บุกยิงอุกอาจกลางเมือง นักธุรกิจอำเภอชายแดน วัย 50 ต่อหน้าภรรยา หน้าห้างดัง เสียชีวิตคาที่

บุกยิงอุกอาจกลางเมือง นักธุรกิจอำเภอชายแดน วัย 50 ต่อหน้าภรรยา หน้าห้างดัง เสียชีวิตคาที่

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 19:40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี และชุดสืบ ได้รับแจ้งเหตุมีการ จาก 191 ว่ามีเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ อยู่ที่ลานจอดรถห้างใหญ่แห่งหนึ่ง ในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี จึงได้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวร โรงพยาบาลพหลพลพยหะเสนา ไปยังที่เกิดเหตุ พบศพเป็นชายทราบชื่อภายหลัง ชื่อนายสิทธิกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ตามเลขที่บัตรประชาชน เป็นคน ต บ้านโขง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แต่มาประกอบอาชีพ เปิดร้านขายของ ที่อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรี สภาพศพ นอนหงายจมกองเลือด ใส่กางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีกรม นอนเสียชีวิตอยู่ ข้างรถกระบะฟอร์ด 4 ประตูสีดำ ทะเบียน ……. ประตูด้านคนขับเปิดอยู่ เหมือนเตรียมจะขึ้นรถกลับบ้าน ส่วนดันหลังกระบะบรรทุกของใช้เต็มกระบะ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางอำไพ ฯ ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้จอดรถยนต์กระบะไว้บริเวณลานจอดหน้าห้าง เมื่อซื้อสินค้าเสร็จกำลังจะขึ้นรถได้มีคนร้าย 2 คน ซึ่งคาดว่ารอคอยอยู่แล้วได้้ดินเข้ามาก่อเหตุโดยใช้อาวุธปืน ไม่ทราบขนาด กระหน่ำยิง กระสุนปืนโดน เข้าที่ศีรษะและลำตัว 15 นัด จนเสียชีวิตคาที่ แล้วหลบหนีไป อย่าง รวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดการขัดแย้งในด้านธุรกิจ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และ สอบสวนสาเหตุ ที่แท้จริง และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

สภ.ห้วยยาง ดำเนินงานโครงการ “ตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร” ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

ประจวบคิริขันธ์ – สภ.ห้วยยาง ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปิงบประมาณ 2568

วันที่ 25 มิ.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ. จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ, พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สก.ห้วยยาง อำเภอห้บสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป สภ.ห้วยยาง, ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษฎา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, ตำรวจชุดปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ, นายกิตติรัตน์ ส้มแป้น ปลัดฝ่ายทะเบียนอำเภอทับสะแก, นายบุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไรใน, นายทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง ต่าบลแสงอรุณ, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.), คณะกรรมการคุ้ม และ น.ส.ธาราพันธ์ มีแก้ว พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จำนวนผู้กล้า/ผู้บำบัด ในโครงการจำนวน 34 คน รายละเอียด ดังนี้

  1. การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ในผู้กล้า/ผู้บำบัด
  2. ร่วมกิจกรรมอาสาพัฒนาและนิทรรศการบำบัด โดยร่วมปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธ์พืช เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ความเข้าใจ รักหวงแหน และปกปักรักษา ในทร้พยากรธรรมซาติ อันมีค่าของชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี ในทีมในหมู่คณะ
  3. อบรมให้ความรู้/ตักเตือน/เน้นย้ำ ให้ประพฤติตนในการ ลด/ละ/เล็ก ยาเสพติด

เมื่อได้เข้าสู่โครงการนี้แล้วให้ได้มีผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด และ ปลุกเร้า/ฝึกจิตใจ ให้จิตใจมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในการต่อสู้กับยาเสพติด ด้วยตัวของตนเองอย่างเข้มแข็งต่อไป ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย
จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กำนันตำบลทุ่งขวาง พร้อมผู้นำชุมชน มอบของให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน

กำนันตำบลทุ่งขวาง พร้อมด้วยผู้นำชุมชนมอบของให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. นำโดยนายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง
พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สารวัตรกำนัน, แพทย์ประจำตำบล, ผู้นำชุมชน, ข้าราชการ-พนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง ร่วมกิจกรรมมอบผ้าอ้อมประจำเดือนมิถุนายน ให้กับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง ภายใต้โครงการดูแลสุขอนามัยสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงหรือบุคคลที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะอุจจาระในการดำเนินชีวิต ปี 2568


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประชาชนชาวสุพรรณบุรี ร่วมบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ

สุพรรณบุรี – ประชาชน หลากหลายอาชีพแห่ร่วมบริจาคโลหิตเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 70 ล้านซีซีเฉลิมพระเกียรติ

ที่ปั้มน้ำมัน ปตท. ถนนสุพรรณบุรี – บางบัวทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ได้มีประชาชนหลากหลายอาชีพเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิต ให้กับศูนย์โลหิตโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยนายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา, นายสมชาย สุจิตต์ ผู้บริหาร ปตท.หลักเมือง (เลี่ยงเมืองสุพรรณฯ) ร่วมกับศูนย์โลหิตโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช และโรงพยาบาลบางปลาม้า

นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตน ตนอยากช่วยเหลือสังคม และให้ความสำคัญเรื่องโลหิตจึงได้รณรงค์รับบริจาค ต้องบอกว่าโลหิตของคนสุพรรณ มีความที่จะต้องการใช้โลหิตประมาณ 30,000 กว่ายูนิต ต่อปีแต่วันนี้เรารับบริจาคโดยเฉลี่ยแค่ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งโลหิตทุกวันที่ผ่านมาต้องส่งไปที่ศูนย์โลหิต ที่ลพบุรี แต่ปัจจุบันเรารับบริจาคอยู่ที่สุพรรณ และทำศูนย์โลหิตของเราเองแล้ว

การที่เรารณรงค์ ให้มาช่วยกันบริจาคโลหิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นที่สำคัญโลหิตของท่านที่จะมาช่วยนั้นก็จะช่วยชีวิตของคนได้อีกหลากหลายชีวิต ก็ขอเชิญชวนมาร่วมบริจาคกันได้ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช และปัจจุบันทางครอบครัวตนรวมถึงคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และญาติพี่น้องได้ร่วมกันซื้อรถรับบริจาคโลหิตไว้ ซึ่งสามารถออกไปบริการ รับบริจาคโลหิตตามสถานที่ต่างๆได้ ถ้าสถานที่ใดมีความพร้อมจะให้รถออกไปบริการก็ยินดี

นอกจากการรับบริจาคโลหิตแล้วทางโรงพยาบาลบางปลาม้า ยังได้จัดรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่มาเอ็กซเรย์ ปอด เพื่อตรวจคัดกรองโรคปอด และตรวจคัดกรอง ไวรัสตับอักเสบ บี และซี ให้กับประชาชนที่มาร่วมบริจาคโลหิตและอวยพรวันเกิด ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทับสะแก เปิด “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด”

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก เปิด “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแกจับผู้ต้องหา 5 ราย ดำเนินคดี 1 ราย อีก 4 ราย สู่กระบวนการบำบัด

วันที่ 25 มิ.ย.68 ตามแนวทางขับเคลื่อนกรมการปกครอง ประจำปี 2568 ตามนโยบายรัฐมน ตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ. ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับ สะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก

มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก, นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง, พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย และมีการสมัครใจยินยอมเข้าสู่กระบวน การบำบัด รพ.ทับสะแก จำนวน 4 ราย และดำเนินคดี จำนวน 1 ราย

ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกจับกุม ดังนี้

  1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยการจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
  2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 6 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

แพทย์ทหาร ร่วมรณรงค์ “สร้างอนาคตปลอดภัย ไม่ป่วยด้วยไข้เลือดออก”

แพทย์ทหารร่วมรณรงค์ “สร้างอนาคตปลอดภัย ไม่ป่วยด้วยไข้เลือดออก”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงนี้ มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่นำโดยยุงลาย เนื่องจากมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย ชอบวางไข่ในภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง โดยเฉพาะภาชนะใส่น้ำใช้, ภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว, อ่างบัว, ยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งภาชนะเหล่านี้ จะมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในชุมชน หรือในบ้าน เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดของโรคได้

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยจากภัยดังกล่าว ต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ร่วมกันตรวจภาชนะที่มีน้ำขัง และเก็บกวาดภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแบบง่าย ๆ ตามมาตรการ 3 เก็บ ดังนี้ 1) เก็บขยะ เศษภาชนะที่มีน้ำขัง ป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2) เก็บกวาด บ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง ป้องกันยุงลายเกาะพัก และ 3) เก็บน้ำดื่ม น้ำใช้ให้สะอาดมิดชิด ป้องกันได้ 3 โรค ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการสงสัยป่วยไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ มีจุดเลือดที่ลำตัว ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุดซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา ทั้งนี้ หากรับประทานยาลดไข้ (พาราเซตามอล) หรือเช็ดตัวแล้ว ไข้ไม่ลดภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับรางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี2567

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการคัดเลือกให้ได้รางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทโรงพยาบาลกองทัพภาค (คะแนน ร้อยละ 80.0) จากกรมแพทย์ทหารบก

โรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับโรงพยาบาลกองทัพภาค สังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบ ครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในระดับภูมิภาคของกองทัพบก (ภาคเหนือ) มีที่ตั้ง ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานชั้นนำ รวมทั้งให้บริการสุขภาพและการรักษาพยาบาลแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกันแก่บุคลากร และชุมชนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน รวมทั้งบริหารทรัพยากรสายแพทย์ในโรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะเป็นโรงพยาบาล แม่ข่ายหลัก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากผลงานการดำเนินงานของโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลงานเชิงประจักษ์ จึงได้รับการคัดเลือกให้ได้รางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทโรงพยาบาลกองทัพภาค (คะแนน ร้อยละ 80.0) จากกรมแพทย์ทหารบก

ในการนี้ เจ้ากรมแพทย์ทหารบกได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประ จำปี 2567 เนื่องในงาน “125 ปี วันสถาปนากรมแพทย์ทหารบก ที่ผ่านมา ณ กรมแพทย์ทหารบก กรุงเทพมหานคร โดยมีรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลฯ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส


กองทัพภาคที่ 3 สรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดน (ตค. 67 – มิย. 68)

กองทัพภาคที่ 3 สรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดนของ กองทัพภาคที่ 3 (ตุลาคม 67 – มิถุนายน 68)

ตามที่รัฐบาลโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้มีนโยบายให้มีการ บูรณาการงานด้านการข่าวเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดน จนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ นั้น

หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) โดยกองทัพภาคที่3 ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค5 ได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ “SEAL STOP SAFE” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ ปฏิบัติการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการสกัดกั้น ยับยั้ง การลักลอบลำเลียงยาเสพติดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ พลโท กิตติพงษ์ ชื่นใจชน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) ได้ลงพื้นที่ เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงาน รวมทั้งเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในห้วงที่ผ่านมาดังนี้.-

  1. ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ เช่น อำเภอฝาง แม่อาย เชียงดาว ไชยปราการ และเวียงแหง ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน ติดกับชายแดนประเทศเมียนมา มีช่องทางธรรมชาติจำนวนมากที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ขอให้เน้นการลาดตระเวน ตรวจตรา และเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ จึงเป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568)
  2. ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นภูมิประเทศทุรกันดารและยากต่อการเข้าถึง โดยเฉพาะในอำเภอปางมะผ้า และอำเภอปาย มักเป็นจุดเสี่ยงของการเคลื่อนไหวของขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเช่นกัน ให้เน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่นในการติดตามข่าวสาร การตั้งจุดตรวจจุดสกัด และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อแจ้งเบาะแสอย่างทันท่วงที โดยจะเน้นหนักในสามด้านหลัก ได้แก่ การ SEAL หรือปิดล้อมแนวชายแดนไม่ให้ยาเสพติดเล็ดลอดเข้าสู่ประเทศ, การ STOP หรือการหยุดยั้ง และสลายโครงสร้างเครือข่าย นักค้า รวมถึงการขยายผลยึดทรัพย์ กลุ่มขบวนการยาเสพติด และการ SAFE หรือสร้างความปลอดภัยและภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในพื้นที่ (เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568)
  3. ในพื้นที่จังหวัดตาก มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานประจำฐานภายใต้สภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังแนวชายแดนให้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง มาตรการ SEAL โดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งเป็นแนวทางปิดล้อมพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน ควบคุมเส้นทางธรรมชาติ รวมทั้งการใช้เทคโนโล ยี สนับสนุนการลาดตระเวน เพื่อป้องกันยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าประเทศ ทั้งตรวจสอบโกดังเก็บสารเคมีและสารตั้งต้น ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมและติดตามอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้วัตถุอันตรายรั่วไหลสู่ภายนอก สำหรับมาตรการ STOP ภายใต้การควบคุมของตำรวจภูธรจังหวัดตาก (ภ.จว.ตาก) ที่เน้นการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่เขตเมืองหรือพื้นที่ปลายทาง สนับสนุนด้วยมาตรการ SAFE โดยฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ซึ่งเป็นมาตรการเน้นการสร้างความปลอดภัยในชุมชน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และร่วมกันต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่ของตน (เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568)
  4. ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มอบหมายให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ณ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายตามแนวลำน้ำโขง ภายใต้ยุทธศาสตร์ SEAL มอบหมายให้ด่านศุลกากรแม่สาย ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าผ่านแดน และสารเคมีที่อาจใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย ณ จุดผ่านแดนแม่สาย 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ STOP รวมทั้งได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ภายใต้ยุทธศาสตร์ SAFE ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568)

สำหรับในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 8 มิถุนายน 2568) สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเหตุการณ์ที่สำคัญ จำนวน 165 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด จำนวน 174 คน ตรวจยึดของกลางได้ดังนี้.-

  1. ยาบ้า 238,000,000 เม็ด
  2. ไอซ์ 14,049 กิโลกรัม
  3. เฮโรอีน 376 กิโลกรัม
  4. คีตามีน 1,454 กิโลกรัม
  5. Happy Water 4.8 กิโลกรัม
  6. เคมีภัณฑ์ 819 ตัน

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและจับกุม อย่างเป็นรูปธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งหากพี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยตรง ให้กับ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Applications Line ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป


เกษตรกรเพชรบูรณ์ผู้ปลูกข้าวโพด แห่ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ห้ามนำเข้าข้าวโพด GMO หวั่นอาจทำให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทย ต่ำกว่าราคาประกัน

เพชรบูรณ์ – เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด แห่ยื่นหนังสือถึงผู้ว่า ห้ามนำเข้าข้าวโพด GMO หวั่นอาจทำให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทย ต่ำกว่าราคาประกัน

ที่วัดพระพุทธบาทชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอชนแดน ราว 300 คน นำโดย นายอุกฤษ ฉัตรศรีสุวรรณ นายกสมาคมการค้าพืชไร่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รวมตัวกันคัดค้านการนำข้าวโพด GMO จากประเทศ สหรัฐอเมริกา ทั้งที่รัฐบาลไม่ให้เกษตรกรปลูกข้าวโพด GMO แต่รัฐบาลกลับนำเข้าข้าวโพดสายพันธ์ดังกล่าว โดยกลุ่มเกษตรกรอ้างว่า หากนำเข้าข้าวโพดที่มีราคาถูกกว่าราคาข้าวโพดในประเทศ ก็จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการชะลอตัวเพื่อซื้อวัตถุดิบที่ผลิตได้ภาย ในประเทศ เนื่องจากการซื้อข้าวโพดจากประเทศสหรัฐอเมริกา อาจทำให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทย ต่ำกว่าราคาประกัน

วันนี้จึงมีการรวมตัวกันมาเรียกร้องให้ รัฐบาล พิจารณาการนำเข้า ข้าวโพด GMO จากประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกันนี้กลุ่มเกษตรกรก็ได้มีการชูป้ายข้อความในเชิงตำหนิ การทำงานของทางรัฐบาล ว่าไม่คิดถึงชาวไร่ ชาวนา ว่าจะได้รับผลกระทบจากการนำเข้าข้าวโพด

โดยวันนี้ได้มี นายศรัญญู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันรับมอบหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าว เพื่อส่งให้กับรัฐบาล ให้หาทางช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพด ที่กำลังได้รับผลกระทบการนำเข้า ข้าวโพด GMO ต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

นบ.ยส.24 ให้การต้อนรับ ผอ.สปช.ศรภ./ผบ.ฉก.อินทาราม ศรภ. และคณะ เดินทางปฏิบัติภารกิจ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเอียงเหนือ (ตอนบน)

นบ.ยส.24 ให้การต้อนรับ ผอ.สปช.ศรภ./ผบ.ฉก.อินทาราม ศรภ. และคณะ เดินทางปฏิบัติภารกิจ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเอียงเหนือ (ตอนบน)

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อน รับ พลตรี ชนุตม์ ศิริธรรม ผู้อำนวยการ สำนักปฏิบัติการข่าว ศูนย์รักษาความปลอดภัย/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอินทาราม ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ผอ.สปข.ศรภ./ผบ.ฉก.อินทาราม ศรภ.) เดินทางปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเอียงเหนือ (ตอนบน) ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ยาเสพติด และสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ในห้วงที่ผ่านมาของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด 25 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน เพื่อรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง บูรณาการวางแผนในการปฏิบัติงานขับเคลื่อนนโยบายยาเสพติด

รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารที่สำคัญร่วมกับ ศูนย์รักษาความปลอดภัย และ ชุดปฏิบัติการข่าวในพื้นที่ในด้านข่าวสารด้านยาเสพติด ตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมประชุมบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตามนโยบายของทางรัฐบาล ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระที่ให้ความสำคัญเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

พร้อมชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยในปัจจุบันซึ่งมี จากการที่มีผลการตรวจยึดจับกุมตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุม จำนวน 873 ครั้ง, ผู้ต้องหา 1,184 ราย ของกลาง ยาบ้า 128,736,928 เม็ด,ไอซ์ 6,702 กิโลกรัม เฮโรอีน 142 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัมและอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง เก้าพันล้านบาทเศษ (9,114,622,916 บาท)

ซึ่งสำนักปฏิบัติการข่าว ศูนย์รักษาความปลอดภัย (มักเรียกย่อว่า ศรภ. หรือ ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย) เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีภารกิจหลักในการดำเนินการข่าวกรองและการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร “สำนักปฏิบัติการข่าว” ถือเป็นหนึ่งในหน่วยย่อยที่สำคัญของศูนย์รักษาความปลอดภัยหน้าที่หลักของ สำนักปฏิบัติการข่าว ได้แก่ รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินข่าวกรอง ดำเนินการจัดหาข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ วิเคราะห์ข่าวเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านความมั่นคง วางแผนและดำเนินการปฏิบัติการข่าวกรอง ปฏิบัติการด้านข่าวในพื้นที่สำคัญหรือเสี่ยงภัย เช่น ชายแดน, พื้นที่ที่มีภัยจากการก่อการร้าย, กลุ่มก่อความไม่สงบ สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงของกองทัพและรัฐบาล ให้ข้อมูลข่าวสารแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐบาล, กระทรวงกลาโหม, หน่วยข่าวต่างๆ ดำเนินการข่าวด้านต่อต้านข่าวกรอง (Counter-Intelligence) ป้องกันการแทรกซึมหรือสอดแนมจากต่างชาติ หรือองค์กรที่เป็นภัยต่อความมั่นคง สนับสนุนงานด้านความมั่นคงภายใน มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ความขัดแย้ง เช่น ชายแดนใต้ หรือการชุมนุมต่างๆ ที่อาจกระทบความมั่นคง การปฏิบัติการจิตวิทยา (Psychological Operations – PSYOPS)เพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ หรือบั่นทอนขวัญกำลังใจฝ่ายตรงข้าม


นาย พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว