แพทย์ทหารแนะ “ให้ตระหนักถึงอันตรายของสารหนู หากร่างกายได้รับในปริมาณที่สูง”

แพทย์ทหารแนะ “ให้ตระหนักถึงอันตรายของสารหนู หากร่างกายได้รับในปริมาณที่สูง”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สารหนู (Arsenic) เป็นโลหะที่พบได้ในธรรมชาติ โดยเฉพาะในน้ำใต้ดิน หรือพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น เหมืองแร่ หากร่างกายได้รับสารหนูในปริมาณสูง หรือสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบผิวหนัง หากได้รับสารหนูในระยะเฉียบพลัน อาจส่งผลต่อผิวหนัง เช่น ผิวแดง คัน บวม หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณมือและเท้า บางรายอาจมีอาการลมพิษ รวมถึงมีแถบสีขาวบนเล็บ (Mee’s lines) ซึ่งมักปรากฏภายหลังการสัมผัสสารหนูประมาณ 8 สัปดาห์

ซึ่งการได้รับสารหนูในระยะยาว อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เช่น ผิวคล้ำหรือเข้มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ ขาหนีบ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า โดยอาจมีจุดสีซีดแทรกอยู่บนผิวคล้ำ เรียกว่า “Raindrop on a dusty road” และอาจพบอาการผมร่วงร่วมด้วย หรือตุ่มนูนแข็งสีเหลืองคล้ายเมล็ดข้าวโพด (Arsenical keratoses) บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ในบางรายอาจพบความผิดปกติที่ขา หรือโรคที่เรียกว่า “เท้าดำ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือด หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติที่ผิวหนัง ประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้ โดยมีการตรวจระดับสารหนูในเลือด ปัสสาวะ เส้นผม หรือเล็บ โดยค่าปกติในเลือดอยู่ที่ 0–13 ไมโครกรัม/ลิตร และในปัสสาวะ 0–35 ไมโครกรัม/ลิตร หากตรวจพบเกินเกณฑ์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนัง

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยจากภัยดังกล่าว ต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้แหล่งน้ำดื่มที่สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง และหมั่นสังเกตสุขภาพของตนเอง หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที เพื่อรับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


กองทัพภาคที่ 3 ชวนติดตามข้อมูลศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ (ศปนก.) ในพื้นที่ภาคเหนือ จากเพจ Facebook

ขอเชิญชวนติดตามข้อมูลศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ (ศปนก.) ในพื้นที่ภาคเหนือ จากเพจ Facebook

ตามที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ (ศปนก.) ประจำมณฑลทหารบกที่ 31 – 310 เป็นหน่วยอำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และสนับสนุนสิทธิต่างๆ ของนายทหารนอกประจำการใน 17 จังหวัดภาคเหนือ นั้น

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมายให้ ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ (ศปนก.) ประจำมณฑลทหารบกที่ 31 – 310 จัดตั้ง Social Media (เพจ Facebook) ขึ้น เพื่อการรับรู้กิจกรรมสารนิเทศ รวมทั้งข้อมูลประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ให้แก่อดีตข้าราชการทหารทุกระดับได้รับทราบ โดยใช้ชื่อเพจ และลิงค์ ดังนี้.-

  1. มณฑลทหารบกที่ 31 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ มณฑลทหารบกที่ 31 (พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดอุทัยธานี และ จังหวัดกำแพงเพชร)
    https://www.facebook.com/share/1KZbS91FAN/?mibextid=wwXIfr
  2. มณฑลทหารบกที่ 32 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกราชการ มณฑลทหารบกที่ 32 (พื้นที่จังหวัดลำปาง)
    https://www.facebook.com/share/1AfZsPE2ty/?mibextid=wwXIfr
  3. มณฑลทหารบกที่ 33 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกราชการ มณฑลทหารบกที่ 33 (พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61575766170851
  4. มณฑลทหารบกที่ 34 : ศปนก.มทบ.34 (พื้นที่จังหวัดพะเยา)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61575545952146
  5. มณฑลทหารบกที่ 35 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ มทบ.35 (พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และ จังหวัดแพร่)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61576079272750
  6. มณฑลทหารบกที่ 36 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ มทบ.36 (พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61575277332121
  7. มณฑลทหารบกที่ 37 : ศปนก.มทบ.37 (พื้นที่จังหวัดเชียงราย)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61576606101768
  8. มณฑลทหารบกที่ 38 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการ มณฑลทหารบกที่ 38 (พื้นที่จังหวัดน่าน)
    https://www.facebook.com/share/1XVfpeuyNP/?mibextid=wwXIfr
  9. มณฑลทหารบกที่ 39 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกราชการ มณฑลทหารบกที่ 39 (พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย)
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61575929546197
  10. มณฑลทหารบกที่ 310 : ศูนย์ประสานงานนายทหารนอกราชการ มณฑลทหารบกที่ 310 – ศปนก.มทบ.310 (พื้นที่จังหวัดตาก)
    https://www.facebook.com/share/1AJ1KJZo8r/?mibextid=wwXIfr

กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนนายทหารนอกประจำการ รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มีความสนใจ ติดตามผ่านช่องทางเพจ Facebook ได้ทั้ง 10 มณฑลทหารบก ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อการรับรู้กิจกรรมสารนิเทศ รวมทั้งข้อมูลประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ให้แก่อดีตข้าราชการทหารทุกระดับได้รับทราบต่อไป


การปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร กว่า 1,620 คน (ตค.2567 – มิย.2568)

การปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร กว่า 1,620 คน (ตุลาคม 2567 – มิถุนายน 2568)

ตามที่ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่มีพื้นที่ตามแนวชายแดน ได้เฝ้าระวังการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว รวมไปถึงคนไทยที่ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทยอย่างจริงจังนั้น โดยมีผลการจับกุม, ผลการดำเนินคดี และการเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่กองกำลังนเรศวร ได้ร่วมกับทุกภาคส่วน (พื้นที่จังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน) ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 15 มิถุนายน 2568 จำนวนทั้งสิ้น 494 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด จำนวน 1,625 คน

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและการสกัดกั้นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งหากมีความประสงค์จะส่งข้อมูลเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ให้กับ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Application Line ชื่อ “สายตรง แม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยทหารในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส แน่วแน่แก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติในทุกมิติ รวมทั้งผนึกกำลังทุกภาคส่วนสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป


ช่างทำกุญแจ เสียชีวิตในรีสอร์ท

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2568 ร.ต.อ.ชนุตร์ ภูเทียมศรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่า มีผู้เสียชีวิตในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม และกู้ชีพ พบผู้เสียชีวิตภายในห้องเบอร์ 4 เป็นชายสภาพไม่ใส่เสื้อสวมกางเกงในตัวเดียว ตรวจสอบภายในห้องพบทรัพย์สินที่อยู่ในกระเป๋า พร้อมเครื่องมือทำกุญแจมีแหวนทอง 2 วงและเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบถามแพทย์เวรเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเป็นช่างทำกุญแจชื่อช่างนาขอสงวนชื่อจริงและอายุ เปิดร้านทำกุญแจอยู่ สี่แยกศรีเทพ ก่อนเกิดเหตุ ได้สอบถาม นางบาน อายุ 56 ปี แม่บ้านของรีสอร์ท ผู้พบศพ เมื่อเที่ยงของวันที่ 28 มิถุนายน ผู้เสียชีวิตได้มาเปิดห้องเช่าโดยขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาเปิดห้องเช่าค้างคืนในราคา 350 บาท หลังจากนั้น น.ส.ขวัญ อายุ 46 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิต ได้เดินมาทางมาที่เกิดเหตุที่รีสอร์ท ได้เล่าให้ว่า พี่ชายได้หายออกจากบ้านไปเมื่อวาน และไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งพี่ชายป่วยมีโรคประจำตัวคือโรคเก๊าท์ จึงได้โพสต์ Facebook ตามหา เจ้าหน้าที่ฯ มอบร่างผู้เสียชีวิต ให้ญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


ฟร้อง นครพนม รายงาน

โครงการ “ประชุมเชิงปฏิบัติการฟื้นฟูความรู้ด้านการล้างไตทางช่องท้อง” สำหรับพยาบาลวิชาชีพ เขตสุขภาพที่ 5

โครงการ ประชุมเชิงปฏิบัติการฟื้นฟูความรู้ด้านการล้างไตทางช่องท้อง สำหรับพยาบาลวิชาชีพ เขตสุขภาพที่ 5

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการฟื้นฟูความรู้ด้านการล้างไตทางช่องท้อง สำหรับพยาบาลวิชาชีพ เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงมนัญญา วรรณไพสิฐกุล ประธาน Service Plan สาขาไต เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวรายงาน โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงปิยะธิดา จึงสมาน อายุรแพทย์โรคไต และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโรคไต มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้านการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องให้แก่พยาบาล ในเขตสุขภาพที่ 5 เพื่อให้มีความมั่นใจ และมีศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในการปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รมช.สธ.เป็นประธานหล่อเทียนจำพรรษา

นครปฐม – รมช.สธ.เป็นประธานหล่อเทียนจำพรรษา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (2 ก.ค.) นายอนุชา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีหล่อเทียนจำพรรษา ณ วัดห้วยพลู อำเภนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยพลู และ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยพลู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลห้วยพลู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นในชุมชนให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สุพรรณบุรี เสริมศักยภาพ ชรบ. ช่วยเจ้าหน้าที่ป้องกันปัญหายาเสพติด

จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดฝึกอบรมให้ความรู้ ด้านกฎหมายเบื้องต้น การตั้งจุดตรวจค้นเพื่อป้องกันรักษาความสงบในหมู่บ้าน ป้องกันการแพร่ระบาดเของยาเสพติด การออกตรวจลาดตระเวนป้องกันปัญหาอาชญากรรม ให้กับ ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) ซึ่งเป็น กลุ่มราษฎรอาสาสมัครที่ได้รับการฝึกอบรมและแต่งตั้งจากนายอำเภอ ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนัก งานฝ่ายปกครองเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในหมู่ บ้าน เนื่องจากปัจจุบันได้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ได้ขยายวงกว้างไปอยู่ในทุกชุมชนต่างๆ ทำให้มีผู้หลงผิดเข้าไปพัวพันจำนวนมากนับเป็นภัยต่อครอบครัวสังคมและความมั่นคงของชาติ

นายวรวิทย์ ยอแสง ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่ บ้านเป็นการริเริ่มของนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เล็งเห็นว่าที่จริงแล้วก็เป็นองค์กร เป็นหน่วยงานมวลชนของกรมการปกครองที่มีมานานแล้วซึ่งมีประสิทธิ ภาพมากเพราะว่าอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ถ้ามองว่าในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนในหมู่บ้าน การที่จะมีหน่วยงานหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ก็ควรจะเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชน หมู่บ้านที่สุดหนึ่งในนั้นคือชุดรักษาความปลอดภัยหมู่ บ้าน จึงเป็นที่มาที่นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เล็งเห็นว่าควรจะมีการจัดตั้ง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทั้ง 10 อำเภอ

ซึ่งการฝึกอบรมมีการฝึกระเบียบต่างๆการช่วยเหลือ ผู้ที่ประสบเหตุ การฝึกใช้อาวุธทั้งนี้เพื่อจะเป็นการช่วยเจ้าพนักงานได้เป็นอย่างดีที่ผ่านมาในบางอำเภอชุดรักษาความปลอดภัยหมู่ บ้าน มีทั้งสองมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันตรวจตราเพื่อไม่ให้เกิดการเอายาเสพติดเข้ามาพักในพื้นที่ สามารถจับกุมผู้ที่ลักลอบขนยาเสพติดได้เรียกว่าได้ทั้งสองมิติทั้งป้องกันและปราบปราม ทำให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้การดูแลบ้านของเราซึ่งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ที่ใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุดรู้จักทุกคนรู้จักแหล่งสถานที่ต่างๆจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรี

การป้องกันก็จะมีการตรวจตราตรวจลาดตระเวรตามจุดต่างๆในพื้นที่หมู่บ้านที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดมาพักไว้หรือพื้นที่ที่มีการมั่วสุมหรือถ้าประสบเหตุก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสามารถเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่เข้าจับกุมผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมถึงงานด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เน้นย้ำว่า การที่บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายทุกอย่างเพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิไม่สามารถที่จะเป็นเจ้าพนักงานได้ ในเบื้องต้นได้จัดตั้งอำเภอละ 15 คน โดยก่อนหน้านี้ในบางอำเภอได้มีการจัดตั้งไปบ้างแล้วโดยนายอำเภอ และวันนี้มีการฝึกทบทวนเป็นการเสริมศักยภาพเพิ่มทักษะในด้านต่างๆเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

สำหรับการฝึกได้มอบหมายให้นายหมวดเอกธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี รับผิดชอบจัดหาอุปกรณ์ประกอบการฝึก วิทยากร และครูฝึก ทั้งหมด โดยการฝึกอบรมจะเน้น ระเบียบการปฎิบัติ การตั้งจุดตรวจค้น อาวุธ ยาเสพติด การลาดตระเวน ยุทธวิธี การใช้อาวุธ ที่ปลอดภัยต่อตัวเอง และผู้ร่วมงาน โดยจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง มีการตรวจค้นรถต้องสงสัย การแก้ปัญหาหน้างาน การลาดตระเวนแล้วถูกซุ่มโจมตี ต่างๆ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สส.เขต3 จ.นครปฐม พร้อมคุณแม่สุภาพร สะสมทรัพย์ มอบแบรนด์รังนกให้กับผู้ที่มาใช้บริการทาง รพ.กำแพงแสน

สส.เขต 3 จ.นครปฐม พร้อมคุณแม่สุภาพร สะสมทรัพย์ มอบแบรนด์รังนกให้กับผู้ที่มาใช้บริการทางโรงพยาบาลกำแพงแสน

คุณแม่สุภาพร สะสมทรัพย์ พร้อมกับดร. พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สส.เขต 3 จ.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา และภรรยาท่าน สส.และ สจ. ธนพันธ์ โชคดำรงสุข, สจ. จักรพันธุ์ จำเล, นายณัฏฐ์คเณศ คงคาเพชร ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงแสน, นายปวิทย์ ยวงเงิน ตำแหน่งนายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ป่วยที่โรงพยา บาลกำแพงแสน ในกิจกรรมครั้งนี้ได้นำแบรนด์รังนกมามอบ เพื่อเป็นกำลังใจกับพี่น้องประชา ชนที่มาใช้บริการทางโรงพยาบาลกำแพงแสนและเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์พยาบาล ทีมงานของโรงพยาบาลกำแพงแสนทุกๆท่าน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

จนท.หลายหน่วยรวบพ่อค้ายาบ้าคาของกลาง 1 หมื่นเม็ด ยาไอร์ 10 จี นำตัวดำเนินคดีตามกฎมาย

จนท.หลายหน่วยรวบพ่อค้ายาบ้าคาของกลาง 1 หมื่นเม็ด ยาไอร์ 10 จี นำตัวดำเนินคดีตามกฎมาย

วันที่ 30 มิย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผกก.ตชด14 พร้อมด้วย พ.ต.ต.วริทธิ์ธร ชูนาค ผู้บังคับหน่วยกองร้อยตำรวจตระแวนชายแดนที่144 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่144 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่ายาง ได้ว่างแผนล่อซื้อพ่อค้าลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ได้ 1 ราย คือ นายนพกรานต์ (หรือกานต์) รำทะแย อายุ 29 ปี เป็นชาวบ้านหมู่5 ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง ได้ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าคอยอ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก่อนยึดของกลางเป็นยาไอซ์ จำนวน 10 กรัม โดยผู้ต้อง หารับสารภาพว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนจริงก่อนให้การเป็นประโยชน์กับทางราชการ

จนสามารถวางแผนล่อซื้อยาบ้า และจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.หนองจอก อ.ท่ายางฯ ได้ที่ 1 ราย คือ นายธนโชติ (หรือไม้) เกตุเมือง อายุ 17 ปี ในพื้นที่หมู่5 ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นยาบ้าจำนวน 5 มัด รวม 10,000 เม็ด (จำนวนเงินล่อซื้อ 87,000 บาท) รถจักยานยนต์ ฮอนด้าเว สีแดง 1 คัน(ผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุม) โทรศัพย์ ยี่ห้อไอโฟน 1 เครื่อง (ของผู้ต้องหาหลบหนี) รถจักยานยนต์กูปปี้ สีทอง(ผู้ถูกจับกุม) ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้ 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรู้ตัวแล้วอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต เพชรบุรี

เทศกาลดนตรี “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวปลายปี อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

เทศกาลดนตรี “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวปลายปี อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นใน วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ ไร่ B.N. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ งานนี้ไม่เพียงแต่จะมอบประสบ การณ์ทางดนตรีที่หลากหลาย แต่ยังตั้งเป้าเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ช่วงปลายปี

“แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” นำเสนอความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยไลน์อัพศิลปินชื่อดังที่ครอบคลุมทุกแนวเพลง อาทิ PUN, VIOLETTE WAUTIER, NUM KALA, BEDROOM AUDIO, BANK PREETI, KLEAR, URBOYTJ, จ๊ะ นงผณี และ LOMOSONIC ซึ่งจะมาสร้างความสุขและความมันส์ให้กับผู้ร่วมงานตลอดค่ำคืน โดย ความพิเศษของงานนี้อยู่ที่การมอบโชคให้กับผู้เข้าร่วมงาน บัตรเข้าชมทุกใบมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท โดยหมายเลขหลังบัตรจะเป็นเลขนำโชคสำหรับการจับรางวัลใหญ่ในงาน กิจกรรมนี้เพิ่มความตื่นเต้นและสร้างสีสันให้กับเทศกาลได้อย่างมาก

สำหรับบรรยากาศและสถานที่จัดงาน ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ไร่ B.N. เขาค้อ เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ และบรรยากาศที่เงียบสงบ การจัดงานท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ จะช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อนอย่างแท้จริง งานนี้ยังไม่จำกัดอายุเข้างาน ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการมาร่วมสนุกและสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ได้ที่ https:// ticket.eventpass.co/t/kaedumfest2 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Inbox: m.me/251613544704465 และ LINE Official Account: @kaedummusicfes หรือคลิก https://lin.ee/BzJjY6g

การจัดงานเทศกาลดนตรี “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” ครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังจังหวัดเพชรบูรณ์จำนวนมาก ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการต่าง ๆ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในช่วงปลายปี


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน