อำเภอบางปลาม้า จัดกิจกรรมทำหมันหมาแมว เพื่อควบคุมลดปัญหาสัตว์จรจัด

สุพรรณบุรี – อำเภอบางปลาม้าจัด กิจกรรมผ่าตัดทำหมัน หมา-แมวด้อยโอกาส ภายใต้โครงการนายอำเภอบางปลาม้า ปันน้ำใจให้ประชาชน (เพิ่มเติม)”

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า เปืดเผยว่าได้ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางปลาม้า ดำเนินกิจกรรมผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวด้อยโอกาส ภายใต้โครงการ “นายอำเภอบางปลาม้า ปันน้ำใจให้ประชาชน” เพื่อช่วยควบคุมประชากรสัตว์ ลดปัญหาสัตว์จรจัด และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสัตว์ในพื้นที่ โดยได้ดำเนินการ ผ่าตัดทำหมันให้กับสุนัขเพศผู้ จำนวน 3 ตัว และสุนัขเพศเมีย จำนวน 3 ตัว รวมทั้งหมด 6 ตัว ณ โรงเรียนวัดดอนกระเบื้อง ตำบลบางใหญ่

อำเภอบางปลาม้า ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตว์และประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชมรมกุ้งเพชรบุรี จัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” สนับสนุนตั้งต้น 1 แสนบาท สนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครประมงในพื้นที่

ชมรมกุ้งเพชรบุรี จัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” สนับสนุนตั้งต้น 1 แสนบาท สนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครประมงในพื้นที่

วันที่ 23 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยานันท์ อินทรัตน์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี พร้อมด้วยสมาชิกชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี พิทักษ์สายน้ำเมืองเพชร และมอบเงินสนับสนุนตั้งต้นกองทุน จำนวน 100,000 บาท ให้กับประมงจังหวัดเพชรบุรี และเครือข่ายอาสาสมัคร ในการลงพื้นที่ทำงานกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเดี่ยวเท่านั้นแล้ว ไม่ใช่เพียงปัญหาของชาวประมงพื้นบ้าน และไม่ใช่เพียงภารกิจของกรมประมงเท่านั้น หากแต่เป็นวิกฤติของทรัพยากรธรรมชาติที่กระทบต่อความมั่นคง ทางอาหาร วิถีชีวิต และอนาคตของชุมชนทั่วประเทศ ส่งผลให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นลดจำนวนลง ระบบนิเวศเสียสมดุล ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง

ด้าน นายชยานันท์ อินทรัตน์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี กล่าวว่า เราจะรอให้รัฐแก้ปัญหาเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เราจะลุกขึ้นมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ที่จังหวัดเพชรบุรีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงบประมาณมหาศาล แต่อาจเริ่มจากหัวใจของคนตัวเล็ก ๆ ที่รักบ้านเกิดของตน เอง ทางชมรมกุ้งเพชรบุรีได้ประกาศจัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” พร้อมสนับสนุนเงินตั้งต้นจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีและเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ แม้จำนวนเงินอาจไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา แต่คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข หากอยู่ที่การส่งสารสำคัญไปยังสังคมว่า “ประชาชนพร้อมลุกขึ้นมาร่วมช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรของชาติ” นี่คือแบบอย่างของการเปลี่ยนจากผู้ร้องขอความช่วยเหลือ มาเป็นผู้ร่วมลงมือแก้ไข นี่คือแบบอย่างของการเปลี่ยนจากการรอคอยงบประมาณ มาเป็นการระดมพลังจากคนในพื้นที่ และนี่คือแบบอย่างที่ควรถูกขยายผลไปทั่วประเทศ

ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีพบปลาหมอคางดำแล้วใน 7 อำเภอ เหลือเพียงอำเภอแก่งกระจานที่ยังไม่พบการระบาดอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกำจัดปลาที่มีอยู่แล้ว แต่คือการแข่งขันกับเวลาเพื่อปกป้องพื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ หากทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถจัดตั้งกองทุนลักษณะเดียวกัน หากทุกชุมชนมีเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังแหล่งน้ำ หากทุกองค์กรประมงร่วมกันสนับสนุนการกำจัดอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะมีพลังมหาศาลในการรับมือกับสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานระบบนิเวศกองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรีจึงมีความหมายมากกว่าการจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อปลาออกจากระบบนิเวศ แต่คือการสร้างต้นแบบของ “การบริหารจัดการทรัพยากรโดยภาคประชาชน” เป็นต้นแบบ“กองทุนสาธารณะเพื่อสิ่งแวดล้อม”และเป็นต้นแบบของ“ความร่วมมือระหว่างรัฐกับชุมชน” ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับทุกจังหวัดที่กำลังเผชิญปัญหาปลาหมอคางดำได้เป็นอย่างดี


///////บรรณรต จ.เพชรบุรี

ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง มอบ 9 นโยบาย เน้นบริการประชาชน บูรณาการความมั่นคง และดูแลสวัสดิการตำรวจ

ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง มอบ 9 นโยบาย เน้นบริการประชาชน บูรณาการความมั่นคง และดูแลสวัสดิการตำรวจ

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เวลา 13.45 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยมี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จังหวัด กาญจนบุรี พ.ต.อ.พิทักษ์ ว่องพานิช ผกก.สภ.ท่าม่วง และข้าราชการตำรวจรอรับการตรวจเยี่ยม และได้ชมสาธิตการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า พร้อมชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ และการทำ งานเป็นทีมของ ภ.จว.กาญจนบุรี

ต่อจากนั้นได้สั่งการมอบนโยบายให้ สภ.ท่าม่วง ดำเนินการ ดังนี้

  1. งานบริการและการสอบสวน ยกระดับ One Stop Service: บริการด้วยความสุภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ประชาชน
  2. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว สถานบริการเพิ่มความเข้มงวดสายตรวจในแหล่งท่องเที่ยว และ จุดเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจ กวาด ล้างสิ่งผิดกฎหมาย: เน้นย้ำ ยาเสพติด อาวุธปืน อาชญากรรมออนไลน์ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
  3. งานสืบสวน การใช้เครื่องมือพิเศษและประสานงานเรื่องการติดตามอาชญากรผ่านกล้อง cctv
  4. การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง เกาะติดสถานการณ์: เฝ้าระวังด้านการข่าวและความเคลื่อนไหวในพื้นที่ บูรณาการร่วม ประสานงานใกล้ชิดกับฝ่ายปกครอง ทหาร และอาสาสมัคร การอำนวยความสะดวกด้านงานจราจร ติดป้ายสัญลักษณ์ให้แก่ประชาชนทราบ
  5. งานมวลชนสัมพันธ์ Stop walk&talk แสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่ กต.ตร. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
  6. การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในงานตำรวจ การนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนำเสนองานตำรวจให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
  7. การถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้จัดสถานที่ประกอบพิธีตามประกาศสำนัพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิ.ย.69 ด้วย
  8. การบริหารกำลังพลและวินัย ดูแลสวัสดิการ: เอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กำลังพล
  9. การรักษาระเบียบวินัย เครื่องแบบ และทรงผม ต้องถูกต้องตามระเบียบ และตัดผมสั้นตามแนวทางของ ตร. อย่างเคร่งครัด

/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตกรายงานข่าว

อ.บางปลาม้า ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา เลี้ยงอาหารกลางวันและมอบข้าวสารแก่ ร.ร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล

สุพรรณบุรี – อำเภอบางปลาม้าร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา เลี้ยงอาหารกลางวันและมอบข้าวสารแก่โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบาง ปลาม้า ร่วมกับ นายชนะ โพธิ์ทอง สาธารณสุขอำเภอบางปลาม้า นายวิษณุ โพธิ์ประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลตะค่า นายมานิตย์ พุทธจรรญ กำนันตำบลองครักษ์ นายอำนวย ปั้นเหน่งเพ็ชร กำนันตำบลกฤษณา และเจ้าหน้าที่อำเภอบางปลาม้า จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 365 คน

พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้าได้ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอบางปลาม้า กำนัน ในพื้นที่อำเภอบางปลาม้า ผู้นำชุมชน และผู้มีจิตศรัทธา ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กนักเรียนผู้พิการทางสติปัญญาและออทิสติก นอกจากนี้ยังได้มอบข้าวสาร จำนวน 50 ถุง ให้แก่โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาและใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารสำหรับนักเรียนต่อไป

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแบ่งปันน้ำใจและช่วยเหลือสังคม โดยมุ่งหวังให้เด็กนักเรียนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคตต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

กฟภ.จัดกิจกรรม บันทึกนักประหยัดตัวน้อย ภายใต้โครงการชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA

สุพรรณบุรี – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรม “บันทึกนักประหยัดตัวน้อย” ภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA”ประจำปี 2569 ณ โรงเรียบบ้านกกเชียง อำเภอด่านข้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรม “บันทึกนักประหยัดตัวน้อย” ภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอด ภัยใช้ไฟ PEA”ประจำปี 2569 ณ โรงเรียบบ้านกกเชียง อำเภอด่านข้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายสมศักดิ์ สำราญราษฎร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม เป็นประธาน มีนายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ มีคณะแม่บ้านและครอบครัวการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม ชมรมเทคโนโลยีดีจิทัลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขา เขต3จังหวัดนครปฐม คณะครู – อาจารย์ ผู้บริหาร พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความมุ่งมั่น ที่จะยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า ให้แก่ประชาชนใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มเยาวชนซึ่งถือเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต การสร้างความตระหนักรู้ เรื่องการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย จึงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน และมีความปลอดภัยในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกกเชียง และคณะครู ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ และสนับสนุนให้นักเรียน ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่สำคัญนี้ รวมถึงขอบคุณคณะแม่บ้านฯ ชมรมเทคโนโนโลยีดิจิทัล และทีมงาน PEA ทุกท่าน ที่ร่วมแรงร่วมใจ จัดกิจกรรมและมอบสิ่งของสนับสนุน ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักเรียนทั้ง 32 คน จะเก็บเกี่ยวความรู้ จากฐานกิจกรรมต่างๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคุณพ่อคุณแม่ ดูแลความเรียบร้อยของไฟฟ้าที่บ้าน หรือการช่วยโรงเรียนประหยัดพลังงาน และขอให้น้องๆ ทุกคนเติบโตไปเป็น “นักประหยัดตัวน้อย” ที่มีคุณภาพ และรอบรู้เรื่องความปลอดภัย

กิจกรรม “บันทึกนักประหยัดตัวน้อย” ภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA” ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนบ้านกกเชียง แห่งนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ดำเนินโครงการ “ชุม ชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA”เพื่อตอบสนองภารกิจหลัก ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR in Process)โดยมุ่งเน้นการให้บริการ ด้านระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าของประชาขน ซึ่งโครงการนี้ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ด้านการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการจัดกิจกรรม บันทึกนักประหยัดตัวน้อย ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 32 คน มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบฐานกิจกรรม ที่สอดแทรกสาระ และเกมทักษะ อาทิการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกไฟดูด และการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้น้องๆ เติบโตเป็นแกนนำในการรณรงค์ เรื่องพลัง งานในครอบครัว และชุมชนต่อไปนอกจากนี้ PEA ยังได้รับความร่วมมือจากคณะแม่บ้านและครอบครัว กฟก.3 และชมรมเทคโนโลยีดิจิทัล กฟภ. สาขา กฟก.3 ในการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา คอมพิวเตอร์จำนวน 5 ชุดทุนการศึกษา เครื่องอุปโภค บริโภคและอาหารกลางวัน ให้กับเด็กๆด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พระเมตตา มอบเครื่องไตเทียมมูลค่า 6 แสน ให้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช

สุพรรณบุรี – พระเมตตา มอบเครื่องไตเทียม มูลค่า 600,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย สามารถเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตได้มากขึ้น

พระสุพรรณวชิรโมลี ดร.เจ้าอาวาสวัดพระลอย รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีและผอ. วิทยา ลัยสงฆ์สุพรรณบุรีศรีสุวรรณภูมิ ได้เมตตาเยี่ยมผู้ป่วยพร้อมกับให้กำลังใจแล้วรู้สึกสงสาร จึงได้มอบเครื่องไตเทียม จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 600,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โดยมีนายแพทย์ อิทธิพล จรัสโอฬาร ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช พร้อมด้วยนางสุจิตรา ขาวประเสริฐ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรีและนายอานนท์ รักผล ไวยาวัจกรวัดพระลอย ร่วมรับมอบในครั้งนี้

พระสุพรรณวชิรโมลี กล่าวว่าสำหรับการมอบเครื่องฟอกไต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานสาธารณะสงเคราะห์ของพระสงฆ์ ที่วัดช่วยโยม โยมช่วยวัด การช่วยเหลือเกื้อกูล การสง เคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เดือดร้อนหรือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตามงานของคณะสงฆ์ไทย มหาเถรสมาคม ที่มีพันธกิจในการดูแลชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับหน่วยงานรัฐและองค์กรการกุศล อย่างเช่นการสงเคราะห์เบื้องต้น การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุทกภัย หรืออัคคีภัย

พญ.สุทธิกานต์ รวมเมฆ อายุรแพทย์โรคไต นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตทั่วโลกปริมาณ 1ใน 10 พบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง สถานการณ์ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกปี ยิ่งถ้าเจาะลึกถึงผู้ป่วยระยะที่ 5 เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ทั่วประเทศมีประมาณ 200,000 คน ซึ่งสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน หลักๆเลยก็คือโรคเบาหวานและความดัน ซึ่งสองโรคนี้จำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลสถานการณ์ให้มีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณเครื่องฟอกไตในทุกๆโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้ สามารถเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตได้มากขึ้น


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รพ.นครปฐม จัดการซ้อมแผนรับมือ โรคอีโบลา (EBOLA)

โรงพยาบาลนครปฐม จัดการซ้อมแผนรับมือ โรคอีโบลา (EBOLA)

นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการซ้อมแผนรับมือโรคอีโบลา (EBOLA) โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน ซึ่งมีวิทยากร ได้แก่ แพทย์หญิงสิรีธร นิมิตวิลัย แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลนครปฐม และวิทยากรจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี ในรูปแบบ The Table top และ การซ้อมแผนเสมือนจริง ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) พระราชทานพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระ ราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (๑๕ วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙) เวลา ๑๗.๑๗ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธี
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (๑๕ วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ ๑๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระศพทรงธรรม ทรงศีล สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “อัตถจริยากถา” ว่าด้วยการประพฤติอันเป็นประโยชน์

จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา พระสงฆ์ ๔ รูป สวดธรรมคา ถา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามการขับเคลื่อน “คลองแม่ข่า” ฟื้นเสน่ห์คลองโบราณเมืองเชียงใหม่ จากร่วมแรงใจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

‘ชุมชน-คน-คลองแม่ข่า’ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่สาธารณะและสิ่งแวดล้อม ชุบชีวิต ” คลองแม่ข่า ” ฟื้นเสน่ห์คลองโบราณเมืองเชียงใหม่ จากร่วมแรงใจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทาน กองทัพภาคที่ 3 เดินทางมาตรวจพื้นที่และติดตามการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่สาธารณะและสิ่งแวดล้อม บริเวณสะพานแม่ข่าระแกง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้รับฟังผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี เทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางสาวภัสสร แซ่เฉียว นางพวงเพชร รัตนชมภู และนายสุรัตน์ สิงห์ไทย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ต่อจากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้ลง พื้นที่ตรวจเยี่ยมและสำรวจจุดปฏิบัติงานสำคัญเพิ่มเติมอีก 2 จุด ได้แก่ สะพานศรีดอนไชย และสะพานอัษฎาพร ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสวยงามของพื้นที่ อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้ร่วมกิจ กรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสาธารณประโยชน์ พร้อมอันนี้ได้มอบน้ำเกลือแร่และน้ำดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานหน้าที่จิตอาสาในบริเวณดังกล่าวด้วย

นอกจากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ลงพื้นที่ บริเวณสะพานคลองแม่ข่า สะพานอัษฎาพร ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทานจาก โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากกรมทหารราบที่ 7 ,กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 และกองพันพัฒนาที่ 3 พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่รับผิดชอบและได้มอบถุงยังชีพแก่ นาย เอกบุรุษ สุขกาย ประชาชนจิตอาสาผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว ด้วย

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากมณฑลทหารบกที่ 33 หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นักศึกษาวิชาทหาร จิตอาสา 904 ภาค 3 และจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 นาย ร่วมกันดำเนินกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ และปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดแนวคลองแม่ข่า เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ สะอาด สวยงาม และยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เชียงราย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนโครงการนวัตกรรมการจัดการขยะแบบครบวงจร มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้ชุมชน

จังหวัดเชียงราย – กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนโครงการนวัตกรรมการจัดการขยะแบบครบวงจร มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้ชุมชน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (กอ.รมน.จังหวัด ช.ร.) เดินหน้าภารกิจเชิงรุกด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดย พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (ฝ่ายทหาร) พร้อมด้วยกำลังพล ลงพื้นที่บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย), สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย), สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย, เทศบาลตำบลดอยฮาง, เทศบาลตำบลป่าอ้อดอนชัย, รัฐวิสาหกิจชุมชน และผู้นำท้องถิ่น เพื่อวางรากฐานการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่อย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญของโครงการ: การดำเนินงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการนวัตกรรมของ กอ.รมน.” ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้:

  • การจัดการเชิงรุก: ส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือนเพื่อลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่กระบวนการกำจัด
  • เศรษฐกิจหมุนเวียน: นำขยะที่คัดแยกแล้วกลับมาสร้างมูลค่าหรือใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดมลภาวะในพื้นที่
  • การบริหารจัดการครบวงจร: ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตเพื่อจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการขยะอย่างถูกสุขลักษณะ

ผลการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อม:
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย และป่าแม่กกฝั่งขวา (ในท้องที่ตำบลดอยฮาง และตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย) คณะทำงานได้พิจารณาพื้นที่รองรับเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ โดยมีความเห็นร่วมกันในการจัดตั้งเป็นศูนย์บริหารจัดการขยะ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย เทศบาลตำบลดอยฮาง ในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบพื้นที่ จะดำเนินการยื่นเรื่องขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวจากกรมป่าไม้ตามขั้นตอนต่อไป

บทสรุป:
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบวัดพุทธอุทยาน ดอยอินทรีย์ และพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านการใช้กลไกการบูรณาการภาครัฐและชุมชน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการขยะที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน