วัดแตก !! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

สมุทรปราการ – วัดแตก !! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบ ครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย นาวาเอกหญิง สุนทรี รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณวีรชัย รุ่งเสมอ เรือโท ไพศาล รุ่งเสมอ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ทอดถวายแด่วัดหนามแดง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อ น.ต. ประจวบ รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณแม่สุนีย์ หลีน้อย ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อสนองตามเจตนารมย์ของทางคุณพ่อและคุณแม่

โดยกฐินสามัคคีในปีนี้ทาง บุตร-ธิดา หลาน รุ่งเสมอ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ร่วมในพิธีทอดกฐินครั้งนี้ โดยมี นายชาตรี อยู่วัฒนะ รองนายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ พร้อมด้วย กำนันกิตติพงษ์ อยู่วัฒนะ กำนันตำบลเทพารักษ์ นางสาวขวัญเรือน นาคทิม กำนันตำบลบางเมือง ตลอดจนกัลยาณมิตรวัดพระธรรมกาย คณะเจ้าภาพ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนชาวตำบลบางแก้ว ร่วมแห่องค์ผ้ากฐินสามัคคี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสงเคราะห์พระภิกษุตามพุทธบัญญัติ สนับสนุนให้พระภิกษุมีผ้าไตรจีวรใช้ และเป็นการเทิดทูนพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชา นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคในงานกฐินยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวัดหนามแดง

โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (บุญเลิศ ปญฺญาธโร แก้วน้ำค้าง) พระอาจารย์จาบ เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้ากฐินสามัคคี นำคณะสงฆ์วัดหนามแดงประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์แด่คณะเจ้าภาพ ครอบครัวรุ่งเสมอและแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ ทางคณะเจ้าภาพยังได้มอบเงินสมทบทุนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่บิดา มารดา

ทั้งนี้ สำหรับยอดผ้ากฐินสามัคคีในปีนี้ของวัดหนามแดงที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญเบื้องต้นเกือบ 4 ล้านบาท



ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ขอเชิญร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ย้อนรำลึกผู้บุกเบิกงานวิทยาศาสตร์ไทย “จุดประกายวิทยาศาสตร์ สร้างอนาคตชาติ”

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ขอเชิญร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ย้อนรำลึกผู้บุกเบิกงานวิทยาศาสตร์ไทย “จุดประกายวิทยาศาสตร์ สร้างอนาคตชาติ”

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 127 ปี ชาตกาลของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม ผู้บุกเบิกงานด้านวิทยาศาสาตร์ไทย สู่อนาคตแห่งการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมูลนิธิ ดร.ตั้ว ลพานุกรม จึงได้กำหนดจัดสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม 2568

(วศ.อว.) จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจและให้ความสำคัญในงานด้านวิทยาศาสตร์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานเจตนารมณ์ของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม รัฐบุรุษผู้บุกเบิกงานวิทยา ศาสตร์ของไทย พร้อมปาฐกกถาพิเศษและเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักวิจัยชั้นนำของประเทศ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัลนักวิจัยคุณภาพสูง ประจำปี 2568 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมาย และภายในงานจะมีพิธีประกาศเกียรติคุณ “นักวิทยาศาสตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทย” โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง (อว.) เป็นประธาน ณ ห้องประชุมภูมิบดินทร์ ชั้น 6 อาคารสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานฯ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. โดยลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ผ่าน QR Code บนโปสเตอร์ที่แนบมา นี้หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-7439 (ฝ่ายจัดกิจกรรม) อย่าพลาดโอกาสสำคัญนี้กันนะคะ !!

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

AGRITHON By ARDA Season 2 ปิดฉากสุดเข้มข้น ! เผยโฉม “CHAMP OF THE YEAR” บนเวที Toyota Farm Expo 2025 ชูสุดยอดนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต

AGRITHON By ARDA Season 2 ปิดฉากสุดเข้มข้น ! เผยโฉม “CHAMP OF THE YEAR” บนเวที Toyota Farm Expo 2025 ชูสุดยอดนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ รายการ AGRITHON By ARDA Season 2 เวทีประกวดนวัต กรรมเกษตรเชิงธุรกิจที่เฟ้นหาสุดยอดนักคิดนักพัฒนาแห่งวงการเกษตรไทย โดยจัดขึ้นภาย ในงาน Toyota Farm Expo 2025 ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์จากนักวิจัย เกษตรกรรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA ให้เกียรติมอบโล่และเงินรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ “CHAMP OF THE YEAR” หลังจากผ่านการคัดเลือกเข้มข้นจากผู้ชนะประจำสัปดาห์ 20 คน ใน 4 หมวดนวัตกรรม มาร่วม Pitching สดบนเวทีใหญ่ เพื่อชิงชัยสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี

การแข่งขันในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก ได้แก่ ARDA Toyota CLP Engineering และ การยางแห่งประเทศไทย (RAOT) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันนวัตกรรมเกษตรไทยสู่ “เกษตรมูลค่าสูง (High Value Agriculture)” ที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และแนวทาง การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ (SDGs)

สำหรับผู้ชนะการแช่งขันและได้รับรางวัลจาก AGRITHON By ARDA Season 2 ได้แก่

  • รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (เงินรางวัล 100,000 บาท) “เส้นหวายรักษ์โลก” : คุณวรัญชลี สุวรรณพิมลกุล แนวคิดสุดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลก ร่วมกับสมาคมผู้พิการและวิสาหกิจชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่า และลดขยะอย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นสีเขียวในอนาคต
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เงินรางวัล 20,000 บาท) “ผงจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย : คุณจิรศักดิ์ นาคานารา นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ใช้พลังของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายของเสียจากภาคเกษตรและชุมชน ลดมลภาวะ คืนคุณภาพน้ำ และสามารถขยายใช้ได้ในฟาร์มทั่วประเทศ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 (เงินรางวัล 10,000 บาท) “กับดักราแมลงกำจัดแมลงวันผลไม้” : คุณเชษฐธิดา ศรีสุขสาม เทคโนโลยีด้าน Agritech ที่เปลี่ยนแนวทางการจัดการสวนผลไม้ของไทย ด้วยกับดักราแมลงนวัตกรรมใหม่ ปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

AGRITHON By ARDA นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ “คิด–สร้าง–เปลี่ยน” วงการเกษตรไทยอย่างแท้จริง โดยนำองค์ความรู้ทางวิจัยและเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เกิดเป็นธุรกิจนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรของไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายศิโรจน์ฯ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยมแก่ คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโสฯ

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยมแก่คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโสฯ

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2568 ที่ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration) แก่คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโส Times of Bahrain Thai

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รางวัล International ประกอบด้วย

  • องค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration)
    • Times of Bahrain Thai .
    • Arpan Weekly Newspaper Nepal.
  • บุคคลผู้ที่ให้ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยม (Excellent Collaborator)
    • Mr. Chiran Shakya
    • Mrs. Chollakorn Achermann
    • Pong’s Thai Restaurant
    • Aroy Dee Thai
  • สำหรับรางวัลสุดยอดนักข่าวประจำปี 2566-2567 มี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ อาจารย์สอนวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาชั้นนำ อาจารย์เกษียณจากคณะนิเทศศาสตร์ มหา วิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ผลดังนี้
  • ประเภท องค์กร
    • รางวัลสุดยอดข่าว สืบสวนสอบสวน อันดับ 1 สกู๊ป เปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติด SEE TRUE สังกัด ไทยรัฐ ทีวี
    • รางวัลชมเชย ข่าวปอบแล้วไปไหน พิพากษาโดยศาลเตี้ย ไล่ออกจากชุมชน ความขัดแย้งมรดกผลักคนให้เป็นปอบ สังกัด สำนักข่าว เดอะ อีสานเรคคอร์ด
  • สำหรับรางวัลส่งเสริมนวัตกรรมการใช้โดรนในการถ่ายภาพข่าว นักข่าวอุปกรณ์พิเศษ (Reporter Special Accessories) ตัวย่อ (RSA) ด้วยการให้รางวัลในสาขานี้เป็นหมวกนักบินโดรน เพื่อเป็นเอกลักษณ์ รางวัลกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นายอัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าว พิเศษ สำนักข่าวไทย ประจำพัทยา จังหวัดชลบุรี กองข่าว ภาคกลาง ทีมโดรน ช่อง 9 MCOT HD และทีมโดรน ไทยรัฐ ทีวี
  • ประเภท บุคคล รางวัลนักข่าวยอดเยี่ยม
    • นายณัฐดนัย นะราช สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเปิดคลิปมัดแก๊งลูกตำรวจ ฆ่าป้าบัวผัน
    • นางสาวเพ็ญสิริ เอกพัฒนกุล สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเน็ตไอดอลสาวชาวเมียนมา ถูกทิ้งศพหมกบ่อน้ำ
    • นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยาง
  • รางวัลนักข่าวจิตอาสา
    • นายกิตติโชค ช่างเพชรผล สังกัด มหานครข่าว จากการใช้เวลาว่างไปเป็นโค้ชสอนเยาวชนให้เล่นฟุตซอล เพื่อห่างไกลจากอบายมุข และบริจาคเลือดให้สภากาชาดเป็นประจำมากกว่า 60 ครั้ง
  • รางวัลนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2566-2567 ประกอบด้วย
    • รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 1. ข่าวทางม้าลายไทย ปลอดภัยจริงไหม ของคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 2.ข่าวปล่อยขบวนแห่พระ เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2566 ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
    • รางวัลชมเชย
      • ข่าวเรื่องนวดๆ ที่ทุกคนยังไม่มีใครรู้ ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
      • ข่าวชีวิตในความมืดกับความท้าทายในการหางานทำ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
      • ข่าวมิจฉาชีพหลอกลงทะเบียนรับคืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของ นางสาวพิชญาภา อินทร์แหยม สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
      • ข่าวอย่าหาทำฟื้นคืนชีพถ่านไฟฉาย ของ นายนันท์มนัส ฮดคำ สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
  • เพจข่าวป้ายแดง ยอดเยี่ยม ได้แก่ เพจเด็กเก่งวันนี้

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,อ่างทอง และสิงห์บุรี โดยมี คุณนภัค บุญณัขนิธินาถ รองประธานมูลนิธิบรรเทาภัย,นายชวเลิศ วิไล เลขานุการมูลนิธิบรรเทาภัย และ นายมนตรี ขวัญพราย กรรมการมูลนิธิบรรเทาภัย พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิบรรเทาภัย นำขบวนรถบรรทุกถุงบรรเทาภัยออกจากศูนย์ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

  • จุดแรก เวลา 09.30 น. ทีมลงพื้นที่บริเวณปากทางเข้าวัดสีกุก อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบถุงยังชีพจำนวน 70 ถุง ให้แก่ประชาชนกว่า 40 ครัวเรือน พระสงฆ์ 10 รูป และลงเรือเข้าไปมอบถุงบรรเทาภัยอีก 20 ถุงในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง
  • จุดที่สอง เวลา 12.30 น. ที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มอบถุงยังชีพอีก 70 ถุง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบโรงพยาบาล ผู้ป่วย รวมถึงมอบให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
  • จุดสุดท้าย เวลา 15.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทีมมูลนิธิได้มอบของช่วยเหลือรวม 70 ชุด ให้แก่ประชาชนที่ร่วมทำฝายกั้นน้ำท่วมและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ พร้อมส่งมอบให้ อบต. ชีน้ำร้าย เพื่อกระจายความช่วยเหลือต่อ

คุณนภัค บุญณัขนิธินาถ รองประธานมูลนิธิบรรเทาภัย กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า “สิ่งของที่เรานำมามอบวันนี้อาจไม่มาก แต่เราอยากให้เป็นกำลังใจแก่พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ ให้รู้ว่าคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนอยากช่วยแบ่งเบาความเดือดร้อน และจะยังคงร่วมมือกันต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” มูลนิธิบรรเทาภัย ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้

น้ำท่วม2568 #มูลนิธิบรรเทาภัย #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #อยุธยาอ่างทองสิงห์บุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ณ บริเวณมูลนิธิสว่างพรกุศล จ.ระยอง

เมื่อวันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จำนวน 6 ครอบครัว 9 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว จำนวน 3 ชุด รายบุคคล จำนวน 3 ชุด และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รวม 7 ราย รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 183,500 บาท

นอกจากนี้ มูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง ร่วมมอบเงินค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 10,000 บาท รวมการช่วยเหลือทั้ง 2 องค์กรคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 253,500 บาท (สองแสนห้าหมื่นสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมี นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง เป็นผู้ประสานและร่วมในพิธี ณ บริเวณมูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ”ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต””

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ทท. กำชับเข้ม ตร.ท่องเที่ยวอีสาน ดูแลนักท่องเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟ – บั้งไฟพญานาค”

ผบช.ทท.กำชับเข้ม ตร.ท่องเที่ยวอีสาน ดูแลนักท่องเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟ – บั้งไฟพญานาค”

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สั่งการให้ พล.ต.ต. โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร และ ตำรวจท่องเที่ยวภาคอีสาน เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลวันออกพรรษา โดยเฉพาะในงานไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และ งานบั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 7 ตุลาคม 2568

ตำรวจท่องเที่ยวนครพนม และ ตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย ได้จัดชุดสายตรวจ,สายตรวจจักรยาน และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ประจำจุดและเดินเท้าดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดงาน โดยนักท่องเที่ยวสามารถขอความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา หรือแอปพลิเคชัน “Thailand Tourist Police” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยใช้กล้องวงจรปิด AI ที่เชื่อมข้อมูลบุคคลตามหมายจับกับ บช.ก. มาช่วยคัดกรองบุคคลตามหมายจับและบุคคลเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุให้นักท่องเที่ยว โดยในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอิสาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจากกล้อง AI แล้ว จำนวน 256 ราย จากยอดจับกุมผู้ต้องหาจากกล้อง AI ทั่วประเทศ จำนวน 520 ราย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม สภ.รัตนาธิเบศร์ ดร.แก้ว พร้อมคณะ กต.ตร.ให้การต้อนรับพร้อมมอบของที่ระลึก

ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม สภ.รัตนาธิเบศร์ ดร.แก้ว พร้อมคณะ กต.ตร.ให้การต้อนรับพร้อมมอบของที่ระลึก

วันที่ 7 ต.ค.2568 เวลา 15.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินงานและมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ โดยมี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้วฯ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ประธานกิตติมศักดิ์กต.ตร.จว.นนทบุรี, ประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์, ผู้ก่อตั้งเพจ ดร.แก้วช่วยได้ พร้อมคณะ กต.ตร. เข้าร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกและประชุมหารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ร่วมกันนี้ยังมี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งตามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายล่าสุด เข้าร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักริน พันธุ์ทอง รอง ผบก.ภ. จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก. ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์, พ.ต.อ.มงคล พฤกษชาติ ผกก. (สอบสวน) กตค.บก.กค.ภ.1 รวมทั้งหัวหน้าสายงานทุกสายงานของ สภ.รัตนาธิเบศร์
ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมกล่าวให้ขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. : นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ,นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ การให้บริการนักท่องเที่ยว การเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และภารกิจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ รวมถึงตรวจเยี่ยมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติสำหรับผู้พิการ และรับฟังสรุปสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนมอบนโยบายสำคัญ 9 ด้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการอุทยานแห่งชาติให้ทัดเทียมระดับสากล ในฐานะที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าอนุรักษ์มรดกโลกทางธรรมชาติ “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”

รองนายกฯ สุชาติฯ กล่าวว่า การที่ได้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องในคณะรัฐมนตรี 4 สมัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมได้เน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ และมอบแนวทางการยกระดับอุทยานแห่งชาติสู่มาตรฐานสากล 9 ด้าน ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” ตั้งแต่การเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามด้วยเทคโนโลยี การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และคาร์บอนต่ำ การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติทั้ง 7 แห่ง เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล การพัฒนา “อารยสถาปัตย์” หรือการออกแบบที่เป็นมิตรกับทุกคน (Universal Design) ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้พิการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องน้ำ ทางลาดชัน และที่จอดรถ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสัมผัสกับความงามของธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียม เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไปสู่การรับรองเป็นมรดกอาเซียนและมรดกโลกเพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวตามหลัก ISO 13009 และ Green Destination

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี Smart Patrol มาใช้ในการลาดตระเวนป้องกันปราบปราม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาพื้นที่ป่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมาและนครนายก โดยได้ให้จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 โดยเน้นย้ำให้มีการบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งยังได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แนวชายแดน และให้ปรับปรุงหน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาให้สามารถใช้เป็นบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมชลประทาน จัดประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ‘สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน’

กรมชลประทาน จัดประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ‘สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน’

กรมชลประทาน เดินหน้าส่งเสริมการรับรู้เรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านโครง การประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์งานชลประทาน ภายใต้หัวข้อ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน” (Water for Life, Flow for Future) โดยเปิดเวทีให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และช่างภาพทั่วประเทศได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ความงดงาม และคุณค่าของน้ำ ผ่านมุมมองเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะในรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสังคม และนำไปสู่การร่วมกันดูแล “สายน้ำ” ของไทยอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • การประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water) และ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom)
  • การประกวดวิดีโอคอนเทนต์ ในหัวข้อ “นวัตกรรมน้ำขับเคลื่อนอนาคต” (Smart Water Move)

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้ชนะการประกวดในประเภทต่างๆจะได้รับเงินรางวัล โล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร พร้อมโอกาสเผยแพร่ผลงานผ่านนิทรรศการและสื่อประชาสัมพันธ์ของกรมชลประทาน ทั้งนี้ ทุกผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคลังสื่อคุณภาพ เพื่อนำไปใช้เผยแพร่ภารกิจของกรมชลประทาน

นิทรรศการและพิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ติดตามรายละเอียดการส่งผลงานและกำหนดการได้ทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของกรมชลประทาน

กรมชลประทาน #ประกวดภาพถ่าย #วิดีโอคอนเทนต์ #สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต #สร้างไทยยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน