กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

วันนี้ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2568) เวลา 08.08 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน กิจกรรมน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูง กำลังพล ชุมชนเขตพระนคร และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ที่ตั้งภายในกองบัญชาการกองทัพบก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396 ตรงกับ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. 2411 เสด็จสวรรคตเมื่อวันเสาร์เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ (23 ตุลาคม 2453) รวมพระชนมพรรษา 58 พรรษา

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล กอปรด้วยพระปรีชาสามารถและทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของราษฎรของพระองค์ท่าน จึงทรงริเริ่มนำความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านมาสู่สยามประเทศ พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย จนทรงได้รับพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” คือเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการทรงยกเลิกระบบไพร่ นอกจากนี้ยังทรงป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ นับเป็นที่มาของการเกิดระบบทหารอาชีพในประเทศไทย ทรงพัฒนาระบบการศึกษาวิชาทหารให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดทียมกับนานาอารยประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้เป็นสถาบันหลักที่ผลิตนายทหารรับใช้ประเทศชาติอย่างทรงเกียรติ

กองทัพบกในฐานะหน่วยงานที่พิทักษ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในวาระคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.37 ร่วมกอ.รมน.เชียงราย จัดพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

มทบ.37/กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.68 เวลา 08.30 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชา มทบ.37, กำลังพล มทบ.37, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ.37 และกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ช.ร. ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ครบรอบ 115 ปี ประจำปี 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.ช.ร. เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

วันปิยมหาราช คือ วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า เรียกว่า “วันปิยมหาราช” กษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรักของทวยราษฎร์ พระราชกรณียกิจสำคัญมากมายคือ การเลิกทาส, การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ, การศึกษา, การศาล, การคมนาคม, การสุขาภิบาล, การต่างประเทศ, การศาสนา, การวรรณคดี


รองผู้บัญชาการ มทบ.32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และตรวจติดตามความก้าวหน้าของโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

โดยมีหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ ทั้ง 7 หน่วย ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32, กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่17, กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3, กองร้อยทหารช่างที่ 4 กองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4, หมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 32 และกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้ให้คำแนะนำเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วย ให้มีความสวยงามและเหมาะสมต่อการดำเนินการเกษตร

ทั้งนี้ได้ให้แนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการเป็นแหล่งเรียนรู้ และต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล และประชาชนที่มีความสนใจด้านการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข และพัฒนาโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วม แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมกับ สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก จัดบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) และหัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ นางสาว สมัชญา อยู่คง ผู้อำนวยการสถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ พร้อมทั้งเข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์การรับสมัครงาน เพื่อไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลกได้รับอนุญาตก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และการทดสอบฝีมือแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มาตรฐานแรงงานที่จะสามารถไปเป็นแรงงานได้ตรงตามความต้องการของต่างประเทศ ให้กับทหารกองประจำการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันหน่วยขึ้นตรงกองบัญชา การช่วยรบที่ 3 ที่จะครบกำหนดปลดออกจากกองประจำการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทหารกองประจำการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 168 นาย ผลจากการบรรยายทหารกองประจำการมีความสนใจ และเป็นแนวทางสำหรับการประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบล ราชธานี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดน รับทราบสภาพการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ รวมถึงติดตามความเป็นอยู่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน ไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความเข้มแข็ง และความอดทนภายใต้สภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร และสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้การลำเลียงเสบียงและยุทโธปกรณ์บางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบแนวทางการปฏิบัติให้กับกำลังพลในพื้นที่ ให้บริหารจัดการระบบส่งกำลังบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เสบียงและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพของกำลังพลมีความเพียงพอและเข้าถึงทุกพื้นที่โดยไม่ขาดแคลน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กำลังพลมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพภาคที่ 3 ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยย้ำให้ทุกนายยึดมั่นในหน้าที่ ความสามัคคี และความเสียสละ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก บูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้า อ.แม่สอด จ.ตาก

กองทัพบกบูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้าอำเภอแม่สอด จ.ตาก หลังทางการเมียนมาเข้าตรวจสอบโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

วันนี้ (23 ตุลาคม 2568) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังนเรศวร ได้รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายหลังทราบข่าวว่า ทหารเมียนมาควบคุมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่เมียนมาเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่โครงการฯ ส่งผลให้กลุ่มทุนและพนักงานใน KK-Park รวมถึงชาวต่างชาติภายในโครงการฯ เกิดความหวาดกลัว และได้ลักลอบหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยจำนวนมาก

ต่อสถานการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้จัดกำลังร่วมกับ ร้อย ตชด.346, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก, ฝ่ายปก ครองอำเภอแม่สอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องทาง/ท่าข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ 9 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง NRM (National Referral Mechanism) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และ ร้อย.ตชด.346

โดยปัจจุบัน ณ เวลา 07.00 น. ของวันนี้ (23 ตุลาคม 2568) พบว่ามีบุคคลต่างชาติที่ข้ามมายังฝั่งไทยบริเวณช่องทางบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง จำนวน 677 คน แยกเป็น ชาย 618 คน และหญิง 59 คน

ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้มีการเตรียมพื้นที่ควบคุมตัวสำรองเพิ่มเติม โดยจะใช้พื้นที่ของกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอด และวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในกรณีที่พื้นที่เดิมไม่สามารถรองรับผู้หลบหนีเข้าเมืองได้อย่างเพียงพอ

กองทัพบกยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและหลักมนุษยธรรม พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาอย่างใกล้ชิด


นที มีเดช รายงาน

มทบ.32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการและผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱

มณฑลทหารบกที่ 32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 และผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 เยี่ยมชม ” บ้านป่องนัก ” พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32(1), พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 (2), พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย คุณอัญชสา ภิญโญ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32 และสมาชิกฯ ให้การต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 จำนวน 25 ชาติ ณ บ้านป่องนัก (พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง) ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ในโอกาสทำกิจกรรมก่อนการประกวด

ทั้งนี้หน่วยได้จัดมัคคุเทศก์ นำชมบ้านป่องนัก เพื่อให้ผู้จัดการประกวดฯและผู้เข้ารับการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 ได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของหน่วย ซึ่ง คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 มีความประทับใจในการเยี่ยมชมบ้านป่องนักเป็นอย่างยิ่ง

มทบ.32 บ้านป่องนัก #ท่องเที่ยวทหาร #บ้านป่องนักลำปาง #แอ่วลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่


เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 68 บก.ทท. (นทพ.) โดย พ.อ. ราชพล ทองอารีย์ ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ. เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลเป้าหมายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย และยึดมั่นในจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับพื้นที่เป้าหมายภารกิจในปี 2569 จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยทำการสร้างถนน จัดหาน้ำกินน้ำใช้ และการพัฒนาช่วยเหลือตามแผนงานความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันทหารพัฒนา หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่อง สอน เช่นทำถนนเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกล ทำให้การเดินทางและขนส่งสะดวกยิ่งขึ้น สร้างระบบประปา สร้างถังเก็บน้ำ ฝึกอบรมอาชีพเพื่อยกระดับชีวิตและเพิ่มรายได้ และงานพัฒนาช่วยเหลือด้านอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่กันดารจังหวัดแม่ฮ่อสอนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น



ภานุเดช ไชยสกูล/ จ.แม่ฮ่องสอน

น่าน จัดพิธีวันปิยมหาราช ยิ่งใหญ่ ครั้งแรกประวัติศาสตร์เมืองน่าน พิธีวางพวงมาลาและพิธีสวนสนามทหาร ตำรวจ นศท. อส. 300 นาย

จังหวัดน่านจัดพิธี “วันปิยมหาราช” อย่างยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองน่าน พิธีวางพวงมาลาถวายราชสดุดีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 5 วันปิยมหาราช 2568 และพิธีสวนสนาม ของทหาร ตำรวจ นักศึกษาวิชาทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน 300 นาย

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ ลานหน้าอาคาร ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร (หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดน่าน จังหวัดน่านจัดพิธีวางพวงมา ลา และพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่เนื่องในวันปิยมหาราช โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38., พลตำรวจตรี ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, นายยศวริศ ศรีไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล, นางสาวภาธิณี บูรณะกิจไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน, นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, ศาล, ทหาร, ตำรวจ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานความมั่นคงของชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการ เพื่อความผาสุกของราษฎรและความมั่นคงของประเทศ ทั้งการเลิกทาส การปรับปรุงการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง และเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ

ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีต่างร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมตั้งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสืบสานปณิธานแห่ง “พระปิยมหาราช” อันเป็นแบบอย่างของกษัตริย์นักปกครองผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม เพื่อความเจริญมั่นคงของชาติสืบไป

สำหรับพิธีที่ยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองน่านที่ได้จัด พิธีวางพวงมาลาและพิธีสวนสนาม ของทหาร ตำรวจ นศท. อส. 300 นาย เริ่มต้นด้วยการถวายพวงมาลาแด่พระบรมราชานุสาวรีย์ ก่อนเข้าสู่ช่วงสวนสนามโดยกองผสม จากหมวดดุริยางค์ กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 38 ตำรวจภูธรจังหวัดน่านวิ่งสวนสนาม นักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน และ สมาชิกอาสารักษาดินแดน หรือ อส กว่า 300 นาย ซึ่งร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านภาพแห่งเกียรติยศที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน

พิธีสำคัญครั้งนี้ยังถือเป็นการเปิดตัว “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” (หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดน่าน ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกแขนง ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบคิดของเยาวชนและผู้เยี่ยมชมให้ก้าวทันโลกอย่างสร้างสรรค์ อาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้รับการออกแบบอย่างประณีต โดยผสมผสานความงดงามของ ศิลปะล้านนา และ ศิลปะบาโรก เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองน่านควบคู่ไปกับความสง่างามในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อความเท่าเทียม โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ บุคคลทั่วไป หรือผู้พิการ พร้อมตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด “อาคารเขียว” ที่เน้นการอนุรักษ์พลังงานและลดผลกระทบต่อธรรมชาติประชาชนสามารถเข้าชมศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุบุตร NATION TV-NAN

ผู้การเมืองคอนคนใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าฯ แถลงผลกวาดล้าง 1-23 ต.ค.

ผู้การเมืองคอนคนใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงผลกวาดล้าง 1-23 ต.ค.

วันที่ 24 ต.ค. 68 เวลา 14.00 น. นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมกับ ปปส.ภ.8 และ กอ.รมน.จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ อาคารตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมผู้บังคับบัญชาและหน.สภ. ร่วมแถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมช่วง 1-23 ต.ค. 68

ผลการจับกุมยาเสพติด: ผู้ต้องหา 701 ราย 706 คน ยาบ้า 279,275 เม็ด ไอซ์ 2.43 กก. เคตามีน 5 กรัม ทรัพย์สินเกี่ยวข้องยาเสพติดมูลค่า 23,015,193 บาท

จับกุมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน: จำนวน 127 คดี ผู้ต้องหา 130 คน อาวุธปืน 99 กระบอก (มีทะเบียน 28, ไม่มีทะเบียน 71) เครื่องกระสุน 626 นัด วัตถุระเบิด 2 คดี (ดินปืน 25.9 กรัม, ระเบิดK75!!1ลูก


ธีรศักดิื อักษรกูล รายงาน