สุโขทัย-เปิดป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย สวนป่าห้วยทรวง

นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนายกองโทพยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารกรมป่าไม้ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู-นักเรียน และประชาชนเกือบ 500 คน ร่วมกันเปิดโครงการป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” สวนป่าห้วยทรวง จ.สุโขทัย ที่บริเวณหมู่ 4 บ้านดอนระเบียง ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย พร้อมร่วมทำกิจกรรมปลูกป่า บวชป่าไม้ให้ป่าถูกทำลาย

ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ตามความเหมาะสม โดยรัฐร่วมมือกับท้องถิ่นและชุมชนดำเนินการในลักษณะของพื้นที่สาธารณะ และให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ เช่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ เป็นต้น

สวนป่าห้วยทรวง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.แม่สำ ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัย 12 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดสุโขทัย 70 กิโลเมตร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยการปลูกสร้างสวนป่า 2,300 ไร่ และปลูกป่าเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2549 รวม 16 แปลงปลูกป่า รวมพื้นที่ปลูกป่าทั้งสิ้น 12,376.31 ไร่ ไม้ที่ปลูกเป็นไม้สัก ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าไม้สักที่มีความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้มีขนาดใหญ่

จึงเหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ จัดกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวและชุมชน ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และยังเป็นแหล่งเก็บหาของป่าสร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่นอีกด้วย ทำให้กรมป่าไม้เล็งเห็นว่าสวนป่าห้วยทรวงมีศักยภาพในการเปิดตัวเป็นป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” นับเป็นป่าในเมืองแห่งแรก และแห่งเดียวในสุโขทัย จากจำนวน 31 แห่ง ที่ดำเนินการโดยกรมป่าไม้

ภาพ ผญ ธนกฤต ท้าวบุญยืน
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ลพบุรี โจรหนาวแน่ตำรวจลพบุรีฟิตจัดแข่งขันวิ่งจับโจรปีที่2

ลพบุรี โจรหนาวแน่ตำรวจลพบุรีฟิตจัดแข่งขันวิ่งจับโจรปีที่2

ที่สนามกีฬาพระราเมศวร ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำโดยพล.ต.ต.สุนทร โตรอด ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ แม่บ้าน ประชาชน ได้ร่วมกันในการปิดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคี เสริมสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะข้าราชการตำรวจและครอบครัว และเพื่อส่งเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างประชาชน กับตำรวจ (กต.ตร.) ในสังกัดจังหวัดลพบุรีจำนวน 21 โรงพัก โดยได้มีจัดการแข่งขันกีฬาและกรีฑาชิงถ้วยรางวัล และเงินรางวัลมากมาย มีข้าราชการตำรวจ ครอบครัวเข้าร่วมการแข่งขัน และร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วยความสุขสนุกสนานกว่า 500 คน

โดยในระหว่างพักครึ่งของการแข่งขันฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศ ระหว่าง สภ.เมืองลพบุรี กับ สภ.ชัยบาดาล ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งชุดเต็มยศที่มีทั้งตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร ตำรวจชั้นพนักงานสอบสวน ประมาณ 40 นาย ที่มีทั้งอาวุธปืนกระบอง กุญแจมือ วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ เข้ามาในสนาม เพื่อทำการแข่งขันจับโจรกระชากสร้อย กระชากกระเป๋า หนีคดีความ ชิงทรัพย์ และกระทำความผิดซึ่งหน้าในคดีต่างๆ

สำหรับการแข่งขันในปีนี้เป็นปีที่ 2 มีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ประเภทที่ 1 วิ่ง 100 เมตรตำรวจสายตรวจ จับโจรกระชากสร้อย ประเภทที่ 2 วิ่ง 100 เมตร จับโจรกระชากกระเป๋า วิ่ง 100 เมตร พนักงานสอบสวน จับโจรหนีคดี และวิ่ง 4 คูณ 100 เมตร จับโจรชิงทรัพย์ โดยกติกามีอยู่ว่า ตำรวจทุกนายต้องแต่งชุดเต็มยศเหมือนขณะปฎิบัติหน้าที่จริง ทุกนายต้องพกอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ ของทุกอย่างห้ามตกหล่น เมื่อเริ่มการแข่งขันกองเชียร์ทั้ง 21 โรงพัก ต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างกึกก้องทั้งสนาม ทุกคนต่างสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มมีความสุข ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศได้รับเงินรางวัลจาก ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ก่อนที่จะมีพิธีปิดอย่างเป็นทางการ

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

จังหวัดจันทบุรี รับมอบป้ายเกียรติยศ เมืองกีฬายอดเยี่ยมประจำปี 2562

ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นประธานในพิธีมอบป้ายเกียรติยศ และเกียรติบัตรเมืองกีฬา (Sports City) โดยมีนายปัญญา หาญลำยวง รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา, นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และนายวิษณุ ไล่ชะพิษ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายส่งเสริมกีฬา ร่วมในพิธีเกียรติยศ และเกียรติบัตรเมืองกีฬา ให้กับ จังหวัดต่างๆที่ได้รับการพิจารณาเป็นเมืองกีฬา ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดระลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดตรัง จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และจังหวัดจันทบุรี

โดยในส่วนจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, ดร.กาหลง เย็นจิตร ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 1, นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี, นายสมชาย สินวัต อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้รับมอบป้ายเชิดชูเกียรติ ทั้งนี้ตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยว ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกเมืองกีฬา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาแบบครบวงจร ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการจัดตั้งเมืองกีฬา ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการกีฬาของภูมิภาค ตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ( พ.ศ. 2560 – 2564) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ซึ่งจังหวัดจันทบุรี ก็ได้เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว โดยมอบหมายให้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการจัดทำข้อมูลการเสนอตัวเป็นเมืองกีฬา และมอบหมายให้ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศ ไทยจังหวัดจันทบุรี ประสานงานร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเสนอตัวเป็นเมืองกีฬา และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 จังหวัดจันทบุรี โดยการนำของ นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, ดร.กาหลง เย็นจิตร, นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี, อุกฤษฏ์ จรูญชัย อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี, ปราณี จั่นนพรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค1 พร้อมคณะ ได้เข้านำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการพิจารณา

ซึ่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการได้เสร็จสิ้นลง ปรากฏว่า จังหวัดจันทบุรี ได้รับการพิจารณา เป็นเมืองกีฬา ในกลุ่มที่ 1 ด้านกีฬาเชิงสุขภาพ ออกกำลังกาย และได้เข้ารับเกียรติบัตรเมืองกีฬาในวันนี้ ซึ่งจากการที่จังหวัดจันทบุรี ได้รับการพิจารณาเป็นเมืองกีฬาแล้ว ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดจันทบุรีได้เป็นอย่างดี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เป็นเพราะระบบรถหรือคน !! แม่ค้า ตลาดนัด รีบตั้งร้าน ทิ้งลูกน้อยหลับในรถ แต่รถเกิดล็อคเอง แจ้งอัศวินบูรพาเร่งช่วย

แม่ค้าตลาดนัด มีใจเกือบสลาย เมื่อขับรถกระบะคู่ใจมารีบตั้งร้าน โดยทิ้งลูกน้อยวัย 7 เดือนหลับในรถติดเครื่องเปิดแอร์ แต่ระบบรถเกิดล็อคประตูเองโดยอัตโนมัติ หลังตั้งร้าน ขนของเสร็จกลับมาจะเอาลูกออก แต่เปิดประตูไม่ได้ พบว่ารถล็อค ตกใจสุดขีด ตะโกนร้องให้คนช่วยด้วยความเป็นห่วงลูกน้อย เดชะบุญอาสาอัศวินบูรพาดูแลการจราจรอยู่บริเวณตลาด ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ รีบนำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือเปิดประตู โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที จึงเปิดประตูนำเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนผู้เป็นแม่ ดีใจจนร้องไห้น้ำตาไหล


เมื่อเวลาประมาณ 14.45 น.ของวันนี้ (26 ก.ย.62)ที่ตลาดนัดหัวสนามบิน ม.1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อาสาแจ้งข่าวประสานเหตุอัศวินบูรพา ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ จากนางน้อย(นามสสมมุติ) แม่ค้าที่ตลาดนัดดังกล่าว ว่า ลูกของตนวัย 7 เดือนติดอยู่ในรถ และประตูรถเกิดล็อคเอง จึงทำให้เปิดประตูรถไม่ได้ และลูกของตนยังหลับอยู่ภายในรถ ให้ช่วยที เพราะกลัวลูกน้อย จะเป็นอันตราย ดังนั้นทางอาสาอัศวินบูรพา จึงเร่งนำอุปกรณ์มาทำการเปิดประตูรถ โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีจึงสามารถเปิดประตูรถ นำเด็กน้อยออกมาสู่อ้อมอกแม่อย่างปลอดภัย


สำหรับสาเหตุในครั้งนี้จากการสอบถามแม่ ของเด็ก รับทราบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ได้ขับรถกระบะมาตลาด เพื่อรีบตั้งร้าน พร้อมลูกน้อยวัย 7 เดือน เมื่อมาถึงตลาดจึงรีบตั้งร้านและขนของลง โดยให้ลูกน้อย นอนหลับอยู่ในรถซึ่งได้ติดเครื่อง ยนต์เปิดแอร์ไว้ เมื่อเสร็จจึงรีบกลับมาเพื่อรับลูกและนำรถไปจอด แต่กลับเปิดประตูไม่ได้ ซึ่งพบว่า ประตูรถเกิดล็อคเองทั้งสองด้าน จึงตกใจมากเพราะลูกอยู่ในรถ พร้อมกับร้องให้คนช่วย โชดดีที่มีอาสาอัสวินบูรพา ดูแลการจราจรที่ตลาด ได้ยินและเข้ามาช่วยเหลือ จนนำลูก ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เทศบาลตำบลท้ายดงจัดตลาดนัดในฝัน(Dream Market )ของนักเรียนผู้สูงอายุ

ณ โรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีกิจกรรมตลาดนัดในฝันของนักเรียนผู้สูงอายุ ขึ้น ซึ่งกิจกรรมตลาดนัดในฝัน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการถอดบทเรียนจากวิชาเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลท้ายดง มาสู่การปฏิบัติจริง

ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ได้บรรจุในการเรียนการสอนของทางโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลท้ายดง โดยเป็นการพัฒนาศักยภาพในด้านอาชีพของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ นำสินค้ามาเปิดจำหน่ายสร้างรายได้ ด้วยราคาที่เป็นกันเองสินค้าพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนทำขึ้นเอง เช่นพัด, ห่อหมกปลา, หมกหยวกใส่หมู, น้ำพริกดำ, ผักปลอดสารพิษ, เมี่ยงหัวทูน, มะขามกวน เป็นต้นนอกจากนี้ในตลาดยังมีสินค้าจากกลุ่มแม่บ้านและสินค้าจากโรงเรียนบ้านวังขอนเข้ามาจำหน่าย

นายภาคภูมิ ศรีสมวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลท้ายดงได้เข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจนักเรียนผู้สูงอายุพร้อมทั้งได้อุดหนุนซื้อสินค้าพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาฯ, ผู้นำ, ส่วนราชการ, ชาวบ้าน, นักเรียนและเหมืองทองอัครา ทำให้นักเรียนผู้สูงอายุต่างมีรอยยิ่มที่มีรายได้จากการขายสินค้า

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 9 อบต.บางพระ และอำเภอศรีราชา แถลงข่าวการ จัดกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนเพื่อการกุศล ภายใต้งาน “THAIOIL CHARITY RUN 2019 ”

วันที่ 26 กันยายน 2562 กลุ่มไทยออยล์ โดยนายเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น พร้อมด้วย นายสมเจต พานทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายสมศักดิ์ เกตุวัตถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายภูพิงค์ ทวีทรัพย์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์สโมสรไทยออยล์ เปิดแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนเพื่อการกุศล ภายใต้งาน “Thaioil Charity Run 2019 ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี

นายเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น กล่าวว่า โครงการ “Thaioil Charity Run 2019 ” ซึ่งประกอบไปด้วยการแข่งขันวิ่ง Fun Run ระยะทางวิ่งประมาณ 6 กม. มีค่าสมัคร 500 บาท การแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน ระยะทางวิ่งประมาณ 10.5 กม. มีค่าสมัคร 600 บาท โดยมีการเปิดรับสมัครนักวิ่งแบบ VIP Charity ซึ่งมีค่าสมัคร 3,000 บาท

โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม “Thaioil Charity Run 2019 ” ในครั้งนี้ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับโรงพยาบสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อสมทุนก่อสร้างอาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี และศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย บางพระ พร้อมทั้งทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่ อบต. บางพระ และอำเภอศรีราชา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ค (Facebook Page) Thaioil The Charity RUN หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์โรงกลั่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) โทร. 038-359-000 ต่อ 2836, 2834

ด้านนายสมศักดิ์ เกตุวัตถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ กล่าวว่า สำหรับ “อ่างเก็บน้ำบางพระ” ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ทำกิจกรรมสันทนาการของประชาชนทั่วไปที่มีทัศนียภาพสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจึงถือเป็นการส่งเสริมสังคมคุณภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน อันครอบคลุมไปถึงกิจกรรมด้านกีฬาและการออกกำลังกาย และการทำประโยชน์ร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อีกด้วย
ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะทำให้ ประชาชนทั่วไปและนักวิ่งได้รู้จัก อ่างเก็บน้ำบางพระ และยังทำให้ประชาชนในพื้นที่ไดรับผลประโยชน์ในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย เป็นผลดีในเรื่องของเศรษฐกิจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรีเริ่มแล้ว คณะกรรมการโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562

จันทบุรีเริ่มแล้ว คณะกรรมการโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม

เวลา 11.19 น. ที่โรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี นายโกศล กัลปนา ประธานโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารปี 2561-2562 ได้ร่วมกันประกอบพิธี อัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม ของโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี โดยมีคณะกรรมการโรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม และคณะกรรมการ 4 ศาลเจ้าในจังหวัดจันทบุรี ทั้งศาลเจ้าที่ตลาดล่าง ศาลเจ้าตั้วเล่าเอี๊ย ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม และศาลเจ้าพ่อสระบาป รวมถึงเจอิ๊วเข้าร่วมพิธี โดยพร้อมเพียงกัน

สำหรับการทำพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร ก่อนเทศกาลถือศีลกินเจในทุกๆปี ถือว่าเป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ของสถานที่นั้นๆ ซึ่งเทศกาลถือศีลกินเจประจำปี 2562 นี้ ถือเป็นปีที่ 132 ของโรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม และเป็นปีที่ 33 ของโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

ในส่วนวันที่ 28 กันยา ยน 2562 เวลา 12.00 น. จะเป็นวันอัญเชิญท่านกิ่วอ้วงฮุกโจ้ว หรือ การรับเจ้า ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม ข้างวัดโบสถ์เมืองจันทบุรี โดยขบวนจะเริ่มตั้งแต่โรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม มายังโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ นำอดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงินฝากขังต่อศาลจันทบุรี ค้านประกันตัว หลังยักยอกเงินวัด-ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

ตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ นำอดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงินฝากขังต่อศาลจันทบุรี ค้านประกันตัว หลังยักยอกเงินวัด-ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อน้ำเงิน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ได้ร้องขอให้ตำรวจให้เข้าตรวจสอบภายในกุฏิของพระอธิการยอดชาย ยติโก เจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงิน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี และยังเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลชากไทย หลังทราบว่าเจ้าอาวาสถูกพระลูกวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคดียาเสพติดภายในวัด ซัดทอดกรณียาเสพติด และทางเจ้าหน้าที่ขออนุญาตตรวจปัสสาวะพระทั้งหมด แต่มีเพียงเจ้าอาวาสเท่านั้นที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจ และหลังเจ้าหน้าที่กลับไป ในช่วงกลางดึกมีชาวบ้านเห็นมีรถยนต์ และมีผู้หญิงเข้ามารับเจ้าอาวาสไป และได้หายตัวไป ทำให้ผู้นำชุมชน กรรมการวัดและชาวบ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบภายในกุฏิ

ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่าประตูกุฏิถูกล๊อก ทำให้ชาวบ้านต้องงัดหน้าต่างบานเลื่อนเข้าไปเปิดประตู เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเพียงเอกสารโฉนดที่ดิน ในลิ้นชัก แต่เงินที่ได้จากการจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต และเงินบริจาคจำนวน 1-2 ล้านบาท ยังอยู่หรือเจ้าอาวาสนำติดตัวไปด้วย

พันตำรวจโทสมาน ชัยชาญ รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฎ ได้มีการรวบรวมหลักฐานออกหมายจับพระยอดชาย ยติโก หรือนายยอดชาย ทับทิมทอง อายุ 41 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.คิชฌกูฎร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี และประสานชุดสืบสวนสภ.ทับทัน จ.อุทัย ธานีและตำรวจกองปราบสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหามาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จึงได้แสดงหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยินยอมให้จับแต่โดยดีและไม่ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายยอดชาย ทับทิมทอง ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นยอมเอาทรัพย์นั่นไป โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กว่า 20 คน ที่ทราบเรื่องเดินทางมาที่สภ.คิชฌกูฎ เพื่อคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนและได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดจันทบุรีเพื่อยื่นคัดค้านในชั้นศาลต่อไป

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว, ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยว ตราด ปี 2563

วันที่ 26 ก.ย. 62​ นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) พร้อมด้วย​ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ร่วมกันเปิดการประชุมและแถลงแผนการตลาดการท่องเที่ยวไทย และทิศทางท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราดจัดขึ้น โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า​ ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด​ จ.ตราด

ทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแผนการตลาดในปี 2563 ซึ่งได้วางแผนเป้าหมายภาพรวม โดยชูการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ เน้นนักท้องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่ไปกับกาเดินหน้านำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถชูเอกลักษณ์วิถีไทยที่ทรงเสน่ห์ ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งประเทศที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และกำหนดทิศทางการเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการท้องเที่ยว Mass Tourism เข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ซึ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกและสรรหาสินค้าและบริการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม การบริโภคทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทางท่องเที่ยว การลดละและเลิกการกระทำที่จะส่งผลต่อช่วงอายุของทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดตราดนั้น จะตอกย้ำการส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวหาดทราย ขายทะเล หมู่เกาะ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ด้วย Gastronomy-Luxperience ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยรังสรรค์เมนูผ่าน Chef Table สร้างเรื่องราวของเมนูอาหารให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าทางการเกษตรอย่างผลไม้ ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม CSR อาทิ แรลลี่คายัค เก็บขยะในอ่าวสลักคอก เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างรัยผิดชอบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นกลุ่ม Gen Y/Corporate/Food Lover และกลุ่มที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน พร้อมจัดประกวดทักษะวิชาการ รวมกว่า 2 ล้านบาท ให้โอกาสเด็ก เยาวชน ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา

วันนี้ ( 26 ก.ย.62 ) ที่พุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี พระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง/ พระครูสุจิตกิตติวัฒน์ ผู้อำนวยการหน่วยวิทยบริการมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดจันทบุรี และ นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีมอบทุนการศึกษา โครงการกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงมอบทุนการศึกษาเยาวชน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 จำนวน 1,734 ทุน

ซึ่งเป็นรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง แบ่งเป็นระดับชั้นประถมศึกษาทุนละ 1,000 บาทจำนวน 1,000 ทุนและคณะสงฆ์อำเภอมะขามได้สมทบเพิ่มทุนระดับประถมศึกษาจำนวน 100 ทุน วัดพลวงจำนวน 33 ทุน รวมจำนวนระดับชั้นประถมศึกษา 1,133 ทุนระดับชั้นมัธยมศึกษาทุนละ 2,000 บาท จำนวน 501 ทุนระดับชั้นอุดมศึกษาทุนละ 3,000 บาท จำนวน 100 ทุน รวมทั้งหมดเป็นเงินทุนการศึกษา รวม 2,435,000 บาท

เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการศึกษาให้กับเยาชนที่เข้ารับมอบทุน และได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางวิชาการ / ประกวดแข่งขันคัดลายมือ/ ประกวดแข่งขันเรียงความ /ประกวดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ /ประกวดแข่งขันวงดนตรีไทย / ประกวดแข่งขันวงเครื่องสายวงเล็กผสมขิม / ประกวดแข่งขันวงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ / ประกวดรำวงกลองยาว ชิงทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 382,800 บาท

ซึ่งการมอบทุนการศึกษาของกองทุนนิธิพระพุทธ บาทพลวงในปีนี้ มียอดรวมทั้งหมด 2,817,800 บาท มีผู้จิตศรัทธาร่วมสมทบเพิ่มเติมจำนวนมาก เพื่อกระจายให้เด็กเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างครอบคลุม จึงได้จัดมอบทุนเป็นเวลา 2 วัน

นอกจากนี้ สถานศึกษา วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในจังหวัดจันทบุรียังได้จัดนิทรรศการแนะแนวทางการศึกษาทั้งวิชาชีพ และ หลักสูตรวิชาการ เพื่อเสริมความรู้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อของนักเรียน นักศึกษาในอนาคต อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมออกร้านตั้งโรงทานจัดเลี้ยงนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปอย่างล้นหลาม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก