กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.บางปะอิน มอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ

ผู้ใหญ่บ้านกำนัน อ.บางปะอิน มอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 8.30 น. ณ ที่บ้านวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ใหญ่บ้านกำนัน อำเภอบางปะอิน กว่า 20 คน ให้กำลังใจ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจ ให้สู้ ชาวจังหวัดพระ นครศรีอยุธยา ขอเป็นกำลังใจให้ คณะครูอาจารย์เด็กนักเรียน ทำงานด้วยความจริงใจ และบริสุทธิ์ยุติธรรม เอาใจ ครูและเด็กนักเรียน สถานศึกษา สู้ๆนะครับ และให้เข้มแข็ง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้สู้ๆตลอดไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

โครงการ “ฟื้นฟูการอบรม พระบริบาลภิกษุไข้” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

นครนายก – โครงการฟื้นฟูการอบรม “พระบริบาลภิกษุไข้“ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ร่วมกับ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี จัดโครงการฟื้นฟูการอบรม ”พระบริบาลภิกษุไข้” เฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์เปิดโครงการฯ, ผศ.ดร.วิไลพร ขำวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมกล่าวถวายรายงานการจัดโครงการฯ พร้อมมี พระภิกษุสงฆ์ คณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่วิทยาลัยพยาบาลราชชนนี สระบุรี ร่วมพิธีเปิดโครงการฯ

จากการสำรวจสุขภาพพระภิกษุ สามเณร พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ทำให้อาพาธคือ ไขมันและน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนโรคที่พบมากสุดได้แก่ โรคมะเร็ง, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งมีผลกระทบในการประกอบกิจกรรมทางศาสนา จากการวิเคราะห์ปัญหาการดูแลสุขภาพของพระภิกษุอาพาธพบว่า พระภิกษุที่เจ็บป่วยในวัดหรือที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วกลับมาพักฟื้นที่วัด ส่วนใหญ่ต้องดูแลกันเองโดยพระภิกษุรูปอื่นในวัด พระภิกษุในวัดจึงมีบทบาทหน้าที่เป็นผู้ให้การดูแลพระภิกษุที่อาพาธ ซึ่งจะดูแลได้เหมาะสมหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ความรู้และทักษะในการดูแลพระภิกษุอาพาธ ดังนั้นการพัฒนาสมรรถนะพระภิกษุในการเป็นผู้ดูแลสุขภาพพระภิกษุอาพาธ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

สถาบันพระบรมราชชนก ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงจัดโครงการฟื้นฟูการอบรม ”พระบริบาลภิกษุไข้“ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี เป็นสถาบันการศึกษาในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ได้รับมอบหมายให้จัดการอบรมพระบริบาลภิกษุไข้ ในจังหวัดสระบุรีและจังหวัดนครนายก จำนวน 120 รูป

สำหรับการจัดอบรมในจังหวัดนคร นายกครั้งนี้ มีพระภิกษุเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 60 รูป การจัดโครงการอบรมครั้งนี้ เพื่อให้พระภิกษุที่เข้ารับการอบรมมีองค์ความรู้และทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมทั้งมีความรู้และทักษะในการบริบาลพระภิกษุไข้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 5 ฐาน ประกอบด้วย

  1. การคัดกรองสุขภาพด้วยปิงปองจราจร 7 สี การป้องกันโรค NCD ด้วยหลัก 3อ 3ล และวิธีการวัดสัญญาณชีพ
  2. การคัดกรองสุขภาพจิต และสารเสพติด
  3. การทำแผล
  4. การปฐมพยาบาล การสำลักสิ่งแปลกปลอม
  5. การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)

การจัดโครงการอบรมครั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระอุดมวชิรนายก เจ้าคณะอำเภอเมือง เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง ที่เมตตาให้คำปรึกษาประสานงาน อนุเคราะห์สถานที่และอำนวยความสะดวกในการจัดอบรมและช่วยเหลือในด้านต่างๆ เป็นอย่างดียิ่ง


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา ณ ห้องส่ง 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก สนามเป้า กรุงเทพฯ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯพร้อมด้วยกรรมาธิการ และคณะทำงาน ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568


ผบช.ภ.1 ตรวจติดตามการปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์ และมอบรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม สภ.คูคต ภ.จว.ปทุมธานี

วันที่ 23 มิ.ย.68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 หัวหน้าชุดตรวจ เเละ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.อก.ภ., พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจ บก.อก.ภ.1 ได้เดินทางไปตรวจติดตามการปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ และไปเยี่ยมสายตรวจเพื่อมอบรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม สภ.คูคต ภ.จว.ปทุมธานี


DSI ฝากขัง นายหน้าจัดหาคนไทย ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศฟิลิปปินส์

DSI ฝากขังนายหน้าจัดหาคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศฟิลิปปินส์

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 : คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำตัวนางสาวณัฐวิกรณ์ สงวนนามสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1858/2567 ลงวันที่ 25 เมษายน 2567 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยการบังคับใช้แรงงานหรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลโดยเป็นธุระจัดหา และยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้ นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบให้ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดพา หรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อฝากขังระหว่างการสอบสวน เป็นครั้งที่หนึ่ง

การจับกุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใต้ คดีพิเศษที่ 32/2566 เป็นกรณีที่มีกลุ่มบุคคลร่วมกันเป็นธุระจัดหาชาวไทยไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในการบังคับใช้แรงงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยการประกาศ รับสมัครงานผ่านโซเชียลมีเดียหาคนไทยไปทำงานในประเทศฟิลิปปินส์ ในตำแหน่งพนักงาน ฝ่ายบุคคล ฝ่ายการตลาดและฝ่ายบริการลูกค้า ของบริษัท มีค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 50,000 บาท มีสวัสดิการ ซึ่งได้โพสต์ประกาศรับสมัครผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของกลุ่มผู้ต้องหา ต่อมาผู้เสียหายเกิดความสนใจและหลงเชื่อที่จะไปทำงานตามที่ได้มีการประกาศไว้

จึงได้นัดหมายให้มีการสัมภาษณ์งานจากบุคคลสัญชาติจีน และได้เดินทางจากประเทศไทยไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีกลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้อำนวยความสะดวกและจัดหาบัตรโดยสารเครื่องบิน ผู้เสียหายได้เดินทางไปถึงประเทศฟิลิปปินส์ จึงได้พบกับผู้ต้องหากับพวก ผู้ต้องหากับพวกได้ยึดหนังสือเดินทาง และพบว่าบริษัทที่ได้สมัครมาทำงานนั้นไม่ได้เป็นไปตามคำชักชวนและที่ประกาศไว้ แต่ได้ถูกกลุ่มผู้ต้องหากับพวก หลอกลวงและบังคับให้ทำ งานโดยลักษณะงานเป็นการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์และสื่อโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงผู้อื่นให้มาทำงานที่บริษัทของกลุ่มผู้ต้องหาเมื่อมีบุคคลหลงเชื่อก็จะถูกบริษัทบังคับให้ทำงานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เพื่อหลอกลวงผู้อื่นตามที่บริษัทกำหนดหากผู้กล่าวหาไม่ทำตามก็จะถูกข่มขู่ บังคับ และสร้างภาระหนี้สิน

ซึ่งการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหากับพวกจึงมีลักษณะการเป็นธุระจัดหาในการส่งผู้กล่าวหาทั้ง 3 ราย จากประเทศไทย ไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในการบังคับใช้แรงงาน หรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน อันเป็นการขูดรีดบุคคล โดยใช้อุบายส่งไปนอกราชอาณาจักร จัดให้อยู่อาศัย และรับไว้ซึ่งผู้กล่าวหา โดยข่มขู่ ฉ้อฉล หลอกลวง รวมทั้งยึดหนังสือเดินทางของผู้กล่าวหา เพื่อบังคับให้ทำงานหลอกลวงคนไทยให้ไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หากไม่สามารถหลอกลวงคนให้มาทำงานตามที่นายจ้างกำหนดเป้าหมายไว้ ผู้กล่าวหาจะถูกปรับเงินและจะถูกขายตัวไปยังบริษัทแห่งอื่นในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงานและการกระทำอันเป็นการขูดรีดผู้กล่าวหา และก่อนได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทยจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายดังกล่าวกับพวกซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้บริเวณด้านหน้าอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในแขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญา โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายรายอื่นๆ ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ทบ. ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก กำชับหน่วยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมปกป้องอธิปไตย และดูแลประชาชน

ผบ.ทบ. ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก กำชับหน่วยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมปกป้องอธิปไตย และดูแลประชาชน ก่อนลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลตามแนวชายแดน

วันนี้ (23 มิ.ย.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 9/2568 โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม ซึ่งวาระก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลให้แก่หน่วยที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางทหารกองทัพบกประจำปี 2568, รางวัลการแข่งขันกีฬาทางอากาศและการบิน สาขากระโดดร่มในการแข่งขันกีฬากองทัพไทยครั้งที่ 55 ประจำปี 2568 จากนั้นเป็นการรายงานสรุปการปฏิบัติที่สำคัญของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ซึ่งปัจจุบันได้มีการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างใกล้ชิด

ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในทุกมิติ อันมีส่วนประกอบจากปัจจัยที่หลากหลายและรอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาในพื้นที่ตามแนวชายแดน กองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคง มีหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย ปกป้องสถาบันหลักของชาติ และดูแลประชาชนให้ปลอดภัย จึงขอให้กำลังพลทุกคนตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ ยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ชายแดน ขอเป็นกำลังใจให้กำลังพลปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ มีความรักความสามัคคี ร่วมมือกัน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มศักยภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

สำหรับช่วงบ่าย ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และคณะ เดินทางไปติดตามสถานการณ์ และเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ ซึ่งโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจกำลังพลในฐานปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดพร้อมขอบคุณผู้บังคับบัญชาและกำลังพลทุกนายที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติอย่างเต็มความสามารถในการปกป้องแผ่นดินไทยและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศชาติให้ดำรงอยู่สืบไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

หน่วยทหารกองทัพบก ร่วมกับอ.แม่สาย เร่งขุดลอกแม่น้ำ-เสริมแนวป้องกันชั่วคราว ป้องกันดินโคลนน้ำหลาก

หน่วยทหารกองทัพบกร่วมกับอำเภอแม่สายเร่งขุดลอกแม่น้ำ-เสริมแนวป้องกันชั่วคราว ป้องกันดินโคลนน้ำหลาก ขณะที่ สทนช. กรมการทหารช่าง ติดตามการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก พร้อมรับมืออุทกภัยปีนี้

สทนช. บูรณาการหน่วยงานประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าชั่วคราวฯ ลุ่มน้ำโขงเหนือ เร่งติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก การก่อสร้างพนังกั้นน้ำ และการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ รับมืออุทกภัยปีนี้ พร้อมชู “จ.เชียงราย” เป็นต้นแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนในการจัดการภัยพิบัติด้านน้ำ

หน่วยทหารกองทัพบก ร่วมกับที่ว่าการอำเภอแม่สาย เดินหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากดินโคลนน้ำหลากในเขตอำเภอแม่สายอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งภารกิจเป็น 2 แนวทางหลัก ครอบคลุมทั้งการจัดการลำน้ำและการเสริมแนวป้องกันเขตชุมชนเศรษฐกิจ

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของงานขุดลอกดินตะกอนในแม่น้ำรวกฝั่งไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในลำน้ำสายหลักที่มักมีน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ขณะนี้มีผลการดำเนินงานคืบหน้าไปแล้ว 65.91% โดยเป็นการเปิดทางน้ำและลดความเสี่ยงจากการท่วมขังที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจ

ในขณะเดียวกัน ได้มีการดำเนินการอุดและเสริมแนวป้องกันชั่วคราวบริเวณเขตชุมชนเศรษฐกิจ เพื่อรอการก่อสร้างแนวป้องกันถาวรตามแผนของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยงานในส่วนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 73.06% ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามเร่งด่วนในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ กำลังพลจากหน่วยทหารช่างของกองทัพบก ได้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยก็ตาม เพื่อให้การเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดินโคลนน้ำหลากเสร็จสมบูรณ์ทันการณ์ ก่อนที่ฝนหนักจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยา กรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำโขงเหนือ ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยา มณฑลทหารบกที่ 37 กรมการทหารช่าง กรมอุตุนิยมวิทยา กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) การประปาส่วนภูมิภาค กรมทางหลวงชนบท กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเหนือ เข้าร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

หลังจากนั้นช่วงบ่าย เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำแม่น้ำกก บริเวณหาดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย พร้อมติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำสาย บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 และได้ลงเรือสำรวจจุดการก่อสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราว-กึ่งถาวร รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยบริเวณคันกั้นน้ำและถนนทางหลวงชนบทที่ชำรุดในตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ตามลำดับ และตรวจสอบจุดวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่แม่สาย ก่อนเดินทางต่อไปยังจุดเสี่ยงภัยในตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ได้แก่ บริเวณคันกั้นน้ำขาด และจุดที่ทางหลวงชนบทเกิดการทรุดตัว เพื่อประเมินความเสี่ยงและเร่งหาแนวทางป้องกันร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป โดยมี พลโท สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่าง และ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมให้ข้อมูลในพื้นที่

ด้าน พลโท สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่าง กล่าวว่า ภารกิจที่ได้รับมอบหมายในการสร้างแนวป้องกันน้ำ คืบหน้าเป็นไปตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 พร้อมทั้งได้จัดกำลังพลและทรัพยากรในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข ตามนโยบายของกองทัพบก

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สทนช. บูรณาการร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและ สสน. เพื่อวิเคราะห์ คาดการณ์และประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำฝน น้ำท่า น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มหรือน้ำล้นตลิ่งในปี 2568 โดยพบว่า จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูงที่จะประสบภัย เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ มีน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม มีตะกอนดินทับถมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตลอดลำน้ำของแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกมีความตื้นเขิน ประกอบกับในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองแม่สายไปแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้น การตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำโขงเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย จึงมีความสำคัญในการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงป้องกันล่วงหน้า โดยเฉพาะการประเมิน คาดการณ์ ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า และสามารถป้องกันภัยได้ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ

“การรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเหนือในปีนี้ สทนช. ได้ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่ของเมียนมา ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนภัยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เข้าไปดำเนินการในเชิงป้องกันให้ทันก่อนเกิดเหตุ เนื่องจากระบบโทรมาตรที่เป็นเครื่องมือในการแจ้งเตือนระดับน้ำล้นตลิ่งของไทยเป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้าในระยะเวลาสั้นๆ อาจไม่ทันต่อสถานการณ์ สำหรับความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกนั้น ในส่วนของแม่น้ำสายซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ จึงเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยและเมียนมา โดยในช่วงต้นแม่น้ำสายจะเป็นภารกิจการขุดลอกที่ดำเนินการโดยเมียนมา ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วเพียงบางส่วน นอกจากนี้ สทนช. ได้ติดตามการดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว-กึ่งถาวรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจของอำเภอแม่สายที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างการขุดลอกยังไม่แล้วเสร็จทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำสายยังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ จะทำงานควบคู่ไปกับกองทัพบก โดยการประเมินปริมาณฝน แนวโน้มฝนและปริมาณน้ำที่จะไหลมาตามลำน้ำ หากมีแนวโน้มที่จะล้นตลิ่งเข้ามาท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย จะให้คำแนะนำชี้เป้าจุดเสริมกระสอบทรายขนาดใหญ่ (Big Bag) หรือจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาผลกระทบที่ชาวแม่สายจะได้รับให้เหลือน้อยที่สุด” เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าว

สำหรับความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำรวก ซึ่งเป็นภารกิจของฝ่ายไทยโดยกองทัพบก มีผลการดำเนินการเป็นไปตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ในส่วนการขุดลอกแม่น้ำกกที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน สทนช. จะเร่งประสานติดตามการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินการขุดลอกให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อช่วยรับมือสถานการณ์ตลอดฤดูฝนปีนี้ นอกจากนี้ ทางจังหวัดเชียงรายได้สะท้อนถึงความจำเป็นในการติดตั้งเครื่องดูดโคลนเพิ่มเติม เนื่องจากมีจำนวนไม่เพียงพอและเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ หากต้นน้ำมีปริมาณน้ำไหลหลากจะมาพร้อมกับดินโคลนไหลลงมาสะสมในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ สทนช. จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไป

“ในวันนี้ได้รับทราบข้อมูลในการเตรียมความพร้อมของจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 อย่างครอบคลุมและรัดกุมแล้ว ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชม “จังหวัดเชียงราย” ถือเป็นต้นแบบในการบูรณาการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำของประเทศ ทั้งในเชิงป้องกันก่อนเกิดภัย และด้านปฏิบัติการในระหว่างเกิดภัย รวมทั้งได้ขยายผลการบริหารจัดการน้ำไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะการระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่จากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันอย่างแท้จริง ทั้งภาคราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการศึกษา นักวิจัยและนักวิชาการ จนนำไปสู่กระบวนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็งในระดับชุมชนหรือพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นกระบอกเสียงในการแจ้งเตือนภัย ลดช่องว่างระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐ ทำให้การสื่อสารแจ้งเตือนภัยสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง” เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าว


นที มีเดช รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมทบ.36 ตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 นำกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 36 กองสรรพาวุธเบากองพลทหารม้าที่ 1 กองพันทหารช่างที่ 8 ตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมายให้ กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 36 ดำเนินการตรวจความพร้อมของกำลังพลและอุปกรณ์กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 36 ณ ลานพื้นแข็ง กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อความพร้อมในการปฏิบัติ ได้ทันเวลา อย่างเหมาะสมทุกสถาน การณ์

จากนั้น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมายให้ กองสรรพาวุธเบากอง พลทหารม้าที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ในการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย ในพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากเข้าสู่ภาวะฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยเฉียบพลัน ณ บริเวณลานพื้นแข็งหน้าแหล่งรวมรถ กองสรรพาวุธเบากองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมายให้ กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยพิบัติ ในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉลับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ให้เกิดความรวดเร็วและคลี่คลายสถานการณ์ ได้ทันเวลา ณ ค่ายพ่อขุนผาเมือง ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์


นที มีเดช รายงาน

หอการค้าน่าน จัดอบรมสมาชิกใหม่ YEC รุ่นประจำปี 2568 &CONNECT THE DOTS DINNER

น่าน – หอการค้าน่าน โดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่จัดอบรมสมาชิกใหม่ YEC รุ่นประจำปี 2568 &CONNECT THE DOTS DINNER ผู้นำคลื่นลูกใหม่ Young Public and Private Collaboration (YPC) ประจำปี 2568 ในการพัฒนาองค์กร และเศรษฐกิจทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ

22 มิถุนายน 68 ที่โรงแรมเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน หอการค้าน่าน โดยนางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าน่าน นายปวริศร์ รักษ์อัศวโภคิน ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าน่าน จัดโครงการอบรมสมาชิกใหม่ รุ่นประจำปี 2568 &CONNECT THE DOTS DINNER เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แนะแนวการดำเนินการ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการพัฒนาธุรกิจ และสร้างเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ พร้อมทั้งแนวทางการประสานความร่วมมือในการพัฒนาจังหวัดร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้นักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดน่าน 27 ท่าน ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก YEC หอการค้าจังหวัดน่าน รุ่นปี 2568 ได้เพิ่มพูนความรู้ในเรื่อง YEC DNA เราคือผู้นำนักธุรกิจรุ่นใหม่

โดย คุณปริม จิตจรุงพร กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ็นด์ไลน์ เม็ทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, คุณชัยศิริ ภาวสถาพร ประธานชมรมธนคารจังหวัดน่าน และผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาน่าน มาให้ความรู้ในเรื่อง “การลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน” การเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดย นายธนกร รัชตานนท์ พ.ศ.2548 -2549, นายสมบัติ ชินสุขเสริม พ.ศ.2558 – 2561, นายศรีรุ่ง รัตนศิลา พ.ศ.2562 – 2567 อดีตประธานหอการค้าจังหวัดน่าน

จากนั้น นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน.ได้ให้โอวาท “สร้างแรงบันดาลใจและแนะแนวทางการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในจังหวัด” มอบป้ายสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ Young Public and Private Collaboration (YPC) ประจำปี 2568

นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าน่าน ลำดับที่ 11 คนปัจจุบัน กล่าวว่า วันนี้เป็นการจัดงานเปิดตัวน้อง ๆ YEC รุ่นใหม่ ที่ได้รับเข้ามาในวาระการบริหารสมัยปี 2568 นำร่องชุดแรก 27 คน ทั้งเป็นทายาทของนักธุรกิจในพื้นที่ และ YEC ในพื้นที่หลากหลายธุรกิจอาทิ อสังหาริมทรัพย์ การแปรรูป ท่องเทียว นำโดย นายปวริศร์ รักษ์อัศวโภคิน ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าน่าน พร้อมทั้งได้เชิญ คุณปริม จิตจรุงพร กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ็นด์ไลน์ เม็ทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด มาให้ความรู้ YEC DNA เราคือผู้นำนักธุรกิจรุ่นใหม่

โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young Public and Private Collaboration: YPC) คือ โครงการที่จัดตั้งโดยหอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐในส่วนภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคราชการและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ สร้างเครือข่าย และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ YPC มุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในภาคราชการและภาคเอกชน ให้มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ทันสมัย รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อร่วมกันวางแผนและขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน

สมาชิก YEC น่าน (Young Entrepreneurs Chamber of Commerce) คือ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่อยู่ในจังหวัดน่าน. YEC น่าน เป็นส่วนหนึ่งของหอการค้าจังหวัดน่าน และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัด.

นายปวริศร์ รักษ์อัศวโภคิน ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าน่าน กล่าวถึงจุดประสงค์ของการ อบรมสมาชิกใหม่ YEC รุ่นประจำปี 2568 &CONNECT THE DOTS DINNER กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของจังหวัดน่าน ที่ได้รวมตัวกันเพื่อช่วยกันในเรื่องการทำธุรกิจรวมถึงเป็น “เครือข่ายฟังก์ชัน” (Network Function) เพื่อช่วยเหลือจังหวัดน่าน มาจากหลากหลายอาชีพหลายสาขาไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ท่องเที่ยว ค้าปลีก ค้าส่ง ภาคการเกษตร เรามารวมกลุ่มกันเป็น Community YEC เพื่อช่วยเหลือกัน ส่งเสริมกัน ในการทำธุรกิจ Action Function ในการช่วยกันพัฒนาจังหวัดน่าน ให้ยั่งยืน


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN
รที มีเดช รายงาน

ทหารใหม่ มทบ.37 ประกอบพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ของทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568

ทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 ประกอบพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะของทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568

พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 มอบหมายให้ พ.อ. โรมรัน ชูก้าน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะของทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568 ณ ห้องอบรม หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 จำนวน 104 นาย โดยได้กราบนิมนต์ พระครูเขมสุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดเม็งรายมหาราช เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ รวม 5 รูป นำประกอบพิธีฯ

โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา, ฝ่ายเสนาธิการ มทบ.37,ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง มทบ.37 และครูฝึก/ผู้ช่วยครู ทหารใหม่ ร่วมในพิธีฯ เพื่อแสดงถึงการยอมรับนับถือต่อพระพุทธเจ้า รับเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก และนำหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนามาเป็นหลักในการฝึกฝนพัฒนาจิตใจ พร้อมทั้งรับฟังบรรยายธรรม ในหัวข้อ “ศีล 5 ในการใช้ชีวิตประจำวัน ” เป็นการปลูกฝังคุณธรรมประจำใจและการปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ทั้งนี้ทหารใหม่ได้ปฏิบัติตามหลักศีลธรรมอันดีงามของพระพุทธศาสนา ในฐานะที่ตนเป็นพุทธมามกะ และจะได้เป็นกำลังพลที่ดีมีคุณภาพของหน่วย กองทัพ และประเทศชาติสืบต่อไป ทั้งนี้ มียอดทหารใหม่ มากระทำพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะฯ ทั้งสิ้น


นที มีเดช รายงาน