นครนายก จัดการประชุมพระสังฆาธิการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568

นครนายก – การประชุมพระสังฆาธิการ ระดับ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และเลขานุการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568

วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมสงฆ์ วัดพราหมณี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก พระเดชพระคุณ พระราขพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนคร นายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี พระอารามหลวง เป็นองค์ประธานในการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และเลขานุการทุกระดับ ของคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ภาค 12 ครั้งที่ 1/2568 ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 143/2546 ประจำปี 2568

โดยมี พระอุดมวชิรนายก เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าคณะอำเภอเมือง ถวายการต้อนรับ พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ นางภัทรานิษฐ์ สัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

ตามที่คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก กำหนดจัดการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และเลขานุการทุกระดับ ครั้งที่ 1/2568 การประชุมครั้งนี้ มีพระสังฆาธิการเข้าร่วมประชุมจำนวน 90 รูป เป็นการประชุมตามมติมหาเถรสมาคมที่ 143/2546 เรื่องการตรวจการคณะสงฆ์ และการประชุมพระสังฆาธิการ ที่กำ หนดให้เจ้าคณะจังหวัดจัดประชุมพระสังฆาธิการดังกล่าว ปีละ 2 ครั้งๆละ 1 วัน เพื่อรับทราบนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน อันประกอบด้วยงานด้านการปก ครอง การศึกษา การเผยแผ่ การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห์ การสาธารณสงเคราะห์ และการบริหารจัดการงานคณะสงฆ์ในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์ต่อพระศาสนาและสังคม บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาเถรสมาคมสืบต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สาธุชนหลั่งไหล แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – สาธุชนหลั่งไหล แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว มาขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจการค้าขายร่ำรวย เดินทางไปไหนให้แคล้วคลาดปลอดภัย และขอโชคลาภกันเป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ที่มีอายุกว่า 121 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กราบไหว้ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อขอสิ่งใดก็มักจะสำเร็จสมปรารถนา จึงมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดนครนายกไม่พลาดที่จะต้องเข้ามากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งการเข้ากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง” จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชา และปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง รอยพระพุทธบาทจำลอง เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล

และที่พลาดไม่ได้คือเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ที่เห็นลอยเด่นเป็นเลข 5 3 0 2 บางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพานเห็นเป็นเลข 2 6 3 , 4 0 หรือตามแต่ใครจะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้อธิฐานลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพลิดเพลินให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ ก่อนกลับก็แวะพรมน้ำมนต์ เจิมหน้าผาก เปิดดวงเศรษฐี ให้ดวงชะตาสว่างไสว มีโชค มีชัย เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ทัพเรือภาคที่ 2 จัดการแข่งขันกองทหารเกียรติยศ ประจำปี 2568″

“การแข่งขันกองทหารเกียรติยศ ทัพเรือภาคที่ 2 ประจำปี 2568”

ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 มอบหมายให้ พลเรือตรี ธวัชชัย พิมพ์เมือง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว รองเสนาธิการทหารเรือ และประธานคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกองทหารเกียรติยศของกองทัพเรือ และคณะ ในการตัดสินผลการแข่งขันกองทหารเกียรติ ยศ กองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ในการแข่งขันฯ ระดับกอง ทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ สถานีการบิน ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

กองทัพเรือได้จัดให้มีการแข่งขันกองทหารเกียรติยศ ประจำปี 2568 เพื่อคัดเลือกหน่วยเข้าร่วมการฝึกทบทวนการปฏิบัติหน้าที่กองทหารเกียรติยศระดับกองทัพไทย ระหว่างวันที่ 23 -25 กรกฎาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การปฏิบัติของกองทหารเกียรติยศในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือมีมาตรฐานตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

#ทัพเรือภาคที่2 #กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ #พิทักษ์สถาบันป้องกันอ่าวไทยสามัคคีรวมใจ_ห่วงใยประชาชน #เทิดทูนสถาบันป้องกันรัฐพัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา


กอ.รมน. เดินหน้าขับเคลื่อนงานมวลชน จับมือ ทรภ.1 ศรชล.ภาค 1 กปช.จต. และมวลชน เสริมแนวร่วมความมั่นคงชายฝั่งทะเลตะวันออก

กอ.รมน. เดินหน้าขับเคลื่อนงานมวลชน จับมือ ทรภ.1 ศรชล.ภาค 1 กปช.จต. และมวลชน เสริมแนวร่วมความมั่นคงชายฝั่งทะเลตะวันออก

วันนี้ (26 มิถุนายน 2568) กอ.รมน. โดย พลตรี ธนาธิป สว่างแสง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออก และหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานมวลชนร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเล

การประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1), ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค1 (ศรชล.ภาค1),หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน, กองกำลังป้องกันชายแดน จังหวัดจันทบุรี -ตราด-(กปช.จต), กอ.รมน. จังหวัดชลบุรี ,กอ.รมน. จังหวัดระยอง และผู้แทนมวลชน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการด้านความมั่นคง เสริมสร้างและขยายเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ พร้อมทั้งผลักดันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลผลประโยชน์ของชาติทั้งทางบกและทางทะเล

ในที่ประชุมยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยการส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ร่วมมือกับภาครัฐในการแจ้งเตือนภัย เฝ้าระวัง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงและภัยคุกคาม

นอกจากนี้ ได้มีการรายงานผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 และมวลชน ทสปช. โดยเฉพาะการลักลอบขนยาเสพติด การขนถ่ายน้ำมันโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมเรือผิดกฎหมายได้หลายลำ พร้อมของกลางน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร และผู้ต้องหาหลายสิบรายในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ อาทิ ปากแม่น้ำประแสร์ จ.ระยอง, ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ, เกาะสีชัง จ.ชลบุรี และชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จาก ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1, และ กปช.จต. แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล ในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน ควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมทั้งรักษาอธิปไตยของชาติ โดยใช้กลไกสันติวิธีควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ความสัมพันธ์อันดี และผลประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ชายแดน

จากความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน., ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 , กปช.จต. และภาคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเสริมสร้างเครือข่ายมวลชน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกมิติ อันจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ


ทีมโฆษก กอ.รมน.

พล.ต.อ.ธนายุตม์ ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ร.ต.ท.มีชัย กิตติศัพท์ รอง สว.(ป.) กก.ตชด.24 ซึ่งถูกคนร้ายลอบยิง พื้นที่บ้านปูโป ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ต.ค.61

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยคุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ดำเนินโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” (ด้านตำรวจบาดเจ็บ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่) ประจำปี 2568 โดยให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 30 มิ.ย.68) เวลา 12.15 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ/ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ เดินทางไปส่งมอบกำลังใจให้ ร.ต.ท.มีชัย กิตติศัพท์ รอง สว.(ป.) กก.ตชด.24 ซึ่งได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ถูกคนร้ายลอบยิง พื้นที่บ้านปูโป ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ต.ค.61 เป็นเหตุให้ขาซ้ายหักต้องดามเหล็ก นิ้วโป้งมือซ้ายขาดตัดเอานิ้วเท้ามาต่อ

พร้อมด้วย พล.ต.ท.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.4, คุณวนิดา พิมลศิริ
ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4, พ.ต.อ.ศิระ ศรีศรากร รอง ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ. ณัฏฐพนธ์ พยอมใหม่ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.24
พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24, พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย บุญภิโย รอง ผกก.ตชด.24, ดร.สุรีย์รักษ์ ศักดาวัชรานนท์ ประธานแม่บ้าน ภ.จว.อุดรธานี, คุณหิรัญญา อุดมพิสุทธิคุณ ประธานแม่บ้าน บก.กค.ภ.4, คุณนิตยา ไชยเสือ ประธานแม่บ้าน กก.ตชด.24, คุณกฤติกา จันทร์พล
แม่บ้าน สภ.เมืองอุดรธานี, คุณแกมกาญจน์ วิเศษชาติ รองประธานแม่บ้าน กก.ตชด.24, คุณพรวิไล แสงวรรณ ผู้ประสานงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณอธิตยา เหลืองสัจจกุล ผู้ประสานงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณนวรัตน์ ชมภูนุช แม่บ้านตำรวจ(ภรรยาผู้ทรงคุณวุฒิ ตร.)พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจตระเวรชายแดนและคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมตรวจเยี่ยม

โดยในการนี้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และคุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจเป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 5,000 บาท พร้อมทั้งได้มอบเงินส่วนตัว จำนวน 5,000 บาท และ ผบก.ตชด. ภาค 2 มอบเงิน 2,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ ที่ได้อุทิศตนเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมแม่บ้านตำรวจ ขอขอบคุณและชื่นชมข้าราชการตำรวจ, ชมรมแม่บ้านตำรวจตระเวนชายแดน, ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีที่ดำเนินการตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” และดูแลขวัญกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างดีและขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป ณ บ้านพัก ร.ต.ท.มีชัยฯ ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี


สำนักข่าวความมั่นคง พร้อมคณะ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568

สำนักข่าวความมั่นคงพร้อมคณะ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 17.30 นาฬิกา ณ ห้องส่ง 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 สนามเป้า กรุงเทพฯ

นายกริชสุวรรณ ดีสุข ประธานบริหารสำนักช่าวความมั่นคง พร้อมด้วยคณะ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์งาน ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.68 งานประชาสัม พันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง คือ

1.ตรวจติดตามการปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

วันที่ 27 มิ.ย.68 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อม คณะตรวจฯ ภ.1 ตรวจติดตามการปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ ประจำปี พ.ศ.2568 , ตรวจเยี่ยมสายตรวจ สภ.หน้าพระลาน, สภ.หินซ้อน และ สภ.วิหารแดง แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด พร้อมมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

  • สภ.หน้าพระลาน มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย 1 คดี โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เทพนม ก๋งอุบล ผกก.สภ.หน้าพระลาน, พ.ต.ท.กฤษฏ์ จำลองพันธุ์ รอง ผกก.ป.ฯ, เครือข่ายภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศปก.สภ.หน้าพระลาน
  • สภ.หินซ้อน มอบรางวัล, นำภาชนะ(จาน, ชาม) มาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1” และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.ท.ชาญเกรียงไกร เอกวริษฐ์ สว.สภ.หินซ้อน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.หินซ้อน
  • สภ.วิหารแดง มอบรางวัล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.สุวิทย์ นันทกอบกุล ผกก.สภ.วิหารแดง, พ.ต.ท.บุญชัย คงเจริญ รอง ผกก.ป.ฯ, เครือข่ายภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศปก.สภ.วิหารแดง

2.พิธีแถลงข่าว การปราบปราม การโจรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ ส่งมอบรถที่ถูกโจรกรรมคืนแก่ผู้เสียหาย

วันที่ 27 มิ.ย. 68 เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานฯ, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ผกก./หน.สภ. และ ข้าราชการตำรวจในสังกัดภ.จว.สมุทร ปราการ ร่วมพิธีแถลงข่าวการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และส่งมอบรถที่ถูกโจรกรรมคืนแก่ผู้เสียหาย ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลี อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ

3.) 9 หน้าที่ ผู้ชุมนุม

  1. ไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะอันเป็นที่ชุมนุมหรือทําให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร
  2. ไม่ปิดบังหรืออําพรางตนโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้อง เว้นแต่เป็นการแต่งกายตามปกติประเพณี
  3. ไม่พาอาวุธ ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน หรือสิ่งที่อาจนํามาใช้ได้อย่างอาวุธ เข้าไปในที่ชุมนุมไม่ว่าจะได้รับอนุญาตให้มีสิ่งนั้นติดตัวหรือไม่
  4. ไม่บุกรุกหรือทําให้เสียหาย ทําลาย หรือทําด้วยประการใด ๆ ให้ใช้การไม่ได้ตามปกติ ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น
  5. ไม่ทําให้ผู้อื่นกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือเสรีภาพ
  6. ไม่ใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือผู้อื่น
  7. ไม่ขัดขวางหรือกระทําการใด ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะในการคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะ และการดูแลการชุมนุมสาธารณะนั้น
  8. ไม่เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ
  9. ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ

ที่มา : มาตรา 16 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ หน้าที่ของผู้ชุมนุมในการชุมนุมสาธารณะ พึงปฏิบัติเพื่อร่วมกันบริหารจัดการการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น แจ้งเหตุฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่โทร.191 ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

#การชุมนุมสาธารณะ #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 หัวหน้าฝ่ายอำนวยการแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1

รองผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน MOU พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนในพื้นที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน

รองผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน MOU พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนในพื้นที่อำเภอลี้ จ.ลำพูน

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีและร่วมลงนามเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางและภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้าง สรรค์เพื่อความยั่งยืนในพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมี ภาคีเครือข่ายที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงประกอบด้วย พ.ต.ท.ปิยะอังกูร กตัญญู รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรลี้ จังหวัดลำพูน ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน นายพิเชิด โปธิมา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดลำพูน นางสาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน
นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน นายประเชิญ สมองดี นายอำเภอลี้ นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดลำพูน นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ผู้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายธนกฤต สุวรรณพรหม รองประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน นางสาวกีรติ แก้วสัมฤทธิ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนเเละพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อเสริมศักยภาพด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมี ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต กรรม เข้าร่วมงาน พร้อมนำเสนอภาพรวมของโครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนขั้นสูง (Reinventing University) การดำเนินงานของ

โครงการนี้ มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 10 แห่ง ผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชนที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ผู้นำชุมชน ประชา ชนและเยาวชนในพื้นที่ทั้ง 8 ตำบลของอำเภอลี้ ที่จะต้องผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพด้วยหลักสูตรระยะสั้นทั้ง 7 หลักสูตรที่ทางโครงการได้ออกแบบและจะได้มีการวิพากย์จากชุมชน อีกทั้งจะได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว และในเดือนธันวาคมจะได้มีการจัดกิจกรรม LI Cross Country Run เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (27 มิ.ย. 68) ที่ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในฐานะรองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ภายใต้ “โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมในพิธีฯ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานภายใต้พระดำริและพระนโยบายของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติม ศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี องค์ประ ธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ทรงห่วงใยประชาชนในยามทุกข์ยากมาโดยตลอด และทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย ไม่เพียงแต่อุทกภัยเท่านั้น แต่ทรงให้ขยายภารกิจในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ครอบคลุมถึงภัยพิบัติร้ายแรงต่าง ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบสร้างความเสียหายมายังประเทศไทยอย่างร้ายแรง ในหลายพื้นที่

ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้น้อมนำแนวพระดำริของทั้งสองพระองค์มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมอบสิ่งของยังชีพที่จำเป็นและเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่โรงพยาบาล 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่,โรงเรียน 8 แห่ง คือ โรงเรียนชุมชนบ้านพร้าวหนุ่ม, โรงเรียนบ้านห้วยยา, โรงเรียนบ้านเชิงดอยสุเทพ, โรงเรียนวัดเมืองสาตร, โรงเรียนวัดวังสิงห์คํา, โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า, โรงเรียนบ้านสันกําแพง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ,วัด 3 แห่ง คือ วัดยางกวง, วัดท่าหลุก และวัดน้ำจํา รวม ทั้งสิ้น 570,000 บาท

ทั้งนี้ ในพิธีมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ชุมชนในโครงการส่งเสริมธุรกรรมออน ไลน์เพื่อชุมชน ที่มูลนิธิฯ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเครือข่ายของมูลนิธิฯ ในภูมิภาคต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการช่วยชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสอนการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ตามพระนโยบายการฟื้นฟูและพัฒนาผู้ประสบภัยอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ขอเป็นกำลังใจ และพร้อมช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกันในยากทุกข์ยาก ซึ่งเป็นหลักการประการสำคัญในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และจะยังคงทำ งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมฟื้นฟูชุมชนให้กลับคืนสู่ความปกติโดยเร็ว


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน ยกผู้ประกอบการทำกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมฯ ที่ จ.เชียงใหม่

ลำพูน ยกผู้ประกอบการทำกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมฯ ที่ จ.เชียงใหม่

วานนี้(วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568) เวลา 14.00 น. ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท เชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน เปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้กิจกรรมหลักที่ 1 FOOD โครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ครั้งที่ 2 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน และมีผู้ประกอบการจากจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอนและลำพูน เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 ราย

นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้มีทักษะและศักยภาพการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 เพื่อนำไปใช้พัฒนาธุรกิจของตนเอง โดยกิจกรรมอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการร้อยเรียงเรื่องราวและการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 เพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 เชื่อมโยงอัตลักษณ์ล้านนา ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอัตลักษณ์ล้านนาของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำและเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

โดยจัดกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จังหวัดลำพูน จัดไปแล้วระหว่างวันที่ 13 – 15 มิถุนายน 2568 ณ กัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน และครั้งนี้ ครั้งที่ 2 จัดระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท เชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่กลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอนและลำพูน) จำนวน 100 ราย

ด้านหัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ ถิอเป็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาผสมผสานกับอัตลักษณ์ล้านนาเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ถือเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอัตลักษณ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และที่สำคัญเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีทักษะและรูปแบบ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 เชื่อมโยงอัตลักษณ์ล้านนาผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมการรับรู้และยกระดับในระดับสากลด้วย

การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวภายในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ในครั้งนี้ มีอาจารย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะพัฒนาการท่องเที่ยว ให้การบรรยาย ให้ความรู้ ในหัวข้อ Design Thinking เพื่อออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมToolkits เพื่อออกแบบประสบการณ์ลูกค้าและนักท่องเที่ยว รวมถึงการบรรยายในเทคนิคการเชื่อมโยงของดีชุมชนกับกลุ่มเป้าหมาย และกิจกรรม workshop ค้นหาของดีในชุมชนและการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน