ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด. “HDUT”) จัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” เพื่อกระชับความสัมพันธ์และวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ณ จ.ชลบุรี

ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.:”HDUT”) จัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” เพื่อกระชับความสัมพันธ์และวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ณ จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา ณ บ้านพักรับรองสามมุข สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เขาสามมุข บางแสน จังหวัดชลบุรี ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.:”HDUT”) นำโดย นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย ที่ปรึกษาชมรมฯ , คณะกรรมการบริหารและสมาชิก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” ขึ้นอย่างอบอุ่น

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านความเข้าใจและความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่สมาชิกและคณะกรรมการบริหารชมรมฯ อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นเวทีสำหรับการระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาองค์กรด้านต่างๆ ให้ก้าวทันต่อยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมกันหาแนวทางประยุกต์ในการทำงานและวางแผนสำหรับการจัดประชุมสามัญประจำปี 2569 ในอนาคตอีกด้วย กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่ 27 มิถุนายน โดย นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วยที่ปรึกษาชมรมฯ , คณะกรรมการและสมาชิก ได้ออกเดินทางเพื่อร่วมทัศนศึกษาและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ อ่างศิลา เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเข้าสู่ที่พัก ณ บ้านพักรับรองสามมุข สำนักเลขาธิ การนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย สำหรับพิธีเปิดการประชุมสัญจร นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ ได้เป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งมีการหารือในวาระสำคัญ 3 วาระ ได้แก่ การแจ้งเพื่อทราบจากประธานชมรมฯ การอภิปรายและสรุปผลงานจากคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ และการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เสนอแนะเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประ โยชน์ ก่อนจะปิดการประชุม ทางชมรมได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อ จัดวันเกิดย้อนหลังให้แก่ท่านประธานชมรมฯ นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ด้วยเค้กวันเกิดที่ตกแต่งอย่างสวยงาม บรรยา กาศเป็นไปด้วยความสุข เสียงหัวใจและความรักจากสมาชิกทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งให้แก่ท่านประธานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

สำหรับเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันสรุปผลการดำเนินงานและประเมินผลการจัดกิจกรรมตลอดสองวัน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพในช่วงเย็น พร้อมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเชื่อมความสามัคคีให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก กิจกรรมในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส

#สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี #ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส #ชพด.:”HDUT” #ประชุมสัญจร #กระชับความสัมพันธ์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รพ.พญาไท 3 คว้า 2 รางวัล Thailand Lean Model Award 2026 เพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้าน Lean Organization

โรงพยาบาลพญาไท 3 คว้า 2 รางวัล Thailand Lean Model Award 2026 เพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้าน Lean Organization

โรงพยาบาลพญาไท 3 นำโดย นายแพทย์สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วย นายแพทย์อภิชัย โตวณะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล และคณะผู้บริหาร เข้ารับมอบประกาศนียบัตร Thailand Lean Model Awards จำนวน 2 โครงการ ในงาน Thailand Lean Award ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (สสท.) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่สะท้อนถึงศักยภาพและความร่วมมือของบุคลากรทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน


สมาคมชาวอีสาน แถลงข่าวใหญ่ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโครงการศตวรรษแห่งความไว้วางใจฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณกุศล

สมาคมชาวอีสาน แถลงข่าวใหญ่ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโครงการศตวรรษแห่งความไว้วางใจฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณกุศล

สมาคมชาวอีสาน จัดงานแถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. ณ ห้องอาหารริมกรีน คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟกองทัพบก ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.อ.ต.ณัฐอรรจน์ ถวิลหวัง นายกสมาคมชาวอีสาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ที่ปรึกษา และสมาชิกสมาคม ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการภายใต้แนวคิด “ศตวรรษแห่งความไว้วางใจ ก้าวไปด้วยกันกับสมาคมชาวอีสาน ครบรอบ 100 ปี” เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานในโครงการ “ศตวรรษแห่งตำนาน สมาคมชาวอีสาน โฮมแฮง สร้างบ้านแปงเมือง” เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องชาวอีสานรวมถึงประชาชนทั่วไป

การแถลงข่าวในครั้งนี้เป็นการประกาศความพร้อมในการจัดกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเริ่มต้นประเดิมด้วยกิจกรรมไฮไลต์แรก คือการแข่งขันฟุตบอล 11 คน “ประเพณีอีสานคัพ” ครั้งที่ 3 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจากบุคคลสำคัญ โดยมี พ.ต.อ.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ เป็นประธานจัดการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออันดีจากทีมฟุต บอลชาวอีสานพลัดถิ่นส่งทีมเข้าร่วมฟาดแข้งจำนวน 16 ทีม โดยจะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามฟุตบอล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง กรุงเทพมหานคร

นอกจากกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว สมาคมชาวอีสานยังเตรียมจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างความสุขและจัดหารายได้เพื่อการกุศลอีกมากมาย โดยกิจกรรมถัดมาคือ การจัดคอน เสิร์ตการกุศล “อีสานหมอลำ Festival” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ ตลาด yes บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงการจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกและฟรีคอนเสิร์ตจากนักร้องชื่อดัง ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นการกระจายความสุขไปยังพื้นที่ภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการฉลองครบรอบ 100 ปี ของสมาคมชาวอีสาน ยังครอบคลุมไปถึงกิจกรรมวัฒนธรรมผสมผสานนวัตกรรม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่จะทยอยจัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน และภูมิภาคอื่นๆ ตามความพร้อม ประกอบด้วย การแสดงสินค้า OTOP และ Soft Power ของอีสานและทุกภูมิภาค, นิทรรศ การศาสตร์พระราชาพัฒนาเกษตรอีสานอย่างยั่งยืน, นิทรรศการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวอีสาน, การเชิดชูเกียรติเกจิอาจารย์ ปราชญ์อีสาน และองค์กรอีสานดีเด่น, การแสดงและประกวดดนตรีไทอีสานพื้นบ้าน, การแสดงและแข่งขันมวยไทย, การประกวดขวัญใจศิลปินหนุ่มสาวอีสาน, การประกวดพระเครื่องกรุงสยาม, การจัดสร้างวัตถุมงคล 100 ปีแห่งตำนานสมาคมชาวอีสาน (หลวงพ่อทวด รุ่นมหาราช และพระไพรีพินาศ รุ่นชนะภัยทั่วทิศ) ตลอดจนการทำบุญใหญ่ประเทศเพื่อความเป็นสิริมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ โดยจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร บริจาคทาน ถวายผ้าป่า และนิมนต์พระสงฆ์ทั้งไทยและนานาชาติร่วมพิธีกรรมจำนวน 10,000 รูป

การขับเคลื่อนโครงการครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นจากการผสานพลัง “โฮมแฮง” ครั้งสำคัญระหว่างสมาคมชาวอีสานกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงวัฒนธรรม,กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงกลาโหม,บริษัท เลอไทยโปรดักชั่น จำกัด และบริษัทยาเดีย ประเทศไทย จำกัด เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรม พัฒนาสังคม และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวอีสานทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ทางสมาคมชาวอีสานจึงขอเชิญชวนทุกท่านติดตามและส่งกำลังใจ ในโครงการ ศตวรรษแห่งตำนาน สมาคมชาวอีสาน โฮมแฮง สร้างบ้านแปงเมือง และร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี 2569 นี้

#สมาคมชาวอีสาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่าย 25 จังหวัด จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน”

ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่าย 25 จังหวัด จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน”

ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวัฒน ธรรม และองค์กรเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” ณ ห้องประชุมสร้อยเพชร 1-3 โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง จังหวัดระยอง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานในพิธีรับมอบข้อเสนอการขับเคลื่อนคุณธรรมของภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลางและมอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทย โดยใช้ “กระบวนการสมัชชาคุณธรรม” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอผลสำเร็จ ทบทวนกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนา ยกระดับการขับเคลื่อนงาน และสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนคุณธรรมของแต่ละจังหวัด รวมถึงได้มารับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของหน่วยงาน ชุมชน องค์กรทุกภาคส่วนในจังหวัดต่างๆ ในระดับภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้ เป็นภาคกลาง 25 จังหวัด และจะมีการจัดงานในลักษณะเดียวกันใน 4 ภูมิภาค

ซึ่งการจัดงานในปีนี้การขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และขยายผลการขับเคลื่อนประเด็นคุณธรรมตามตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ.2566–2570 สู่การปฏิบัติ ซึ่งสอดรับกับประเด็นสำคัญของมติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จำนวน เรื่องสำคัญ ได้แก่

  1. การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณธรรมอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมของสังคมไทย และสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกลไกกลางหรือศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมระดับจังหวัด
  2. การเสริมสร้างทุนชีวิตแก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมยกระดับศักยภาพเครือข่ายพี่เลี้ยงครอบครัวชุมชน เสริมสร้างระบบนิเวศคุณธรรม ให้เป็นพลังหลักในการพัฒนาทุนชีวิตเด็กและเยาวชน
  3. การพัฒนาระบบเครดิตความดี Moral Credit ตามบริบทองค์กรและพื้นที่ และสนับ สนุนการทำความดีในทุกรูปแบบด้วยกระบวนการสมัชชาคุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือของเครือข่ายในระดับจังหวัดและภูมิภาค ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ที่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในทุกจังหวัด ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนา“คน” ให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ เพื่อรวบรวมข้อเสนอส่งมอบให้กับคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติต่อไป

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวว่า การจัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ เป็นภารกิจสำคัญอีกด้านหนึ่งของศูนย์คุณธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนดี องค์กรดี ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กัน เป็นเวที “ชม แชร์ เชียร์” ในระดับจังหวัดที่ศูนย์คุณธรรมร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกว่า 25 จังหวัดขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ สู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค สร้างบรรยากาศ ให้เกิดแรงจูงใจในการทำความดี เกิดการขยายผลประกาศเจตนารมณ์และมติสมัชชาคุณธรรมระดับต่างๆ สู่การปฏิบัติผ่านกลไกเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย เพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมที่สอดคล้องกับผลการสำรวจประเด็นสถานการณ์คุณธรรมของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้คนไทยมี “พฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม” 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู เพิ่มขึ้น

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย งานวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ด้านการส่งเสริมคุณธรรม การประกาศเจตนารมณ์ และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, การบรรยายพิเศษ “ ทิศทางการขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทย” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม 25 จว. ภาคกลาง ฐานกิจกรรมเรียนรู้ : ประเด็นสำคัญการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรม อาทิ ประเด็น ผลสำเร็จการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจังหวัด MNC,การขับเคลื่อนครอบครัวพลังบวก ระบบพี่เลี้ยงชุมชน และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กและเยาวชน,การขับเคลื่อนระบบเครดิตความดี Moral Credit ในองค์กรภาคธุรกิจเอกชน และระบบเครดิตความดีสู่การสร้างคน สร้างอาชีพ ในองค์กรภาคประชาสังคม ชุมชน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของ เยาวชน นิทรรศการองค์ความรู้ ผลสำเร็จการส่งเสริมคุณธรรมของภาคีเครือข่ายทางสังคมจาก 25 จังหวัดภาคกลาง และนิทรรศการขององค์กรเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดระยอง ในรูปแบบ “ตลาดนัดคุณธรรม ชม แชร์ เชียร์” จำนวนกว่า 40 บูธ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานประมาณวันละ 500 คน

ผู้สนใจ สามารถข้าร่วมงาน หรือติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook LIVE : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) / Moral Center Thailand ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเปิดบ้านทหารใหม่แสดงความยินดีในโอกาสผ่านการฝึก

จังหวัดลพบุรี – หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกิจกรรม Open House เปิดบ้านทหารใหม่ ให้ครอบครัวทหารใหม่ ร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ในโอกาสผ่านการฝึก ตามนโยบายของกองทัพบก

ที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พล.ต. เดชา ศรีมงคล รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธาน ในกิจกรรม Open House “เปิดบ้านทหารใหม่” แบบรวมการ ให้กับ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันทหารสื่อสารที่ 35 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองพันนักเรียน โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ และกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ เพื่อให้ครอบครัวทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 เข้าเยี่ยมชมหน่วย ในวันเสร็จสิ้นการฝึก และร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ ในโอกาส ผ่านการฝึกตามระเบียบหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ จำนวน 6 สัปดาห์ และการ ฝึกหลักสูตรความชำนาญเฉพาะหน้าที่ทหารใหม่ จำนวน 3 สัปดาห์

โดยมีผู้ปกครอง ญาติทหารใหม่ ซึ่งเดินทางมาจากภูมิลำเนาต่างๆ กว่า 500 คน ร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งร่วมรับชมการแสดงขีดความสามารถของน้อง ๆ ทหารหารใหม่ หลังผ่านการฝึก ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นมาของทหารของชาติ การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า การฝึกบุคคลท่าประกอบอาวุธ การแสดงศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย และการแสดงรีวิวประกอบดนตรีเกี่ยวกับรั่วของชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจากญาติทหารใหม่เป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลานตนเอง เมื่อเข้ามารับราชการทหาร

โอกาสเดียวกัน นี้ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ยังได้เดินพบปะทักทายกับญาติทหารใหม่ พร้อมให้คำมั่นว่า กองทัพบกพร้อมดูแลบุตรหลายทุกคนเป็นอย่างดี เพราะทหารใหม่เป็นเสมือนน้องคนเล็กของกองทัพบก และ เราคือครอบครัวเดียวกัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ผลัดที่ 1/2569 ย้ำความห่วงใยจากกองทัพ สู่ครอบครัวกำลังพล

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ผลัดที่ 1/2569 ย้ำความห่วงใยจากกองทัพ สู่ครอบครัวกำลังพล

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การจัดกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ของหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2569 ณ กองพันทหารช่างที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี

ทั้งนี้ กิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญที่ทางกอง ทัพตั้งใจจัดขึ้น เพื่อเปิดค่ายทหารต้อนรับครอบครัวและญาติของทหารใหม่ ให้ได้เข้ามาสัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเปิดโอกาสให้ญาติได้เยี่ยมชมสถานที่จริง ทั้งสถานที่ฝึก โรงนอน และโรงประกอบเลี้ยง ตลอดจนรับทราบถึงระบบสวัสดิ การและการดูแลทางการแพทย์

การจัดกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับทหารใหม่แล้ว ยังเป็นการคลายความวิตกกังวลของครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นใจว่า กองทัพพร้อมดูแลทหารใหม่ทุกนายในฐานะ “น้องคนเล็กของกองทัพบก” อย่างดีที่สุด ทั้งในด้านการฝึกระเบียบวินัย การดูแลคุณภาพชีวิต และการพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #เปิดบ้านทหารใหม่ #OpenHouseทหารใหม่ #น้องคนเล็กของกองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

เชียงใหม่ เดินหน้าเข้ม ป้องกัน-ปราบปรามยาเสพติด พร้อมเร่งขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด

เชียงใหม่ เดินหน้าเข้ม ป้องกัน-ปราบปรามยาเสพติด พร้อมเร่งขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด

วันนี้ (2 ก.ค. 69) ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้อง กันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6/2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูพลังใจ อ้อมกอดแห่งสายใยชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการนำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ให้เข้าถึงบริการบำบัดฟื้นฟูสภาพทางสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้การพัฒนาทักษะชีวิต ฝึกอาชีพ ฝึกการดูแลตนเอง ให้สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน โดยไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม และรายงานผลการจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569

สำหรับสถานการณ์แนวโน้มยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน มีสถิติการจับกุมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน 2569 พบการจับกุม จำนวน 11 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 20,490,460 เม็ด ไอซ์ 251 กิโลกรัม ฝิ่นดิบ 41.2 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มขบวนการขนยาเสพติด เปลี่ยนรูปแบบการลําเลียงจากกลุ่มใหญ่เป็นแบบกองทัพมด (จำนวน 3 – 5 คน) เพื่อลดการถูกจับกุม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการกระจายกำลังมากขึ้น

ด้านผลการจับกุมคดียาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 – 29 มิถุนายน 2569 พบว่า มีการจับกุมทุกข้อหา จำนวน 708 คดี จับกุมข้อหาร้ายแรง จำนวน 685 คดี และมีผลการตรวจยึดของกลางในคดียาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 11,880,721 เม็ด ไอซ์ จำนวน 1,961.23 กรัม จำนวน เฮโรอีน 2,377.21 กรัม ฝิ่น จำนวน 34.37 กรัม และเคตามีน จำนวน 52 กรัม โดยยาเสพติดที่กำลังเป็นที่จับตา ได้แก่ ยาบ้าตราประทับตัวอักษร R / W และหมายเลข 21

ในปีงบประมาณ 2569 จังหวัดเชียงใหม่มีผู้เข้ารับการบำบัด จำนวน 5,330 ราย และมีสถิติคดีที่อยู่ระหว่างการคุมประพฤติคดียาเสพติด จำนวน 3,332 คดี นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ในการป้องกันกลุ่มเสี่ยงให้ห่างไกลยาเสพติดด้วย

ที่ประชุมยังได้หารือเพื่อพิจารณาการดำเนินการ Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ปฏิบัติการ 90 วัน สร้างภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยยาเสพติด (มิติการป้องกันยาเสพติด) ปฏิบัติการ 90 วัน ผนึกกำลัง พิฆาตภัยยาเสพติด (มิติการปราบปรามยาเสพติด) และปฏิบัติการ 90 วัน รวมพลังรักศรัทธา 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด (มิติแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด)

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้บูรณาการความร่วมมือและดำเนินงานอย่างเข้มงวดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายเดียวกัน

มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา ในเรื่องการส่งคำคู่ความและเอกสารในคดีความ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 เวลา 11.30 น. มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา ในเรื่องการส่งคำคู่ความและเอกสารในคดีความ ณ ห้องประชุม 1 บก.มทบ.34 โดยมี พล.ต.วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผบ.มทบ.34 ลงนามร่วมกับ นายเกรียงศักดิ์ ปานศิลา ผู้พิพากษา หน.ศาล จว.พ.ย. และ น.ส.จุฑาวรรณ สุทธิรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย รอง ผบ.มทบ.34, เสธ.มทบ.34, รอง เสธ.มทบ.34, หก.ฝอ.มทบ.34 ตลอดจนกำลังพล มทบ.34 และ จนท.ศาล ให้เกียรติร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกำลังพลและครอบครัวในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายในการแจ้งให้อีกฝ่ายทราบถึงคดีความ

มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา

#มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก

บุญ พุทธธรรม จริยธรรม นำชีวิต

กองทัพภาคที่ 3 นำกำลังพล ทำบุญตักบาตรสวดมนต์แผ่เมตตาประจำสัปดาห์ น้อมนำ จิต สู่ สมาธิ เพื่อชีวิตที่แจ่มใส ทำบุญใส่บาตรเป็นหนึ่งในรูปแบบ บุญสำเร็จด้วยการให้ทาน ซึ่งจัดอยู่ใน บุญกิริยาวัตถุ ๓ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

การถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ในยามเช้า ในทุกวันพุธของสัปดาห์ ของ กำลังพล กองบัญ ชาการกองทัพภาคที่ 3 ด้วยจิตอันเลื่อมใส ช่วยหล่อเลี้ยงพระศาสนา และยังเป็นการฝึกตนให้เป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง รู้จักเสียสละ ผู้ให้ทานด้วยศรัทธา ย่อมเป็นผู้มีความสุข มีความเจริญ การใส่บาตรเป็นกิจวัตร ยังเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา และสร้างเสริมคุณธรรมพื้นฐาน อันเป็นรากฐานแห่งสังคมที่สงบร่มเย็น ให้ทานด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมนำสุขมาสู่ชีวิตตลอดไป

โดย พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /หัวหน้าแผนกผลิตสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยกำลังพลกองบัญชา การกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ และกิจกรรมสวดมนต์ เจริญสติภาวนา แผ่เมตตา ณ อาคารศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ขณะที่ในทุกวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 จัดให้มีกิจกรรมการสวดมนต์ เจริญสติ และแผ่เมตตา ณ อาคารศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นการนอบน้อมต่อพระรัตนตรัย ที่ต้องปฏิบัติให้ถึงพร้อม ทั้งทางกาย วาจา และใจ เป็นการบริหารจิต และเจริญปัญญา ผู้ที่ปฏิบัติเป็นประจำจะเกิดสติสัมปชัญญะ มีจิตเป็นสมาธิ ประณีต และมีคุณธรรม ทำให้ความเห็นถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนา ทำให้จิตใจเป็นสุขและมั่นคงทุกขณะจิต มีสมาธิตั้งมั่นส่งผลดีต่อการทำงานด้วย


นที มีเดช รายงาน

30 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน “เฮ” ได้รับเงินช่วยน้ำท่วมรอบ 3 (รอบสุดท้าย) จำนวน 5,471 ราย 52,288,520 บาท

น่าน – ผู้ประสบอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองน่าน “30 ชุมชน เฮ” ทยอยรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุวิภา ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา รอบที่ 3 (รอบสุดท้าย) ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 จำนวน 5,471 ราย 52,288,520 บาท

1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่อาคารพญานาค สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน วันที่ 2 นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นำคณะผู้บริหาร นายเสนอ เวชสัมพันธ์ /ว่าที่ พ.ต.ณัฐ เธียรสูตร รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน นางพัชรากร คันธเนตร หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุวิภา ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ปี พ.ศ.2562 ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการมอบเงินเยียวยาผู้ประสบภัยในรอบที่ 3 ด้านที่อยู่อาศัยประจำ และเครื่องมือประกอบอาชีพที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัย ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ 466 ราย จำนวนเงินที่ช่วยเหลือ 5,763,819 บาท

โดย ในช่วงเวลา 09.00 น.- 09.40 น. นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาลเมืองน่าน หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ลงพื้นที่ไปมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุวิภา ที่ 1.ชุมชนบ้านดอนแก้ว 286 ราย 2,821,681 บาท 2.ชุมชนบ้านอรัญญาวาส 215 ราย 2,821,681 บาท 3. ชุมชนบ้านสวนตาล 349 ราย 3,222,575 บาท และ เวลา 10.00 น. ที่อาคารพญานาค สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ที่ 4. ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ 466 ราย จำนวนเงินที่ช่วยเหลือ 5,763,819 บาท รวม 4 ชุมชน 1,316ราย จำนวนเงิน 14,056,701 บาท

กำหนดการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองน่าน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อวานที่ผ่านมา 10 ชุมชน 1,248 ราย จำนวนเงินช่วยเหลือ 10,728,615 บาท
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 7 ชุมชน 1,154 ราย จำนวนเงินช่วยเหลือ 10,033,409 บาท
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 วันสุดท้าย 9 ชุมชน 1,663 ราย จำนวนเงินช่วยเหลือ 17,469,795 บาท รวมเป็นจำนวนเงินช่วยเหลือ 52,288,520 บาท

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมือง เน้นย้ำ เจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนในการปฏิบัติงานจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และแนวทางที่กำหนดด้วยความถูกต้อง โปร่งใส รวดเร็ว และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถ

ถ้าผู้ใดสงสัย ยังไม่ต้องรับเงินในวันนี้ ไปติดต่อสอบถามหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดเทศบาลเมืองน่าน ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หลังจากวันที่ 14 -15 กรกฎาคม 2569 ท่านก็ไปติดตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพราะสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน จะนำเงินส่งคืน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกว่า 76 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจาก “พายุวิภา” ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จังหวัดน่าน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และอำเภอภูเพียง รวม 13 ตำบล รวมจำนวน 8,257 ครัวเรือน โดยการช่วยเหลือในงวดนี้เป็นการเยียวยาค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเครื่องมือประกอบอาชีพ ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือในรอบสุดท้าย

ก่อนหน้านี้ จังหวัดน่านได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านเครื่องนุ่งห่มและความเสียหายเบื้องต้นจากงบประมาณของจังหวัดแล้ว แต่เนื่องจากความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยมีมูลค่าเกินกว่าวงเงินที่จังหวัดสามารถดำเนินการได้ จึงได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่ม และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้

การจ่ายเงินเยียวยาจะดำเนินการระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 เป็นระยะเวลา 10 วัน โดยประชาชนที่มีรายชื่อได้รับสิทธิสามารถติดต่อรับเงินได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลในพื้นที่ พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประชาชนมาแสดง หากไม่สามารถมารับเงินด้วยตนเอง สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้ญาติหรือผู้ใหญ่บ้านมารับแทนได้

สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายและได้ยื่นคำร้องพร้อมกับเอกสารประกอบแล้ว แต่พบว่ารายชื่อตกหล่น สามารถยื่นคำร้องผ่านผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน พร้อมแนบหลักฐานความเสียหาย ส่งให้ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ โดยใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป


จ.ส.อ.สันตืไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN