กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหินนำถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือเยียวยาหญิงพิการ ฐานะยากจน

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหินนำถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือเยียวยาหญิงพิการฐานะยากจน

         เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น.​: พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ร่วมกับน.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ กรรมการบริหารสโมสรไล ออนส์ หัวหิน​ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจนางน้อย พันธ์งาม อายุ 61ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 3 บ้านท่าทุ่ง ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้พิการฐานะยากจน

         พร้อมมอบถุงยังชีพจาก​ “มูลนิธิพระราหูใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ รวมทั้งน้ำดื่มจาก คุณณภัทร์ จันทร์เที่ยง ผจก.อีซูซุอึ้งง่วนไต๋จำกัดสาขาปราณบุรี โดยมี ข้าวสาร, อาหารแห้ง​ และไข่​ จาก​ น.ส.เฌอมาลย์ฯ เพื่อใช้ดำรงชีพต่อไปและเป็นการมาติดตามผลการดำเนินการทำบัตรประชาชน เพื่อให้สามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากทางราชการ เช่น การรักษาพยาบาลฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินช่วยเหลือคนพิการเป็นต้นได้รับแจ้งว่ารอคิวการเรียกตัวไปตรวจดีเอนเอเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอบัตรประชาชนต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

พิธีประดับยศ แก่ข้าราชการตำรวจนายสิบ ที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ ที่สน.นางเลิ้ง

พิธีประดับยศแก่ข้าราชการตำรวจนายสิบที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่สน.นางเลิ้ง

         เมื่อวันที่​ 4​ ตุลาคม 2562 เวลา 14.30 น.: พ.ต.อ.สมยศ​ อุดม​รักษา​ทรัพย์ ​ผกก.สน. นางเลิ้ง​ พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ธน​เดช​ ทีนาคะ​ รอง.ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.อธิป​ ดอนนันชัย รองผกก.สอบสวนฯ, พ.ต.ท.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม รอง ผกก.จร.ฯ, พ.ต.ท.กวินท์ อดุลยาศักดิ์
สวป.ฯ, พ.ต.ท.ประทีป คำมี สวป.ฯ​ และพ.ต.ท.ณรงค์​ฤทธิ์​ ศิริรณรงค์​ สว.จร.ฯ​ ร่วมทำพิธีประดับยศแก่ข้าราชการตำรวจนายสิบที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่สน.นางเลิ้ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รอง นรม. นายจุรินทร์ ฯ ปั้นวิสาหกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมอาชีพผู้พิการ ชูนโยบายรัฐบาลพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม

          นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐนตรี เปิดเผยถึงการทำงานของรัฐบาลด้านสังคมว่าได้ดำเนินการภายใต้นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก เรื่องแรกคือ การขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

          โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและประธานการประชุมคณะกรรม การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตั้งเป้าให้ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” เป็นเครื่องมือหลักสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อส่งเสริมการจ้างงานแก่บุคคลผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ  และเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมหรือพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม มากไปกว่านั้นที่มาของรายได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ50 ต้องมาจากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ไม่ใช่จากการบริจาค การแบ่งปันผลกำไร ต้องนำผลกำไรที่ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ไปทำประโยชน์เพื่อสังคม ทั้งนี้วิสาหกิจเพื่อสังคมจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรและด้านอื่นตามที่กฏหมายกำหนด ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการฯไปแล้วหลายครั้ง การดำเนินงานต่อไปคือการรับจดทะเบียนกิจการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม และสรรหาผู้มีความเหมาะสมมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการและคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

          นางสาวรัชดา ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องที่สอง นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ผลักดันเรื่องการส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ณ ปัจจุบันนี้ มีคนพิการที่ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประมาณ 1.8ล้านคน  เป็นคนพิการในวัยแรงงาน 8 แสนคน มีงานทำแล้ว 2.2แสนคน และเป็นคนที่สามารถทำงานได้แต่ยังไม่มีงานทำ 4.5 แสนคน ดังนั้นการส่งเสริมอาชีพแก่คนพิการจึงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งทางกระทรวงฯร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดหางานผ่านทางออนไลน์ www.ตลาดงานคนพิการ.com ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลผู้พิการ นายจ้าง และหน่วยงานภาครัฐ  มากไปกว่านั้น นายจุติฯได้สั่งการเร่งขับเคลื่อนงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการควบคู่กันไป อาทิ การพัฒนาทักษะการดูแลช่วยเหลือคนพิการ การสร้างเครือข่ายด้านการพัฒนาชีวิตคนพิการในชุมชน และการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องของคนในสังคมต่อคนพิการ

          จึงเห็นได้ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การส่งเสริมให้มีวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมาย “แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม” ได้มีบทบาทในการสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ ช่วยเหลือกันและกัน ในขณะที่กลุ่มคนพิการเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาสและถูกมองว่าเป็นภาระ การสร้างระบบดูแลและส่งเสริมคนพิการให้มีอาชีพและรายได้จึงเป็นการให้โอกาสคนพิการได้แสดงศักยภาพของตนเองและยืนอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนที่มีร่างกายปกติ ทั้งนี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่กำลังจะมีเพิ่มมากขึ้นจะเป็นการเพิ่มโอกาสการจ้างงานและการส่งเสริมอาชีพอิสระแก่คนพิการอย่างแน่นอน

ลพบุรี – คณะแพทย์ลูกศิษย์จำนวนมาก ส่งหลวงพ่ออลงกตกลับวัด หลังอาการดีขึ้น

         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ต.ค. คณะแพทย์ รพ.พระนารายณ์มหาราช ที่ทำการรักษาอาการได้อนุญาตให้หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี กลับไปพักฟื้นที่วัดได้ตามคำขอ แต่ขอให้ระวังในเรื่องของการลงน้ำหนักที่สะโพก โดยจัดคณะแพทย์ไปดูแลทุกวัน

         นพ.นิติพล นวลสาลี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ที่ดูแลรักษาพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้เปิดเผยหลังจากที่หลวงพ่ออลงกต ได้เข้าตรวจสอบอาการของบาดแผลที่สะโพก และที่หน้าแข้งขวา ว่าอาการของแผลดีขึ้นมากตามลำดับ รวมทั้งเลือดที่ไหลบริเวณสมองก็พบว่าดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้ทางพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีความประสงค์อยากที่จะกลับไปพักฟื้นที่วัด เนื่องจากเกรงใจญาติ โยม ของผู้ป่วยคนอื่น ๆ เพราะได้มีบรรดาศิษย์ยานุศิษย์มาเยี่ยมตนเองเป็นจำนวนมาก รวมทั้งในเรื่องของสถานที่จอดรถก็มีจำกัดไม่พอเพียง จึงอยากที่จะกลับไปพักฟื้นที่วัด และได้ให้ลูกศิษย์ได้จัดเตรียมห้องพักที่สามารถจะรับญาติ โยม ที่มีความห่วงใยจะเดินทางมาเยี่ยมได้ สะดวกกว่า

         นอกจากนี้พบว่า อาการในภาพรวมก็ดีขึ้นแล้ว ซึ่งทางคณะแพทย์ได้มีความเห็นว่าสามารถจะกลับไปที่วัดได้ในวันเสาร์นี้เวลา 13 นาฬิกา โดยจะมีคณะแพทย์เข้าไปตรวจรักษา ทำแผล ที่วัดวันละ 1 ครั้งถ้ามีอะไรเร่งด่วนก็พร้อมที่จะเดินทางไปดูแลทันที ส่วนที่เป็นห่วงคือในเรื่องของการลงน้ำหนักที่ขาขวาที่จะส่งผลกระทบกับสะโพกที่ใส่เหล็กยึดไว้ได้ โดยหลวงพ่อก็ยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทางไปจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ซึ่งทางหลวงเองได้กล่าวขอบใจกับลูกศิษย์ คณะแพทย์ที่ทำการรักษาทุกคนที่เป็นห่วง ฝากถึงลูกศิษย์ที่จะไปเยี่ยมหลวงพ่อตอนนี้ไปเยี่ยมได้ที่วัดพระบาทน้ำพุ ก่อนขึ้นรถกลับวัดหลลวงพ่อได้มอบวัตถุมงคลให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และลูกศิษย์ และได้กล่าวอวยพรให้ทุกคนโชคดีมีความสุขความเจริญ

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง/ รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นรจ.19 ร่วมทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนร่วมรุ่นที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่

นักเรียนจ่าทหารเรือ รุ่น 19 (นรจ.19) ซึ่งถือกำเนิดมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2519 จาก รร.ชุมพลทหารเรือ รับราชการร่วมเป็นเพื่อนกันมาจนเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งมาจนถึงวันนี้ รวมแล้วกว่า 43 ปี ที่เราต่างสัญญากันไว้ว่าว่า “เราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”

          ในวันนี้ 5 ต.ค.62 เป็นวันครบรอบนัดพบกันเป็นปีที่ 43 ของ นรจ.19 เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่สละชีพเพื่อชาติเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียชีวิตจากกรณีอื่นๆ รวมแล้วหลายสิบนาย โดยการนำของ น.อ.สายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่น นรจ. 19 ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ อ.สัตหีบ จ.ชล บุรี โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นและครอบครัวต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ด้วยความรัก ความคิดถึงและความโหยหาที่มีต่อกัน บางคนไม่ได้พบเจอกันนาน 10-20 ปี จึงบังเกิดเป็นภาพแห่งความร่วมมือร่วมใจกันด้วยมิตร ภาพแห่งความอบอุ่นของคำว่า “เพื่อน” ซึ่งยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

          น.อ.สายัณห์ฯ กล่าวว่าหลังจากการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่เสียชีวิตและเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับเพื่อนๆ และครอบครัวที่มาร่วมงานในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว ในช่วงเย็นของวันนี้ ยังได้จัดให้มีการพบปะสังสรรค์กัน ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          นอกจากจะเป็นการพบกันในรอบปีที่ 43 แล้ว ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการใน 1 ต.ค.62 นี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” แสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการ ในคราวเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ชลบุรี จัดกิจกรรม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ”

          วันนี้ (4 ตุลาคม 2562) พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กว่า 300 คน ลงพื้นที่จัดกิจกรรม OSR “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ” (Ombudsman Social Responsibility) ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

          โดยได้ร่วมกันทำ EM Ball กว่า 100 ลูก โยนลงในสระรวมพันธุ์บัวไทย ด้วยการยิงลูก EM Ball ลงสระบัว เพื่อช่วยรักษาสมดุลของน้ำ และร่วมทำโป่งดินเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ดำรงไว้ซึ่งพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มุ่งให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ดินและน้ำ และที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งทัศนศึกษา ทำกิจกรรมปลูกป่า และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นอย่างยั่งยืน

          พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า ทุกวันนี้เราต้องเผชิญปัญหาสภาวะสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำเสียจากขยะและโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าแหล่งต้นน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมักได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับผลกระทบอันเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง กว่า 50 เรื่อง จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาและกระตุ้นจิตสำนึกและความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีกำลังหลักเป็นคนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้และมีมุมมองในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลึกและกว้างมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบในฐานะที่เป็นหน่วยงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนได้

          ทั้งนี้ ชุมชนจะมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ สิ่งสำคัญ คือ การอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันทำความดีทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม เกิดความรู้สึกหวงแหนทรัพยากรที่ร่วมกันสร้าง รวมถึงร่วมกันหล่อหลอมจิตใจจากรุ่นสู่รุ่นให้รักสิ่งแวดล้อม อนาคตความอุดมสมบูรณ์จะคืนมาปัญหาที่เราเผชิญอยู่ก็จะน้อยลง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

เมาหรือบ้า !! ทำเอาลุง ป้า ร้านลาภถึงขวัญหนี ตาขวาง ท่าทางไม่น่าไว้ใจ รีบแจ้งอาสาอัศวินฯดูที

          สองลุง ป้า ตกใจ จู่ๆ มีชายเดินเข้ามานั่งดูทีวีในร้าน แถมนั่งๆ นอนๆ ไม่พูด ไม่จา ถามอะไรก็ไม่ตอบ ทำตาขวางน่ากลัว ตั้งแต่เย็นจนดึก ก็ไม่ยอมไปไหน ลุงกับป้า กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้คนดี คนบ้า หรือเมา รีบแจ้งอาสาอัศวินบูรพา มาช่วยดูที ผลสุดท้าย ” บ้านี่หว่า ” ตามญาติมารับตัว แต่ต้องถอยหลังกลับ เพราะเข้าไปจับกลับโดนชก สุดท้ายต้องมาอีกรอบพร้อมรถกระบะและกำลังคนจับมัดมือ เท้า เอากลับบ้าน ญาติระบุขาดยา ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เคยถูกวัยรุ่นรุมทำร้าย เพราะไม่รู้เป็นคนบ้า และถูกรถชนไม่นานมานี้ จนได้รับบาดเจ็บถึงขาหัก ญาติบอกหลายครั้งที่ผ่านมาช่วงอาละวาดบ่อย และเดินไปไกลๆ จนต้องออกตามหากันหลายวันกว่าจะพบตัว

          เมื่อเวลา 23.00 น.ของคืน(วันที่ 4 ตุลาคม ) นาย ปองพล บัวพาเจริญ ประธานอาสาแจ้งข่าวประสานเหตุอัศวินบูรพา ได้รับแจ้งจาก ร้านมิตรภาพลาภขอนแก่น ที่หมู่ 1 ตำบล บึง ถนนสาย บ่อทอง – จุกเฌอ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่ามีชายเข้ามานั่งในร้านตั้งแต่ช่วงราว 17.00 น.และไม่ได้อาหารอะไร ไม่พูดไม่จา นั่งตาขวาง อยู่ในร้าน แถมลุกนั่ง ลุกนอน สลับไปมาตลอดเวลา จนกระทั่งจะปิดร้านเวลา 23.00 น.ก็ยังไม่ยอมไปไหน ทำให้ลุง และป้า เจ้าของร้านกลัวมาก

         หลังรับทราบเรื่อง จึงได้ประสานสายตรวจ จยย.จาก สภ.หนองขาม พร้อมด้วยกำลังอาสาอัศวินบูรพา เข้าตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว และได้พบชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล สวมกางเกงขาสั้น นอนอยู่บนโต๊ะไม้ ภายในร้าน จึงเข้าไปเรียกพูดคุยสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่พูดจา พร้อมลุกขึ้นยืน ตาขวาง หมายทำร้ายอาสาอัศวินบูรพา ที่เข้าไปจนทุกคนต้องถอยออกมา และจากการตรวจสอบบัตรประจำตัว ที่ถ่ายเอกสาร โดยตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พบว่า ระบุชื่อนายมานิต ประกอบธรรม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 4 ต.ตเคียนเตี๊ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และด้านหลังมีเบอร์โทรศัพท์เขียนไว้ จึงได้โทรไปตามเบอร์ดังกล่าว จึงทราบว่าเป็นญาติ ของนายมานิต จากการสอบถามทราบว่า นายมานิต ป่วยเป็นจิตเวชมานานแล้ว โดยเจ้ารับการรักษาที่ รพ.ชลบุรี แต่ช่วงหลังขาดยา จึงทำให้อาการกำเริบ เดินไปไกลๆโดยไม่รู้ตัว ซึ่งที่ผ่านมาเคยเดินหลงไปนาเกลือ-พัทยา จนถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายมาแล้วเพราะไม่ทราบว่า นายมานิต เป็นจิตเวช(บ้า) และที่ผ่านมาก็มาถูกรถชน จนขาหัก มาครั้งได้เดินหลงมาไกล ต่อจากนั้นทางญาติจึงได้มานำตัวกลับไปเพื่อส่ง รพ.ต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

ด้วยรักสู่วันเกษียณแด่ “พลตำรวจโท อัตชัย ดวงอำพร” (ผบช.สง.ผบ.ตร.)

ด้วยรักสู่วันเกษียณแด่ “พลตำรวจโท อัตชัย ดวงอำพร” (พี่เจี๊ยบ/ผบ.เจี๊ยบ) ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สง.ผบ.ตร.) พร้อมยินดีกับน้องชาย (เสธ.เอ๋) ขึ้นนายพลป้ายแดงกองทัพบก

         กรุงเทพ-ช่วงค่ำวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เหล่าข้าราชการนายตำรวจระดับสูงของสำนัก งานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายทหาร พร้อมด้วยข้าราชการหลายหน่วยงานรวมถึงมิตรสหายที่สนิทรักใคร่ทั้งไทยและต่างชาติ นักธุรกิจ, ผู้สื่อข่าวพัทยา-กรุงเทพฯ ต่างมาร่วมงานแสดงมุทิตาจิต “วันเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน 2562” ให้กับ พลตำรวจโท อัตชัย ดวงอำพร (พี่เจี๊ยบ/ผบ.เจี๊ยบ) ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สง.ผบ.ตร.) ซึ่งเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน 2562 ซึ่งจัดงานเลี้ยงขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นกันเองแขกที่มาร่วมงานแต่งตัวไสตล์คาวบอยไนท์ โดยงานจัดขึ้น ที่ห้องครัวมหานาค ชั้น31 โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ เขตป้อมศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

         สำหรับ พลตำรวจโทอัตชัย ดวงอำพร หรือพี่เจี๊ยบ/ผบ.เจี๊ยบ. ดำรงค์ตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สง.ผบ.ตร.)ทำหน้าที่ประสานงาน สปท., รอง ผอ.ศปก.ตร. จบโรงเรียนนายร้อย จปร.รุ่น18/ จบโรงเรียนร้อยตำรวจ รุ่น34 รับราชการตำรวจตั้งแต่ปี พ.ศ 2524-2562 ในขณะที่ดำรงค์ตำแหน่งท่านปฎิบัติหน้าที่ข้าราชการตำรวจด้วยความขยันซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เป็นนายตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่รักใคร่ต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึงเหล่าพี่น้องเพื่อนๆที่ใกล้ชิด ทำหน้าที่นายตำรวจได้อย่างน่าชื่นชมยกย่องเป็นแบบอย่างต่อข้าราชการตำรวจไทยในยุคปัจจุบันอย่างมาก ตลอดจนท่านเกษียณอายุราชการ

          พร้อมกันนี้ยังถือโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมแสดงความยินดีให้กับ พลตรี อนันต์กฤตย์ ดวงอำพร หรือเสธ.เอ๋ (จบโรงเรียนนายร้อย จปร.รุ่น19 ) ซึ่งเป็นน้องชายของพลตำรวจโทอัตชัยฯ ซึ่งท่านได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นนายพลป้ายแดงคนล่าสุดของกองทัพบกไทยอีกด้วย…

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร *086-1499878

สำนักข่าวความมั่นคง

มุกดาหาร # กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ทวงถามความคืบหน้า กรณีเหมืองหินทรายเพื่ออุตสาหกรรม

วันที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 09:00 -16.00 น. ศูนย์ประสานงานตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ทวงถามความคืบหน้า กรณีเหมืองหิน ทรายเพื่ออุตสาหกรรม

         สืบเนื่อง เมื่อวันที่ 2 เดือนสิงหาคม 2562 มีคำสั่งที่ 603/2562 เทศบาลตำบลคำป่าหลาย ตั้งคณะทำงาน ตรวจสอบกรณี คำขอประทานบัตร 2/2559 บริษัททรี มาเธอร์ เทรดดิ้ง จำกัด ยื่นประทานบัตร เหมืองหิน บริเวณบ้านนาคำน้อย ท้องที่เทศบาลตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัด มุกดาหาร เนื้อที่ 215 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงหมู แปลงที่ 2 ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ แต่เนื่องจาก บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าน้ำซับซึม ขัดต่อพรบ.แร่ 2560 มาตรา 17 วรรค 4

         อนึ่ง เกิดความขัดแย้ง กับราษฎรในพื้นที่ ซึ่งขัดต่อระเบียบ ข้อ 8 (5) ในการเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนฯ ด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย จึงได้คัดค้านโครง การ ดังกล่าว จนนำมาสู่การตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อยื่นต่อสภาเทศบาลคำป่าหลาย ให้มีความมติสภาฯใหม่ ซึ่งมีนัยยะสำคัญ กรณีประชาคมหมู่บ้านอันเป็นเท็จและพบแหล่งน้ำซับซึม

          ในวันนี้ สรุปความเห็นคณะทำงาน โดยนิติกร เทศบาลตำบลคำป่าหลาย ( ในฐานะเลขาคณะทำงาน) ยืนยันจะเร่ง สรุปเอกสารข้อเท็จจริงคณะทำงานยื่นต่อนายอำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อให้เปิดสภาวิสามัญภายในวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 นี้ เพื่อยื่นญัตติแก่ทางประธานสภาฯเปิดสมัยวิสามัญให้ทันภายในเดือนตุลาคมนี้

          เวลา 10:00 น.หลังจากนั้นตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ได้เดินทางมายังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร เพื่อทวงถามความคืบหน้า กรณีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 10 จังหวัดอุดรธานี ที่ได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่คำขอดังกล่าว กรณีพบแหล่งน้ำซับซึม ผลการตรวจสอบพบ ทิศทางไหลของน้ำซับและน้ำใต้ดิน (ปรากฏในเอกสาร )มีการไหลของทิศทางน้ำจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกผ่านพื้นที่คำขอดังกล่าว จึงมีข้อสังเกตุได้ว่าพื้นที่คำขอดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำและแหล่งน้ำซับซึม มีอัตราการไหลของน้ำตลอดทั้งปี จึงไม่สามารถทำเหมืองในพื้นที่ดังกล่าวได้

          เวลา 13:00 น. เดินทางเข้าทวงถามเอกสาร บันทึกการตรวจสอบข้อเท็จจริง การลงพื้นที่ของ กอรมน. มุกดาหาร ในวันที่ 10-11 ก.ย. 62 ที่ผ่านมา กรณีเหมืองหินและป่าสงวนฯ เบื้องต้น เอกสารยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หากจัดเสร็จแล้ว จะจัดส่งเอกสารมาทางกลุ่มฯ เร็วๆนี้

          ขณะที่เรื่องคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเรื่องป่าสงวนฯ ทางตัวแทนส่วนราชการ ทสจ.(เลขาธิการ)คณะกรรมการแก้ไขปัญหา รับปากว่าจะนัดวันคุยคณะกรรมการใหม่ ภายใน 1 อาทิตย์นี้ เพื่อพูดคุยหาแนวทางแก้ไข กรณีดังกล่าวด้วย.


พวงเพชร / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///////เดวิด มุกดาหาร //////รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นายกรัฐมนตรี สั่งติดตามนักศึกษาไทย ถูกอียิปต์จับกุม เผย ไม่เชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

         วานนี้ (3 ต.ค. 62) พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักศึกษาไทยถูกทางการอียิปต์จับกุมตัวไว้ หลังต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส โดยล่าสุดนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าติดตาม เพื่อพูดคุยหารือกับทางการอียิปต์ถึงเรื่องดังกล่าว

          เบื้องต้นนั้น จากการตรวจสอบไม่พบการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสตามที่ได้เป็นข่าว โดยทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามที่จะนำตัวนักศึกษาคนดังกล่าวกลับมาให้ได้ และได้แจ้งเตือนไปยังนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศอียิปต์ อีกกว่า 3,000 คน ให้มีการระมัดระวังตัว ซึ่งทางประเทศอียิปต์เองก็กำลังมีความขัดแย้งอยู่ภายในด้วยเช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการประสานขอข้อมูลข่าวสารมายังสำนักข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานข้อมูล และตรวจสอบพฤติกรรมว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่อย่างไร ซึ่งในขั้นต้นก็ไม่ปรากฏความเชื่อมโยงแต่อย่างไร แต่ก็ต้องดูอีกครั้งว่า พยานหลักฐานที่ทางฝ่ายความมั่นคงของการประเทศอียิปต์มีอยู่นั้น มีอะไรบ้างและมากกว่าที่เป็นข่าวอยู่หรือไม่

#นายกรัฐมนตรี #ติดตามนักศึกษาไทย ถูกอียิปต์จับกุม #ไม่เชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้ายไอเอส   #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – อัมรัน แมหะ /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา