มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ ที่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย มอบเงินและกระเช้าปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำทีมลงพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 200 ชุด รวมทั้ง มอบเงินปลอบขวัญให้แก่ผู้บาดเจ็บรวม 4 รายๆละ 5,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง รวม 34 หลังๆละ 12,000 บาท และมอบเงินค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรวม 3 รายๆละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือในครั้งนี้ทั้งสิ้น 594,800 บาท (ห้าแสนเก้าหมื่นสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน) โดยมี นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมด้วย คณะมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดร.ศักดิ์สินฯ มอบทุนสนุนให้กับ โรงเรียนดรุณาราชบุรี ในการเข้าร่วมการแข่งขัน โครงการ KidWind Challenge in Asia ณ ประเทศไต้หวัน

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ มอบทุนสนุนให้กับ โรงเรียนดรุณาราชบุรี ในการเข้าร่วมการแข่งขัน โครงการ KidWind Challenge in Asia ณ ประเทศไต้หวัน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 13.30 น. ณ โรงเรียนดรุณาราชบุรี จังหวัดราชบุรี คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนดรุณาราชบุรีได้ขอขอบคุณ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้ขอแสดงความขอบคุณที่นำคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตามแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความโดดเด่นกว่าโรงเรียนในประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียและทวีปอื่นๆ ซึ่งในขณะนี้มีโรงเรียนต่างๆ สถาบันราชภัฏต่างๆ มาดูงานเป็นส่วนมากรวมทั้งประเทศจีนและไต้หวันก็มาดูงานด้วย และได้คัดเลือกนักเรียนจำนวน 8 คน ให้ทุนไปเรียนต่างประเทศจีน และอีก 7 คน ไปประเทศไต้หวัน จึงขอชื่นชมนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่ให้โจทย์ โรงเรียนเอกชนไปศึกษาวิธีการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้เป็นต้นแบบระดับประเทศเป็นอย่างยิ่ง และ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้มอบทุนสนุนให้กับ โรงเรียนดรุณาราชบุรี ในการเข้าร่วมการแข่งขัน โครงการ KidWind Challenge in Asia ณ ประเทศไต้หวัน เป็นจำนวนเงิน 154,400 บาทอีกด้วย

และ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ได้ชื่นชมในความสำเร็จครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งและคาดหวังว่าทุกโรงเรียนทุกสังกัดในประเทศไทยสามารถพลิกโฉมการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้บรรลุเป้าหมายเช่นเดียวกันเพราะเป็นเป้าหมายของประเทศชาติ และเป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ยินดีสนับสนุน

ทั้งนี้ ได้มอบทุนการศึกษา ส่วนหนึ่งให้กับนักเรียนโรงเรียนดรุณาราชบุรี Active Learning GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการที่ครอบคลุม ทฤษฎีการสอนดังนี้ Child-Centered / Constructivism/ Classroom Action/ Brain-Based Learning/ Multiple Intelligences/ Project Based Learning/ Integrated Instruction/ 5Es/ Learning by doing และสอดคล้องกับ UNESCO และ OECD


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทร.ธัญบุรี ร่วมจัดประชุมนานาชาติ IEEE TEMSCON-ASPAC 2025 ยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก

มทร.ธัญบุรี ร่วมจัดประชุมนานาชาติ IEEE TEMSCON-ASPAC 2025 ยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโล ยี ร่วมกับ National Pingtung University ประเทศไต้หวัน และสมาคม IEEE เตรียมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการจัดการเทคโนโลยีและวิศวกรรม IEEE Technology and Engineering Management Society Conference: Asia-Pacific 2025 (IEEE TEMSCON-ASPAC 2025) ภายใต้หัวข้อ “Achieving Competitiveness in the Age of AI and Big Data Analytics” ระหว่างวันที่ 13–16 กันยายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เผยว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีวิชาการสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม อันจะช่วยผลักดันผลงานวิจัยของไทยสู่ระดับสากล พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ การประชุมวิชาการครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและโมเดล BCG Economy

ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพัทธ์ จงสวัสดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มเติมว่า การที่มหาวิทยาลัยได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมนานาชาติ IEEE TEMSCON-ASPAC 2025 สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิชาการและการวิจัยของไทยที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งยังเป็นเวทีสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ อันจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ยกระดับผลงานวิจัยสู่สากล และเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรมและสังคม

งานประชุม IEEE TEMSCON-ASPAC 2025 จึงไม่เพียงเป็นเวทีทางวิชาการ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนคุณภาพ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ ในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ ในงาน# ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้ ระหว่างวันนี้-19 กันยายน พ.ศ. 2568

โดยสามารถร่วมทำบุญได้ตามช่องทางดังนี้ :-

  • สักการะหลวงปู่ไต้ฮงและทำบุญบริจาคข้าวสาร ได้ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
    • วันที่ 23 สิงหาคม – 17 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 19.00 น.
    • วันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 16.00 น.
  • ทำบุญบริจาคข้าวสารผ่าน เว็บไซต์ทิ้งกระจาดออนไลน์ :https://pttfny.net/newsh
  • โอนผ่าน บ/ช ออมทรัพย์ชื่อ บ/ช มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต๊กเซี่ยงตึ้ง หรือมูลนิธิปอเต็กตึ้ง
    • ธ.กสิกรไทย เสือป่า เลขที่ 027-2-07939-0
    • ธ.กรุงเทพ พลับพลาไชย เลขที่ 001-0-00370-5
    • ธ.กรุงไทย ราชวงศ์ บี เลขที่ 004-1-00811-1
    • ธ.ไทยพาณิชย์ เฉลิมนคร เลขที่ 037-2-56513-4
    • ธ.กรุงศรีอยุธยา สามแยก เลขที่ 046–1-00810-9
    • ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขที่ 091-2-28500-4

กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ :-

  • วันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 – 12.00 น. ที่สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว # จังหวัดสมุทรสาคร
  • วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 12.00 น. ที่คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา # จังหวัดชลบุรี
  • วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 06.00 – 12.00 น. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย #กรุงเทพฯ

#ทิ้งกระจาดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง # สักการะหลวงปู่ไต้ฮง 3ทำบุญให้ผู้ล่วงลับทำทานให้ผู้ยากไร้.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.อัคราเดชฯ ควงอุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจฯ เปิดป้าย อาคารพิมลศรี Cop’s Valley view

พล.ต.อ.อัคราเดชฯ ควงอุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจฯ เปิดป้าย อาคารพิมลศรี Cop’s Valley view

วันที่ 13 ก.ย.2568 เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์พัฒนาประสิทธิภาพแจ้งยอดสุขตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ คุณ ภคมน พิมลศรี อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจเป็นประธานในพิธีทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลและเปิดป้ายอาคารสำนักงาน (Cop’s Valley view) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร.,พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ

โดยมี พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6, พล.ต.ต.ธวัชชัย คำแหงพล ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร., พล.ต.ต.สุรชาติ จึงดำรงกิจ อดีต รอง.ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 6, รอง ผบก., หน.สถานี และข้าราชการตำรวจในสัง กัด ภ.จ.เพชรบูรณ์ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในพิธีนี้ มีการประกอบพิธีสงฆ์ พระสงฆ์จำนวน 5 รูป เจริญพระพุทธมนต์ประพรมน้ำมนต์, ทำพิธีเจิมป้าย จากนั้นประธานฯ ได้ทำพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงาน(Cop’s Valley view) อย่างเป็นทางการ ซึ่งศูนย์พัฒนาประสิทธิภาพแจ้งยอดสุขฯ แห่งนี้ เป็นผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการตำรวจให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและบทบาทหน้าที่ในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งพักผ่อน และศูนย์รวมพลังใจของบุคลากรในสังกัด,ส่งเสริมบทบาทด้านชุมชนสัมพันธ์ และเป็นจุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เขาค้อ อันงดงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

ในการนี้ ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ ได้มอบพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ แห่งวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เพื่อเป็นที่ระลึกถึงกันในโอกาสต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นแห่งที่ 2 ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวสาขาศรีราชา จ.ชลบุรี

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 2,500 ชุด สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ปลากระป๋อง,น้ำปลา,น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท ซึ่งในปีนี้จัดค่าพาหนะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น

โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย แพทย์จีนสมชาย จิรพินิจวงศ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัว เฉียว, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, เครือสหพัฒน์, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, บริษัท เบสท์แฟคตอรี่ เอาท์เล็ท จำกัด, สนามกอล์ฟบีเอสซี พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

และในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2568 มูลนิธิฯ มีกำหนดการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 แก่ประชาชนทั้งสิ้น 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.5 ล้านบาท

ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 80 ปี เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ในช่วงประเพณีแต่ละปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีผู้มีจิตศรัทธานำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบสักการะหลวงปู่ และองค์ไต่สือเอี้ย เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล และสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ จะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่มูลนิธิฯ จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ โดยมูลนิธิฯ ได้มีการพัฒนาแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญมหากุศลนี้มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เวทีประกวดสาวไทยเชื้อสายจีน “มิสไชนิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2025 ” จัดเวิร์กช็อปสุดคุณภาพ.. สร้างแนวทางเสริมความรู้ให้สาวงาม

เวทีประกวดสาวไทยเชื้อสายจีน “มิสไชนิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2025 ” จัดเวิร์กช็อปสุดคุณภาพ..สร้างแนวทางให้เสริมความรู้ให้สาวงามหนึ่งวัน อัดแน่นความรู้จาก ตัวแม่ ตัวจริงทุกวงการ!

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่โรงแรม Best Western Plus Wanda Grand Hotel กรุงเทพฯ : เวที Miss Chinese International Thailand 2025 (MCIT 2025) ได้จัดกิจกรรมอบรมสุดเข้มข้นที่รวมทั้งความรู้ เทคนิค และแรงบันดาลใจไว้ในวันเดียว ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสบรรยากาศจริงจากกูรูระดับประเทศที่พร้อมถ่ายทอดเคล็ดลับอย่างเต็มที่

เริ่มต้นด้วยคลาส การแต่งหน้าอย่างมืออาชีพ โดย คุณชัยยงค์ แก้วกัน (Chai Makeup) ที่เปิดเผยเทคนิคการสร้างลุคสวยเฉพาะตัว ต่อด้วย อ.โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้จัดแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ ถ่ายทอดวิธีการเดินแบบและคาร์ริสมาในสไตล์เวทีโลก

ด้านการสื่อสารก็เข้มข้นไม่แพ้กัน เมื่อ คุณหนูนา บงกช ศรีมังคละ จาก MVTV มาสอนทักษะการเป็นผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการอย่างมืออาชีพ ขณะที่ คุณศกัญ แก้วประจันทร (บอลลี่ขยี้ข่าว) แชร์ประสบการณ์ตรงในการเป็น Influencer และการสื่อสารในยุคดิจิทัล ก่อนจะปิดท้ายด้วยคลาส การแสดง (Acting Class) จากนักแสดงมากฝีมือ คุณตู่ จารุศิริ ภูวนัย ที่ช่วยเสริมความมั่นใจและเสน่ห์บนเวที

ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความรู้และแรงบันดาลใจสำหรับผู้เข้าประกวด ที่จะใช้เป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาตัวเองและการเดินทางสู่เวทีนานาชาติ

กิจกรรมอบรมจัดขึ้นไปเมื่อวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 08.00–18.00 น. ณ โรงแรม Best Western Plus Wanda Grand Hotel ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยบรรยากาศการเรียนรู้และการถ่ายทอดประสบการณ์จากวิทยากรตัวจริงทุกวงการ

แม้งานอบรมจะจบลงแล้ว แต่เส้นทางของ Miss Chinese International Thailand 2025 เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว และร่วมโหวตให้ผู้เข้าประกวดที่คุณชื่นชอบได้ ผ่าน QR Code บนโปสเตอร์ หรือทางเพจอย่างเป็นทางการของ MCIT 2025

มิสไชนิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2025 มีกำหนดการ เก็บตัวทำกิจกรรม 1-2 ตค. ณ. อเล๊กซ่า คลับบีช โรงแรมพินนาเคิล รีสอร์ทแกรนด์ จอมเทียน พัทยา และ รอบไฟนอล 4 ตค. ณ เอเชียทีค กทม.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ติดปีกนักวิจัยด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่ เสริมพลังสังคมไทยด้วยงานวิชาการ

“ติดปีกนักวิจัยด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่ เสริมพลังสังคมไทยด้วยงานวิชาการ

ในยุคที่สื่อมีบทบาทสำคัญต่อความคิด ค่านิยม และพฤติกรรมของผู้คน การสร้างองค์ความรู้ด้าน “สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” จึงไม่ใช่เพียงภารกิจของนักวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนโดยรวมอย่างยั่งยืน

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Human and Business Development คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการประจำปี 2568 หลักสูตร “ติดปีกนักวิจัยด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ให้สามารถผลิตบทความวิชาการคุณภาพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมไทย

หลักสูตรนี้ออกแบบเป็น Hybrid Learning ต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน ประกอบด้วย 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่

  • 22 สิงหาคม 2568: Online Training ปูพื้นฐานและเครื่องมือดิจิทัลสำหรับงานวิจัย
  • 6–7 กันยายน 2568: Onsite Workshop แบบเข้มข้น ณ กรุงเทพมหานคร เน้นการลงมือปฏิบัติจริง
  • 12, 19, 26 กันยายน 2568 : Online Follow-up ติดตามผลรายบุคคล ให้คำปรึกษาอย่างเจาะลึก

ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งการตั้งคำถามวิจัย การเขียนบทความเชิงวิชาการ การใช้เครื่องมือ AI และดิจิทัลเพื่อการจัดการข้อมูล เทคนิคการตอบคำถามจากผู้ประเมิน (Peer Review) ตลอดจนการเตรียมต้นฉบับสำหรับส่งตีพิมพ์ใน TMF Journal ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญของนักวิจัยด้านสื่อสร้างสรรค์ในประเทศไทย

ในพิธีเปิดโครงการ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวตอนหนึ่งว่า “งานวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ตรงกับภารกิจและยุทธศาสตร์ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ขณะที่ TMF Journal ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ โดยที่ผ่านมาเราโฟกัสประเด็นสำคัญ 2–3 เรื่อง ได้แก่ การสร้างสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ และการดูแลเด็กเยาวชนให้เข้าถึงสื่อที่ดีและเพียงพอ”

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 52 คน ซึ่งคัดเลือกจากนักวิจัย ผู้ผลิตสื่อ นักวิชาการ และนักศึกษาจากทั่วประเทศ หลายคนสะท้อนว่าได้รับโอกาสใหม่ในการสร้างความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง หนึ่งในผู้เข้าร่วมกล่าวว่า “ฉันเคยคิดว่าบทความวิชาการคือเรื่องยาก แต่เมื่อได้เรียนรู้จากโครงการนี้ ทำให้เข้าใจว่าหากมีแนวทางที่ชัดเจนและทีมโค้ชที่พร้อมสนับสนุน เราก็สามารถทำได้ และยังใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยเพิ่มคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ผลลัพธ์ที่มากกว่า “การเขียนบทความ” โครงการนี้สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้หลากหลายมิติ ได้แก่ 1. การพัฒนาความรู้ด้านการตั้งโจทย์วิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนบทความเชิงวิชาการ 2. การเสริมทักษะการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลเพื่อค้นคว้า ตรวจสอบ และยกระดับคุณภาพบทความ 3. การตระหนักถึงหลักจริยธรรมและมาตรฐานการอ้างอิงที่ถูกต้อง และ4. การสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยต่างสาขา เพื่อการต่อยอดในอนาคต

หนึ่งในไฮไลท์ของหลักสูตร คือ Workshop การใช้ AI เป็นผู้ช่วยเขียนบทความ ตั้งแต่การกำหนดโจทย์ การให้ Prompt ที่แม่นยำ ไปจนถึงการปรับภาษาสำนวนให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งยังฝึกตรวจสอบผลงานที่สร้างด้วย AI เพื่อป้องกันข้อมูลผิดพลาดและปัญหาการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) พร้อมเรียนรู้วิธีการใช้ AI ในฐานะเครื่องมือหรือผู้ช่วยการเขียนบทความ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ครู อาจารย์ นักการตลาด หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านการสื่อสาร

โครงการนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านวิชาการและประสบการณ์ตรงในวงการสื่อ อาทิ รศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณะทำงานวารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผศ.ดร.วสะ บูรพาเดชะ คณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เจ้าของเพจ “พ่อบ้านเล่างานวิจัย” ผศ.ดร.สุคนธ์ทิพย์ วงศ์พันธ์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี,ผศ.ดร.ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.พรรษา รอดอาตม์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

อีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือการก่อร่าง เครือข่ายนักวิจัยด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่รวมตัวผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งการศึกษา สื่อ และประชาสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวางรากฐานการทำงานร่วมกันในอนาคต

ก้าวต่อไปของโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการประจำปี 2568 หลักสูตร “ติดปีกนักวิจัยด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ไม่ใช่เพียงการอบรม แต่คือกระบวนการพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีทั้งทักษะทางวิชาการ จริยธรรม และความเข้าใจบทบาทของ “สื่อ” ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นครพนม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก และงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

จังหวัด นครพนม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก และงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 27 ก.ย.–8 ต.ค.2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด และริมฝั่งโขง ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอ เมืองนครพนม จังหวัด นครพนม

กิจกรรมไฮไลท์ วันที่ 27 กันยายน 2568 พบกับขบวนเรือไฟบก Nakhon Phanom Illuminated Boat Carnival พร้อมศิลปินดาราคนดังร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต ณ ถนนสุนทรวิจิตร จังหวัด นครพนม

  • พิธิเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก 7 ต.ค.2568 (คืนวันออกพรรษา)
  • การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม 1 เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา”
  • กิจกรรมไหลเรือไฟโบราณ สักการะพระธาตุพนม พิธีรำบูชาพระธาตุพนม 7-8 ต.ค.2568 ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร
  • กิจกรรมประกวดคลิปนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับงานไหลเรือไฟ
  • การแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย–ลาว ชิงถ้วยพระราชทาน 3–6 ต.ค.2568
  • ขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ขบวนแห่ปราสาทผึ้งกว่า 10 ขบวน 7 ต.ค.2568
  • กิจกรรมมหกรรมไม้ไผ่ จากลำไม้สู่เรือไฟ ๑ เดียวในโลก” ณ สำนักงานเหล่ากาชาดนครพนม พบกับ การแสดงและจำหน่ายอาหารถิ่น อาหารฟิวชั่นและผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ กว่า 40 บูธ พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “ดนตรีไม้ไผ่”
  • กิจกรรมร้านมัจฉากาชาด ตลาดมหาดไทยชวนชิม จุดเช็คอินสวนดอกไม้และปะติมากรรมโคมไฟ ชม ช้อป ชิม ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP อาหารอร่อยจากร้านดังกว่า 100 บูธ และชมฟรีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ทั้ง 12 วัน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม

พิเศษ!

  • การแสดงเรือไฟเฉลิมพระเกียรติยาวกว่า 80 เมตร และเรือไฟรักษ์โลกจากกลุ่มอำเภอและประเทศจีน ลาว เวียดนามทุกวัน
  • การประกวดเรือไฟยักษ์ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ชิงถ้วยพระราชทานและเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท
  • การแสดงบินโดรนแปลอักษรกว่า 300 ลำ 7 ต.ค.2568

ภายใต้แนวคิด งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม “แสงไฟแห่งศรัทธา” 1 เดียวในโลก

#กระทรวงวัฒนธรรม #จังหวัดนครพนม #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม #แสงไฟแห่งศรัทธา #ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม1เดียวในโลก #งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกนครพนม #ยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก


“กรี” ผู้นำด้านอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของโลก ฉลองความสำเร็จ 10 ปี

“กรี” ผู้นำด้านอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของโลก ฉลองความสำเร็จ 10 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยความภาคภูมิใจ เปิดเกมส์รุก ชูนวัตกรรม ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงด้วย นวัตกรรมใหม่ กับคอนเซ็ปต์ “A Decade of Trust, A Future of Innovation” พร้อมเปิดตัวเครื่องปรับอากาศใหม่ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วันที่ 10 กันยายน 2025 ณ ศูนย์สรรพสินค้า เซ็นทรัล เวิลด์ ห้อง Bangkok Convention Center กรุงเทพฯ

“กรี” ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องปรับอากาศจากประเทศจีนมายาวนานกว่า 30 ปี ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “GREE เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025” อย่างยิ่งใหญ่ งานนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Decade of Trust, Forward Together (สิบปีแห่งความไว้วางใจ ก้าวไปด้วยกัน)” โดยมีผู้แทนจำหน่าย และพันธมิตรจากทั้ง ประเทศสิงคโปร์ ประเทศ ไทย และประเทศอินโดนีเซียเข้าร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้กว่า 1,200 คน เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสู่อนาคตอันสำคัญของ กรี ทั้งยังเป็นการเปิดเกมส์รุกตลาดเครื่องปรับอากาศ ในการก้าวสู่ยุคใหม่ของการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ของตนเองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลยุทธ์ทางการตลาด อย่างมืออาชีพ

กรี ก้าวสู่ยุคการดำเนินงานภายใต้แบรนด์ของตนเองในช่วง10 ปี ที่ผ่านมา กรี ประจำประเทศอินโดนีเซียได้พัฒนาระบบการดำเนินงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เน้นการสร้างเครือข่ายในการขายและการบริการหลังการขายที่มีความแข็งแกร่ง โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในตลาดอินโดนีเซียและยังได้รับการยอมรับจากพันธมิตรเป็นอย่างดีโดยใน ปี 2025 นี้ จะไม่เป็นเพียงแค่การฉลองครบรอบ 10 ปีของ กรีประจำประเทศ อินโดนีเซียเท่านั้น ทว่ายังเป็นครั้งแรกของการประกาศการก่อตั้ง กรี ทั้งในประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย อย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเดินหน้าในเส้นทาง “การดำเนินงานแบรนด์อิสระระดับโลก”ท่ามกลางการแข่งขัน และแนวโน้มใหม่ของตลาดโลก GREE Headquarters ยังยึดมั่นในกลยุทธ์ของ “แบรนด์อิสระ” โดยลดการผลิตแบบ OEM ลงทีละขั้น และมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของแบรนด์ GREE และ TOSOT ให้เกิดความแข็งแกร่งไปทั่วโลก ด้วยการจัดตั้งฝ่ายกลยุทธ์แบรนด์อิสระระดับโลก และวางเครือข่ายบริษัทย่อยและทีมงานตรงในภูมิภาคหลักกรี ยังสามารถควบคุมการสื่อสารแบรนด์ของช่องทางการขาย รวมทั้งมีการ

บริการหลังการขาย รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง ทั้งยังมีความใส่ใจต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานอีกด้วย เจาะลึกตลาดท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพและการบริการได้อย่างรวดเร็ว

Dr.Jared Yang ประธานกรรมการบริหาร บริษัท GREE ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ” การก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ แต่เพื่อมอบการบริการที่ดียิ่งขึ้นไปแก่พันธมิตรในท้องถิ่น ด้วยการสนับสนุนอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพกรี ยังมีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาและโซลูชั่นระบบในเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ที่มีความแข็งแกร่ง โดยได้ดำเนินโครงการ

สำคัญในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และศูนย์การคมนาคมหลายแห่งในประเทศไทย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ VRF ระบบมัลติ และระบบน้ำ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของตลาดเฉพาะกลุ่ม พร้อมให้การรับประกันตลอดการใช้งาน ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง จนถึงบริการหลังการขาย

Dr.Jared Yang ยังกล่าวเสริมอีกว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ดีเป็นเพียงรากฐาน แต่สิ่งที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจระยะยาว คือ ทีมงานมืออาชีพและการบริการหลังการขายที่ดีที่สุด” ด้วยการลงทุนสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง โดยทีมบริการมืออาชีพ และการสนับสนุนหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เราสามารถบุกตลาดในประเทศไทยได้สำเร็จ และมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดไปการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้ง 3 ประเทศ: เทคโนโลยี สร้างชีวิตอัจฉริยะ หล่อหลอมโลกสีเขียวร่วมกัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในงานเปิดตัวครั้งนี้ กรี ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ถึง 3 รุ่นด้วยกัน สำหรับตลาดในสิงคโปร์ ไทย และอินโดนีเซีย โดยมุ่งเน้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสีเขียว และการติดตั้งที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคตามสภาพภูมิอากาศและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

ประเทศไทย | เครื่องปรับอากาศระบบ AI อินเวอร์เตอร์ 8 องศา Airy: “ฉลาด สบาย สะอาดปลอดภัย”Airy ซึ่งถูกวางตำแหน่งเป็น “AI 8 องศา อินเวอร์เตอร์” นับเป็นรุ่นเรือธง ที่มีความโดดเด่นในด้านสุขภาพ และสุดอัจฉริยะที่ กรี ออกแบบมาเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ โดยติดตั้งอัลกอริทึม G-learning AI ช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 50% พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยระบบเสียงและการเชื่อมต่อ WiFi อีกทั้งผสานเทคโนโลยีการกรอง HEPA การฆ่าเชื้อด้วยรังสี UVC และระบบพลาสมาเย็น สร้างระบบฟอกอากาศทั้งบ้าน พร้อมการออกแบบการกระจายลม 4 ทิศทางและการทำงานเงียบเพียง 19 เดซิเบล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านพักและโรงแรมในภูมิอากาศร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อินโดนีเซีย

ระบบมัลติ Free Match: เครื่องเดียวควบคุมหลายตัว เหมาะกับการใช้ทั้งบ้านและธุรกิจสำหรับตลาดอินโดนีเซียนั้น กรี ได้เปิดตัว Free Match ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น “ระบบมัลติที่มีความยืดหยุ่น” โดยเน้น 3 จุดแข็งหลัก ได้แก่ การประหยัดพลังงานสูง การติดตั้งที่ยืดหยุ่น และความเสถียรและเที่ยงตรงด้วยการออกแบบอัตราการเชื่อมต่อสูงพิเศษ (สูงสุดถึง 150%) การจัดวางเครื่องปรับอากาศภายในได้อย่างอิสระ และเครื่องปรับอากาศภายนอกรุ่นกะทัดรัด G-Max จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับบ้านพักตากอากาศที่มีขนาดเล็ก อาคารสำนักงาน และร้านค้านอกจากนี้กรียังเพิ่มเทคโนโลยีการเริ่มทำงานในแรงดันไฟกว้างและระบบป้องกันความผิดปกติแบบอัตโนมัติ ช่วยให้เกิดการทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมไฟฟ้าที่ซับซ้อนของอินโดนีเซีย จึงนับเป็นเครื่องปรับอากาศสารพัดประโยชน์ที่ผสมผสานทั้งความคุ้มค่าและการใช้งานได้อย่างลงตัวสิงคโปร์

เรือธงปลอดคาร์บอน GMV6 Solar : ประหยัดพลังงานสูงสุด นำอนาคตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับตลาดสิงคโปร์ ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ระบบปรับอากาศมัลติขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ GMV6 Solar” ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมแรกของโลก กับรุ่น “เรือธงปลอดคาร์บอน” ผลิตภัณฑ์นี้จึงเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สูงถึง 99% รองรับการทำงานแบบไม่พึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้า (off-grid) อย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดภาวะ“ศูนย์ค่าไฟ ศูนย์การปล่อยก๊าซ” ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ สามารถเชื่อมต่อกับอาคารได้หลากหลายประเภท พร้อมติดตั้งระบบควบคุมระยะไกล แพลตฟอร์มการบำรุงรักษาอัจฉริยะ และการทำงานในสภาวะอุณหภูมิกว้าง เหมาะสำหรับอาคารสีเขียว ศูนย์การค้าระดับชั้นนำ และหน่วยงานของรัฐบาล โดยสอดคล้องกับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดของสิงคโปร์ (Green Mark)ภาพอนาคตของ GREE ทั่วโลก

: สีเขียว อัจฉริยะ เชื่อมโยงอุณหภูมิของโลกจุดเริ่มต้นแห่งทศวรรษใหม่ของ “กรี” กำลังเร่งผลักดันการขยายธุรกิจระดับโลกอย่างรวดเร็ว ด้วย วิสัยทัศน์ และความเป็นมืออาชีพ เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า นวัตกรรม และเทคโนโลยี คือสะพานที่เชื่อมโยงอุณหภูมิของโลก และการได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ คือ สิ่งที่ตอบโจทย์ สู่การพัฒนาของกรีอย่างไม่หยุดยั้งได้ในอนาคตในอนาคต GREE จะยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางการพัฒนาคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ สู่อุตสาหกรรมของโลก โดยยึดกลยุทธ์ “นวัตกรรมอิสระ + แบรนด์อิสระ” อันเป็นแรงขับเคลื่อนคู่ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป เราจึงมอบโซลูชั่นระบบเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อัจฉริยะ มีความฉลาดปราดเปรียว มีความสะดวกสบายมากกว่าเดิมเราหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ยั่งยืน และ “ทำให้ทั้งโลกหลงรักสินค้าที่ผลิตขึ้นจากประเทศจีน”

สำหรับในประเทศไทยนั้น ทางบริษัทจะเข้ามาดูแลทั้งการนำเข้า การขาย และบริการหลังการขายอย่างครบวงจร เพื่อสร้างแรงกระตุ้นในการทำตลาด พร้อมคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งยังให้ความสำคัญในเรื่องของการบริการหลังการขายอย่างมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า ลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งทางเราให้ประกันอะไหล่ 5 ปี รวมทั้ง คอมเพรสเซอร์ 4 ปี

ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศ Gree เราใช้เทคโนโลยี Ai เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม เครื่องปรับอากาศรุ่นล่าสุด มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี “การควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ การประหยัดพลังงาน และคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของกรีฯ ที่ยึดแนวคิด

“นวัตกรรมขับเคลื่อน ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง”

เราพร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านในการ แจ้งเคลม แจ้งซ่อม และบริการล้างเครื่องปรับอากาศ โดยมีบุคคลากร และทีมช่างที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์สาเหตุ และ แก้ไขปัญหา สามารถเข้าถึงลูกค้าอย่างได้รวดเร็ว…Dr.Jared Yang กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน