นายกรัฐมนตรี ขอให้นักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ นำกำลังใจของคนทั้งชาติไปร่วมการแข่งขันด้วย

วันนี้ (6 มกราคม 2563) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวให้โอวาทแก่คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ จำนวน 500 คน ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14-25 มกราคม 2563 ณ เมืองซูบิค สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยในครั้งนี้ มี 11 ประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน และคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยได้จัดส่งคณะนักกีฬาคนพิการตัวแทนทีมชาติไทยไปร่วมแข่งขันจำนวน 318 คน ใน 16 ชนิดกีฬา ได้แก่ ยิงธนู กรีฑา แบดมินตัน บอคเซีย หมากรุกสากล จักรยาน ฟุตบอล 7 คน โกลบอล ยูโด ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ โบว์ลิ่ง วอลเลย์บอลนั่ง เทเบิลเทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล และไตรกีฬา สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 พร้อมชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่อดทน มุมานะ และมีวินัยในการฝึกซ้อม จนสามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของตนเอง  เป็นเกียรติภูมิของประเทศชาติ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยและนายกรัฐมนตรีมีความสุข ขอส่งแรงใจของคนไทยทั้งประเทศไปช่วยในการแข่งขันด้วย

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย และการดูแลผู้พิการ ทั้งนี้เชื่อว่าทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความเข้มแข็งทางจิตใจ แม้ว่าความไม่พร้อมทางร่างกายจะยิ่งทำให้การฝึกซ้อมยากขึ้น ขอให้ทุกคนมีและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสร้างมิตรภาพกับนักกีฬาต่างชาติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งเสริมความสามัคคีภายในกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นเวทีที่นักกีฬาจะได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ โดยนายกรัฐมนตรีขอให้นักกีฬาทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ มีน้ำใจนักกีฬา เคารพและปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท และใช้โอกาสนี้ในการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีให้กับประเทศ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น พร้อมทั้งนำประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันมาพัฒนาฝีมือมือและวงการกีฬาของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ร่วมกันพัฒนาวงการกีฬาให้มีคุณภาพ และผลักดันให้นักกีฬาทุกคนก้าวไปสู่การแข่งขันเพื่อความสำเร็จ พร้อมทั้งอวยพรให้นักกีฬาประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ในครั้งนี้ เพื่อนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้อวยพรปีใหม่ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนให้ประสบความสำเร็จในทุกด้าน

“มาดามโอ๊ะ” ลุยเมืองสองแควตามติดงาน กศน. สช. ต่อเนื่อง หวังเพิ่มดีกรีความ WOW ต้อนรับพุทธศักราช 2563

“มาดามโอ๊ะ” ลุยเมืองสองแควตามติดงาน กศน. สช. ต่อเนื่อง หวังเพิ่มดีกรีความ WOW ต้อนรับพุทธศักราช 2563

“ด้วยสไตล์การทำงานของตนเอง จะพยายามลงพื้นที่โดยตลอดต่อเนื่อง เพื่อต้องการมาให้เห็นของจริง และรับฟังปัญหา ความต้องการต่าง ๆ แบบตาต่อตา ใจถึงใจ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไข หรือคำที่มักจะใช้เสมอ คือ “ทลายทุกข้อจำกัด” ให้ได้มากที่สุด และพยายามที่จะเชื่อมโยงงานที่รับผิดชอบทั้ง 3 ส่วน ทั้งงานการศึกษาเอกชน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และงานลูกเสือ เพื่อช่วยเติมเต็มการพัฒนาซึ่งกันและกัน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

Cr.นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – ผัวเก่าหึงโหด กระหน่ำแทงผัวใหม่ดับสยอง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 ม.ค. 63 ร.ต.อ.อภิศักดิ์ นิยมสุข รอง สารวัตรสอบสวน สภ. ปาก เกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย เหตุเกิดภายในหมู่บ้าน กฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน กว 5296 นครสวรรค์ บริเวณข้างรถพบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจก บริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่บริเวณข้อมือขวา 1 แผล แขนขวา 1 แผล ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล

จากการสอบสวนทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ17.00น. น.ส.นับดาว ไม่ทราบนามสกุล (แฟนสาว) กับผู้ตาย ขับรถยนต์ไปตลาดร่มไทร หลังจากนั้นได้ขับรถมาส่งแฟนสาว จากนั้นนายทรงสิทธิ์ กลิ่นบานชื่น (แฟนเก่า) โทรมาถาม น.ส.นับดาว ว่าอยู่ที่ไหนเพราะจะมาหาลูกที่บ้าน และได้ขี่ รถ จยย. มาหาที่จุดเกิดเหตุบริเวณปากซอยราชพฤกษ์ 22 นส.นับดาวได้เข้าไปบอกกับผู้เสียชีวิตให้กลับบ้านแต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมกลับ และได้เดินลงมาจากรถ จนกระทั่งมีปากเสียงและชกต่อยกัน ซึ่งทางฝั่งนายทรงสิทธิ์ได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงผู้ตายหลายครั้ง จากนั้นนำมีดไปทิ้งในป่าใกล้กับที่เกิดเหตุ หลังจากก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

สถานการณ์ข่าว ที่เกี่ยวข้องกับ จชต.

๑. สถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต.

๑.๑ สถานการณ์ภายในประเทศ

       ๑.๑.๑ สถานการณ์ข่าวเชิงลบ ภาพข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ เกิดขึ้นจาก

  • ประเด็นการศึกษา (คอลัมน์ จับกระแส : การศึกษาเรื่อง ‘โอกาส’ ไม่ใช่ ‘อุปนิสัย’)
  • ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กสม. เผย ‘สตช.-กรมราชทัณฑ์-กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า’ แชมป์ถูกร้องละเมิดสิทธิฯ ปี ๖๒),
  • ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (๑) เหตุร้ายรับปีใหม่ บันนังสตา มียิงชาวบ้าน – ทหารพรานดับปริศนาที่รือเสาะ, ๒) ปิดฉากไฟใต้ปี ๖๒ สถิติรุนแรงลด แต่ความสูญเสีย เพิ่ม และ ๓) สรุปเหตุป่วนใต้ส่งท้ายปี เคลื่อนย้ายระเบิด-ยิง ผญบ.-ถล่มรถบรรทุก),
  • ประเด็นการเมือง (๑) ศาล รธน. ตีตกคดีแกนนำฝ่ายค้านขึ้นเวทีเสวนา’ปัตตานี’, ๒) ๑๖ ปีไฟใต้ “ทวี” ทำนาย “สันติสุขบนทางสายมืด” และ ๓) แนะรัฐแก้ข้อผิดพลาดดับไฟใต้),
  • ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (๒๐ ข่าวยอดคลิกสูงสุดในปี ๒๐๑๙ ‘ศาล เจ้า ทหาร เลือกตั้งและข่าวเงิบ’),
  • ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน (๑) ถล่ม’ชรบ.ยะลา ๑๕ ศพ’รุนแรงในรอบปี ‘ไฟใต้’ รอวันปะทุหรือมอดดับ?, ๒) รายงาน: ปี’หมูไฟ’ลากไฟใต้ลาม’ศูนย์กลางอำนาจรัฐ’, ๓) โหน “คิด เดอะริปเปอร์” รัฐทำคลิปชวนแจ้งเบาะแส “โจรใต้ ฆาตกรต่อเนื่อง”, ๔) ๑๖ ปีไฟใต้โหมไม่หยุด ติดกับดักถลำสู่ความรุนแรง, ๕) ๑๐ ข่าวอาชญากรรม สะเทือนขวัญ ‘ปีกุน’ และ ๖) จับตารัฐล้มแผนเล่ห์ ‘บีอาร์เอ็น’ ก่อไฟใต้ป่วนคนพื้นที่ ห้าม จนท. ทำพลาดตกหลุมพราง)
  • ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต: ๑) ไต้หวันเตือนพลเมืองฉีดวัคซีนโรคหัดก่อนมาไทย, ๒) หาดใหญ่โพลชี้ดัชนีเชื่อมั่น ๑๔ จว.ใต้ ลดฮวบ  และ  ๓) ๑๔ จว.ใต้ จี้รัฐ ช่วยเหลือค่าครองชีพ)

       ๑.๑.๒ สถานการณ์ข่าวเชิงบวก ภาพข่าวเชิงบวกในสัปดาห์นี้ เกิดขึ้นจาก

  • ประเด็นยาเสพติด (๑) หนีด่านไม่รอด จนมุม พร้อมยาบ้า, ๒) ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จับเครือข่ายยา และ ๓) เด้ง ๗ ตำรวจพัวพัน ยาเสพติด หลังอ้างไว้เสพ เองไม่ได้ จำหน่าย)
  • ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (‘ตากใบ’เฉือน’โขงเจียม’ แสงแรกปี ๖๓), ประเด็น
  • เศรษฐกิจและ การสร้างรายได้: ๑) แห่เที่ยวไทย มุ่งเชียงใหม่ ชมไม้งดงาม เบตงคึกคัก, ๒) คอลัมน์ วิจัยใต้หิ้ง: เมืองมะดีนะตุสสลาม ชายแดนใต้สู่โลกอิสลาม, ๓) หนุนเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ไทย กู้วิกฤติภาค อุตสาหกรรมขาดแคลน, ๔) ‘ราชภัฏยะลา’ผนึกกำลังเกาหลีใต้, ๕) เกษตรปัตตานีเลี้ยง’ชันโรง’สวนยาง และ ๖) ชาวเบตง-นักท่องเที่ยว ตอบรับดี ร่วมมือรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก)
  • ประเด็นการเยียวยา: เสนอเยียวยา เพิ่ม ๓.๘ ล้าน จบปมยิงชาวบ้าน ๓ ศพบนเขาตะเว)

๑.๒ สถานการณ์ข่าวจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้

               สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ว่า สมาคมครูสถาบันการศึกษาแห่งรัฐกลันตัน (IPGKKB) ได้จัดการอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และอังกฤษให้กับครูโรงเรียนเอกชน ๕๐ คนจากจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี โดยจัดขึ้นที่โกตาบารู ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๒ โดย ดร.นาริต้า โมฮัมหมัด นูร์ รองผู้อำนวยการ IPGKKB พูดถึงโครงการนี้ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษามลายู และ อังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และ สตูล ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีทักษะการสอนทั้งสองภาษา นี้ นอกจากนั้น ดร.นาริต้า บอกว่า เบื้องต้น IPGKKB มีโครงการฝึกอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และ อังกฤษเฉพาะครูโรงเรียนเอกชนก่อน หลังจากนั้นจะขยายความร่วมมือจัดฝึกอบรมให้กับครูโรงเรียนรัฐบาล ซึ่ง ดร.นาริต้า หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาของไทย เช่นเดียวกับที่ IPGKKB ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ให้ช่วยเหลือฝึกอบรมครูสอยภาษามลายู และ ภาษาอังกฤษ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

๒. ข้อพิจารณา: จากสถานการณ์ข่าวในข้อ ๑ มีข้อพิจารณาดังนี้

๒.๑ ในสัปดาห์นี้ (๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓) ปรากฏภาพข่าวเชิงลบในหลายๆ ประเด็น โดยเฉพาะในประเด็นสิทธิมนุษยชน (กสม. เผย ‘สตช.-กรมราชทัณฑ์-กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า’ แชมป์ถูกร้องละเมิดสิทธิฯ ปี ๖๒), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (๒๐ ข่าวยอดคลิกสูงสุดในปี ๒๐๑๙ ‘ศาล เจ้า ทหาร เลือกตั้งและข่าวเงิบ) และประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (การสรุปเหตุการณ์รุนแรงจำนวนหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี ๖๒) อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติการข่าวสารเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากภาพข่าวเชิงลบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

๒.๒ การสร้างพื้นที่ข่าวด้วยประเด็นเชิงบวก เช่น กิจกรรมงานวันเด็ก จะลดผลกระทบจากภาพข่าวในข้อ ๒.๑ ได้ไม่มากก็น้อย

๓. ข้อเสนอ : จากข้อพิจารณาในข้อ ๒ เห็นควรประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันเด็กภายใต้สโลแกน “เขตทหารยินดีต้อนรับเด็กๆ และ ผู้ปกครอง” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม

ด้วยการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลสถานที่จัดงานวันเด็ก และ กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่หน่วยทหารต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รวมทั้งภาพวิดิทัศน์ และ ภาพถ่ายสถานที่จัดงานวันเด็ก ควรเผยแพร่ให้กับสื่อมวลชน และ สื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๑๐ มกราคม เนื่องเพราะเป็นช่วงเวลาที่สื่อมวลชนต้องการข้อมูลข่าวสารกิจกรรมวันเด็กเพื่อผลิตเป็นรายงานข่าว เช่นเดียวกับผู้ปกครองและเด็กก็ต้องการข้อมูลเพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรร ขณะเดียวกันในช่วงวันเสาร์ ที่ ๑๑ ก็ควรมีการผลิตวิดิทัศน์สั้น (short-formed video contents) ภาพกิจกรรมที่ทหารร่วมสนุกกับเด็กๆในงานวันเด็กเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วย         

การวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ สนับสนุนการปฏิบัติการข่าวสาร ในการแก้ไขปัญหา จชต.

บทสรุปผู้บริหาร

        จากการติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒ – ๓ ม.ค. ๖๓ พบว่า มีข่าวเชิงบวก ๖๙ ข่าว จากที่มี ๑๑๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีข่าวเชิงลบ ๕๑ ข่าว ในสัปดาห์นี้ จากที่มี ๒๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒)

ประเด็นเชิงลบ ได้แก่

  • การศึกษา : คอลัมน์ จับกระแส: การศึกษาเรื่อง ‘โอกาส’ ไม่ใช่ ‘อุปนิสัย’
  • สิทธิมนุษยชน : กสม. เผย ‘สตช.-กรมราชทัณฑ์-กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า’ แชมป์ถูกร้องละเมิดสิทธิฯ ปี ๖๒
  • เหตุร้ายรายวัน : ๑) เหตุร้ายรับปีใหม่ บันนังสตามียิงชาวบ้าน – ทหารพรานดับปริศนาที่รือเสาะ, ๒) ปิดฉากไฟใต้ปี ๖๒ สถิติรุนแรงลด แต่ความสูญเสียเพิ่ม และ ๓) สรุปเหตุป่วนใต้ส่งท้ายปี เคลื่อนย้ายระเบิด-ยิง ผญบ.-ถล่มรถบรรทุก
  • การเมือง : ๑) ศาล รธน. ตีตกคดีแกนนำฝ่ายค้านขึ้นเวทีเสวนา’ปัตตานี’, ๒) 16 ปีไฟใต้ “ทวี” ทำนาย “สันติสุขบนทางสายมืด” และ ๓) แนะรัฐแก้ข้อผิดพลาดดับไฟใต้
  • กระบวนการยุติธรรม : ๒๐ ข่าวยอดคลิกสูงสุดในปี ๒๐๑๙ ‘ศาล เจ้า ทหาร เลือกตั้งและข่าวเงิบ’
  • การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน : ๑) ถล่ม’ชรบ.ยะลา ๑๕ ศพ’รุนแรงในรอบปี ‘ไฟใต้’ รอวันปะทุหรือมอดดับ?, ๒) รายงาน: ปี’หมูไฟ’ลากไฟใต้ลาม’ศูนย์กลางอำนาจรัฐ’, ๓) โหน “คิด เดอะริปเปอร์” รัฐทำคลิปชวนแจ้งเบาะแส “โจรใต้ ฆาตกรต่อเนื่อง”, ๔) ๑๖ ปีไฟใต้โหมไม่หยุด ติดกับดักถลำสู่ความรุนแรง, ๕) ๑๐ ข่าวอาชญากรรม สะเทือนขวัญ ‘ปีกุน’ และ ๖) จับตารัฐล้มแผนเล่ห์ ‘บีอาร์เอ็น’ ก่อไฟใต้ป่วนคนพื้นที่ ห้าม จนท. ทำพลาดตกหลุมพราง
  • การยกระดับคุณภาพชีวิต : ๑) ไต้หวันเตือนพลเมืองฉีดวัคซีนโรคหัดก่อนมาไทย, ๒) หาดใหญ่โพลชี้ดัชนีเชื่อมั่น ๑๔ จว.ใต้ ลดฮวบ  และ  ๓) ๑๔ จว.ใต้ จี้รัฐ ช่วยเหลือค่าครองชีพ

ประเด็นข่าวเชิงบวก ได้แก่

  • ยาเสพติด : ๑) หนีด่านไม่รอดจนมุมพร้อมยาบ้า, ๒) ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จับเครือข่ายยา และ ๓) เด้ง ๗ ตำรวจพัวพันยาเสพติด หลังอ้างไว้เสพ เองไม่ได้ จำหน่าย
  • วัฒนธรรม และวิถีชีวิต : ‘ตากใบ’เฉือน’โขงเจียม’ แสงแรกปี ๖๓
  • เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ : ๑) แห่เที่ยวไทย มุ่งเชียงใหม่ ชมไม้งดงาม เบตงคึกคัก, ๒) คอลัมน์ วิจัยใต้หิ้ง: เมืองมะดีนะตุสสลาม ชายแดนใต้สู่โลกอิสลาม, ๓) หนุนเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ไทยกู้วิกฤติภาคอุตสาหกรรมขาดแคลน, ๔) ‘ราชภัฏยะลา’ผนึกกำลังเกาหลีใต้, ๕) เกษตรปัตตานีเลี้ยง’ชันโรง’สวนยาง และ ๖) ชาวเบตง-นักท่องเที่ยว ตอบรับดี ร่วมมือรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก
  • การเยียวยา : เสนอเยียวยาเพิ่ม ๓.๘ ล้าน จบปมยิงชาวบ้าน ๓ ศพบนเขาตะเว

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนําเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้ระดับการรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง จาก ๒.๑๕ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) เป็น ๐.๖๗ ในสัปดาห์นี้

       ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓ ดังนี้

         สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ว่า สมาคมครูสถาบันการศึกษาแห่งรัฐกลันตัน (IPGKKB) ได้จัดการอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และอังกฤษให้กับครูโรงเรียนเอกชน ๕๐ คนจากจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี โดยจัดขึ้นที่โกตาบารู ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๒ โดย ดร.นาริต้า โมฮัมหมัด นูร์ รองผู้อำนวยการ IPGKKB พูดถึงโครงการนี้ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษามลายู และ อังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และ สตูล ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีทักษะการสอนทั้งสองภาษา นี้ นอกจากนั้น ดร.นาริต้า บอกว่า เบื้องต้น IPGKKB มีโครงการฝึกอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และ อังกฤษเฉพาะครูโรงเรียนเอกชนก่อน หลังจากนั้นจะขยายความร่วมมือจัดฝึกอบรมให้กับครูโรงเรียนรัฐบาล ซึ่ง ดร.นาริต้า หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาของไทย เช่นเดียวกับที่ IPGKKB ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ให้ช่วยเหลือฝึกอบรมครูสอยภาษามลายู และ ภาษาอังกฤษ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

     จากสถานการณ์ข่าวทั้งใน และต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีข้อเสนอแนะในการประชาสัมพันธ์ ดังนี้

       ประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันเด็กภายใต้สโลแกน “เขตทหารยินดีต้อนรับเด็กๆ และ ผู้ปกครอง” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม

ด้วยการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลสถานที่จัดงานวันเด็ก และ กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่หน่วยทหารต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รวมทั้งภาพวิดิทัศน์ และ ภาพถ่ายสถานที่จัดงานวันเด็ก ควรเผยแพร่ให้กับสื่อมวลชน และ สื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๑๐ มกราคม เนื่องเพราะเป็นช่วงเวลาที่สื่อมวลชนต้องการข้อมูลข่าวสารกิจกรรมวันเด็กเพื่อผลิตเป็นรายงานข่าว เช่นเดียวกับผู้ปกครองและเด็กก็ต้องการข้อมูลเพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรร ขณะเดียวกันในช่วงวันเสาร์ ที่ ๑๑ ก็ควรมีการผลิตวิดิทัศน์สั้น (short-formed video contents) ภาพกิจกรรมที่ทหารร่วมสนุกกับเด็กๆในงานวันเด็กเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วย

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓

     ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) ๖๙ ข่าว จากที่มี ๑๑๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีข่าวเชิงลบ ๕๑ ข่าว ในสัปดาห์นี้ จากที่มี ๒๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง) มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น

๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ

เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังนี้

วัน/เดือน/ปี จำนวนข่าวเชิงบวก (1) จำนวนข่าวเชิงลบ (2) ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)
2019-12-21 14 4 3.5
2019-12-22 11 6 1.83
2019-12-23 21 3 7
2019-12-24 23 1 23
2019-12-25 23 1 23
2019-12-26 16 2 8
2019-12-27 11 10 1.1
  17 3.86 4.4
2019-12-28 7 8 0.88
2019-12-29 10 8 1.25
2019-12-30 9 7 1.29
2019-12-31 11 7 1.57
2020-01-01 10 2 5
2020-01-02 6 9 0.67
2020-01-03 16 10 1.6
  9.86 7.29 1.35

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓

     ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ และ ๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยฯ

     ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ๓ ข่าว จากที่มี ๕ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) เหตุร้ายรับปีใหม่ บันนังสตามียิงชาวบ้าน – ทหารพรานดับปริศนาที่รือเสาะ, ๒) ปิดฉากไฟใต้ปี 62 สถิติรุนแรงลด แต่ความสูญเสียเพิ่ม และ ๓) สรุปเหตุป่วนใต้ส่งท้ายปี เคลื่อนย้ายระเบิด-ยิงผญบ.-ถล่มรถบรรทุก

     ๓.๓ ประเด็นการเมือง

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. ๒ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่ ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีข่าวเชิงลบ ๘ ข่าวในสัปดาห์นี้ จากที่มี ๔ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) แอ๊กชั่น’บิ๊กตู่’ ช็อตเด็ดปี 62 และ ๒) ‘ฟาร์มงูเห่า’ ตัวแปรการเมือง – เขย่า ‘พรรคฝ่ายค้าน’ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ศาล รธน. ตีตกคดีแกนนำฝ่ายค้านขึ้นเวทีเสวนา’ปัตตานี’, ๒) 16 ปีไฟใต้ “ทวี” ทำนาย “สันติสุขบนทางสายมืด” และ ๓) แนะรัฐแก้ข้อผิดพลาดดับไฟใต้

     ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน ๑๐ ข่าว จากที่มี ๒๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ  ลดลง  ในส่วนข่าวเชิงลบฯ ๑๔ ข่าว ในสัปดาห์นี้  จากที่มี ๘ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) บิ๊กแป๊ะลงพื้นที่สั่งคุมเข้มใต้, ๒ ชู 5 นโยบายสร้างสันติสุข และ ๓) พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ กับชีวิตหลังไมค์… โฆษกดับไฟใต้ 1 ทศวรรษ! ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ถล่ม’ชรบ.ยะลา 15 ศพ’รุนแรงในรอบปี ‘ไฟใต้’ รอวันปะทุหรือมอดดับ?, ๒) รายงาน: ปี’หมูไฟ’ลากไฟใต้ลาม’ศูนย์กลางอำนาจรัฐ’, ๓) บันทึกประเทศไทย ๒๕๖๒, ๔) โหน “คิด เดอะริปเปอร์” รัฐทำคลิปชวนแจ้งเบาะแส “โจรใต้ ฆาตกรต่อเนื่อง”, ๕) 16ปีไฟใต้โหมไม่หยุด ติดกับดักถลำสู่ความรุนแรง, ๖) 10 ข่าวอาชญากรรม สะเทือนขวัญ ‘ปีกุน’ และ ๗) จับตารัฐล้มแผนเล่ห์ ‘บีอาร์เอ็น’ ก่อไฟใต้ป่วนคนพื้นที่ ห้าม จนท. ทำพลาดตกหลุมพราง

     ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ ๑๘ ข่าว จากที่มี ๑๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่ ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีข่าวเชิงลบ ๑ ข่าว ในสัปดาห์นี้ จากที่ไม่มีข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒ ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) แห่เที่ยวไทย มุ่งเชียงใหม่ ชมไม้งดงาม เบตงคึกคัก, ๒) คอลัมน์ วิจัยใต้หิ้ง: เมืองมะดีนะตุสสลาม ชายแดนใต้สู่โลกอิสลาม, ๓) หนุนเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ไทยกู้วิกฤติภาคอุตสาหกรรมขาดแคลน, ๔) ‘ราชภัฏยะลา’ผนึกกำลังเกาหลีใต้, ๕) เกษตรปัตตานีเลี้ยง’ชันโรง’สวนยาง และ ๖) ชาวเบตง-นักท่องเที่ยวตอบรับดี ร่วมมือรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ‘ชาวสวนยาง’ วอนรัฐช่วยพยุงราคายางกิโลละ 50 บาท หลังตกวูบเหลือ 4 โล 100

     ๓.๖ ประเด็นยาเสพติด

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒-๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงบวก ในประเด็นยาเสพติด ๑๑ ข่าว จากที่มี ๒ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นยาเสพติด ไม่มีข่าวเชิงลบ ทั้งในสัปดาห์นี้ และ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑-๒๗ ธ.ค. ๖๒) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) หนีด่านไม่รอดจนมุมพร้อมยาบ้า, ๒) ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จับเครือข่ายยา และ ๓) เด้ง 7 ตำรวจพัวพันยาเสพติด หลังอ้างไว้เสพเองไม่ได้จำหน่าย

     ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน

             ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ๑) กสม. เผย ‘สตช.-กรมราชทัณฑ์-กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า’ แชมป์ถูกร้องละเมิดสิทธิฯ ปี 62 และ ๒) ประเด็นแป้ก คดีปัง! ‘สิทธิมนุษยชนไทย 62’

     ๓.๘ ประเด็นการบํารุงขวัญกําลังพล

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบํารุงขวัญกําลังพล

     ๓.๙ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

     ๓.๑๐ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย

ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๒–๓ ม.ค. ๖๓ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก

     ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้

ประเด็นข่าวเชิงลบ

๑. การศึกษา คอลัมน์ จับกระแส: การศึกษาเรื่อง ‘โอกาส’ ไม่ใช่ ‘อุปนิสัย’
๒. สิทธิมนุษยชน ๑) กสม. เผย ‘สตช.-กรมราชทัณฑ์-กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า’ แชมป์ถูกร้องละเมิดสิทธิฯ ปี 62, ๒) ‘กสม.’โอ่’ผลงาน’ เร่ง’คดี’ร้องเรียน เหลือค้างแค่10%, ๓) สตช.-ราชทัณฑ์-มท.-ศธ. นำลิ่วถูกร้อง’ละเมิดสิทธิ’, ๔) ร้องละเมิดสิทธิ’ยธ.’นำโด่ง ทั้งสตช.-ราชทัณฑ์-กอ.รมน.  และ  ๕) ประเด็นแป้ก คดีปัง! ‘สิทธิมนุษยชนไทย62’
๓. เหตุร้ายรายวัน ๑) เหตุร้ายรับปีใหม่ บันนังสตามียิงชาวบ้าน – ทหารพรานดับปริศนาที่รือเสาะ, ๒) ปิดฉากไฟใต้ปี 62 สถิติรุนแรงลด แต่ความสูญเสียเพิ่ม  และ  ๓) สรุปเหตุป่วนใต้ส่งท้ายปี เคลื่อนย้ายระเบิด-ยิงผญบ.-ถล่มรถบรรทุก
๔. การเมือง ๑) ผ่าดวงเมือง 2563 วุ่นวายอลหม่าน ขั้วการเมืองห้ำหั่น ระวังม็อบกลางเมือง ราหูล้วงทรัพย์ เศรษฐกิจขาลง, ๒) ศาลรธน.ตีตกคดีแกนนำฝ่ายค้านขึ้นเวทีเสวนา’ปัตตานี’, ๓) ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง กรณีแกนนำฝ่ายค้านขึ้นเวทีเสวนาที่ปัตตานี, ๔) ศาลตีตกคำร้องสมาชิกภาพ5ส.ส. ปมไม่ค้านแก้รธน.มาตรา1, ๕) 16 ปีไฟใต้ “ทวี” ทำนาย “สันติสุขบนทางสายมืด”, ๖) บันทึกหน้า 4  และ  ๗) แนะรัฐแก้ข้อผิดพลาดดับไฟใต้
๕. กระบวนการยุติธรรม ๑) ‘วันนอร์’ รุดเยี่ยม-ให้กำลังใจครอบครัว 3 ผู้เสียชีวิต ถูกทหารยิง, ๒) ‘วันนอร์’ให้กำลังใจ 3 ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากปฎิบัติการของจนท.รัฐ, ๓) กรุงเทพโพลล์: ‘ที่สุดแห่งปี 2562’, ๔) 20 ข่าวยอดคลิกสูงสุดในปี 2019 ‘ศาล เจ้า ทหาร เลือกตั้งและข่าวเงิบ’, ๕) โพลเผยปชช.ยก’ธนาธร’เป็นนักการเมืองแห่งปี, ๖) เยียวยา, ๗) ข่าวสั้น: จี้รัฐบาลพูดความจริงปมยิงผิดตัว  และ  ๘) 10ข่าวเด่น-ข่าวดัง ปี2562
๖. การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ๑) ถล่ม’ชรบ.ยะลา 15 ศพ’รุนแรงในรอบปี ‘ไฟใต้’ รอวันปะทุหรือมอดดับ?, ๒) รายงาน: ปี’หมูไฟ’ลากไฟใต้ลาม’ศูนย์กลางอำนาจรัฐ’, ๓) บันทึกประเทศไทย ๒๕๖๒, ๔) บันทึกประเทศไทย ๒๕๖๒, ๕) โหน “คิด เดอะริปเปอร์” รัฐทำคลิปชวนแจ้งเบาะแส “โจรใต้ ฆาตกรต่อเนื่อง”, ๖) 16ปีไฟใต้โหมไม่หยุด ติดกับดักถลำสู่ความรุนแรง, ๗) 16ปีไฟใต้โหมไม่หยุด ติดกับดักถลำสู่ความรุนแรง, ๘) 16 ปีที่ไม่เคยมีวัน ‘ปีใหม่’ ที่แท้จริง หวังปี 2563 กอ.รมน.ภาค 4 จะพบทางออก ‘ไฟใต้’ เสียที, ๙) 10 ข่าวอาชญากรรม สะเทือนขวัญ ‘ปีกุน’, ๑๐) 10 ข่าวอาชญากรรม สะเทือนขวัญ ‘ปีกุน’, ๑๑) จับตารัฐล้มแผนเล่ห์ ‘บีอาร์เอ็น’ ก่อไฟใต้ป่วนคนพื้นที่ ห้ามจนท.ทำพลาดตกหลุมพราง  และ  ๑๒) จับตารัฐล้มแผนเล่ห์ ‘บีอาร์เอ็น’ ก่อไฟใต้ป่วนคนพื้นที่ ห้ามจนท.ทำพลาดตกหลุมพราง
๗. การยกระดับคุณภาพชีวิต ๑) ไต้หวันเตือนพลเมืองฉีดวัคซีนโรคหัดก่อนมาไทย, ๒) หาดใหญ่โพลชี้ดัชนีเชื่อมั่น14จว.ใต้ลดฮวบ  และ  ๓) 14จว.ใต้จี้รัฐช่วยเหลือค่าครองชีพ

ประเด็นเชิงบวก

๑. กีฬา ๑) ย่อยข่าวกีฬา: เพชรรภาชนะคะแนนดอนคิงส์, ๒) ย่อยข่าวกีฬา: เพชรรภาชนะคะแนนดอนคิงส์, ๓) ผลงานแชมป์ลีกไทยฤดูกาล2019 และสโมสรที่จะลงฟาดแข้งปี2020  และ  ๔) สปอร์ตนิวส์ : 29 ธันวาคม 2562,
๒. การบำรุงขวัญกำลังพล ๑) มท.2เยี่ยมให้กำลังใจ’อส.ใต้’  และ  ๒) เช็คที่นี่! ครม.มีมติ’รับโอน-แต่งตั้ง’บิ๊กข้าราชการหลายหน่วยงานรับปีใหม่,
๓. ยาเสพติด ๑) หนีด่านไม่รอดจนมุมพร้อมยาบ้า, ๒) งามหน้าวงการ’สีกากี’ ไล่ออก7ตร. มั่วยาบ้าเกือบทั้งด่าน, ๓) ยะลาขยายผลจับ3ผู้ต้องหาค้ายา, ๔) ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จับเครือข่ายยา, ๕) คอลัมน์ ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จับเครือข่ายยา, ๖) จับเครือข่าย’แบบือรี่’คารถไฟสายยะลา รับจ้างขนยาบ้าลงใต้เกือบ5หมื่นเม็ด, ๗) เด้ง7ตำรวจพัวพันยาเสพติด หลังอ้างไว้เสพเองไม่ได้จำหน่าย, ๘) เด้ง7ตำรวจพัวพันยาเสพติด อ้างไว้เสพเอง-ไม่ได้จำหน่าย  และ  ๙) ผู้การยะลาเฉียบไล่ออก 70 ตร.พันแก๊งค้ายา,
๔. วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ๑) คอลัมน์: สมุนไพรเพื่อสุขภาพ: ต้นเติม เติมพลังชีวิตปีใหม่, ๒) ‘ตากใบ’เฉือน’โขงเจียม’ แสงแรกปี63, ๓) ทำบุญ, ๔) แสงแรกที่ตากใบ ต้อนรับปีใหม่แสนประทับใจที่ปลายขวาน, ๕) แห่ชมแสงแรกเริ่มต้นวันใหม่ ที่’ตากใบ’ต้อนรับปี2020, ๖) ปชช.ทำบุญต้อนรับปีใหม่ 2563 ทั่วไทย, ๗) ‘ชาวเบตง’ ทำบุญตักบาตรขอพรให้สามจังหวัดภาคใต้เกิดความสงบสุข  และ  ๘) ‘กฤษศญพงษ์’แบ่งงาน 6 ผู้ตรวจราชการวธ.,
๕. เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ๑) แห่เที่ยวไทย มุ่งเชียงใหม่ ชมไม้งดงาม เบตงคึกคัก, ๒) ลุยเขาใหญ่-อินทนนท์, ๓) ทั่วปท.แห่ฉลองปีหนูทอง, ๔) ‘ของขวัญ’ว้าวๆๆ!(เสียงสูง)ว่าด้วย…โหมดเดินทาง, ๕) ‘ของขวัญ’ว้าวๆๆ!(เสียงสูง)ว่าด้วย…โหมดเดินทาง, ๖) คอลัมน์ จับข่าวเอามายำ, ๗) ถอดรหัสโต TPCH ผ่านสตอรี่ใหม่ ยกฐานะ, ๘) คอลัมน์ จับข่าวเอามายำ, ๙) คอลัมน์ วิจัยใต้หิ้ง: เมืองมะดีนะตุสสลาม ชายแดนใต้สู่โลกอิสลาม, ๑๐) เปลวสีเงิน คนปลายซอย: ‘ปีเก่า’ ขึ้นสนิม ‘จุ๋มจิ๋ม’ ปีใหม่, ๑๑) หนุนเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ไทยกู้วิกฤติภาคอุตสาหกรรมขาดแคลน, ๑๒) ‘ราชภัฏยะลา’ผนึกกำลังเกาหลีใต้, ๑๓) ‘ราชภัฏยะลา’ผนึกกำลังเกาหลีใต้, ๑๔) เกษตรปัตตานีเลี้ยง’ชันโรง’สวนยาง, ๑๕) ลุ่มเจ้าพระยา : 30 ธันวาคม 2562, ๑๖) ‘เบตง’คึกคักต้อนรับนักท่องเที่ยว มาเลย์-สิงคโปร์แห่เยือนรับปีใหม่, ๑๗) ชาวเบตง-นักท่องเที่ยวตอบรับดี ร่วมมือรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก  และ  ๑๘) ‘วีรศักดิ์’ลุยบูมศก.ฐานราก ดันสมาร์ทโชวห่วย-ปั้นสินค้าGI,
๖. การเยียวยา ๑) จุฬาราชมนตรีเยี่ยมเหยื่อเขาตะเว, ๒) จุฬาราชมนตรีเยี่ยมเหยื่อเขาตะเว  และ  ๓) เสนอเยียวยาเพิ่ม 3.8 ล้าน จบปมยิงชาวบ้าน 3 ศพบนเขาตะเว,
๗. อาชญากรรมในพื้นที่ ๑) เดลินิวส์ก่อนขึ้นแท่น: ตร.ล่ามือปาหินใส่รถไฟ  และ  ๒) คอลัมน์ ข่าวสดทั่วไทย: ยะลา-จ่อจับมือปาหิน,

     ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

  จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนําเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้ระดับการรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง จาก ๒.๑๕ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ธ.ค. ๖๓) เป็น ๐.๖๗ ในสัปดาห์นี้ ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ ลดลง

๕. ประเด็นสําคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๖๓ – ๓ ม.ค. ๖๓

    สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ว่า สมาคมครูสถาบันการศึกษาแห่งรัฐกลันตัน (IPGKKB) ได้จัดการอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และอังกฤษให้กับครูโรงเรียนเอกชน ๕๐ คนจากจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี โดยจัดขึ้นที่โกตาบารู ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๒ โดย ดร.นาริต้า โมฮัมหมัด นูร์ รองผู้อำนวยการ IPGKKB พูดถึงโครงการนี้ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษามลายู และ อังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และ สตูล ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีทักษะการสอนทั้งสองภาษา นี้ นอกจากนั้น ดร.นาริต้า บอกว่า เบื้องต้น IPGKKB มีโครงการฝึกอบรมทักษะการสอนภาษามลายู และ อังกฤษเฉพาะครูโรงเรียนเอกชนก่อน หลังจากนั้นจะขยายความร่วมมือจัดฝึกอบรมให้กับครูโรงเรียนรัฐบาล ซึ่ง ดร.นาริต้า หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาของไทย เช่นเดียวกับที่ IPGKKB ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ให้ช่วยเหลือฝึกอบรมครูสอยภาษามลายู และ ภาษาอังกฤษ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

   Berita Harian รายงานว่าหอมแดงที่มีการลักลอบจากมาเลเซียเข้าไปจำหน่ายในประเทศไทยมีราคาถูกหอมแดง ที่จำหน่ายในรัฐกลันตัน

๕.๑ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ว่า สมาคมครูสถาบันการศึกษาแห่งรัฐกลันตัน (IPGKKB) ได้จัดการอบรมทักษะการสอนภาษามลายูและอังกฤษให้กับครูโรงเรียนเอกชน ๕๐ คนจากจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี โดยจัดขึ้นที่โกตาบารู ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๒

ดร.นาริต้า โมฮัมหมัด นูร์ รองผู้อำนวยการ IPGKKB พูดถึงโครงการนี้ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษามลายูและอังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีทักษะการสอนทั้งสองภาษา นี้

ดร.นาริต้า บอกว่า เบื้องต้น IPGKKB มีโครงการฝึกอบรมทักษะการสอนภาษามลายูและอังกฤษเฉพาะครูโรงเรียนเอกชนก่อน หลังจากนั้นจะขยายความร่วมมือจัดฝึกอบรมให้กับครูโรงเรียนรัฐบาล ซึ่งดร.นาริต้า หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาของไทย เช่นเดียวกับที่ IPGKKB ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ให้ช่วยเหลือฝึกอบรมครูสอยภาษามลายูและภาษาอังกฤษ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

(The Institut Pendidikan Guru Kampus Kota Bharu (IPGKKB) will be working with the authorities in southern Thailand in an effort to improve the quality of education in the region.

IPGKKB deputy director Dr Narita Mohd Noor said the cooperation was aimed at overcoming the shortage of trained teachers in the Malay and English languages in Narathiwat, Yala, Pattani, Satun and Songkhla.

“They lack trained teachers, especially in Malay and English, and there are no professional teaching certificates or adequate teacher training courses available there.

“For this initial phase, we are starting a teacher training course with the involvement of private teachers in Thailand, and in the future we hope to work with people from the education department there. In fact, we have also received the support of the Malaysian Education Minister in this matter,” she said.

Narita was speaking to Bernama after attending the closing ceremony of a course for private teachers from southern Thailand here today, which was officiated by Kelantan Pakatan Harapan Education Bureau chairman Datuk Kamaruddin Mohd Nor.

The two-day course was attended by 50 participants from Narathiwat and Pattani.

Meanwhile, Kamaruddin said he welcomed the effort and would continue to support the IPGKKB.

“This collaboration also sees the establishment of IPGKKB as a regional centre for Malay language education, where we have begun by involving those from the southern region of Thailand, and it is possible to be expanded to other countries.

“I hope that with the establishment of this partnership it can help improve the quality of teaching the Malay language not only in Kelantan but also at the international level,” he said.)

ที่มาข้อมูล ;https://www.bernama.com/en/general/news.php?id=1803016

๕.๒ Berita Harian สื่อภาษามลายูรายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจตลาดที่สุไหงโกลก และพบว่า ราคาหอมแดงที่มีการลักลอบนำเข้าจากรัฐกลันตัน มีราคาถูกกว่าหอมแดงจากต้นทางที่กลันตัน คือ ที่สุไหงโกลกขายกิโลกรัม ๘ ถึง ๙ ริงกิต ขณะที่รัฐกลันตันขายกิโลกรัมละ ๑๐ ถึง ๑๓ ริงกิต

พ่อค้าอายุ ๔๕ ปี ที่สุไหงโกลก บอกว่า หอมแดงที่ร้านของเขาลักลอบนำเข้ามาจากรัฐกลันตัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย เขาจึงวางหอมแดงที่หน้าร่านเพียงเล็กน้อย และหากลูกค้าต้องการซื้อหอมแดงจำนวนมาก เขาก็ไปหยิบมาจากที่ซุกซ่อน จำหน่ายให้กับลูกค้า

(SHALLOTS from Kelantan are selling at a cheaper price in Golok, Thailand than in the state itself,reported Berita Harian.

According to the daily, in Golok the shallots were sold at between RM8 and RM9 per kilogram, but in Kelantan it was between RM10 and RM13.

Traders in Golok told the daily that the shallots were smuggled in from Kelantan.

A 45-year-old trader who wanted to remain anonymous said the shallots were displayed in the shops in small quantities, as it was a crime to bring it into Thailand without a permit.

“We only bring out the rest if a customer wants to buy big quantities. We do this because it’s a crime, ” said the trader.)

ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/opinion/2019/12/30/ktan-shallots-cheaper-in-golok

๖. ข้อเสนอแนะในการประชาสัมพันธ์ สนับสนุนการปฏิบัติการข่าวสาร ในช่วงเวลาต่อไป

   ประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันเด็กภายใต้สโลแกน “เขตทหารยินดีต้อนรับเด็กๆ และ ผู้ปกครอง” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม

ด้วยการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลสถานที่จัดงานวันเด็ก และ กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่หน่วยทหารต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รวมทั้งภาพวิดิทัศน์ และ ภาพถ่ายสถานที่จัดงานวันเด็ก ควรเผยแพร่ให้กับสื่อมวลชน และ สื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๑๐ มกราคม เนื่องเพราะเป็นช่วงเวลาที่สื่อมวลชนต้องการข้อมูลข่าวสารกิจกรรมวันเด็กเพื่อผลิตเป็นรายงานข่าว เช่นเดียวกับผู้ปกครองและเด็กก็ต้องการข้อมูลเพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรร ขณะเดียวกันในช่วงวันเสาร์ ที่ ๑๑ ก็ควรมีการผลิตวิดิทัศน์สั้น (short-formed video contents) ภาพกิจกรรมที่ทหารร่วมสนุกกับเด็กๆในงานวันเด็กเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วย

“สนภ.3 นทพ.” จัดชุดขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล แก้ไขปัญหาภัยแล้ง กับปชช.

“สนภ.3 นทพ.” จัดชุดขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล แก้ไขปัญหาภัยแล้ง กับปชช.

พล.ต.ดำรงค์ คงเดช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชากการทหารพัฒนา (ผอ.สนภ.3 นทพ.) สั่งการให้หน่วยช่างพัฒนาสำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชากการทหารพัฒนา (ช.พัฒนา สนภ.3 นทพ.) ลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชน แก้ไขปัญหาภัยแล้งตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) โดยได้มอบหมายให้ พล.อ.พีรพงษ์ เมืองบุญชู ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) ส่งกำลังพลในทุกพื้นที่นำยุทโธปกรณ์ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น

โดยทางสนภ.3 นทพ. ได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เข้าไปขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านห้วยหละ ม.3 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และ ราษฎร หมู่ที่.3 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ทั้งนี้มีประชาชนผู้ได้รับผลประโยชน์ จากการลงไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์จำนวนทั้งสิ้น 420 คน หรือ 48 ครัวเรือน

////////

ชาวบ้านสุโขทัย เร่งสร้างผนังกั้นน้ำ หลังระดับน้ำยมลดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบริเวณหลังท่าทรายศิริไทยริมแม่น้ำยมหมู่ 3 บ้านหนองอ้อ ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย พบนายไวพจน์ ช่างชัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อพร้อมผู้ใหญ่บ้านนำชาวบ้านจำนวนกว่า 150 คน กำลังช่วยกันสร้างผนังกั้นน้ำโดยใช้ถุงปุ๋ยนำมากรอกทรายมัดปากแล้วนำมาปิดกั้นบริเวณที่ระดับน้ำกำลังลดลงความยาวประมาณ 7-10 เมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ขาดหายไป โดยบริเวณดังกล่าวมีผนังกั้นน้ำของเก่าที่สร้างไว้เมื่อปีที่แล้วแต่ยังใช้งานได้รวมความยาวประมาณ 70-80 เมตร โดยพื้นที่บางช่วงระดับแห้งขอดจนชาวบ้านฝั่งหนึ่งสามารถเดินข้ามไปหาอีกฝั่งหนึ่งได้

นางสุมาลี ดวงจันทร์ อายุ 56 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนองอ้อ ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ภายหลังที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ก็เลยมีการประชุมหารือร่วมกับชาวบ้านหมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 9 ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ต้องใช้น้ำร่วมกัน มาช่วยกันสร้างผังกั้นน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ซึ่งบางส่วนต้องนำมาใช้ทางด้านเกษตรกรรมปลูกพืชผักสวนครัว และการทำนา โดยในปีนี้ ระดับน้ำได้ลดลงเร็วกว่าทุกปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายหมู่บ้านที่ต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำยมไว้ใช้ได้ช่วยกันทำผนังกั้นน้ำในพื้นที่ตัวเองกันไปแล้วหลายจุด ชาวบ้านกังวลใจกลัวว่าจะไม่มีน้ำใช้ก็เลยมาช่วยกันสร้างผนังกั้นน้ำโดยหวังว่าจะมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดระยะเวลาในช่วงหน้าแล้งที่จะถึงนี้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

กองทัพเรือ ร่วมปล่อยเต่าทะเล 34 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ

กองทัพเรือ ร่วมปล่อยเต่าทะเล 34 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ ตามโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย​ ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

วันที่ 5 ม.ค. 63 เวลา 11.00 น. พลเรือโท สุทธินันท์​ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มอบหมายให้ พลเรือตรี ภิญโญ โตเลี้ยง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมตามโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย​ เป็นกิจกรรมตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการสนอง พระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ดังนั้น ทัพเรือภาคที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนองพระดำริ จึงได้บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ในการจัดกิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อปลุกจิตสำนึก พลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ สร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้กับทะเล และเป็นการอนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ให้คงอยู่กับท้องทะเลสืบไป​ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบนิเวศใต้ทะเลไทยอย่างยั่งยืน

ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 34 ตัว โดยร่วมกับ หน่วยงานต่างๆในกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง จำนวน 300 คน ณ​ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบ.ทร.ปล่อยเต่าทะเล กิจกรรมตามพระดำริ ฯ

ในวันนี้ 5 ธ.ค.63 พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 มอบหมายให้ พลเรือตรีภิญโญ โตเลี้ยง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 ให้การต้อนรับ พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการเดินทางมาปล่อยเต่า กิจกรรมตามพระดำริฯ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ หน่วยบัญชา การต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าฯโคราช นำทัพนักตบสาวทีมชาติไทยบวงสรวงขอพรย่าโมพร้อมทำบุญแจกไข่ไก่ 10,000 ฟอง ก่อนสู้ศึกชิงตั๋วใบสุดท้ายสู่โอลิมปิคเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว

ผู้ว่าฯโคราช นำทัพนักตบสาวทีมชาติไทยบวงสรวงขอพรย่าโมพร้อมทำบุญแจกไข่ไก่ 10,000 ฟอง ก่อนสู้ศึกชิงตั๋วใบสุดท้ายสู่โอลิมปิคเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2563 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครราชสีมา นำทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่กำลังจะทำการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชียไปเล่นกีฬาโอลิมปิค 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น และทีม “แคทเดวิล” นครราชสีมา เดอะมอลล์ วี ซี ทั้งทีมหญิงและทีมชาย ทำพิธีบวงสรวงขอพรท้าวสุรนารีหรือย่าโมวีรสตรีของคนไทยและชาวโคราชเพื่อความเป็นสิริมงคล

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ประธานสโมสรวอลเลย์บอลนครราชสีมา เดอะมอลล์ วี ซี กล่าวว่า พิธีบวงสรวงย่าโมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ทีมแคทเดวิลนครราชสีมาเดอะมอลล์ วี ซี ได้บนย่าโมไว้ให้ทีมวอลเลย์บอลของโคราชประสบความสำเร็จ โดยฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งทีมหญิงสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกมาได้ ส่วนทีมชายได้แชมป์ซุปเปอร์ลีก ก็เลยถือโอกาสที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่มาแข่งรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ชิงตั๋วใบสุดท้ายเพื่อไปโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยใช้สนามชาติชายฮอลล์ ภายในสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯจ.นครราชสีมา ในระหว่างวันที่ 7-12 ม.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ทีมชาติของไทยเราได้มาเก็บตัวฝึกซ้อมที่โคราช และมีผู้เล่นของทีมนครราชสีมาติดทีมชาติชุดนี้อยู่ 3 คน ประกอบด้วย ชัชชุอร โมกศรี,วณิชยา หล่วงทองหลางและยุพา สนิทกลาง จึงได้มาร่วมกันบวงสรวงขอพรจากคุณย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างพลังใจ มุ่งมั่น และแรงฮึกเหิมให้เกิดขึ้นกับนักตบสาวทีมชาติตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศให้ประสบความสำเร็จ

นอกจากจะมีอาหารคาวหวานสำหรับบวงสรวงย่าโมแล้ว นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครราชสีมา ก็จะนำนักตบสาวทีมชาติไทยและทีมนครราชสีมา เดอะมอลล์ วี ซี แจกไข่ไก่จำนวน 10,000 ฟอง ให้กับประชาชน จำนวน 500 คน คนละ 20 ฟอง เพื่อเป็นการทำบุญไปด้วย

Cr.กรมประชาสัมพ์จังหวัดนครราชสีมา

ข่าว/ภาพ ศุภเดช ธนูศร รายงาน