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  6. ครอบครัวนายเนตร จอมทอง บ้านเลขที่ 52/5 หมู่ที่ 1 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  7. ครอบครัวนายวิรัช เพ็ชรปล่อง บ้านเลที่ 47/2 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  8. ครอบครัวนายธวัชชัย สุพงษ์ บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  9. ครอบครัว ร.ต.อ.พยุง คิมขุนทต บ้านเลขที่ 309 หมู่ที่ 1 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา

ซึ่งได้สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต หาที่สุดมิได้

#ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา #กระเช้าพระราชทาน #ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง กรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา

ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง กรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา

         จากกรณีที่ได้มีคนร้าย บุกเข้าไปยิงในฐานปฏิบัติ ชรบ. ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวน 5 ราย นางคอดีเยาะ หะหลี ภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่ไม่ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง อาจจะไม่ถึงแก่นแท้ของความรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ในส่วนของตนเองได้ติดตามตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากนั้น ได้ลงมาสัมผัสเองและได้เข้ามาดูสภาพคนที่บาดเจ็บ ซึ่งเขาเหล่านั้นก็มีคำถามว่า “เขาผิดอะไร ทำไมต้องไปทำร้ายเขา ทำไมต้องไปฆ่าเขา” พวกเขาไม่เคยมีปัญหา ไม่เคยทะเลาะอะไรกับใครเลย แล้วทำไมต้องมาทำกับเขาขนาดนี้ รู้สึกจุกอยู่ในใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น และหลังจากนั้น เราก็ได้เดินทางมาที่วัด ได้เห็นถึงความรู้สึกของหลายคน บางคนก็มีพ่ออยู่คนที่เป็นที่พึ่ง เขาไม่เหลือใครแล้ว หลังจากที่เราได้พูดคุย เราได้สัมผัสความรู้สึกของเขา เขารู้สึกเจ็บปวด เราก็รู้สึกเห็นใจเขา และอยากให้กำลังใจเขา อยากร่วมเจ็บปวดไปกับเขาด้วย

         นางคอดีเยาะ หะหลี กล่าวอีกว่า ความรู้สึกของเราก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องร่วมมือกัน เราต้องมาร่วมกันหาทางออก  ไม่ใช่มาจ้องจับผิดแล้วก็มาโจมตีซึ่งกันและกัน มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย อยากจะให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ หรือมุสลิม หรือเชื้อสายอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ในพื้นแผ่นดินนี้ เราควรที่จะรักและสามัคคีกัน และมาร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยประณาม หยุดโจมตี หยุดทำร้าย หยุดด่า เราอยากให้มีความคิดในเชิงบวก ที่ทำยังไงก็ได้ให้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น แล้วนำไปแก้ไขปัญหา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกัน ไม่มีใครที่ไหนที่จะมาช่วยเราได้ นอกจากคนในพื้นที่ของเรา รักกันและสามัคคีกัน และช่วยกันหาทางออก

         นางคอดีเยาะ หะหลี ยังกล่าวด้วยว่า การกระทำเช่นนี้เกินกว่าคนปกติเขาทำกัน หัวใจทำด้วยอะไรถึงไร้ความรู้สึกขนาดนี้ คงไม่มีใครสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำ จะมีแต่คนประณามในสิ่งที่เขา ดังนั้น สิ่งที่คุณทำทั้งหมดนี้มีผลแห่งกรรม มันจะตกไปอยู่ที่คุณไม่วันใดก็วันหนึ่งหรือไม่ก็ครอบครัวของคุณ เพราะว่าทุกวันนี้ทุกคนก็มีแต่ความเจ็บปวด ทุกคนมีบาดแผล ความรู้สึกเหล่านี้ ที่เขาพูดมาทั้งหมด ก็จะส่งผลถึงคนในอนาคตอย่างแน่นอน

#ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ #ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง #เหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

วัฒนธรรมยะลา – ดึงเยาวชน เรียนรู้ การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

วัฒนธรรมยะลา ดึงเยาวชนเรียนรู้การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

          วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2562 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ได้มีการจัดกิจกรรมการอบรมการประดิษฐ์กระทงแก่นักเรียนของโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จำนวน 89 คน เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่า และความสำคัญของประเพณีลอยกระทงแก่เยาวชนที่เข้ารับการอบรม และให้เยาวชนได้เรียนรู้วิธีประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ในสังคมไทยต่อไป โดยเยาวชนแต่ละคนให้ความสนใจในการประดิษฐ์เป็นอย่างมาก

         นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันขนบธรรมเนียม ประเพณี หลาย ๆ อย่างได้สูญหายไป บางอย่างได้รับความนิยมน้อยลง แต่ประเพณีลอยกระทงยังได้รับความนิยมอยู่แต่มีความเบี่ยงเบนไปจากอดีต ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ทุกคนคงจะได้ลงมือปฏิบัติกันอย่างทั่วถึง เพราะทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ได้ประสานมีวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จำนวนหลายท่าน รวมทั้งจัดหาวัสดุสำหรับการฝึกอบรมอย่างเพียงพอ และระยะเวลาในการอบรมที่มีความเหมาะสม

#วัฒนธรรมยะลา #ดึงเยาวชนเรียนรู้การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

นายกรัฐมนตรี – แสดงความเสียใจ และห่วงใย ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ จากเหตุณ์ยิงถล่มจากป้อม ชรบ. จังหวัดยะลา

         วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2562) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามของรัฐบาล ได้มอบหมายให้พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจ และความห่วงใยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์บุกยิงโจมตีป้อมยามจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำหมู่บ้านทุ่งสะเดา และชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีราษฎร ชรบ. อรบ. และตำรวจ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต  15 ราย โดยที่ 13 ราย เป็นชาวไทยผู้นับถือศาสนาพุทธ และอีก 2 ราย เป็นเป็นชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลาม เมื่อคืนวันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

          พลโท พรศักดิ์ฯ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ส่งพวงหรีดเพื่อแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประชาชนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเหล่านี้ล้วนเป็นผู้กล้าหาญ ทำหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมืองจากผู้ไม่ประสงค์ดีให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความสุขสงบและสันติ พร้อมกันนี้ ได้กำชับและสั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการ และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาในส่วนของตนเองอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งค้นหาผู้กระทำผิด การวางมาตราการที่เข้มข้นในการปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ทุกเชื้อชาติและศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวและชุมชน การฟื้นฟูและเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชนให้สามารถทำหน้าที่ได้เช่นที่ผ่านมา

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความรักและความสามัคคีให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากวันนี้ทุกฝ่ายได้ตระหนักแล้วว่าประชาชนไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน ศาสนาใด ล้วนมีภัยจากผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมิใช่ความขัดแย้งทางศาสนาของคนในพื้นที่ เป็นภัยร่วมกันของคนในพื้นที่และคนในประเทศไทย ที่เฝ้าห่วงใยพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การแสดงความรักและความสามัคคีของพี่น้องประชาชน จะเป็นปราการสำคัญในผนึกกำลังปกป้องและดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ใ ห้ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุด

         ขณะที่ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชาย แดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ศอ.บต. ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บตามอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ให้เร็วที่สุด โดยวันนี้ทั้งวัน ตนเองได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพจากทุกกระทรวง เพื่อจัดทำข้อมูลการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เกิดเหตุแบบเฉพาะราย การกำหนดแนวทาง การเยียวยาและให้ความช่วยเหลือครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถเป็นพลังในการดูแลสมาชิกในครอบครัวต่อไปได้ ทำให้ครอบครัวยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์

         นอกจากนี้ จะได้เพิ่มมาตรการการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่เกิดเหตุครั้งนี้ จะเป็นตัวอย่างของการดำเนินการที่ทำแล้วจะประสบความสำเร็จนั่นคือ การสร้างพลังและความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูความเข้มแข็ง ที่จะกลับมาดูแลและช่วยเหลือกันเองได้ ในส่วนนี้ ศอ.บต. จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระบบการสนับสนุนการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกมิติลงไปในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้เป็นแกนหลักการทำงานในเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มอบหมายและสั่งการไว้แล้ว

#นายกรัฐมนตรี #แสดงความเสียใจ #เหตุณ์ยิงถล่มจากป้อม ชรบ. #จังหวัดยะลา #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)