แพทย์ทหารเตือน “ลุยน้ำท่วมขัง เสี่ยง โรคไข้ฉี่หนู…ภัยร้ายอันตรายหน้าฝน”

แพทย์ทหารเตือน “ลุยน้ำท่วมขัง เสี่ยง โรคไข้ฉี่หนู…ภัยร้ายอันตรายหน้าฝน”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคไข้ฉี่หนู เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า เลปโตสไปร่า (Leptospira) ซึ่งพบในปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เป็นต้น เข้าสู่ร่างกายทางบาด แผล รอยขีดข่วน รอยถลอกตามผิวหนัง เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือโดยการไชเข้าทางผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ซึ่งมักจะระบาดหน้าฝนและโดยเฉพาะหลังน้ำลด พบผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในเกษตรกร ที่ต้องเดินลุยน้ำ มีน้ำขัง หรือพื้นดินชื้นแฉะ ที่มีโอกาสปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ ได้แก่ วัว ควาย หมู หมา แพะ หนู รวมทั้งผู้ที่ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์/โรงฆ่าสัตว์/ผู้ที่ชำ แหละสัตว์ที่มีเชื้อโรคฉี่หนู ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคนี้

สถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคไข้ฉี่หนู ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 40 – 49 ปี อาชีพที่พบมากที่สุดคือ อาชีพรับจ้าง เกษตรกร ปัจจัยเสี่ยงส่วนมากพบในผู้ที่ลุยน้ำขัง ย้ำน้ำ หรือแช่น้ำนานๆ การดูแลป้องกันตนเอง เช่นการสวมใส่รองเท้าบูทขณะลุยน้ำ

อาการของโรคฉี่หนู จะมีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเจ็บกล้ามเนื้อที่โคนขาและน่องอย่างมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ตาแดง บางรายอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปนหรือตัวเหลืองตาเหลือง มีเลือดออกในปอด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับวาย ไตวาย และอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 จากโรคภัยดังกล่าว รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอให้ป้องกันโรคฉี่หนู โดยการหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำขัง เนื่องจากหนู หมู วัว และควาย เป็นต้น อาจจะมาปัสสาวะไว้ ทำให้มีปริมาณเชื้อเข้มข้น หลีกเลี่ยงการลุยน้ำที่ท่วมขังหรือโคลน พื้นที่ชื้นแฉะ โดยเฉพาะเมื่อมีบาดแผล รอยถลอก ขีดข่วน หากต้องเดินย่ำน้ำตามตรอก ซอก ซอย คันนา ท้องนา ท้องไร่ ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ หรือชุดป้องกัน

สำหรับเกษตรกรผู้สัมผัสมูลสัตว์ หรือสิ่งสกปรกควรล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังเสร็จจากการทำงาน นอกจากนี้ยังต้องรักษาความสะอาดบริเวณบ้านเรือน กำจัดขยะเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู เก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด อย่าให้หนูปัสสาวะใส่ ดื่มน้ำต้มสุก และกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ด้วยความร้อน หมั่นล้างมือ ด้วยน้ำและสบู่ ภายหลังจับต้องเนื้อสัตว์ ซากสัตว์ และสัตว์ทุกชนิด หลังจากสัมผัสพื้นที่น้ำขัง ดินที่มีโอกาสปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ หรือผู้ที่ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์/โรงฆ่าสัตว์ หากสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้อโรคฉี่หนู ให้สงสัยว่าเป็นโรคเลปโตสไปโรซิส (โรคไข้ฉี่หนู) อย่าซื้อยามารับประทานเอง ควรไปพบแพทย์ทันที

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ขอเชิญชวนเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น (รุ่นที่ 2)

สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ขอเชิญชวนเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น (รุ่นที่ 2)

ตามที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการจัดตั้งสนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา โดยมีหน่วย กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เป็นหน่วยดูแลรับผิดชอบ มีที่ตั้ง ณ บริเวณหน้าค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นั้น

ในการนี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้ดำเนินการเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น (รุ่นที่ 1) โดยมีคณะวิทยากรผู้ชำนาญการมาทำการฝึกสอนอบรมเพิ่มพูนความรู้ เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้อบรมฯ จำนวนทั้งสิ้น 34 คน รายละเอียดการอบรมฯ ดังนี้

  1. กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธ/ความรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตมีและใช้อาวุธปปืน
  2. กฎแห่งความปลอดภัย
  3. อาวุธศึกษา/การถอดประกอบอาวุธปืน
  4. ท่ายิงลักษณะต่างๆ
  5. ขั้นตอนการปฏิบัติการใช้อาวุธปืน
  6. ฝึกปฏิบัติท่ายิง
  7. การตรวจอาวุธ
  8. การเคลียปืน
  9. การยิงปราณีต (ปั้น X) และ
  10. การแก้ไขเหตุติดขัด

ทั้งนี้ มีผู้สนใจในการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จึงได้เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น (รุ่นที่ 2) จำนวน 40 คน (รับจำนวนจำกัด) ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 ณ สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก อีกรุ่นหนึ่ง

กองทัพภาคที่ 3 จึงขอเชิญชวนข้าราชการทหาร รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มีความสนใจเข้าร่วมรับการอบรมฯ ในหลักสูตรดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ พันโท วิวัฒน์ กำจัด หมายเลขโทรศัพท์ 091-0269665 หรือ ร้อยตรี สุชิน อุดมศิลป์ หมายเลขโทรศัพท์ 082-7688320 รวมทั้งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านระบบ Social Media ได้ที่ เพจ Facebook : สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ และ Tik Tok : สนามยิงปืนค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ


กอ.รมน.จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ รับรางวัลหน่วยที่มีผลการฝึกดีเด่น ประจำปี 2568

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ รับรางวัลหน่วยที่มีผลการฝึกดีเด่น ประจำปี 2568

ตามที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ดำเนินการจัดการฝึก และทดสอบแผนการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 9 – 13 มิถุ นายน 2568 ที่ผ่านมา โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ได้ให้ความร่วมมือและเห็นถึงความสำคัญอย่างดียิ่ง และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง ตามขั้นตอน ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการดำเนินงานตามกฎหมาย และความครบถ้วนของการตอบบ่งการและปัญหาฝึก

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 5 หน่วย ได้รับรางวัลหน่วยที่มีผลการฝึกดีเด่น ดังนี้.-

  • กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวข้อ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด
  • กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก หัวข้อ ปัญหาภัยพิบัติแผ่นดินไหว
  • กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุทัยธานี หัวข้อ ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ

ในการนี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยที่มีผลการฝึกและทดสอบแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรประจำปี 2568 ที่มีผลดีเด่น พร้อมทั้งได้กล่าวแสดงความยินดี และเน้นย้ำให้ทุกหน่วย โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ได้นำบทเรียนจากการฝึกมาพัฒนามาปรับใช้ เน้นการให้ความสำคัญกับการบูรณาการกับส่วนราชการและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารรื่นฤดี

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ส่วนกลาง) กรุงเทพมหานคร จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพ ภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพล, ความรู้ความสามารถ และยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งบูรณาการศักยภาพทางการทหารในทุกๆ ด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดไป


เฮ! สุวรรณภูมิยุคใหม่ไม่มี “เทอร์มินัลตัดแปะ”

หลังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยาวนาน วันนี้ชัดเจนแล้วว่า… “สุวรรณภูมิ” จะไม่มี “เทอร์มินัลตัดแปะ” ให้ต้องอับอายสายตาชาวโลกอีก! เพราะหากยังดันทุรัง…สนามบินสุวรรณภูมิอาจพังทั้งระบบ!

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังปรับแผนแม่บทพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิใหม่ทั้งระบบ เปลี่ยนแนวทางพัฒนาให้แข็งแรง มีทิศทางชัดเจน ไม่ตัดแปะ ไม่ตัดตอน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ทอท.เคยเสนอแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ทางทิศเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ “ส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion)” ซึ่งแม้จะมีเจตนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร แต่กลับถูกคัดค้านอย่างกว้างขวางและถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า “ตัดรูปมาแปะ ไม่ได้วางระบบ ไม่ตอบโจทย์สนามบินชั้นนำ!”

ด้วยเหตุนี้ ส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือจึงถูกคัดค้านจากผม (ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์) องค์กรวิชาชีพ 12 องค์กร และนักวิชาการที่เป็นห่วงว่าส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ นานาตามมา ทำให้เกิดผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสนามบิน อีกทั้ง ยังมีเสียงทักท้วงจากคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ถึง 2 ครั้ง ที่สำคัญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ

ทุกฝ่ายแสดงความกังวลว่า โครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมของสนามบินในอนาคต และแนะนำให้ขยายเทอร์มินัล 1 ด้านทิศตะวันออก-ตะวันตก และก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ทางทิศใต้ ใกล้ถนนบางนา-ตราด แทน

วันนี้ ทอท.ยอมถอย ปรับแผนใหม่เพื่ออนาคต

ถึงวันนี้ ทอท.ได้พิจารณาปรับแผนแม่บทให้สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่

(1) ตั้งเป้าการรองรับผู้โดยสารที่ 120 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่กำหนดไว้ 150 ล้านคนต่อปีซึ่งเกินความเป็นจริง

(2) ขยายเทอร์มินัล 1 ด้านทิศตะวันออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ

(3) เร่งก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ทางทิศใต้ ใกล้ถนนบางนา-ตราด

(4) ยกเลิกอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (SAT-2)

(5) ขจัดจุดคอขวด ทั้งในกระบวนการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารและสัมภาระ

(6) นำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ

จุดหมายต่อไป… สนามบินระดับโลก!

การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิในทิศทางใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ของภูมิภาคเอเชีย โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ทอท. กับสายการบินไทยและสายการบินต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ เสริมศักยภาพการเปลี่ยนเครื่องอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ต้องทำให้สายการบินต่างๆ เลือกสุวรรณภูมิเป็นฐานหลัก

นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องพัฒนา คุณภาพการให้บริการ ให้ครอบคลุมทั้งความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย ความสวยงามของอาคารผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ

(1) พื้นที่ร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีความหลากหลายในปริมาณและราคาที่เหมาะสม

(2) บรรยากาศที่ช่วยให้ผู้โดยสารใช้เวลาภายในสนามบินได้อย่างเพลิดเพลิน

(3) การนำเสนอนวัตกรรมซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารตลอดเวลา

สุวรรณภูมิยุคใหม่…ไม่ไกลเกินฝัน

หาก ทอท.ดำเนินการตามแผนแม่บทใหม่นี้ได้จริง เชื่อว่าจะทำให้สุวรรณภูมิก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในสนามบินชั้นนำของโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในอนาคต

สุวรรณภูมิยุคใหม่ อยู่ที่การบริหารจัดการอย่างมีวิสัยทัศน์ของ ทอท. และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แล้วคุณล่ะ… คิดเห็นอย่างไร?

คุณคิดว่า… ทอท. ทำได้ไหม?

คอมเมนต์หน่อย… แล้วแชร์ไปให้ถึง ทอท.!


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.วังน้ำเย็น

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/283 ลง 4 ก.ค.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.วังน้ำเย็น

วันนี้ (วันจันทร์ ที่ 21 ก.ค.68) เวลา 13.30 น.พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “สภ.วังน้ำเย็น” ซึ่งในอดีต เคยปฏิบัติหน้าที่เป็น รอง สว. สืบสวนสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น ตามคำสั่ง ภ.จว.ปราจีนบุรี (จ.สระแก้ว ยังไม่ถูกจัดตั้งแยกจาก จ.ปราจีนบุรี) ในขณะนั้น

พร้อมด้วย พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ณัฐกร มงคลมหา ผกก. สภ.วังน้ำเย็น, คุณศิรินภา สินทอง ประธานแม่บ้าน ภ.จว.สระแก้ว พร้อมคณะแม่บ้าน ภ.จว. สระแก้ว พร้อมทั้งได้มอบของที่ระลึก, พัดลม 14 นิ้ว จำนวน 6 ตัว, แก้ว 94 ใบ, พระหลวงพ่อวัดบ้านแหลม จำนวน 94 องค์ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.วังน้ำเย็น ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ

ในการนี้ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นที่ระลึกไว้บริเวณหน้า สภ.วังน้ำเย็น ณ สภ.วังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว


สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้ คู่ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย และพระราชทานถ้วยรางวัล ๔ รุ่น

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้ คู่ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย และพระราชทานถ้วยรางวัล ๔ รุ่น

วันนี้ (๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๘.๓๙ น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง คู่ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๖๘ และ พระราชทานถ้วยรางวัลการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในรายการ Thailand Invitation Ice Hockey Championship 2025 ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thalland International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หม่อมหลวงกฤษฎา เกษมสันต์ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการ และคณะทำงาน ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ

การนี้ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ ร่วมกับ ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกราบบังคมทูลรายงาน วัตถุประสงค์ของการจัดงาน ฯ และกราบบังคมทูลเบิกนางปิ่นปินัทธ์ ญาณกรธนาพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เดอะเธียเตอร์ ออฟ ดรีม จำกัด เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายเสื้อฮอกกี้น้ำแข็ง พร้อมถุงแข้ง จำนวน ๒ ชุด

จากนั้นทอดพระเนตร การแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง คู่ชิงชนะเลิศ รุ่นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ประเภทชาย ระหว่าง ทีม Thailand Select Blue และ ทีม Silver Monster ด้วยความสนพระราชหฤทัย ซึ่งเมื่อจบการแข่งขันทั้ง ๓ period ปรากฎว่าทีม Thailand Select Blue ชนะไปด้วยคะแนน ๓๗ ต่อ ๑๕

เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน ฯ เสด็จเข้าสนามฮอกกี้น้ำแข็ง แล้วพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายยศพล หนูคำ ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สำนักงานเขตบางเขน สังกัดกรุงเทพมหานคร กราบบังคมทูลถวายรายงานผลการแข่งขัน และกราบบังคมทูลเบิกนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งที่ชนะเลิศทั้ง ๔ รุ่น เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน ฯ ตามลำดับ

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานถ้วยรางวัลที่ชนะเลิศการแข่งขัน ฯ ทั้ง ๔ รุ่น ประกอบด้วยรุ่นอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ประเภทชาย ทีม Thailand Select Blue รุ่นอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ประเภทหญิง ทีม Thailand Select Yellow รุ่นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ประเภทชาย ทีมทีม Thailand Select Blue และรุ่นไม่จำกัดอายุประเภทหญิง ทีม Thailand Select

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ทรงสนับสนุน และทรงร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหลายรายการอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพสกนิกรชาวไทย และทั่วโลก จึงทำให้ สหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ IIHF ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโล่สัญลักษณ์ทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์คนแรกของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งนับเป็นเกียรติยศที่สำคัญและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย โดยพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการนำบทบาทสำคัญนี้มาพัฒนากีฬาฮอกี้น้ำแข็งในประเทศไทย ไปสู่การแข่งขันเวทีระดับนานาชาติ อีกทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ

การแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๖๘ รายการ “ไทยแลนด์ อินวิเทชัน ไอซ์ ฮอกกี้ แชมเปียนชิพ 2025“ (Thailand Invitation Ice Hockey Championship 2025) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด ๒๔ ทีม จากประเทศต่างๆ เช่น ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เป็นต้น โดย แบ่งออกเป็น ๔ รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ประเภทชาย รุ่นอายุไม่เกิน ๑๖ ปี ประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ประเภทชาย และรุ่นไม่จำกัดอายุ (แต่จะต้องมีอายุ ๑๗ ปีขึ้นไป) ประเภทหญิง จัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และยกระดับกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนไทยยุคใหม่ก้าวไปสู่การแข่งขันในกีฬาระดับนานาชาติ และมีความสามัคคีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อตนเองและสังคม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากีฬาฮอกกี้น้ำแข็งของประเทศต่อไป

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#ไทยแลนด์อินวิเทชันไอซ์ฮอกกี้แชมเปียนชิพ2025#ThailandInvitationIceHockeyChampionship2025


พระลาน

พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “นปพ.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี”

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร. ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่องการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามอนุมัติ ผบ.ตร. ท้ายหนังสือ สง.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ฯ ที่ 0001(บร 1)/265 ลง 27 มิ.ย.68 ให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ) ตำรวจภูธรปราจีนบุรี

วันนี้(วันศุกร์ที่ 18 ก.ค.68) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและอำลาหน่วย “นปพ.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี” (ซึ่งในอดีต เคยปฏิบัติหน้าที่เป็น หัว หน้า นปพ.ฯ แห่งนี้)

พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พ.ต.อ.ภาสกร ทุนทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พ.ต.อ. กลยุทธ ต่อนแผ้ว, ผกก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี, คุณนีรนุช ทุนทรัพย์ รักษาการประธานแม่บ้าน ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมคณะแม่บ้าน ภ.จว.ปราจีนบุรี และ หัวหน้าสถานี สังกัด ภ.จว.ปราจีนบุรี

พร้อมทั้งได้มอบของที่ระลึก, พัดลม 14 นิ้ว จำนวน 4 ตัว,แก้ว 50 ใบ,เหรียญท้าวเวสสุวรรณ จำนวน 70 องค์ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด นปพ.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ

ในการนี้ได้ปลูกต้นประดู่แดง เพื่อเป็นที่ระลึกไว้ที่หน่วย นปพ.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ณ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี


กมธ.ทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงทางมิติเชิงสังคมและสถาบันครอบครัว ณ ศูนย์สาธารณะสงเคราะห์เด็กพิเศษวัดห้วยหมู จังหวัดราชบุรี

กมธ.ทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงทางมิติเชิงสังคมและสถาบันครอบครัว ณ ศูนย์สาธารณะสงเคราะห์เด็กพิเศษวัดห้วยหมู จังหวัดราชบุรี

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.30. – 12.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาลงพื้นที่รับทราบบความมั่นคงเชิงมิติสังคมและสถาบันครอบครัว ณ ศูนย์สาธารณะสงเคราะห์เด็กพิเศษวัดห้วยหมู จังหวัดราชบุรี

โดยมีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ, นายสมบูรณ์ หนูนวลรองประธานคนที่หนึ่ง, รตอ.ฉลอง ทองนะ รองฯ คนที่สอง, ว่าที่พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์รองฯ คนที่สาม, นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ, นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษา, นักวิชาการ เลขา นุการประจำ ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งมีพระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสและคณะครูกับพี่เลี้ยงเด็กให้การต้อนรับ

ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้รับทราบว่าศูนย์ฯ จะต้องมีรายจ่ายประมาณเดือน 130,000 บาท โดยศูนย์ได้คิดหาแนวทางที่จะช่วยให้มีรายได้มาดำเนินงานในการพัฒนาและเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้ศูนย์เป็นที่พึ่งที่หวังที่ใช้พัฒนาฝีมืออาชีพเด็กพิเศษ และเพื่อมอบโอกาสให้กับเด็กพิเศษฐานะยากจนทั้งชุมชนและพื้นที่อื่นๆ ทั่วไป

ทั้งนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการและคณะเดินทางได้มอบเงินบริจาคส่วนหนึ่งประมาณ 12,000 บาทเพื่อศูนย์นำไปใช้ตามภารกิจและวัตถุประสงค์ รวมถึงได้ส่งมอบขนมขบเคี้ยวสำหรับเด็กๆ ที่พักพิงในศูนย์ไว้รับประทานด้วย


ผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะเฝ้ารับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE

ผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะเฝ้ารับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE

วานนี้(วันที่ 15 กรกฎาคม 2568) เวลา 19.30 น. นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางพัชรี วีรพันธ์ุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน นายนิธิพัฒน์ วัฒนสุวกุล แรงงานจังหวัดลำพูน เฝ้ารับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัล จังหวัด และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับเพชร ในงานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2568 ณ อาคาร 4 ศูนย์การประชุม IMPACT FORUM เมืองทองธานี อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการ จังหวัดลำพูน รับโล่พระราชทาน รางวัล จังหวัด TO BE NUMBER ONE ต้นแบบระดับเงิน ประจำปี 2567

ทั้งนี้ จังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดลำพูน ที่ได้รับพระราชทานรางวัล ประจำปี 2567 ประกอบด้วย

  1. จังหวัดลำพูน โล่ จังหวัด TO BE NUMBER ONE ต้นแบบระดับเงิน
  2. อำเภอเมืองลำพูน โล่ อำเภอ TO BE NUMBER ONE ดีเด่น
  3. อำเภอแม่ทา เกียรติบัตร อำเภอ TO BE NUMBER ONE รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 2
  4. โรงเรียนจักรคำคณาทรจังหวัดลำพูน โล่ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดีเด่น
  5. โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูนโล่ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดีเด่น
  6. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน เกียรติบัตร ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทอง ปีที่ 1
  7. บริษัท แจ่มฟ้าเชฟมาร์ท จำกัด โล่ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการ ดีเด่น
  8. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ศูนย์กระจายสินค้า RDC ลำพูน เกียรติบัตรชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการ รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน ปีที่ 2
  9. โรงพยาบาลหริภุญชัย เมโมเรียล เกียรติบัตรชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการ รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน ปีที่ 2
  10. ชุมชนบ้านทากู่ เกียรติบัตร ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน ปีที่ 2

นที มีเดช รายงาน

ลำพูน อัญเชิญเทียนพรรษา “ศรีอทิตยประทีปาทร” ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประธานเทียนพรรษา “ศรีอทิตยประทีปาทร” ประดับตราประจำพระองค์ และประทานรางวัลไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568 ณ วัดหมูเปิ้ง ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.30 น. ที่วัดหมูเปิ้ง ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานอัญเชิญเทียนพรรษา “ศรีอทิตยประทีปาทร” ประดับตราประจำพระองค์ และประทานรางวัลไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568 โดยมี พระครูบรรพต รัตนโกศล เจ้าคณะตำบลเหมืองจี้ เขต1 เจ้าอาวาสวัดดอยกุศล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มี พระอธิการมนตรี จันทะวังโส เจ้าอาวาสวัดหมูเปิ้ง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พุทธศาสนิกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

โดยประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระ สมาทานเบญจศีล จากนั้นพระสงฆ์พิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชน์เทียนพรรษา และรางวัลไตร สรณะบูชา พระเสมาสยาม จากนั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำพูน อ่านหมายรับสั่ง ประทานเทียนพรรษา “ศรีทิตยประทีปาทร” และรางวัลไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม ครั้งที่ 4 ให้แก่ พระธิติ ญาณเมธี รองเจ้าอาวาสวัดหมูเปิ้ง สาขาพระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านสังคมสงเคราะห์ประชาชนและชุมชน และนางอุณาโลม มูลป่า ข้าราชการบำนาญ สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรม อุทิศตนด้านจิตอาสา ทะนุบำรุงและส่งเสริมพระพุทธศาสนา พระสงฆ์พิธีเจริญชัยมงคลคาถา ประธานในพิธีถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์พิธีอนุโมทนาบุญ เป็นเสร็จพิธี

ทั้งนี้ มูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนรำลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมทั้ง เพื่อเป็นการยกย่องบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ในด้านการส่งเสริม สนับสนุน สร้างขวัญกำลังใจคุ้มครอง และส่งเสริมให้เยาวชนสนใจศึกษาประวัติความเป็นมาของพระพุทธศาสนา


นที่ มีเดช รายงาน