กาฬสินธุ์-ร่วมกันจัดทำกิจกรรมจิตอาสา 904 ซ่อมบ้านเรือนและ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จากพายุโพดุล

         เมื่อวันที่​ 2 ก.ย.62 เวลา 11.00​ น. ที่โรงเรียนสะอาดนาดีศิลา บ้านนาดี ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ : พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม​ ผบก.ตชด.ภาค​ 2​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย รองผบก.ตชด.ภาค​ 2, พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.สมภพ อ่อนสิน รองผกก.ตชด.23 และกำลังพล ชุดช่าง จาก บก.ตชด.ภาค 2, กก.ตชด.21, กก. ตชด.22, กก.ตชด.23 และ กก.ตชด.24 รวม 60 นาย ร่วมกับฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายสุรสิทธิ์ ขันติพันธุกุล นายอำเภอหนองกุงศรี​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่​เทศบาลตำบลหนองกุงศรี​ กว่า 200 คน ร่วมกันจัดทำกิจกรรมจิตอาสา 904 ในการเข้าซ่อมบ้านเรือนราษฎร ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดต้นไม้ที่ล้มจากแรงลม จากที่ประสบภัยพิบัติ จากพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62​ ที่ผ่านมา

          สำหรับ​ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ประสบภัยพิบัติจากพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายจำนวน​ 245 หลัง เสียหายหนัก จำนวน 25 หลัง นอกจากนี้จากแรงลมที่พัดหลังคา ยังมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงต้นไม้ล้มทับบ้าน​ เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายจำนวนมาก

Cr.ร.ต.ท.ประทวน ขจรวุฒินันท์
รอง สว.(ป) กก.ตชด.23 โทร.0815743194
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครราชสีมา-ระดมกำลังช่วยชาวบ้าน​ ระเบิดท่อป้องกันน้ำท่วม

ทีมงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครราชสีมา สนธิกำลังทีมงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง นำรถน้ำดับเพลิง รถดูดโคลน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 ต.หนองปรือ

          เมื่อวันที่ 2 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. ที่นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครราชสีมา นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิง สนธิกำลังร่วมปฏิบัติหน้าที่กับ ทีมงานเจ้าหน้าที่กองช่าง เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณก่อนถึงสี่แยกตลาดหนองปรือ พื้นที่ ม.7 โดยนำรถบรรทุกน้ำฉีดน้ำล้างท่อระบายน้ำ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนรถดูดโคลนจากหน่วยงานเทศบาลตำบลหัวทะเลมาทำการดูดโคลนออกจากท่อระบายน้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถเปิดช่องทางน้ำในท่อระบายน้ำให้ไหลผ่านได้สะดวกเป็นปกติ ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าวเกิดจากพื้นที่บริเวณถนนสองข้างเป็นพื้นที่ต่ำ จึงทำให้เศษดินฝุ่นผงไหลลงท่อระบายน้ำจำนวนมากทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน และ ขัดขวางทางน้ำ

          อย่างไรก็ตามในวันที่​ 3 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. ทางทีมงานจะเข้ามาช่วยกันทำการขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณพื้นที่ ม.1 ทางโค้งก่อนถึงสระน้ำหนองปรือ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวกยิ่งขึ้น

Cr.ตุ๋ย~หน.ศูนย์ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” สั่งลูกเสือ​และหน่วยงานในกำกับ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยด่วน

         ตามที่มีอุทกภัยน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบ 44 จังหวัด ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้นั้น ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ในฐานะกำกับดูเเลสำนักลูกเสือแห่งชาติได้สั่งการให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ แจ้งลูกเสือจังหวัดต่างๆ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย เช่น ช่วยโยกย้ายสิ่งของ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การจราจร เป็นต้น

          ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศว่า “รู้สึกห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากจากพายุโพดุลเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ได้รับฟังการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทราบว่าจะมีพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยอีกระลอก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงสั่งการให้ลูกเสือพร้อมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากจากอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ และขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มขึ้นและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางขอให้ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง

          นอกจากนี้ได้สั่งการให้ สำนักงาน กศน.และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายของพื้นที่และสถานศึกษามายังกระทรวงศึกษาธิการโดยด่วน รวมถึงให้การช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผนในการช่วยเหลือและเยียวยาปัญหาหลังน้ำลดต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย-คุมเข้มยันน้ำต้องไม่ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ

          อิทธิพลของพายุ “โพดุล” ทำให้ปริมาณฝนตกสะสมในหลายจังหวัดภาคเหนือเป็นจำนวนมาก และกำลังไหลผ่านแม่น้ำยมจนวิกฤต น้ำไหลผ่าน อ.เมือง จ.แพร่มีปริมาณสูงสุด 1,102 ลบ.ม./วินาที และผ่านที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีปริมาณสูงสุด 900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะไหลผ่าน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณสูงสุด 980 ลบ.ม./วินาที โอกาสเสี่ยงสูงที่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจเมืองสุโขทัย

          วันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น.นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตอำเภอเมืองสุโขทัยพร้อมทั้งประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุม ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย โดยขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน และอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถขุดตัก ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบและเตรียมรับสถานการณ์ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยง เฝ้าระวังพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยตามแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม ที่อาจจะมีน้ำผุดลอดใต้กำแพงอีก

          ขณะที่กองกำลังผสม พลเรือน ทหาร ตำรวจ ได้ระดมนำกระสอบทรายอุดปิดจุดที่มีน้ำทะลัก และซ่อมแซมพนังที่ชำรุด เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นอีก 40 ซม.ตลอดแนวในเขตเทศบาล พร้อมจัดตั้งโรงครัว และชุดเฉพาะกิจ ให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยในทันที

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

สุโขทัย-กำลังพลทหาร เร่งกรอกกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำยมล้นตลิ่ง

          วันที่ 3 กันยายน 62 เวลา 07.00 น. พ.อ.บุญประสิทธิ์ มีสอาด รอง ผอ.รมน.จว.ส.ท.(ท) ลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย โดยร่วมกับ พล.ต.สุปัญญา วิไลรัตน์ ผบ.บชร.3 นำกำลังพลทหาร กอ.รมน.จ.สุโขทัยและ บชร.3 พิษณุโลก ช่วยประชาชนกรอกกระสอบทรายและทำแนวกั้นน้ำในแม่น้ำยมที่ล้นตลิ่งธรรมชาติ บริเวณถนนนิกรเกษมเลียบริมแม่น้ำยม เขตรอยต่อสะพานพระแม่ย่า ชุมชนพระแม่ย่า ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีพนังกั้นน้ำ

          และในเวลา 09.00 น.ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของจังหวัดสุโขทัย เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การระบายน้ำ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สท./ผอ.รมน.จว.ส.ท. เป็นประธาน การประชุมมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

มุกดาหาร # ทหารพรานที่ 2110 ร่วมฝ่ายความมั่นคง จับยึดกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขงจากฝั่งลาว

          (แถลงข่าว)มุกดาหาร กองร้อย ทหารพราน ร่วม ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นรข.และตรวจตระเวนชายแดนสกัดจับกระเทียมแห่งเถื่อนไม่ผ่านพิธีการศุลกากรลักลอบขนข้ามโขงมาทางเรือหางยาวเข้ามาแนวชายแดนริมฝั่งโขงถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับยึดได้ กว่า 100 กระสอบหนักกว่า 2 ตัน

          เมื่อวัน 2 กันยายน 2562 กองร้อยทหารพราน 2110 ร่วมกำลังความมั่นคงนำของกลางกระเทียมแห่งเถื่อนจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนัก กว่า 2 ตันโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมาตั่งแถลงข่าวออยู่ที่ กองร้อยทหารพราน 2110สืบเนื่องกลางดึกของวันที่ 1 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมันคงได้รับแจ้งจากสายข่าวมีกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนลักลอบขนทางเรือหางยาวข้ามโขงเข้ามาแนวชายแดนริมฝั่งโขงบริเวณพื้นที่ของบ้านนาโปใหญ่ ต.นาโปใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

          เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบจุดเป้าหมายดังกล่าวพบชายฉกรรจ์รับจ้างแบกสิงค้าเถื่อน จำนวน 7-8 คนกำลังแบกกระสอบกระเทียมขึ้นฝั่งเข้าไปชุกกระเทียมอยู่ภายในโกดังไม่มีเลขที่อยู่ริมฝั่งโขงเตรียมลักลอบส่งเข้าตลาดไท กทม.เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังแบกเห็นเจ้าหน้าที่ก็พากันทิ้งกระสอบกระเทียมวิ่งหลบนหนีไปในความมืดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบกระสอบกระเทียมทิ้งเกลื่อน ใต้ท่าน้ำริมฝั่งโขง

          ตรวจสอบไม่พบใครอยู่ภายในบริเวณโกดังเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกระเทียมแห่งเถื่อนรวมจำนวน 100 กระสอบน้ำหนักรวม 2,500 กิโลกรัมโดยเจ้าหน้าที่นำของกลางมาที่กองร้อย ทหารพราน ตรวจสอบดูว่ามีการสอดไส้ยาเสพติดด้านในกระสอบกระเทียมหรือไม่ซึ่งตรวจสอบไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่จึงนำมาตั่งแถลงข่าวก่อนนำส่งของกลางกระเทียมให้ด่านศุลกากร จ.มุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

จิสด้า จับมือ ญี่ปุ่น โชว์นวัตกรรมสุดเจ๋ง !! โชว์ แทคเตอร์ไร้คนขับจากระบบ GNSS สุดน่าทึ่ง ฮือฮา ได้รับความสนใจอย่างมาก(ชมคลิป)

https://youtu.be/KUQWpdIKLjA

          ที่ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ หรือ SKP อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ภาคเอกชนและบริษัทผู้ประกอบการชั้นนำด้าน GNSS จากประเทศญี่ปุ่น โชว์สาธิตการใช้นวัตกรรมจากเทคโนโลยีระบบนำทางด้วยดาวเทียม หรือที่เรียกว่าระบบ GNSS กับระบบแทคเตอร์ไร้คนขับอัจฉริยะ ระบบงานก่อสร้าง ระบบขนส่งโดยรถยนต์ไร้คนขับ การสำรวจและการทำแผนที่แบบ 3 มิติ

          ดร.ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด ปฏิบัติงานอธิการสถาบันวิทยาการอวกาศและภูมิสารสนเทศของจิสด้า กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จิสด้าเองต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่อง (CORS) และต้องการให้ผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศเชื่อมั่นว่าอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศของจิสด้าเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีศักยภาพสำหรับการจัดกิจกรรมแสดงนวัตกรรมต้นแบบ ด้าน GNSS สำหรับภารกิจต่างๆ

          จิสด้า มีภารกิจในการสนับสนุนการวางฐานรากของประเทศ,การบริการข้อมูลสารสนเทศมาโดยตลอดรวมถึงการส่งเสริมให้เกิด ECO-System ด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างเป็นรูปธรรมแก่ประเทศ ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน ต่อยอดนวัตกรรมด้าน GNSS ระหว่างหน่วยงานชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ ให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวก ในการกำหนดพื้นที่ต้นแบบ เช่น ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเขตนวัตกรรม (EECi) ณ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อให้เป็นพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) อย่างอิสระ เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศ ส่งเสริมผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเชิงตำแหน่งความแม่นยำสูงในการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ ตั้งแต่บริษัทจัดตั้งใหม่ขนาดเล็ก (Startup) ขนาดกลาง (SME) ขนาดใหญ่ (Corporate) ผ่านการจัดเวทีการส่งเสริมเงินทุน องค์ความรู้ Joint Research และ Business Matching อีกทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและความร่วมมือกับองค์กรอวกาศนานาชาติ ในการผลักดันเทคโนโลยีก้าวสู่เชิงพานิชย์ พร้อมทั้งยกระดับสู่ภาคอุตสาหกรรมอวกาศในภูมิภาคอีกด้วย

สมชาย แก้วนุ่ม รายงานจากอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี

รมว.เกษตรฯสั่งผันน้ำเข้าบางระ กำ ไม่ให้น้ำท่วมเมืองสุโขทัย เหตุเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ

          วันที่ 2 กันยายน 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการด่วนที่สุดไปยัง นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้ป้องกันน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นใน อ.เมือง จ.สุโขทัย จากภาวะน้ำลุ่มน้ำยมที่หลากมาจาก จ.แพร่

ซึ่งมาจากฝนตกหนักต่อเนื่อง จากอิทธิพลของพายุโพดุล โดยกำชับให้ป้องกันตัวเมืองสุโขทัยให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และความเสียหายด้านเศรษฐกิจ

ขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำยม และลำน้ำสาขาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังไหลมาที่ อ.ศรีสัชนาลัย คาดว่า จะถึงประตูระบายน้ำหาดสะพานวันที่ 2 ก.ย.นี้ และน้ำจะสูงสุดในวันที่ 3 ก.ย. เวลาประมาณ 03:00 น. ซึ่งจำเป็นต้องผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าไปทุ่งรับน้ำบางระกำ เพื่อให้น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที ) ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย

ายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

แม่น้ำยมเมืองแพร่ เพิ่มสูงขึ้น ชป.เตรียมพร้อมรับมือตัดยอดน้ำก่อนไหลผ่านเมืองสุโขทัย

          ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดแพร่ จากอิทธิพลของพายุ “โพดุล” ส่งผลให้แม่น้ำยมตอนบนบริเวณจังหวัดแพร่ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะไหลลงสู่บริเวณจังหวัดสุโขทัยในลำดับต่อไป กรมชลประทาน เตรียมใช้ประตูระบายน้ำ(ปตร.)บ้านหาดสะพานจันทร์ ควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเมืองสุโขทัย

          ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุ“โพดุล” ส่งผลให้มีฝนตกหนักและตกชุกในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนบริเวณจังหวัดแพร่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำสูงสุดไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ ไม่เกิน 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม.) ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 – 12.00 น. วันนี้(2 ก.ย. 62) ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี Y.14 อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำสูงสุดไม่เกิน 1,000 ลบ.ม./วินาที เวลาประมาณตี 2 – ตี 3 คืนนี้(3 ก.ย. 62)

          กรมชลประทาน ได้วางแผนมาตรการต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่กำลังไหลหลากมาจาก จ.แพร่ ลงสู่ จ.สุโขทัย ด้วยการลดระดับน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำได้มากขึ้น การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในคลองยม-น่าน และแม่น้ำยมสายเก่า การพร่องน้ำในแก้มลิงทุ่งทะเลหลวง เพื่อรองรับการตัดยอดน้ำในแม่น้ำยม ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำกว่า 382,000 ไร่ รับน้ำได้ประมาณ 550 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้พร้อมแล้วที่จะรองรับน้ำจากแม่น้ำยม ช่วยตัดยอดปริมาณน้ำไหลผ่านเมืองสุโขทัย  นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ ได้แจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำให้กับทางจังหวัดสุโขทัยทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

          สำหรับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อตัวเมืองสุโขทัย นั้น กรมชลประทาน ได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม เมื่อปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงมาถึงบริเวณหน้าประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์(ปตร.)จะทำการหน่วงน้ำไว้บริเวณหน้า ปตร.และผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลองยม-น่าน ผ่านทางประตูระบายน้ำหกบาท ในอัตรา 250 – 350 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะผันน้ำไปลงแม่น่านผ่าน ปตร.ยม-น่าน ในอัตรา 100 ลบ.ม./วินาที และผันลงแม่น้ำยมสายเก่าผ่าน ปตร.ยมเก่า อีกประมาณ 150-250 ลบ.ม./วินาที พร้อมกันนี้ จะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่าน ปตร.หาดสะพานจันทร์ ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 650 – 710 ลบ.ม./วินาที จากนั้น จะผันน้ำเข้าคลองเล็กทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำยม ในอัตราสูงสุดรวมไม่เกิน 160 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะตัดเข้าคลองตาดินและคลองบางคลองไปเก็บกักไว้ในทุ่งทะเลหลวง รวมไปถึงแก้มลิงต่างๆที่ยังสามารถรับน้ำได้ ทั้งนี้ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย(สถานี Y.4) ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประชุมเตรียมป้องกันแก้ไขและรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมฝากประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ

          วันที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เรียกประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ คณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับมือ ป้องกันและแก้ไขปัญหา

          โดยเบื้องต้นจังหวัดสุโขทัยได้ทำการพร่องน้ำในแม่น้ำยมโดยการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และประตูระบายน้ำยางซ้าย อำเภอเมือง ณ ตอนนี้ระดับน้ำแม่น้ำยมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย อยู่ที่ 7 เมตร จุดวิกฤตอยู่ที่ 7.40 เมตร ขณะนี้โครงการชลประทานสุโขทัยเร่งผันน้ำในแม่น้ำยมสู่แม่น้ำยมสายเก่าไปลงแม่น้ำน่าน รวมถึงลำคลองสาขาต่างๆ และอีกทางหนึ่งผันลงสู่ทะเลหลวงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง

          อย่างไรก็ดี จังหวัดสุโขทัยได้มีหนังสือวิทยุส่งนายอำเภอทุกอำเภอ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย สถานีวิทยุ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดสุโขทัย ให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำ สภาพแม่น้ำยม ลำคลองสาขา ข่าวพยากรณ์อากาศและเพื่อความไม่ประมาทควรเตรียมการป้องกันทรัพย์สินและของมีค่า การยกสิ่งของไว้ที่สูง รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่อาจได้รับความเสียหายจากอุทกภัยไว้ก่อน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ให้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ทันทีได้ทุกช่องทางและที่หมายเลขโทรศัพท์ 055-616239

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย